<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหนุ่มค้ายา-ผัวเมียขนไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 นำกำลังเข้ารวบหนุ่มใหญ่พร้อมของกลางยาบ้า 6 พันเม็ด ขณะที่ ตชด.เมืองคอนจับ 2 ผัวเมียรับจ้างขนยาไอซ์ล็อตใหญ่ 16 กก. มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท บนถนนเอเชียขาล่องใต้ สารภาพทำครั้งแรกขนมาจากกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบทราบของ พล.ต.ต.นัฐ สิงห์อุดม รอง ผบช.ตชด./รรท.ผบก.ตชด.ภาค 4 ว่าที่บริเวณตำบลคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดจึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.บูรหัน ตานีเห็ง ผกก.ตชด.44 ร่วมกับ ร.ต.อ.นฤชาติ เวชโช หน.ชปส.บก.ตชด.ภาค 4, ร.ต.ท.นราพัทธ์ มีคำ หน.ชปข.ร้อย ตชด.444, ร.ต.อ.หริณย์ หิรัญไพบูลย์ หน.ชปส.กก.ตชด.44 และ ร.ต.ท.ชยันธร ชูกลิ่น หน.ชปส.ร้อย ตชด.447 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.ภาค 4 อีกจำนวนหนึ่งวางแผนเข้าทำการล่อซื้อที่บริเวณหน้ามัสยิดกลาง ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวสามารถล่อซื้อยาเสพติดได้ พร้อมควบคุมตัว นายจรัญ สุขยะฤกษ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 874 ถ.สาครมงคล 2 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมยึดยาบ้า จำนวน 3 มัด (6,000 เม็ด), รถ จยย.จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวน 1 เครื่อง ก่อนแจ้งข้อหานายจรัญ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ที่ สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.นที ศรีสุข ผบ.ร้อย ตชด.427 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชพร้อมด้วยกำลัง ตชด.ชปส.กองร้อย ตชด.427 และกำลังตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์ ได้ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายสาแหละ มู่หัมหมัด อายุ 52 ปี และ น.ส.วนิดา มู่หัมหมัด อายุ 38 ปี &amp;nbsp;2 สามีภรรยาชาว อ.สิงหนคร จ.สงขลา โชเฟอร์ขับรถพ่วงบรรทุก18 ล้อพร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 16 ห่อ น้ำหนักห่อละ 1 กก. รวม 16 กก. มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.นที ศรีสุข ผบ.ร้อย ตชด.427 ทุ่งสง แถลงว่าทั้งนี้จากการสืบทราบของแหล่งข่าวทราบว่า นายสาแหละ มู่หัมหมัด อายุ 52 ปี และ น.ส.วนิดา มู่หัมหมัด อายุ 38 ปี 2 ผัวเมียซึ่งมีอาชีพขับรถพ่วงบรรทุก ได้แอบลักลอบรับจ้างขนยาไอซ์จำนวนมากมากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 62-4338 กทม. จึงนำกำลัง ตชด. 427 และตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์ วางแผนมาดักสกัดจับบนถนนสายเอเชีย 41 ขาล่องใต้ บริเวณท้องที่ ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อนายสาแหละขับรถผ่านมาจึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น พบยาไอซ์จำนวน 16 ห่อซุกซ่อนเบาะหลังคนขับ จึงทำการจับกุมตัวมาทำการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนเป็นครั้งแรกมาจาก &amp;nbsp;กทม. เพื่อมาส่งให้กับลูกค้า แต่มาพลาดถูกจับกุมเสียก่อน ซึ่งทางตำรวจจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.ต.นัฐ สิงห์อุดม, รอง ผบช.ตชด./รรท.ผบก.ตชด.ภาค 4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6106c7f78aa83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตชด.237 วิสามัญพ่อค้ายาบ้า พบประวัติโชกโชน อยู่บ้านหรูรวยอู้ฟู่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 07.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ตชด.237) บ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แจ้งความต่อ พ.ต.อ.ประเสริฐ ธรรมชัย ผกก.สภ.