<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุมพินีวัน&#039; อภิวาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิหารมายาเทวี เสาหินอโศก และสระโบกขรณี ในสวนศักดิ์สิทธิ์ ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากว่านกตัวหนึ่งกำลังเหินบินอยู่เหนือตำบลลุมพินี เขตสิทธัตถะนคร แล้วบินต่ำลงไปยังพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบอยู่ด้วยถนนวิษณุปุระทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้าน ภายในสี่เหลี่ยมขนาดพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พันไร่ที่นกตัวนั้นเห็นคือ &amp;ldquo;ลุมพินีวัน&amp;rdquo; พุทธสังเวชียสถานแห่งเดียวในเนปาล ถนนทางทิศเหนือและทิศใต้เป็นเหมือนด้านกว้างของรูปสี่เหลี่ยม ส่วนด้านยาวคือถนนด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก สวนศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;(Sacred Garden)&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นรูปวงกลมอยู่ทางทิศใต้ภายในสี่เหลี่ยมดังกล่าว วิหารมายาเทวีและเสาอโศกอยู่ในวงกลมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นกตัวนั้นได้กลายเป็นผมเองและร่อนลงที่หน้าประตู 5 ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกตอนใต้ของถนนวิษณุปุระ แล้วเดินตรงเข้าไปบนถนนภายในของลุมพินีวันชื่อ&amp;nbsp;Mayadevi Road&amp;nbsp;บริเวณโค้งที่จะเลี้ยวไปทางขวามีกลุ่มริคชอว์หรือสามล้อเฝ้ารอผู้โดยสารอยู่ทางซ้ายมือ เบื้องหน้าคือประตูทางเข้า&amp;nbsp;Old Shakya Temple&amp;nbsp;วัดพุทธเก่าแก่ที่สุดในเนปาล ผมเดินตามโค้งไปได้หน่อยก็มีขอทานอยู่นับสิบคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เวลา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โมงนิดๆ พวกเขาก็เริ่มงานกันแล้ว ผมไม่กล้าให้ทานในขณะที่มีคนรอรับมากมายเช่นนี้ บอกไปว่ารอให้ผมกลับออกมาก่อนจะได้ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้นพระพุทธเจ้าน้อย สร้างและนำมาประดิษฐานโดยคณะชาวไทยเมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินไปได้ 1 ใน 4 ของเส้นรอบวงก็พบกับประตูทางเข้าวิหารมายาเทวีทางด้านซ้ายมือ ศาลาที่เก็บรองเท้าอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ใช่ว่าเราจะเข้าไปถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าวิหารได้เลย หากต้องเดินเลี้ยวขวาไปบนถนนเส้นตรง ห่างออกไปเกือบ 100 เมตรทางด้านซ้ายมือคือห้องจำหน่ายตั๋ว ราคาค่าเข้าอยู่ที่ 500 เนปาลีรูปี และค่ากล้องถ่ายรูปอีก 2 เหรียญสหรัฐฯ ผมขอจ่ายเป็นเงินอินเดียนรูปี เจ้าหน้าที่ก็คำนวณออกมาให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากจุดขายตั๋ว มองตรงไปทางทิศเหนือบนถนนเส้นนี้ที่เป็นเหมือนแกนกลางของทั้งอุทยาน เห็นด้านหลังของ &amp;ldquo;พระพุทธเจ้าน้อย&amp;rdquo; ที่คณะชาวไทยร่วมกันสร้างและนำมาประดิษฐานไว้เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;เดินไปถึงก็รู้สึกได้ว่าสวยงามอลังการแบบไทยที่สร้างงานพุทธศิลป์ได้โดดเด่นกว่าใครเขา เลยพระพุทธเจ้าน้อยไปก็คือ &amp;ldquo;เปลวไฟสันติภาพอันเป็นนิรันดร์&amp;rdquo;(Eternal Peace Lamp)&amp;nbsp;จุดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาติ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในโอกาสปีแห่งสันติภาพโลก พ.ศ.