<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ยอมตร.จับผิดตัว นายโทรขอเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาทนายความ ภาค 4 รุดตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุตำรวจทางหลวงรวบประธานสภาทนายความศาลจังหวัดพล แต่เป็นการจับผิดตัว ย้ำชัดทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ทั้งตำรวจและทนายความ ขณะที่นายตำรวจใหญ่โทรศัพท์มาขอเคลียร์ ระบุตำรวจทำผิดจริงพร้อมขอเข้าพบที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่นายปกาญจน์ นพศรี อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 7 บ.หัวหนองแวง ต.ดอนดู่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ประธานสภาทนายความศาลจังหวัดพล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 2 นาย ขับรถตำรวจทางหลวงหมายเลขทะเบียน 1 ชญ-9004 กรุงเทพมหานคร หมายเลขข้างรถ 4209 มาจอดตรงข้ามที่ทำการ อบต.ดอนดู่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น พร้อมแสดงหมายจับของบุคคลอื่นแต่ได้พยายามทำการจับกุมตัว นายปกาญจน์ ทั้งที่มีการพูดคุยและตรวจสอบหมายจับต่างๆ แล้ว แต่ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายไม่ฟังและพยายามที่จะจับกุมตัวนายปกาญจน์ขึ้นรถตรวจการณ์ตำรวจทางหลวงให้ได้ จนกระทั่งมีชาวบ้านมาพบและทำการช่วยเหลือไว้ได้ทันตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปเสียงการสนทนาพูดคุยระหว่างตำรวจระดับสูงของ จ.ขอนแก่นกับนายปกาญจน์ เพื่อขอเคลียร์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใจความสำคัญในการสนทนาคือ นายตำรวจที่โทรศัพท์มาได้บอกกับทนายความว่า ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายนี้เป็นตำรวจตั้งใจทำงาน เป็นพรรคพวกกัน ทั้งคู่ยอมรับว่าล็อกจริงและเป็นการถือหมายจับไปจับผิดตัว ตอนนี้ทั้งคู่ไม่สบายใจ อยากขอโทษ จึงประสานมาให้นายตำรวจที่อยู่ในสายได้มาพูดคุย และขอร้องว่าไม่ให้เรื่องถึงนักข่าว แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าข่าวห้ามไม่ทันแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกาญจน์ นพศรี ประธานสภาทนายความศาล จังหวัดพล กล่าวว่า ภายหลังจากที่นายตำรวจระดับสูงได้โทรศัพท์มาพูดคุย โดยส่วนตัวยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องระหว่างตนเองกับตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย แต่เป็นเรื่องของระดับองค์กรซึ่งได้มีการเสนอเรื่องต่อสภาทนายความเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม องค์กรตำรวจควรได้รับการแก้ไข หากจะขอโทษต้องขอโทษต่อหน้าผู้นำองค์กรระดับสูงของตนเอง และจะไม่มีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่มีคนหน้าเหมือน ไม่มีการทำคลิปกลั่นแกล้งใคร และตำรวจทางหลวงในคลิปก็เป็นตำรวจจริงๆ คนรูปร่างท้วมชื่อ ด.ต.สุริยา วงษ์เบาะ คนรูปร่างผอมชื่อ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ มาเพชร &amp;nbsp;เป็นตำรวจทางหลวงประจำตู้ยามทางหลวง อ.พล จ.ขอนแก่น ส่วนรถก็เป็นรถตำรวจทางหลวงจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ วาทบัณฑิตกุล กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 พร้อมคณะกรรมการสภาทนายความ ภาค 4 ลงพื้นที่พบกับนายปกาญจน์ ผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้กำลังใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 ได้ลงพื้นที่ในจุดเกิดเหตุ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่นายปกาญจน์และชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ได้พาไปดูจุดที่ถูกตำรวจฉุดกระชากเพื่อจะอุ้มขึ้นรถและชาวบ้านช่วยเหลือไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ วาทบัณฑิตกุล กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเมื่อ สภาทนายความทราบเรื่อง และเห็นภาพที่ปรากฏในคลิปผ่านสื่อมวลชน ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ จึงได้มอบหมายให้สภาทนายความภาค 4 ลงพื้นที่มาพบกับทนายความผู้ที่ถูกกระทำ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและให้กำลังใจกัน ซึ่งเมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้วก็จะเข้ารายงานต่อสภาทนายความในวันที่ 30 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อทราบข้อเท็จจริงจากนายปกาญจน์และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์แล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะทนายความและตำรวจทางหลวงต่างเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นอาชีพที่ต้องปกป้องทรัพย์สินให้ประชาชน ถ้าตำรวจทางหลวงทำเช่นนี้ ประชาชนจะพึ่งพาอะไรได้อีก อีกทั้งการที่ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายมีหมายจับในมือ มีการระบุชื่อ-นามสกุล รูปหน้าชัดเจน หากไม่มั่นใจหรือมีความสงสัยก็ควรจะไปทำการตรวจสอบก่อน ไม่ใช่มีกระทำการที่รุนแรงถึงขั้นฉุดกระชากและสั่งให้ขึ้นรถเช่นนี้ เพราะคนที่ถูกออกหมายจับหากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อ-สกุล ที่อยู่แล้วไปตรวจสอบไม่พบตัวก็กลับไปก่อน หรือสอบถามกับผู้นำชุมชน เพื่อจะได้ทราบว่ามีตัวตนในบ้านเลขที่ดังกล่าวหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั้งสองนายเสมือนไม่พยายามที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่กลับกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสภาทนายความมีความเป็นห่วงความรู้สึกของทนายความ เ พราะสภาทนายความเป็นองค์กรวิชาชีพที่ทุกคนให้เกียรติ และนายปกาญจน์ก็ไม่ได้ทำให้องค์กรเสียหาย แต่ตำรวจทางหลวง 2 นายมากระทำการที่ไม่สมควรต่อทนายความ &amp;nbsp;จึงขอยืนยันว่าสภาทนายความจะให้การช่วยเหลือนายปกาญจน์อย่างเต็มที่ และต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อความรู้สึกของทนายความทั้งประเทศ รวมถึงประชาชนก็ให้ความสนใจว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ซึ่งทราบจากนายปกาญจน์ว่าประสงค์จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด &amp;nbsp; ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง และหากมีความผิดเพิ่มก็สามารถแจ้งความเพิ่มเพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ฑิฆัมพร พรมดี อายุ 45 ปี ส.อบต.ดอนดู่ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่เกิดเหตุท่าทีของทนายไม่ได้หลบหนีและไม่ได้ขัดขืน ทั้งยังคงพยายามอธิบายและจะนำเอกสารยืนยันตัวตนให้ดู แต่ตำรวจไม่ยอมทั้งยังได้จับแขนทนายไพล่หลัง และบังคับพยายามให้ขึ้นรถให้ได้ ตนเองจึงไปผลักตำรวจออกเพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายกระทบกระทั่งกันไปมากกว่านี้ เพราะเป็นการจับผิดตัว จากนั้นตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายจึงรีบขึ้นรถและขับรถออกจากหมู่บ้านไป ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากที่ยืนดูเหตุการณ์ แต่ไม่กล้าที่จะออกมาช่วยหรือถ่ายคลิปไว้ เพราะตำรวจทั้ง 2 นายนั้นจ้องหน้าทำให้ชาวบ้านกลัว มีเพียงตนเองที่ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งพอตนเองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายจึงยอมปล่อยตัวทนายและเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิป ตนเองจึงเข้าไปแยกทำให้ไม่ได้ถ่ายคลิปต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (26 &amp;nbsp;ก.