<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เซ็น&#039;ปรับลดเงินลงทุนชี้โควิด-19กระทบยอดวูบ400ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.2563 นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารเซ็น ตำมั่ว เขียง เปิดเผยว่า แนวทางการลงทุนในปีนี้ บริษัทคาดว่าอาจจะต้องปรับลดเงินลงทุนจาก 200 ล้านบาท ลดเหลือ 100 ล้านบาท เน้นปรับปรุงร้านอาหารบางสาขาให้เป็นครัวกลางที่สามารถรองรับการปรุงอาหารแบรนด์อื่นในเครือ เช่น ร้านลาวญวณหรือตำมั่วบางสาขา สามารถปรุงอาหารแบรนด์เขียงได้ เพื่อเพิ่มยอดขายในแต่ละสาขา และเงินลงทุนบางส่วนจะนำไปใช้ในการขยายสาขาแบรนด์ร้านอาหารอากะ และออนเดอะเทเบิ้ลแบรนด์ละ 1 สาขา ในช่วงที่เหลือของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดและต้องล็อกดาวน์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำให้รายได้ของบริษัทในช่วงประมาณ 2 เดือน หายไป 400 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทไม่สามารถเปิดให้บริการร้านอาหารได้ตามปกติ และทำให้บริษัทประเมินว่ารายได้รวมในปี 2563 อาจติดลบ 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,144.17 ล้านบาท&amp;rdquo; นายบุญยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางเดลิเวอรี่เป็น 300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวม โดยเพิ่มจากปีก่อน 5% มองว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลัง จะพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทได้เน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของภาพรัฐและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมร้านอาหาร ปัจจุบันร้านอาหารในเครือของเซ็น มีทั้งหมด 10 แบรนด์ ทั้งในและนอกศูนย์การค้าเริ่มมีลูกค้ากลับมาใช้บริการนั่งทานที่ร้านเฉลี่ย 80 - 85% และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นเป็น 90 - 95%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมร้านอาหารทุกแบรนด์ถือว่าฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นกับแบรนด์มากขึ้น หลังจากที่สามารถเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศและใช้ชีวิตนอกบ้านได้ จากการที่รัฐบาลทยอยผ่อนคลายให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการ เชื่อว่าบริษัทฯ จะกลับมาทำผลการดำเนินงานได้ดีในครึ่งปีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำมั่ว, บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บุญยง ตันสกุล, ร้านอาหารเซ็น, เขียง, เซ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fc9273e4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 00:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 00:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตำมั่ว&#039;กางแผนโกอินเตอร์ มุ่งเน้นตลาดจีน-ยุโรป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตำมั่ว&amp;rdquo; กางแผน 5 ปี เตรียมสยายปีกในตลาดโลก ชูจุดแข็งแบรนด์อาหารอีสานยุคใหม่ พร้อมทุ่ม 600 ล้านบาท ขยายสาขาในประเทศต่อเนื่องทั้งแฟรนไชส์และลงทุนเอง เชื่อสิ้นปีโกยยอดขาย 1,400 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ ผู้ก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารไทยแบรนด์ตำมั่วและหัวหน้ากลุ่มบริหารธุรกิจอาหารไทยในเครือเซ็นกรุ๊ป เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจภายใน 5 ปีนับจากนี้ วางเป้าหมายในการพาแบรนด์ตำมั่วขยายไปในตลาดโลก โดยเริ่มต้นการเจรจาหาคู่ค้าจากงานไทยเฟกซ์ประจำปี 2561 มุ่งเน้นจับกลุ่มตลาดจีน และกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งปัจจุบันร้านตำมั่วมีสาขาเปิดให้บริการในต่างประเทศร่วมกับพันธมิตรแล้ว 7 สาขา ประกอบด้วย เมียนมา 3 สาขา ,ลาว 3 สาขา และกัมพูชา 1 สาขา มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาเพื่อให้ครบ 10 สาขาในสิ้นปีนี้ ประกอบด้วย เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา 1 สาขา ,ปักเซ ประเทศลาว 1 สาขา และกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 1 สาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มองว่าการขยายสาขาของร้านไปยังต่างประเทศคงทำได้ไม่ยากนัก เพราะตำมั่วเป็นร้านอาหารอีสานยุคใหม่ มีจุดแข็งเรื่องของรสชาติอาหารที่เน้นความเข้มข้นจัดจ้าน ตอนนี้มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขยายแฟรนไชส์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ล่าสุดยังเปิดแบรนด์ใหม่ &amp;quot;แจ่วฮ้อนบายตำมั่ว&amp;quot; ที่เวียงจันทน์ สปป. ลาว ได้รับผลตอบรับทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยงเป็นอย่างดีอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขยายสาขาภายในประเทศไทย ปีนี้มีแผนเปิดให้บริการอีก 48 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวม 500-600 ล้านบาท ช่วงครึ่งปีแรกได้เปิดให้บริการไปแล้วประมาณ 18 สาขา โดยครึ่งปีหลังอีกประมาณ 30 สาขา นับจากนี้จะเน้นขยายสาขาในรูปแบบแรนไชส์ 80% และบริษัทลงทุนเอง 20% ซึ่งในส่วนของร้านแฟรนไชส์จะมีการควบคุมสิทธิ์ในการเปิดให้บริการ 1 จังหวัด 1 สิทธิ์ เพื่อให้การควบคุมการบริการจัดการมีความสะดวก และควบคุมมาตรฐานได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีแผนเปิดให้บริการในรูปแบบเดลิเวอรี่ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทำกิจกรรมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ไปบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทคาดการณ์ว่าในสิ้นปีนี้จะมีรายได้อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีรายได้ 1,200 ล้านบาท และภายใน 5 ปีนับจากนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้ร้านตำมั่วจะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 40% เป็นอันดับ 2 รองจากร้านเซนที่มีสัดส่วน 60% จากปัจจุบันร้านตำมั่วมีสัดส่วยรายได้อยู่ที่ 30% &amp;nbsp;จากแบรนด์ในเครือทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10226</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ตำมั่ว, ธุรกิจแฟรนไชส์, ยุโรป, ร้านอาหารอีสาน, ลาว, ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์, อาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0c366da2af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