&amp;nbsp;2529&amp;nbsp;โดยสมเด็จพระราชาธิบดีคยาเนนทรพีรพิกรมศาหเทว์ พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเนปาล ขณะทรงดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารและพระองค์ได้นำเปลวไฟนี้กลับมายังลุมพินีวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยืนอยู่ตรงเปลวไฟแล้วมองขึ้นไปทางทิศเหนือ เบื้องหน้าคือสระน้ำเชื่อมต่อไปเป็นลำคลอง เรียกว่า&amp;nbsp;Central Canal&amp;nbsp;กินพื้นที่แกนกลางของลุมพินีวันราว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของทั้งหมด ที่อยู่ไกลสุดของทางด้านทิศเหนือและแลเห็นจากจุดนี้คือเจดีย์สันติภาพโลก&amp;nbsp;(World Peace Pagoda)&amp;nbsp;สร้างโดยการนำของคณะสงฆ์นิกาย &amp;ldquo;นิปปอนซาน เมียวโฮจิ&amp;rdquo; จากญี่ปุ่น &amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน2&amp;nbsp;เจดีย์สันติภาพในประเทศเนปาล อีกแห่งอยู่ที่เมืองโปขราดังที่ได้กล่าวไปแล้วในสองสามฉบับก่อนหน้านี้ มีข้อมูลว่าใกล้กับฐานของเจดีย์คือหลุมฝังศพของพระสงฆ์ญี่ปุ่นรูปหนึ่งที่ถูกฆาตกรรมโดยกลุ่มต่อต้านศาสนาพุทธในขณะที่กำลังก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปลวไฟสันติภาพอันเป็นนิรันดร์ คลองกลางลุมพินีวัน และที่เห็นไกลๆ คือเจดีย์สันติภาพโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุมพินีวันถูกแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วนหลัก คือ สวนศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;(Sacred Garden)&amp;nbsp;มีคันดินล้อมรอบเป็นรูปวงกลมเพื่อป้องกันน้ำท่วม ในนี้คือวิหารมายาเทวี เสาหินอโศก กองอิฐของวัดโบราณ บรรดาสถูปบริวาร และสระโบกขรณี ถัดไปเป็นโซนวัดนานาชาติ&amp;nbsp;(Monastic Zone)ฝั่งตะวันตกของลำคลองคือวัดของประเทศต่างๆ ในนิกายมหายาน และฝั่งตะวันออกของลำคลองเป็นวัดในนิกายเถรวาท วัดไทยลุมพินีเป็นหนึ่งในนั้น อีกทั้งยังมีศูนย์ฝึกสมาธิอีก&amp;nbsp;2แห่ง และส่วนที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เรียกว่า &amp;ldquo;หมู่บ้านใหม่ลุมพินี&amp;rdquo;&amp;nbsp;(New Lumbini Village)&amp;nbsp;นอกจากเจดีย์สันติภาพแล้ว ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ลุมพินี สถาบันวิจัยนานาชาติลุมพินี ศูนย์ข้อมูลข่าวสารนักท่องเที่ยว ที่พักอาศัยสำหรับผู้แสวงบุญ และโรงแรมจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินกลับไปยังสวนศักดิ์สิทธิ์โดยแวะถอดรองเท้าเก็บบนชั้นวางในศาลาด้านขวามือของประตูทางเข้า ผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่แล้วเดินไปยังวิหารมายาเทวี มีป้ายเขียนว่า &amp;ldquo;ห้ามถ่ายรูป&amp;rdquo; ติดอยู่หน้าประตู ชายวัยกลางคนซึ่งน่าจะเป็นคนไทยนั่งสมาธิหันหน้าไปทางรูปปั้นพระนางสิริมหามายาขณะประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ&amp;nbsp;(Nativity Sculpture)&amp;nbsp;บริเวณกลางวิหาร มีราวกั้นล้อมวิหารหลังเก่าและทางเดินไม้กระดานเป็นวงกลมสำหรับเวียนประทักษิณาวัตรอยู่นอกสุด ต้องระมัดระวัง อย่าเดินแรงหรือเดินลงส้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิหารหลังเก่าเป็นกองอิฐโบราณทำขึ้นเป็นห้องเล็กๆ จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ห้อง เรียงทิศตะวันออก-ตะวันตก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แถว และทิศเหนือ-ใต้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แถว อิฐที่ขุดค้นพบมีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงราชวงศ์โมริยะ บ้างก็สร้างขึ้นหลังจากนั้น โดยวิหารหลังใหม่นี้ได้สร้างครอบหลังเก่าในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2545&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสาหินอโศกหน้าวิหารมายาเทวี พระเจ้าอโศกมหาราชมีบัญชาให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสลุมพินีวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเข้าไปใกล้ปฏิมากรรมประสูติเจ้าชาย มองลงไปข้างล่างเห็นรอยพระบาทอยู่ในหินก้อนหนึ่งครอบด้วยกระจกอีกชั้น เรียกว่า&amp;nbsp;Marker Stone&amp;nbsp;ข้อมูลระบุว่าเมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จมายังลุมพินีวันเมื่อ พ.