ศรีสงคราม ว่าได้วิสามัญผู้ค้ายาเสพติด เหตุเกิดบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2390(นาพระชัย-ปฏิรูป) พื้นที่บ้านหาดแพงหมู่ 5 ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จึงร่วมตรวจที่เกิดเหตุร่วมกับชุดสืบสวน และปลัดอำเภอ พบเจ้าหน้าที่ ตชด.237 จำนวน 4 นาย รอให้รายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณที่เกิดเหตุพบศพผู้ตาย เป็นชาย ทราบจากบัตรประชาชนว่าชื่อนายทรัพย์ทวี เพียมา อายุ 48 ชาวบ้านหนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสำดำ กางเกงยีน สวมแว่นตา ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าข้างถนน มือขวามีอาวุธปืนสั้น CZ 75 D นิ้วชี้ยังคาอยู่ในไกปืน ห่างจากศพนายทรัพย์ทวีไปเล็กน้อย มีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ แคป สีดำ ทะเบียน บท 9830 นครพนม ที่วางเท้าด้านซ้ายคนขับพบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ซุกอยู่ในกระสอบปุ๋ยสีขาวยี่ห้อหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่านายทรัพย์ทวี มีพฤติกรรมพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด พื้นเพเป็นคนบ้านดงสว่าง ต.บ้านผึ้ง แต่ผู้นำหมู่บ้านไม่ทราบว่าผู้ตายย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านหนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง ตั้งแต่เมื่อไหร่ และบ้านเลขก็ไม่มีคนอยู่อาศัย ซึ่งนายทรัพย์ทวี ได้ปลูกบ้านอยู่ที่บ้านดงสว่าง มีรถยนต์ 2 คัน สวมใส่สร้อยทองคำหรูหรา ทั้งที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สืบทราบว่าผู้ตายมีเมียที่อยู่กินกันได้เพียงปีเศษ แต่ไม่มีลูกด้วยกัน โดยทั้งสองพัวพันกับยาเสพติดมานาน จึงเป็นที่สงสัยของบุคคลในชุมชนและหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุ ตชด.237 สืบสวนจนทราบแน่ชัดว่านายทรัพย์ทวีเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติด โดยจะตระเวนส่งยาบ้าให้กับลูกค้าทั้งในและนอกพื้นที่ และจะมีเมียร่วมเดินทางมาด้วยเสมอ จึงส่งสายลับเข้าไปตีสนิทและทำการล่อซื้อ กระทั่งผู้ตายติดกับดัก ได้ตกลงนัดส่งยาบ้ากันในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม จากนั้นชุดปฏิบัติการ ตชด.237 ได้ประชุมวางแผนตั้งจุดสกัดบริเวณถนนทางหลวงสายบ้านนาพระชัย-บ้านปฏิรูป โดยนายทรัพย์ทวีได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาพร้อมกับเมีย พอถึงจุดเกิดเหตุชุดปฏิบัติการได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจค้น แต่นายทรัพย์ทวี ขัดขืนชักอาวุธปืนยิงรัวใส่เจ้าหน้าที่หวังเบิกทางหลบหนี ก่อนจะเปิดประตูเพื่อวิ่งเข้าป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงวิสามัญจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนเมียของผู้ตายได้นำตัวไปสอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99029</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายาเสพติด, ตำรวจตระเวนชายแดน, นครพนม, วิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_60713d15c33f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นิค นิรนาม’ควงลูกชายเปิดใจ หลังภรรยาเสียด้วยโรคมะเร็ง รับลาออกตชด.เพราะกลัวตาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นิค นิรนาม&amp;rdquo;&amp;nbsp;ควงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนน้องฟอร์ด ธนกฤต มาเปิดตัวผ่านทางรายการคุยแซ่บshow&amp;nbsp;พร้อมเปิดใจหลังสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ ทั้งนี้ยังเผยจุดเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิง จากตำรวจตระเวนชายแดนมาเป็นศิลปินผู้บุกเบิกเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตคนแรกของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เพิ่งเสียภรรยาไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้โอเคหรือยัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;มันก็ปกติ ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ทุกวันนี้เข้าที่เข้าทางบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด:&amp;nbsp;เป็นบางครั้ง บางครั้งก็คิดถึงคุณแม่บ้างเป็นเรื่องปกติ แต่หลังยากผ่านมาเดือนนึงได้ก็โอเคขึ้นแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาลเราเริ่มทำใจหรือยัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด:&amp;nbsp;เริ่มทำใจตั้งแต่คุณแม่เข้าโรงพยาบาลแล้วครับ เพราะตอนนั้นคุณหมอบอกแล้วว่าเป็นมะเร็งระยะที่2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนั้นคุณแม่ร้องไห้มากพยายามจับมือผมแล้วช่วง7-8&amp;nbsp;วันก่อนที่เขาจะเสียเขาก็ร้องตลอดร้องหาผม ผมเฝ้าตั้งแต่ตื่นอยู่จน6&amp;nbsp;โมงเช้าเรียกว่าไม่ได้นอนเลยดีกว่า แล้วก็เปลี่ยนเวรกับปาป๊าอีกทีนึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่ามีการสั่งเสียทิ้งท้ายไว้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ก็มีๆความรู้สึกของเขาคงคิดว่าคงไม่นาน บอกว่าให้ปล่อยวางบางสิ่งบางอย่างถ้ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัวหรือภายในชีวิตก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรก็ทำไปตามปกติแต่ว่าให้ดูแลลูกให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอรู้ว่าภรรยาเป็นเป็นมะเร็งหมดกำลังใจเลยไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;กว่าที่เราจะรู้ว่าเขาเป็นมะเร็งตั้ง8&amp;nbsp;เดือนไม่สบายมา8&amp;nbsp;เดือนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน เหนื่อยง่ายไม่แรงพอเราบอกว่าไปหาหมอไหมเขาบอกไม่เป็นไร 4-5&amp;nbsp;เดือนไปเริ่มขับรถไม่ได้แล้วเขาก็ไม่ยอมไปหาหมอตอนนั้นไปคลินิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอไปเจอหมอครั้งแรกหมอบอกเลยไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;พอไปโรงพยาบาลย่างเข้าเดือนที่9&amp;nbsp;ไม่ไหวแล้วช็อกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด:&amp;nbsp;วันนั้นเขาช็อกครับ ประมาณว่าเหมือนคนชักกระตุกน้ำลายฟูมปาก ทีนี้เราตัดสินใจเรียกรถพยาบาลมาก่อนพอคุณแม่นอนได้วันนึงตอนแรกเขาบอกว่าเป็นเนื้องอกก่อนก็ยังไม่ทราบว่าเป็นมะเร็ง หลังจากนั้น3-4&amp;nbsp;วันถึงทราบว่าเป็นมะเร็งระยะที่2&amp;nbsp;อาการเพิ่มเติมครั้งแรกที่ปอดจากนั้นมันก็ลามไปที่สมองกระจายไปในสมอง ทำให้เป็นระยะสุดท้ายก็เลยถูกส่งตัวไปที่ศูนย์มะเร็งลพบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;เขาก็รู้ตอนแรกหมอจะผ่าสมองแต่ว่ามันเป็นขั้นสุดท้ายถึงผ่าไปมันก็ไม่อะไร หมอก็เลยวิจัยว่าฉายแสงดีกว่าก็ฉายแสงมา15&amp;nbsp;ครั้งช่วงนั้นก็ให้กำลังใจมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่เขาสั่งเสียอะไรไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด:&amp;nbsp;ไม่มีอะไรเยอะ คุณแม่เขาคงรู้ตัวแล้วไม่อยากให้เราเป็นห่วง พยายามทำให้เราโกรธเล่นเราพูดอะไรเขาจะไม่พูดด้วยทำหน้าเมินๆใส่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในครอบครัว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ใช่ครับ เป็นการสูญเสียแบบที่เราไม่เคยเจอ แต่เราก็ให้กำลังใจเขาตลอดนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้นอกจากต้องตื่นเช้าไปส่งลูกไปโรงเรียนยังต้องทำอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ทำทุกอย่าง ซักเสื้อผ้า เพราะผมเป็นคนที่รักลูก ปกติแม่เขาจะทำให้พอไม่มีผมก็ต้องทำเตรียมอาหารให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดกับคุณแม่ทำให้เราโตขึ้นกว่าเดิมไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด:&amp;nbsp;มันมีทั้งส่วนจริงและส่วนไม่จริงบ้าง