ย.) นายปกาญจน์ ผู้เสียหาย พร้อมด้วยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เดินทางเข้าให้ปากคำต่อตำรวจ สภ.หนองสองห้อง เพื่อดำเนินคดีเอาผิดตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นายใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสียทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117922</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับผิดตัว, ตำรวจทางหลวง, นายโทรขอเคลียร์, สภาทนายความ ภาค 4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ยอมตร.จับผิดตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61504c96b0f52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจทางหลวงสนับสนุน &#039;ศูนย์ส่งกลับบ้านเกิด&#039; ผู้ป่วยโควิดรักษาตัวภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 &amp;nbsp;ก.ค.64 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. และพล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. ได้เห็นถึงความรุนแรงและผลกระทบ &amp;nbsp;ของสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ประกอบกับมีทั้งภาครัฐ เอกชน และ มูลนิธิต่างๆ ได้จัดทำโครงการ &amp;quot;ศูนย์ส่งกลับบ้านเกิด&amp;quot; สำหรับผู้ป่ายโควิด-19 เพื่อพาผู้ป่วย &amp;nbsp;กลับภูมิลำเนาในการรักษาตัว ซึ่งระหว่างเดินทางกลับบ้านของผู้ป่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกท่าน อาจเกิดความเหนื่อยล้า ต้องการทำธุระส่วนตัว แต่ไม่สามารถแวะพักตามสถานที่ หรือปั๊มน้ำมันทั่วไปร่วมกับประชาชนท่านอื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า กองบังคับการตำรวจทางหลวง มีหน้าที่หลักในการดูแลประชาชนบนถนนหลวงสายหลัก ได้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้รวบรวมจุดพักของรถหรือมูลนิธิต่างๆ ที่จะพาผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนารวมทั้งหมดทุกสายทาง ทั้งสายเหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก และสายใต้ &amp;nbsp;หากท่านต้องการแวะพักสามารถโทรไปยังศูนย์ที่ท่านต้องการแวะพักล่วงหน้า อย่างน้อย 1 ชม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมพื้นที่ให้พักทำธุระส่วนตัว โดยมีทั้งหมด 19 สถานที่ ด้งนี้ 1.โรงแรมต้นปาล์มอินน์ จังหวัดลพบุรีโทรศัพท์ 081-8517943 2.ร.พ.คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์ 089-9573118 3.เวทีมวย ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;โทรศัพท์ 091-7974459 4.ม.การกีฬาแห่งชาติวิทยเขตมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ 089-6191765 5.หมวดทางหลวงนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โทรศัพท์ 098-6965539 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6.ร.พ.สนาม อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ 045-317631-4 7.ร.พ.สนาม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี วิทยาเขตบ้านยางน้อย เขื่องในอุบลราชธานี โทรศัพท์ 045-352000 &amp;nbsp;8.ร.พ.สมเด็พระยุพราช เลิงนกทา จังหวัดยโยธร โทรศัพท์ 083-9673881 9.ร.พ.สนาม ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ โทรศัพท์ 096-9707348 &amp;nbsp;10.รพ.สนามรวมใจรักษ์ 3 จังหวัดระยอง โทรศัพท์ 081-3380769 11.