ศ.&amp;nbsp;294&amp;nbsp;พระองค์ได้นำอิฐเผาไฟเคลือบด้านข้างหินก้อนนี้ไว้ สันนิษฐานว่าเป็นรอยพระบาทที่ได้จากการแกะสลักหินซึ่งเป็นรอยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงดำเนินหลังจากประสูติแล้ว ผมเพ่งมองอยู่นานมากหวังจะจำสัณฐานให้ได้เนื่องจากเขาห้ามบันทึกภาพ มีคนโยนเหรียญและธนบัตรลงไปเป็นการบูชาอยู่ไม่ขาดสายมากมายเป็นกองพะเนินตามความเชื่อว่าจะให้โชค ผมเดินเวียนขวาครบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รอบแล้วก็ก้มกราบไปยังรอยพระบาทและรูปปั้น สวดมนต์และนั่งรำลึกถึงเจ้าชายสิทธัตถะและพุทธมารดาอยู่ใกล้ๆ กับน้าผู้ชายคนนั้น แต่ไม่ได้ทักทายกันแม้จะเจอกันอีกสองสามครั้งภายนอกวิหาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูทางเข้าและออกมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประตู ผมเดินออกอีกฝั่งซึ่งดูแล้วมีลักษณะเป็นทางเข้ามากกว่า เห็นสระโบกขรณีอยู่เบื้องหน้า แผ่นป้ายข้อมูลเขียนว่าพระนางสิริมหามายาทรงสรงน้ำในสระก่อนประสูติพระโอรสใต้ต้นสาละ เมื่อประสูติแล้วก็ทรงสรงน้ำให้กับพระโอรสจากสระแห่งนี้เช่นกัน ในอดีตสระมีลักษณะเป็นรูปไข่ ได้มีการทำทางขึ้นลงและขอบอิฐล้อมรอบในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2536&amp;nbsp;กว้างและยาวด้านละประมาณ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมตร ลึกเกือบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมตร ระหว่างการทำความสะอาดเมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2539&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้พบบ่อน้ำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่ออยู่กันคนละมุมสระ ปัจจุบันมีเต่าอาศัยอยู่หลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินไปทางทิศตะวันออกของวิหารมายาเทวีก็ได้เห็นเสาอโศก สร้างจากหินทรายและหินตะกอน มีป้ายเขียนว่าในอดีตสูง&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ฟุต ปัจจุบันเหลือสูงแค่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ฟุต เคยมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วนคือตัวเสา เชิงหรือฐานรูปดอกบัวใกล้กับส่วนหัว และหัวที่สันนิษฐานว่าเป็นรูปปั้นม้า (ไม่ได้เขียนว่าสิงโต) ซึ่งส่วนม้าที่ดูไม่ออกว่าเป็นม้านี้วางอยู่บนแท่นอิฐใกล้ๆ กับตัวเสาหินภายในรั้วเหล็กสีทอง ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.&amp;nbsp;2439&amp;nbsp;ซึ่งขณะนั้นพื้นที่บริเวณนี้ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปลายของเสาอโศก แผ่นป้ายข้อมูลระบุว่าน่าจะเป็นม้า ไม่ใช่สิงโตอย่างที่คุ้นเคยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนตัวเสาสลักอักษรพราหมณ์และภาษาบาลี อีกทั้งได้แปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วยว่า &amp;ldquo;พระเจ้าอโศก ผู้เป็นที่รักของทวยเทพ เมื่อทรงครองราชย์ได้ปีที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ก็เสด็จประพาสมายังที่แห่งนี้ซึ่งพระศรีศากยมุนีพุทธะได้ถือประสูติ เมื่อเป็นดังนี้ หินที่ระบุตำแหน่งประสูติจึงได้รับการบูชาสักการะและเสาหินก็ได้ถูกปักขึ้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประสูติที่นี่ อากรของลุมพินีถูกเก็บลดลงเหลือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ส่วนถ้วน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้างๆ เสาหินอโศก มีนักบวชและผู้ปฏิบัติธรรมกำลังสวดมนต์อยู่กลุ่มหนึ่ง โดยผู้นำสวดใช้ไมโครโฟนต่อเข้ากับลำโพงแบบพกพา ผมสงสัยว่าน่าจะเป็นชาวเวียดนาม แอบถ่ายรูปมาแล้วเดินเลียบสระโบกขรณีไปยังต้นโพธิ์ที่มีลานกว้างร่มรื่น ผู้บำเพ็ญตนนั่งอยู่เกือบจะล้อมรอบต้นโพธิ์ ส่วนมากมีบาตรคอยรับปัจจัยที่มีคนเดินไปใส่เงินอยู่เป็นตลอดเวลา เมื่อพิศมองอย่างละเอียดก็เห็นทั้งภิกษุในศาสนาพุทธและคนแต่งตัวคล้ายซาดูผมยาวถึงพื้นนั่งรวมอยู่ด้วย เห็นแล้วก็อมยิ้มเพราะสีจีวรของพระและสีอาภรณ์ของซาดูนั้นออกส้มๆ คล้ายๆ กัน เรียกว่าตีเนียนกลมกลืนไปกันได้ ผมเก็บใบโพธิ์ที่หล่นอยู่บนพื้นได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบ และห่างออกไปหน่อยอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบสอดใต้หนังสือนำกลับเมืองไทยเป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบๆ วิหารมายาเทวียังมีกลุ่มกองอิฐของวัดโบราณ สร้างขึ้นต่างยุคต่างสมัยก่อน ตั้งแต่ราชวงศ์โมริยะในพุทธศตวรรษที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จนถึงราชวงศ์คุปตะในราวพุทธศตวรรษที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีทั้งกุฏิสงฆ์ หอรวม สถูปอิฐแบบกลมและแบบสี่เหลี่ยม สถูปบริวารจำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;สถูป โดยหนึ่งในนั้นค้นพบอัฐิมนุษย์แต่ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด ทว่าสถูปสร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิโมริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นโพธิ์และเหล่านักบวชผู้ล้อมวงรอการถวายปัจจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ทั่วทั้งสวน มีทางเดินเชื่อมถึงกันสะดวกง่ายดาย เมื่อแดดร้อนขึ้นจนได้ที่แล้วก็เดินออกจากพื้นที่ของวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะกำลังใส่รองเท้ามีชายคนหนึ่งเข้ามาทัก ผมรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา เขาบอกว่าเรานั่งรถบัสมาจากโปขราคันเดียวกันเมื่อวานนี้ เขาเป็นชาวโปขรา เดินทางมาลุมพินีกับคณะทัวร์ชาวเกาหลี โรงแรมของเขาชื่อ&amp;nbsp;Lumbini International&amp;nbsp;อยู่ห่างจากย่านลุมพินีบาซาร์พอสมควร ใกล้ๆ โรงแรมไม่มีอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาให้ทิปลุงคนเฝ้ารองเท้า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รูปีต่อหน้าผมแล้วกล่าวลา ผมจึงต้องควัก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รูปีให้ลุงไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเดินทางเดิมที่ผมเดินเมื่อเช้า คณะขอทานไม่อยู่เสียแล้ว แต่คณะริคชอว์ยังอยู่ ชักชวนให้ใช้บริการ ผมบอกว่าอยากเดิน พวกเขาก็ไม่ตื๊อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นโพธิ์และเหล่านักบวชผู้ล้อมวงรอการถวายปัจจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินมาจนเกือบจะถึงทางออกประตูที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก็มีชายร่างใหญ่ห่มจีวรเดินยิ้มตรงรี่เข้ามาทักทายเหมือนคนรู้จักกันมาก่อน แนะนำตัวพร้อมยื่นนามบัตร บอกว่าเป็น&amp;nbsp;Supreme Bhikshuหัวหน้าคณะสงฆ์แห่งลุมพินี ในนามบัตรที่ทำจากกระดาษอัดรูปชนิดมันเขียนเบอร์โทรศัพท์และข้อความ &amp;ldquo;สันติสุขมีอยู่ทั่วโลก&amp;rdquo; แล้วท่านหัวหน้าคณะสงฆ์ก็พูดออกมาว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;Donation&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผมจึงตอบว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;Later&amp;rdquo;&amp;nbsp;ท่านก็พูดว่า &amp;ldquo;อ๋อ เลเทอร์เหรอ ได้ๆ&amp;rdquo; แล้วก็เดินจากไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามล้อไม่ตื๊อ ขอทานไม่ตื๊อ อิจฉาชีพก็ไม่ตื๊อ สำหรับผมถือว่าเมืองนี้น่าอยู่น่าเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเข้าที่พักผมแวะกินมื้อเที่ยงที่ร้าน&amp;nbsp;365 Restaurant&amp;nbsp;เหมือนเดิม สั่งผัดหมี่มาแค่1&amp;nbsp;จานเพราะต้องการทำเวลา โดยจ่ายค่าอาหารเป็นเงินเนปาลีรูปี แต่จ่ายค่าที่พักเป็นเงินอินเดียนรูปีเพราะคำนวณแล้วมีเงินเนปาลไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่เดินถึงถนนใหญ่ก็หันไปเห็นรถเมล์จอดอยู่พอดี วิ่งไปถามเด็กรถว่า &amp;ldquo;ไปBhairahawa Bus Park&amp;nbsp;หรือไม่ ?&amp;rdquo; สถานีขนส่งไภรวาอยู่ห่างจากด่านโสเนาลีประมาณ&amp;nbsp;3กิโลเมตร และไม่มีรถจากลุมพินีบาซาร์นี้ไปถึงด่านโสเนาลีโดยตรง เขาตอบว่า &amp;ldquo;ใช่&amp;rdquo; ขึ้นไปนั่งแล้วยื่นเงินให้&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เนปาลีรูปี หนุ่มเด็กรถไม่ทอน ผมไม่เชื่อว่าค่ารถจะ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;รูปีถ้วน แต่ก็นึกว่าเขาจะทอนทีหลัง เพราะตอนชายคนหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นธนบัตร&amp;nbsp;100&amp;nbsp;รูปีให้ เด็กรถทอนเงินให้เขา พอเขานับดูแสดงอาการเหมือนรู้สึกได้ว่าทอนไม่ครบ เด็กรถก็บอกว่าแค่นั้นแหละ ชายหนุ่มเลยแก้เซ็งด้วยการล้วงหมากแขกชนิดซองออกมาจากกระเป๋า เทใส่ฝ่ามือ ตบเข้าปาก แล้วเคี้ยวตุ่ยๆ คนที่นั่งข้างๆ ท่าทางเปรี้ยวปากก็ขอไปเคี้ยวบ้าง ส่วนผมได้แต่หันไปทางทิวทัศน์ข้างถนนที่เป็นทุ่งนา เตาเผ่าถ่านที่เป็นปล่องยาวปลายแหลมชี้ขึ้นฟ้าลักษณะคล้ายๆ เมรุเผาศพ ห้างร้านที่นานๆ โผล่มาให้เห็น ส่วนมากใช้ชื่อ&amp;nbsp;Buddha&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Mayadevi&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากวัดโบราณและสถูปต่างๆ รายรอบวิหารมายาเทวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจอดตามรายทางสี่-ห้าจุด จุดละหลายนาที คนบนรถต้องการซื้อของที่วางขายอยู่ข้างถนนเด็กรถก็บริการเดินไปซื้อมาให้ ส่วนมากคือผลไม้ มีแอปเปิ้ลและกล้วยเป็นหลัก ระยะทางราว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลเมตรใช้เวลาวิ่งชั่วโมงกว่า เลยซุ้มประตูลุมพินีมาได้ราว&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตรรถก็จอด ไม่ใช่&amp;nbsp;Bhairahawa Bus Park&amp;nbsp;อย่างที่ผมเข้าใจ ข้างหน้าคือสามแยกใหญ่ที่ต้องนั่งรถอีกคันต่อไปยังด่านโสเนาลีเพื่อข้ามไปยังอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินไปรับกระเป๋าที่ท้ายรถ ถามหนุ่มเด็กรถว่า &amp;ldquo;ไอ้น้อง ค่ารถจริงๆ น่ะเท่าไหร่ พี่แค่อยากรู้&amp;rdquo; เขายิ้มแหยๆ ล้วงกระเป๋าจะเอาเงินทอนให้ผม แต่ผมจับข้อมือเขาไว้แล้วบอกว่า &amp;ldquo;เก็บไว้เถอะ แค่บอกค่ารถจริงๆ มาก็พอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;55&amp;nbsp;รูปี&amp;rdquo; เขาตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีเงินเนปาลเหลืออยู่อีกนิดหน่อยโดยที่ไม่รู้จะใช้ซื้ออะไรนอกจากนั่งรถไปให้ถึงด่านชายแดน จึงไม่คิดจะเอาตังค์ทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถามเรื่องค่ารถเพราะต้องการให้เด็กหนุ่มคนนี้มีประสบการณ์ &amp;ldquo;โกงแล้วถูกจับได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำบลลุมพินี เขตสิทธัตถะนคร, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