ส่วนจริงก็คือมันฝึกความรับผิดชอบเราเราต้องดูแลบุพการี แต่ส่วนที่มันไม่ถูกต้องคือเราต้องสูญเสียคุณแม่ผมคิดว่ามันก็ได้อย่างเสียอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อไม่เคยตีลูกตั้งแต่3&amp;nbsp;ขวบ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ก่อนที่จะถึง3&amp;nbsp;ขวบคือตีครั้งนึงเลือดกลบปากเลย เพราะว่าเราห้ามแล้วห้ามอีกในที่สุดก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้หลังจากนั้นก็สงสารลูกมีแต่สอนเอาๆ&amp;nbsp;แล้วเขาเป็นคนที่จดจำแล้วปรับปรุงได้รวดเร็ว แล้วเขาก็ไม่ทำในสิ่งที่เราบอกว่าไม่ดีนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อห่วงลูกชายไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ทั้งห่วงทั้งหวงแหละครับ แต่ว่าให้เขาตัดสินใจเอาเองเราดูอยู่ห่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากเข้าวงการบันเทิงไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด:&amp;nbsp;ตอนเด็กๆเคยคิด แต่พอโตมาคิดว่าเราไม่น่าจะเหมาะกับสายบันเทิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อไหมว่าพ่อเข้าวงการเพราะกลัวตาย ตอนนั้นเป็นตำรวจตระเวนชายแดนมาก่อน ตอนนั้นหน้าที่ของพี่มีอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;คือคุณพ่อของพี่เจาเป็นตำรวจเราก็อยากเป็นตำรวจตามเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น พ่อเขาเป็นตำรวจภูธรผมไปสอบตั้งหลายครั้ง3-4&amp;nbsp;ครั้งแต่ไม่ได้ก็เลยไปสอบตชด.ที่มันยากมากปรากฎว่าได้ชีวิตก็เลยผกผันก็เป็นอยู่หลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ชมพูบอกว่าพี่กลัวตายพี่กลัวตายอะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;มีใครไม่กลัวตายบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเสี่ยงขนาดนั้นเลยเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ชีวิตมันแขวนอยู่บนเส้นด้าย แล้วในรุ่นเดียวกันก็ตายไปหลายคนแต่เราก็รอดมาได้นี่ก็เป็นบุญแล้ว อีกอย่างตอนนั้นเราเป็นหน่วยปฏิบัติการทางด้านจิตวิทยาเป็นนักพูดนี่แหละ ไม่อยากให้ชาวบ้านเป็นคอมมิวนิสต์อยากให้เป็นประชาธิปไตย ก็มีการร้องรำทำเพลงเราก็แต่งเพลงเล่นในก๊วนก็เห็นว่าเราแต่งเพลงดีน่าจะไปอัดเสียงเริ่มเป็นไฟ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพี่มาเป็นนักร้องได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;พอเพื่อนยุๆแต่เราก็เล่นกีต้าร์นะทีนี้เราก็อยากไปอัดเสียงด้วย เพลงแต่งไว้หลายเพลงอยู่ในป่ามันไปไม่ได้หรอกต้องมีคนมาเปลี่ยนแต่มันยังไม่มีใครมาเพราะถ้ามาก็มารอความตาย ที่สุดเราก็ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเหตุการณ์ที่เราเฉียดตายมากที่สุดไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;มีการปะทะกันนั่นแหละคือเฉียดตายที่สุดมีบาดเจ็บในร่างกายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเราเอาเพลงที่แต่งไปไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ก็จะเอาไปเสนอค่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก่อนที่เราเอามาเสนอค่ายเห็นว่าครอบครัวรู้ก่อนว่าเราลาออกโกรธมากเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;ครอบครัวนี่ทางปู่ย่าตายายญาติพี่น้องทุกอย่างเขาบอกว่าเอ็งเป็นเจ้าคนนายคนดีๆไม่ชอบชอบเต้นกินรำกินทำไมถึงชอบอย่างนั้นจากนี้ไปถ้าจะเต้นกินรำกินไม่ต้องเข้ามาในหมู่บ้านตัดเลย เราก็เข้าบ้านไม่ได้เราก็เลยตัดสินใจมาอยู่ที่อุบลกับเพื่อนแล้วก็ยุคนั้นเป็นยุคโฟล์คซองก็เลยมาเล่นโฟล์คซองตั้งวงรับสมัครพักพวกเข้ามา แล้วเราเป็นคนเขียนเพลงพอรวบรวมได้ก็เข้ากรุงเทพฯเพื่อจะเอาเพลงนี้ไปเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค นิรนาม ชื่อนี้มาจากไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิค:&amp;nbsp;นิรนามมันไม่มีชื่อให้จำเนื้อหาสาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98212</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจตระเวนชายแดน, นิค นิรนาม, ฟอร์ด ธนกฤต, มะเร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60683e50a6324.