<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร. ลุยกวดขันวิน จยย.สถานีกลางบางซื่อ พบหลอกให้ใช้บริการ-เก็บแพงเกินกำหนด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 -&amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;(ผบก.จร.), พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.1 บก.จร. ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ท.นที คุ้มล้วนล้อม สว.งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร. นำกำลังไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาฉีดวัคซีน รวมถึงกวดขันจับกุมตามที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีวินรถ จยย.รับจ้าง บริเวณสถานีกลางบางซื่อ ที่มีการเรียกให้ประชาชนที่ขับรถยนต์เดินทางมาเข้ารับบริการฉีดวัคซีน จอดหยุดรถก่อนถึงอาคาร โดยอ้างว่า ไม่มีที่จอดรถ เป็นเหตุให้ประชาชนหลงเชื่อ และใช้บริการโดยสารซ้อนท้ายรถ จยย. เพื่อให้ไปส่ง

ทั้งยังฉวยโอกาสเรียกเก็บค่าโดยสารเกินกว่าที่กำหนด เป็นเหตุให้ประชาชนที่เดินทางมาเข้ารับบริการฉีดวัคซีนได้รับความเดือดร้อน บริเวณใต้ทางด่วน ภายในสถานีกลางบางซื่อ เพื่อตรวจสอบ กวดขัน และประชาสัมพันธ์วินรถ จยย. รับจ้าง ตามที่ได้รับข้อร้องเรียนดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110431</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์, ตำรวจจราจร, วินมอเตอร์ไซค์, สถานีกลางบางซื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6794a9d425.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก!ไม่รอลงอาญา โชว์เฟอร์รถตู้หัวร้อน ตื้บตำรวจจราจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น./โฆษก บช.น. กล่าวถึง กรณีเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุชายทำร้าย ด.ต.สราวุธ รวบรวมวงศ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ลุมพินี ได้รับบาดเจ็บ และทำให้รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ได้รับความเสียหาย ในขณะปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจสอบและกวดขันวินัยจราจรในพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากไม่พอใจที่ได้ใช้เครื่องมือบังคับล้อรถตู้ที่ชายคนดังกล่าวจอดไว้ในเขตห้ามจอด &amp;nbsp;เหตุเกิดที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงศรีสำนักงานใหญ่ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมชายคนดังกล่าวดำเนินคดีแล้ว นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้สอบสวนแล้วชายคนดังกล่าวให้การรับสารภาพทุกข้อหา จึงได้เปรียบเทียบและปรับชายคนดังกล่าวในข้อหาจอดรถในเขตห้ามจอด และได้ทำการส่งตัวชายดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 เพื่อฟ้องชายคนดังกล่าวต่อศาลแขวงปทุมวัน ในฐานความผิด ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือได้กระทำการตามหน้าที่ และทำให้เสียทรัพย์ และศาลแขวงปทุมวัน และได้มีคำพิพากษาในวันเดียวกัน โดยสั่งลงโทษจำคุกชายคนดังกล่าว 3 เดือน โดยไม่รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจจราจร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f258aabe428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งดงามสมพระเกียรติยศ ตำรวจจราจรรับเสด็จในหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - เฟซบุ๊กเพจ โปลิศไทยแลนด์ - Police Thailand News โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;งดงามสมพระเกียรติยศ ตำรวจจราจร รับเสด็จในหลวง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณรูปภาพจาก&amp;nbsp;โปลิศไทยแลนด์ - Police Thailand News&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f866300055ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แนะเส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงประชุมอาเซียน31ต.ค.-4 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.จร. แจ้งประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และเส้นทางแนะนำสำหรับประชาชนในการจัดการประชุมอาเซียนครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ทางด่วน - ทางขึ้นด่านอโศก 4 ทางด่วนขั้นที่ 2 ต่างระดับมักกะสัน ทางลงด่วนพระราม 4-2 ทางขึ้นโทลล์เวย์ดอนเมือง &amp;ndash; เชื่อมด่วนดินแดง ทางขึ้นด่วนสุรวงศ์ ต่างระดับพญาไท ทางด่วนศรีรัช (ต่างระดับพญาไท ด่วนเมืองทองธานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางพื้นราบ - ถ.พระราม 4 (แยกศาลาแดง &amp;ndash; แยกรัชดาพระราม 4) ถ.รัชดาภิเษก (แยกรัชดาพระราม 4แยกอโศก) ถ.สุขุมวิท (แยกอโศก - แยกนานา) ถ.เพลินจิต (แยกนานา - แยกชิดลม) ถ.วิทยุ (แยกวิทยุ - แยกเพลินจิต) ถ.พระราม 1 (แยกชิดลม &amp;ndash; แยกเฉลิมเผ่า) ถ.ราชดำริ (แยกราชประสงค์ - แยกศาลาแดง) ถ.สีลม (แยกนราลม - แยกสีลม) ถ.เจริญกรุง (แยกสุรวงศ์- แยกเฉลิมพันธ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางแนะนำ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 ถนนราชปรารภ ถนนพญาไท ถนนสาทร ถนนพระราม 6 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนศรีนครินทร์ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, ตำรวจจราจร, พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, รถติด, แนะนำทางเลี่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6499a751b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยเบี้ยวจ่ายใบสั่ง ดีเดย์ตัดแต้มไม่เกิน19 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.62-พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติ เปิดเผยว่าสาเหตุที่สำคัญของปัญหาอุบัติเหตุในประเทศไทย คือผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร จากตัวเลขสติถิผู้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 28 พ.ค.นี้ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมด 6,954 ราย และผู้บาดเจ็บทั้งหมดราว 412,000 ราย หรือมีค่าเฉลี่ย 1,400 ราย/เดือนและ 80,000 ราย/เดือนตามลำดับ สอดคล้องกับสถิติผู้ทำผิดกฎหมายจราจรที่มีปริมาณมากขึ้นถึง 100% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงมีสถิติการกระทำผิดซ้ำมากถึง 20% ตลอดจนมีประชาชนที่ค้างใบสั่งไม่ยอมจ่ายค่าปรับตามระบบมากกว่า 85% ของการออกใบสั่งทั้งหมด


พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่าตัวเลขสถิติการออกใบสั่งย้อนหลังราย 3 ปีในปี 2560 มีการออกใบสั่งทั้งหมด 5.2 ล้านใบ พบว่ามีผู้กระทำผิดกฎหมายซ้ำ 1.2 ล้านรายหรือคิดเป็น 20% ของทั้งหมด
ในปี 2561 มีการออกใบสั่งทั้งหมด 11 ล้านใบ คิดเป็นการขยายตัวมากกว่า 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้มาชำระเพียง 1.3 ล้านใบ และมีใบสั่งตกค้างในระบบราว 9.7 ล้านใบคิดเป็นมากกว่า 85% ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 พบว่า&amp;nbsp; มีการออกใบสั่งทั้งหมด 7 ล้านใบและมีใบสั่งที่ยังไม่ถูกชำระค้างอยู่ในระบบมากถึง 5.9 ล้านใบคิดเป็น 84% ของทั้งหมด ส่วนเงินค่าปรับจากใบสั่งที่อยู่ในระบบนั้นเฉลี่ย 500 บาทต่อใบหรือคิดเป็น 5,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบว่าตนเองค้างใบสั่งอยู่หรือไม่ได้ที่ www.ptm.police.co.th และแอพพลิเคชั่น policeserveyou ในอนาคต รวมถึงแอพพลิเคชั่น policeiloveyou

&amp;quot;ตำรวจขอวิงวอนให้ประชาชนเคารพกฎหมาย ชำระค่าปรับ ตลอดจนมีวินัยในการขับขี่เพราะเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องทุกชีวิตบนท้องถนน&amp;quot;

พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่าส่วนเรื่องการตัดแต้มใบขับขี่ตามกฎหมายใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ภายใน 19 ธ.ค. 2562 นี้ ตามเงื่อนไขของกฎหมายใหม่ที่กำหนดขอบเขตไว้ ขณะนี้ยืนยันว่าผู้กระทำผิดกฎจราจรจะถูกตัดแต้มและบันทึกลงใบขับขี่ หลังจากนี้จะไปศึกษาโมเดลจากหลายประเทศ เพื่อกำหนดแต้มว่าจะมีเท่าไหร่ เช่น กำหนดแต้ม 12 แต้ม หากโดนตัดแต้มบางส่วนจะต้องโดนส่งไปอบรมวินัยจราจรกับกรมขนส่งทางบก(ขบ.) และหากโดนตัดแต้มทั้งหมดจะต้องถูกพักใช้หรือยึดไปขับขี่ รวมถึงเพิกถอนใบขับขี่หากมีการทำผิดซ้ำ

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าจากการที่ฝั่งตำรวจได้เคยศึกษามาพบว่าแนวทางที่เหมาะสมคือ 12 แต้ม หากประชาชนถูกตัดคะแนนหมดทั้ง12แต้มจะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่90 วัน และหากถูกพักใบอนุญาตขับขี่ติดต่อกัน3 ครั้งครั้งที่ 3จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่1 ปี และเมื่อครบกำหนดแล้วกลับมาใช้ใบอนุญาตขับขี่แต่ถูกตัดคะแนนหมด12แต้มอีกครั้งจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เป็นระยะเวลา3 ปี หลังจากนั้นจึงจะยื่นขอทำอนุญาตใบขับที่กับกรมการขนส่งได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามหากประชาชนกระทำความผิดแต่คะแนนยังไม่หมดภายใน 1ปีคะแนนจะกลับเข้าสู่ระบบใหม่แต่หากไม่ต้องการรอจนครบ1 ปีสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอเจ้ารับการอบรมกับทางโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่งฯและนำคะแนนมายื่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้แจ้งว่าถูกตัดคะแนน คะแนนก็จะกลับเข้าระบบตามเดิม