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ วังใหม่ จังหวัดจันทบุรี โทรศัพท์ 089-8228999 12.รพ.สนาม ม.เทคโนโลยีราขมงคลธัญบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โทรศัพท์ 096-6946953 13.หน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี จังหวัดราชบุรี โทรศัพท์ 087-1566600 14.รพ.มะการักษ์ จังหวัดกาญจนบุรี โทรศัพท์ 081-8573383 15.ศูนย์กู้ภัยสว่างเมธีฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 095-9514459 16.รพ.สนาม จ.พังงา 1 จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 076-410224 17.มูลนิธิสว่างภักดีตรังธรรมสถาน จังหวัดตรัง 075-820328 18.รพ.ช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 075-466104 19.รพ.ท่าศาลา ท่าศาลานครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 075-521333 ท่านสามารถตรวจสอบจุดพักระหว่างทางได้ตามลิงค์นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจทางหลวง, ศูนย์ส่งกลับบ้านเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f379364af42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันแรกหยุดยาวสงกรานต์รถออกจากกทม.1.36 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.64-​ พล.ต.ต.เอกราช​ ลิ้มสังกาศ​ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง(ผบก.ทล.) กล่าวถึงภาพรวมการจราจรขาออก กทม.ตั้งแต่วันที่ 9-10 เม.ย.ว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมาในช่วงสงกรานต์มีปริมาณรถขาออกทั้งสิ้น 1,360,000 คัน โดยวันที่ 9 เม.ย. มีจำนวน 662,000 คัน วันที่ 10 เม.ย. จำนวน &amp;nbsp;698,000 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงปีใหม่ ร้อยละ 26 โดยมีปริมาณผู้ใช้ทางมอเตอร์เวย์สายอีสาน(M6) ประมาณ 66,000 คัน หรือร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับปริมาณรถใน ถ.มิตรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันที่ 10 เม.ย. ประชาชนได้เดินทางออกจาก กทม.ไปยังทุกภาคของประเทศตั้งแต่ช่วงเช้า และน้อยลงในช่วงบ่าย และออกเดินทางไปภาคอีสานอีกครั้งในช่วงค่ำ ส่วนวันที่ 11 เม.ย. ประชาชน.เริ่มออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า โดยส่วนใหญ่เดินทางไปยังภาคอีสาน และภาคเหนือ&amp;quot;
&amp;nbsp;
พล.ต.ต.เอกราชกล่าวว่า ทางภาคเหนือรถที่มาจากวงแหวนตะวันออก (มอเตอร์เวย์สาย 9) มีการชะลอตัวบริเวณจุดเชื่อมต่อ ถ.พหลโยธิน ก่อนเข้าต่างระดับบางปะอิน เพื่อไปยัง ถ.สายเอเชีย แนะนำให้ ปชช.ที่อยู่ฝั่งตะวันออกของ กทม.ใช้ทางด่วนอุดรรัถยา (บางนา-บางปะอิน) ไปลง ถ.วงแหวนตะวันตก เลี้ยวขวา ทล.๓๔๗ ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ไปออก ถ.เอเชีย บริเวณบางปะหัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางภาคอีสานมีปริมาณการจราจรในทางหลัก ถ.พหลโยธิน - มิตรภาพ เป็นจำนวนมาก จึงมีการสะสมบริเวณ ถ.พหลโยธิน และมิตรภาพช่วงต้น (ทับกวางถึงกลางดง) เมื่อถึงบริเวณหนองสาหร่ายแล้วเคลื่อนตัวได้ดีเนื่องจากใน M6 รองรับการเดินทาง ซึ่งในช่วงหนองสาหร่ายถึงต่างระดับสี่คิ้ว ขอให้พี่น้อง ปชช.ใช้ ถ.มิตรภาพ (หลีกเลี่ยง M6) จะได้รับความสะดวกกว่า การเดินทางสู่ภาคอีสานตอนล่าง (บุรีรัมย์) สามารถใช้ ทล.304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) และ ทล.348 (อรัญประเทศ-นางรอง) ได้เป็นอย่างดี โดยอาจชะลอดตัวบ้างในช่วง แยกซำขวาง ถึงแยกเขาหินซ้อน ที่มีการซ่อมปรับปรุงทาง ซึ่งมีผ่านแล้วสามารถเคลื่อนตัวได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์​ กิตติประภัสร์​ รอง​ ผบ.