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจตั้งแบริเออร์-ลวดหนามสกัดม็อบบุกทำเนียบ ขรก.ทยอยเดินทางกลับแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 3 ได้นำแท่งแบริเออร์และลวดหนามสูง 3 ชั้นวางบริเวณถนนลูกหลวงเชิงสะพานเทวกรรมรังรักษ์ ซึ่งเป็นทางเข้าทำเนียบรัฐบาลฝั่งประตูอรทัย พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ 1 กองร้อยดูแลความเรียบร้อย ส่วนแยกที่ผ่านไปนางเลิ้งใช้ตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.) 1 กองร้อย นอกจากนี้ยังให้ ตชด. สแตนบายที่บริเวณสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบฯด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ทำเนียบฯยังได้ตั้งวอร์รูมมอนิเตอร์สถานการณ์การชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือม็อบอีกครั้งในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ สำหรับบรรยากาศทำเนียบฯในช่วงบ่าย บรรดาข้าราชการได้เริ่มทยอยเดินทางกลับ ตั้งแต่เวลา 12.30 น. โดยเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานในทำเนียบฯได้ขนเอกสารสำคัญกลับด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจตระเวนชายแดน, ตำรวจนครบาล, ทำเนียบรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86a39d6a1b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลวงถํ้าช่วยชีวิต เจาะผนังระบายน้ำออกเปิดทางหน่วยซีล/นายกฯลงพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนฟ้าไม่เป็นใจในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี ตกตลอดวันจนน้ำในถ้ำเพิ่มสูงทำให้ซีลต้องถอยร่น ใช้แผนใหม่เริ่มเจาะผนังระบายน้ำ พร้อมเล็งขยายรูช่วงปลายถ้ำแข่ง อธิบดีกรมทรัพย์ชี้ต้องทะลวงต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ลั่นแม้ต้องทำลายถ้ำเพื่อชีวิตก็ต้องยอม &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตรียมลงพื้นที่ด่วนให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน ระบุไม่ต้องมาต้อนรับ นานาชาติรุดส่งทีมช่วยเหลือ &amp;nbsp;สหรัฐส่งทีม USPACOM มา 32 นาย ส่วนออสเตรเลียรอประสาน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มิ.ย. การค้นหานักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต ที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. ยังคงอยู่ในความสนใจของสังคม รวมทั้งการส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการช่วยเหลือทำงานด้วยความสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 02.00 น. เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แม่สายอีกครั้ง จนทำให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้สลับเปลี่ยนกำลังพัก ขณะเดียวกันทีมนักดำน้ำนานาชาติก็ได้ออกมาและกลับไปพักผ่อน ส่วนหน่วยซีลทหารเรือยังคงอยู่ในถ้ำ แต่ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ทำให้จำเป็นต้องยุติการค้นหาชั่วคราว ซึ่งฝนก็ยังคงกระหน่ำไม่มีทีท่าจะหยุด ทำให้น้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก มีน้ำซึมไหลจากด้านในออกมาด้านนอก จนทำยุติการทำงานและตัดกระแสไฟฟ้าในถ้ำเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ช่วงเช้าวันที่ 28 มิ.