<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.ขอDSIชงทิ้งของเสียอันตรายที่ลพบุรีเป็นคดีพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, จังหวัดลพบุรี, อำเภอพัฒนานิคม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี), สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลพบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี, สถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม, เทศบาลตำบลดีลัง และ ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 เข้าตรวจสอบการลักลอบทิ้งสารอันตรายในพื้นที่ตำบลพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีนายสุเทพ ขวัญตา แสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดินนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบ พบว่า มีการลักลอบทิ้งถังบรรจุกากของเสียอันตราย และมีร่องรอยการเปิดฝาถังและบีบอัดเพื่อนำไปจำหน่าย โดยเป็นถังเหล็กขนาด 200 ลิตร ประมาณ 360 ถัง และถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร ประมาณ 40 ถัง รวมทั้งสิ้นประมาณ 80,000 ลิตร สันนิษฐานได้ว่าของเสียดังกล่าวเป็นของเสียจากการประกอบกิจการโรงงาน ได้แก่ ตัวทำละลาย สี กาว เป็นต้น และจากการสุ่มเก็บตัวอย่างกากของเสีย จำนวน 7 ตัวอย่าง พบว่า มีค่า pH ระหว่าง 7 &amp;ndash; 13 ค่าไอระเหยสารอินทรีย์ระเหยง่าย ระหว่าง 0 - 838 ppm เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่&amp;nbsp;3 ของเสียเคมีวัตถุตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า การลักลอบทิ้งของเสียอันตรายดังกล่าวข้างต้นได้สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนกับประชาชน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เข้าข่ายมีความผิดทางอาญาตามกฎหมายหลายฉบับ อาทิ กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข เป็นต้น ดังนั้น การที่จะหาตัวกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดมาลงโทษจึงมีความซับช้อน จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์สูงในการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ในการนี้ คพ.จึงขอความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้พิจารณานำกรณีการลักลอบทิ้งของเสียอันตรายดังกล่าว เสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณากำหนดให้เป็นคดีพิเศษ เพื่อให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทรัพย์สินของราษฎรและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวงกว้างจนยากที่จะเยียวยา และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117650</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากของเสียอันตราย, ตำบลพัฒนานิคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c4b992527f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