รายงานข่าวระบุว่าในปีที่ผ่านมาจากยอดรายได้จากใบสั่งของตำรวจทั้งหมด 5,500 ล้านบาท มีสัดส่วนการแบ่งค่าปรับรางวัลนำจับดังนี้ นำส่งท้องถิ่นและรัฐบาลหรือแผ่นดิน 55% คิดเป็น 3,025 ล้านบาท ขณะที่อีก 45% คิดเป็น 2,475 ล้านบาทนั้นตกเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แบ่งเป็น ตำรวจผู้จับ 1,485 ล้านบาท คิดเป็น 27% และทีมงานตำรวจผู้สนับสนุนอีก 990 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของทั้งหมด ตำรวจราจรแต่ละคนจะได้รับเงินส่วนแบ่งค่าปรับได้คนละไม่เกิน10,000บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตามขณะนี้นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการให้ยกเลิกรางวัลนำจับดังกล่าวเพราะทำให้ตำรวจเสียภาพลักษณ์และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ตอบแทนอื่นๆทดแทนได้ อาทิ คิดเป็นค่าล่วงเวลา เป็นต้น

ด้านนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งคณะทำงานร่วมพร้อมประชุมหารือกันอย่างใกล้ชิด โดยพัฒนาระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ เพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานเชื่อมโยงข้อมูลและใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบกรกระทำความผิดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมในการให้บริการประชาชน ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าวร่วมกันเป็นมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เน้นให้เคารพกฎจราจร ให้มีวินัยขับขี่ ไม่ต้องการให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้รถทั่วไป สามารถดำเนินการชำระภาษีรถประจำปีได้ตามปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจจราจร, ใบสั่งจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee410b22de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้อนรับสงกรานต์เมืองกรุงรถโล่ง!หลายพื้นที่จราจรคล่องตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.62- เพจ สน.วิภาวดี-งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต รายงานพร้อมถ่ายภาพสภาพการจราจร ช่วงเวลา 17.45 น. 1.หน้า สน. ปริมาณรถน้อยคล่องตัว 2. หน้าเขตจตุจักร รถน้อยคล่องตัว 3.เบี่ยงเพลินขาออก รถน้อยเคลื่อนตัวได้ดี ไม่มีปัญหา 4.หน้า บ.สมบัติทัวร์ รถน้อยคล่องตัว 5.ประตู 5 (สนามบินดอนเมือง ) รถมากเคลื่อนตัวได้ตลอด 6.ปากซอยวิภาวดี ซอย 3 การจราจรรถน้อยคล่องตัวดี สน.วิภาวดี​ กก.2​ บก.จร สายด่วน​จราจร​ 1197&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33509</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., การจราจร, ตำรวจจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb06fc4dd619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งด่วน!ตร.จราจรเชียงใหม่เรียกรับเงินนักท่องเที่ยวจีนปลดล็อครถจยย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เชียงใหม่นิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีคลิปวีดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนายหนึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทำการเรียกเก็บเงินเกี่ยวกับค่าปลดล็อครถจักรยานยนต์ กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.เชียงใหม่ระบุเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2562 ในโลกโซเซียลมีนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวไทยได้เผยแพร่พฤติกรรมของตำรวจจราจรนายหนึ่ง ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในลักษณะการเรียกเก็บเงินค่าปลดล็อกล้อรถจักรยานยนต์นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ถ.พระปกเกล้า อ.เมืองเชียงใหม่ เวลาประมาณ 22.00 น ของวันที่ 19 ม.ค.62 ที่ผ่านมา โดยในคลิปวีดีโอนั้นพบว่ามีนักท่องเที่ยวรายหนึ่งได้ยื่นเงินธนบัตรจำนวนหนึ่งให้กับตำรวจจราจร ในลักษณะเพื่อเป็นค่าปลดล็อกล้อรถจยย. โดยตำรวจรายดังกล่าวก็ได้เอาใบสั่งคืนจากนักท่องเที่ยวและเก็บเงินไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ ณ ศปก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมกับมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยหากพบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด พร้อมกำชับให้คณะกรรมการดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คงต้องรอให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย หากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำความผิดเสียเอง ก็ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยว เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน หรือนักท่องเที่ยวส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก สตช.กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ หากพบว่าละเลยอาจใช้หลักเกณฑ์ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ในการพิจารณาทัณฑ์ด้วย โดยตำรวจนายใดมีพฤติกรรม เรียกรับผลประโยชน์ ประพฤติมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น จะดำเนินการตามกฏหมาย และระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น และ ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27097</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปตำรวจ, จ.เชียงใหม่, ตำรวจจราจร, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c451d46cee7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