ย. ฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้นอีก จนน้ำท่วมสูงจนถึงปากถ้ำ ทำให้ต้องหยุดการสูบน้ำชั่วคราวรอให้น้ำลดเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เป็นครั้งที่ 2 เพื่อร่วมประชุมวางแผนปรับวิธีการปฏิบัติงานให้เข้ากับสถานการณ์ เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ได้เดินลาดตระเวนฝั่งขวาของถ้ำ ในการตรวจสอบปล่องถ้ำที่ 4 ว่ามีขนาดความลึกเท่าใด เพื่อหาทางเชื่อมเข้าถ้ำหลวงฯ ที่ใกล้กับจุดเนินหาดพัทยาให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.อนุพงษ์แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตว่า เจ้าหน้าที่จะสูบน้ำออกจากถ้ำให้มากที่สุด เนื่องจากฝนที่ตกหนักก่อนหน้านี้ได้ทำให้ภายในถ้ำถูกน้ำท่วมจนไหลออกมาหน้าปากถ้ำ เพื่อให้หน่วยซีลเริ่มปฏิบัติงานในถ้ำให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ทีมประดาน้ำยังไม่สามารถเข้าไปเพิ่มเติมได้ ต้องรอระดับน้ำลดลงกว่านี้ก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ยังกล่าวว่า การทำงานด้านภายนอกถ้ำ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจปล่องต่างๆ ที่พบบนภูเขาเหนือถ้ำ ซึ่งขณะนี้มี 3 ปล่อง เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ปล่องแรก 50 เมตร, ปล่องที่สอง 10 เมตร และปล่องที่สาม 20 เมตร โดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และกรมทรัพยากรธรณีจะใช้เครื่องมือในการตรวจสอบว่าสามารถทะลุเข้าไปในโพรงถ้ำได้หรือไม่ นอกจากนี้ วิศวกรรมสถานฯ และกรมทรัพย์ยังเสนอว่าให้เจาะผนังถ้ำด้านข้างเข้าไป ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบจุดที่จะเจาะ และการประสานเพื่อยกเครื่องมือในการเจาะขึ้นไป เพราะมีน้ำหนักหลายตัน ต้องพิจารณาว่าจะยกขึ้นไปอย่างไร รวมทั้งดูจุดตั้งที่แน่ชัด
เล็งขยายรูปลายน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกจุดที่สำรวจคือบริเวณปลายถ้ำ ซึ่งอยู่เลยไปจากจุดหาดพัทยาที่พบว่ามีน้ำไหลออกมา จึงต้องตรวจสอบว่าจะขยายรูที่น้ำไหลออกได้หรือไม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปได้ ขณะที่อีกหนึ่งจุดคือบริเวณผาหมี ซึ่งเป็นต้นน้ำ เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้ร่วมกับอุทยานกำลังไปดูว่ารอยแตกที่พบในบริเวณดังกล่าวจะทะลุเข้าไปภายในได้หรือไม่ คิดว่าถ้าเป็นไปตามแผนน่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับแผนตามสภาพการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานฯ กล่าวว่า การเจาะโพรงถ้ำต้องดูลักษณะหิน ซึ่งถ้ำหลวงเป็นหินปูนเป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสร่วงได้ หากเจาะแนวดิ่งบางจุดสามารถหลุดร่วงได้ ดังนั้นต้องประเมินความแข็งแกร่งก่อนว่าการเจาะอันตรายต่อภาพรวมของถ้ำหรือไม่ โดยให้กรมทรัพย์วิเคราะห์ความหนาของกำแพงถ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ทีมนักธรณีวิทยาได้ร่วมกันวิเคราะห์ธรณีสัณฐาน และสร้างภาพจำลองสามมิติความหนาของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแล้ว พบว่ามีระดับความหนาของชั้นหินปูนตั้งแต่ 100-200 เมตร ซึ่งในทางเทคนิคบริษัทเอกชนขุดเจาะเหมืองทำได้ แต่อุปสรรคคือการขนเครื่องจักรอุปกรณ์หนักไป หากต้องเจาะบนปากปล่องถ้ำหลวงฯ ที่คาดว่าจะใกล้จุดหาดพัทยา ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าทีมฟุตบอลเยาวชนพร้อมโค้ชทั้ง 13 ชีวิตอยู่
นายทศพรกล่าวอีกว่า ส่วนแผนใหม่ที่ต้องทำคู่ขนานทันทีคือการขยายถ้ำด้านใน ซึ่งมีความแคบและน้ำท่วมถึงเพดานถ้ำ จนทำให้หน่วยซีลไม่สามารถเข้าถึงโถงถ้ำในจุดต่อไป หรือจุดที่ลึกกว่านั้นได้ เบื้องต้น ประเมินว่าต้องเจาะเพดานถ้ำ หรือขยายให้กว้างประมาณ 100 เมตร ให้มีเพดานที่กว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้ทีมเอกชนกำลังเร่งวิเคราะห์สัณฐานถ้ำ และเตรียมเข้าพื้นที่เพื่อทำงานให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ยอมรับว่าทางเลือกนี้ยอมทำลายถ้ำและเสียรูปถ้ำเพื่อแลกกับชีวิตคน และถ้าลงมือต้องทำต่อเนื่อง 24 ชม.
รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปฐพี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมเจาะผนังถ้ำหลวงฯ ว่าได้ลำเลียงเครื่องมือการขุดเจาะมาอยู่ในพื้นที่แล้ว ซึ่งใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เพอร์คัสชัน ดริลลิง หรือหัวเจาะกระแทกมาใช้ โดยการเจาะเบื้องต้นต้องเจาะในลักษณะแนวราบ ด้านข้างภูเขาไม่เจาะในแนวดิ่ง เนื่องจากมีความสูงเสี่ยง และมีรัศมีความกว้างของรูเจาะ 4-5 นิ้ว จากนั้นจะใช้กล้องส่องสว่าง หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกภาพสอดเข้าไปด้านใน&amp;nbsp;
ใช้ 1 วันทะลวงผนังถ้ำ
&amp;ldquo;การเจาะครั้งนี้มีความเสี่ยงด้านการสั่นสะเทือนอยู่บ้าง และต้องดูด้วยจะมีอุปสรรคขณะเจาะหรือไม่ ทั้งเรื่องของหินที่จะหล่นลงมาและฝนที่จะตก และหากไม่มีอุปสรรค คาดว่าจะใช้เวลา 1 วัน ระยะทางการเจาะ 100 เมตรจึงจะแล้วเสร็จ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอข้อมูลจาก ปตท.สผ.ที่ขึ้นไปสแกนพื้นที่โครงสร้างของถ้ำ ซึ่งต้องใช้ข้อมูลทั้งบนผิวของถ้ำกับด้านในถ้ำมาประกอบกัน แล้วกำหนดจุดที่ชัดเจนของการเจาะ คาดว่าจะทราบจุดที่ชัดเจนภายในวันนี้&amp;rdquo; รศ.ดร.สุทธิศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.50 น. ทีมงานจาก ปตท.สผ. ซึ่งทำหน้าที่สำรวจข้อมูลด้านปิโตรเลียม ซึ่งคุ้นเคยกับการทำงานการสำรวจเป็นอย่างดี เข้าร่วมพูดคุยถึงเรื่องการใช้โดรนตรวจจับความร้อน จำนวน 3 ตัว ขึ้นบินสำรวจภูมิประเทศเพิ่มเติม เพื่อทำแผนที่ประกอบการสำรวจและช่วยเหลือแบบ 3 มิติ โดยทีม ปตท.สผ.ได้นำเทคโนโลยีเข้าร่วมคือ หุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ, โดรน ซึ่งสนับสนุนการทำแผนที่ 3 มิติ, หุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ และยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini-ROV) โดย Mini-ROV นี้นำเข้าจากต่างประเทศและเดินทางถึงไทยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 17.50 น. ยังคงเกิดฝนตกหนักบริเวณถ้ำหลวงฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นอุปสรรคในการเร่งค้นหาเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันทีมขุดเจาะน้ำบาดาลจาก จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาถึงบริเวณถ้ำหลวงฯ เพื่อเจาะจุดใดจุดหนึ่งเพื่อระบายน้ำในถ้ำหลวงฯ ออกมาให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.21 น. เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องขุดเจาะขนาดใหญ่เจาะถ้ำหลวงฯ เพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำ โดยใช้แท่งเหล็กขนาด 6 นิ้ว เจาะลงไปบริเวณที่น้ำระบายยาก โดยเจาะลงไปถึงผนังถ้ำชั้นใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 20.39 น. การขุดเจาะเริ่มมีน้ำไหลออกมาบางส่วนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อม ตชด.กว่า 100 นาย นำสุนัขตำรวจสำรวจด้านฝั่งขวามือของถ้ำหลวงฯ โดยได้พบหมวกแก๊ปสีแดงลายยอดมนุษย์ เขียนหน้าหมวกว่า SUPERMAN ลอยมากับน้ำตกดอยผาหมี ซึ่งคาดว่าอาจเป็นของหนึ่งในเด็กชาย แต่เมื่อสอบถามญาติและครอบครัวผู้สูญหาย ยืนยันว่าหมวกใบนี้ไม่ใช่ลูกหลาน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปูพรมเร่งหาเบาะแสอื่นต่อไป
บิ๊กตู่ลงพื้นที่ถ้ำหลวงด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนกลางนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกฯ ครบรอบปีที่ 86 ว่าเจ้าหน้าที่เขากำลังทำงานอยู่ และเดี๋ยวเขารายงานมาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้ติดตามและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยได้กำชับให้ พล.อ.อนุพงษ์ติดตามข้อมูลจากจังหวัด แล้วรายงานตรงตลอดเวลา และขอความกรุณาสื่อมวลชนใช้ดุลพินิจในการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์ ขอให้คำนึงถึงความรู้สึกของญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุและภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งทุกคนยังมั่นใจว่าจะสามารถค้นหาและช่วย 13 ชีวิตได้สำเร็จ
ต่อมา พล.ท.สรรเสริญแถลงอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงทั้ง 13 ชีวิตที่ยังติดอยู่ในถ้ำ จึงวางแผนที่จะลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อให้กำลังใจกับครอบครัวผู้ปกครองของเด็ก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกฯ ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่ว่าภาคส่วนไหนก็ตาม ต้องเสียสมาธิเพราะมาให้การต้อนรับ จึงอยากให้ทุกคนทำงานตามปกติ ไม่จำเป็นต้องให้คนไปต้อนรับที่สนามบิน รวมถึงไม่ต้องเตรียมรายงานพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น หากนายกฯ มีข้อสงสัยเรื่องใด จะสอบถามจากทางเจ้าหน้าที่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 14.45 น. พล.ท.สรรเสริญเผยอีกครั้งว่า นายกฯ จะเดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย ในวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 07.00 น. โดยขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ส่งรถศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือรถโมบายดาวเทียมเคลื่อนที่ เข้ามาจอดเตรียมความพร้อมในทำเนียบฯ หากเกิดความจำเป็นต้องคอนเฟอเรนซ์เพื่อติดตามความคืบหน้า หรือสั่งการระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ โดยรถดังกล่าวจะนำไปประจำการที่ถ้ำหลวงฯ 2 คัน และที่ทำเนียบฯ 1 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ทุกฝ่ายพยายามช่วยค้นหาอย่างเต็มที่ แต่ยังเข้าไปไม่ได้ และไม่เจอตัวเด็กๆ ซึ่งก็ต้องพยายามสูบน้ำออกให้ได้ ขณะนี้ทาง USPACOM ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ 30 นาย โดยนำเอาอุปกรณ์มาด้วย เพื่อเจาะผนังถ้ำ ซึ่งคงรู้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอให้กำลังทุกฝ่ายร่วมมือกัน และทุกคนทั้งประเทศก็อยากให้เจอเด็ก ผมก็ให้อยากทำสำเร็จ เราพยายามทำอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะอดหลับอดนอนก็ตาม เราก็ต้องพยายามเข้าให้ได้&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ออกคำแถลงเรื่องความร่วมมือกับทางการไทยที่ถ้ำหลวงว่า อเมริกามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อกรณีดังกล่าว กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก (USPACOM) ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยเพื่อช่วยตามหาผู้สูญหายตามคำขอของรัฐบาลไทย ขณะนี้ทีมค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐเดินทางถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว และหวังว่านักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยในเร็ววัน
สหรัฐส่งทหาร 32 นายร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกองกำลัง USPACOM ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารมาถึงไทยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. โดยเครื่องบินลำเลียงซี 130 จำนวน 32 นาย พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมด นอกจากนี้ประเทศออสเตรเลียก็จัดส่งเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัย ทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ที่มาช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ระหว่างประสานงาน&amp;nbsp;
ด้านนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า สหรัฐขอส่งกำลังใจและขอแสดงความห่วงใยกรณีนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนรวม 13 คน สูญหายเข้าไปภายในถ้ำหลวงฯ จ.เชียงราย
นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์การค้นหากลุ่มเยาวชนทีมฟุตบอลนักเรียน 13 คนที่ติดค้างในถ้ำหลวงฯ เช่นกัน พร้อมระบุว่า สปป.ลาว ได้ส่งนักประดาน้ำชาวลาว จากมูลนิธิกรมการกู้ภัยแห่งชาติ สปป.ลาวที่ 1623 เข้าร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในช่วงเย็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.สส., พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. และคณะ ได้ลงพื้นที่ถ้ำหลวงฯ เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นายแพทย์ธนา ธุระเจน รองนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คน ว่าได้เตรียมดูแลภาวะวิกฤติไว้ 3 ด้าน คือ การบาดเจ็บทางสายตา เพราะอยู่ในที่มืดนาน จึงได้เตรียมแว่นและอายแพตช์ไว้ ส่วนที่ 2 คือภาวะอุณหภูมิต่ำ ได้เตรียมผ้าห่มไว้ และส่วนที่ 3 การใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งทางศูนย์ประสานได้เตรียมไว้แล้ว โดยหากพบเจอเด็กๆ จะรีบทำการรักษาทันที และได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์และทีมแพทย์ไว้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประเมินว่า ร่างกายของคนเราโดยปกติแล้วจะขาดน้ำและอาหารได้ประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งกรณีของนักเตะเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คนนั้น เชื่อว่าเรื่องการขาดอาหารยังไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าทั้งหมดเป็นนักกีฬา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธเนศ วีระศิริ, ตำรวจตระเวนชายแดน, ทศพร นุชอนงค์, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, พล.ต.ต.นายแพทย์ธนา ธุระเจน, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แสง สุขะทิวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34f00895a69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