ตร.​ รับผิดชอบงานจราจร​ เน้นย้ำมาตรการห้ามรถบรรทุกวิ่ง การเปิดช่องทางพิเศษ และการใช้ทางเลือก รวมถึงมอเตอร์เวย์ M6 ซึ่งโดยรวมสามารถใช้ในการบริหารจัดการจราจรได้เป็นอย่างดี การชะลอตัวสะสมของรถในบางสายทางที่ผ่านมาเกิดจากอุบัติเหตุในสายทางเป็นหลัก ส่วนใหญ่เกิดจากใช้ความเร็วและเว้นระยะห่างจากคันหน้าไม่เหมาะสม จึงเกิดการชนท้ายกีดขวาง และเนื่องจากมีฝนตกในบางสายทาง จึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุกีดขวางการจราจรในหลายเส้นทาง &amp;nbsp; จึงแนะนำพี่น้องประชาชนผู้ใช้ทาง ให้ใช้ความระมัดระวัง ใช้ความเร็วและเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้สามารถหยุดรถได้ทันเมื่อมีเหตุจำเป็น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจทางหลวง, ปริมาณรถ, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60728f21853fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบสั่งส่งถึงบ้าน!ตร.จับมือแขวงทางหลวงจับภาพรถทำผิดกม.วิ่งไหล่ทางช่วงวันหยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจ JS100 Radio&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64-เพจ JS100 Radio โพสต์ภาพและข้อความเรื่อง&amp;quot;ภาพมันฟ้อง!!!ระบุว่า ตำรวจทางหลวง ร่วมกับแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กวดขันวินัยจราจรต่อผู้ฝ่าฝืนเปลี่ยนช่องทางจราจร หรือฝ่าฝืนเส้นเครื่องหมายจราจร และขับรถบนไหล่ทาง โดยใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจทางหลวง, ผิดกฎจราจร, แขวงการทาง, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b84a328b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ทางหลวงพิษณุโลกจับ’คนแพร่’ลักลอบขนไม้ชิงชันไปส่งที่’ปากน้ำ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - ที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 ตำรวจทางหลวงพิษณุโลก นำโดย พ.ต.ต.ต่อสกุล แสงสุรีย์รังสี &amp;nbsp;สารวัตรทางหลวงพิษณุโลก ได้ควบคุมผู้ต้องหาจังหวัดแพร่ 1 ราย ลักลอบขนไม้เถื่อนจากจังหวัดแพร่ จะไปส่งที่ จ.สมุทรปราการ โดยเวลาประมาณ 03.30 น. รถยนต์ของสายตรวจทางหลวงพิษณุโลก ได้ออกลาดตระเวนตามเส้นทางรอง ในเขตอำเภอพรหมพิราม จ.พิษณุโลก พบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์กระบะบรรทุกแบบมีคอก ยี่ห้อ Toyota หมายเลขทะเบียน บม 3444 แพร่ 1 คัน ขับรถมาบนทางหลวงหมายเลข 1310 กม.9 หมู่ 4 ต.ทับยายเชียง &amp;nbsp;อ.พรหมพิรามในลักษณะมีพิรุธ &amp;nbsp;จึงเรียกสกัดให้หยุดและทำการตรวจค้น &amp;nbsp;พบคนขับชื่อนายสวัสดิ์ &amp;nbsp;โอดคำ อายุ 67 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 100/1 หมู่ 9 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น &amp;nbsp;จ.แพร่ จึงขอทำการตรวจค้น และเปิดกระบะออกพบว่า ได้ลักลอบขนไม้ชิงชัน จำนวน 25 ท่อน ปริมาตร 2.15 ลูกบาศก์เมตร โดยอำพรางนำกล่องรังขนผลไม้ วางปิดทับด้านบน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายสวัสดิ์ พร้อมรถยนต์กระบะและของกลางมายังสถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 อำเภอเมืองพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในชั้นจับกุมนายสวัสดิ์ให้การรับสารภาพทุกข้อหา โดยให้การว่าได้รับการว่าจ้าง ขนไม้ชิงชันจากจังหวัดแพร่ โดยใช้เส้นทางรองเพื่อหลีกเลี่ยงด่านตรวจด่านสกัด เป้าหมายจะไปส่งที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเตรียมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ. พรหมพิรามจังหวัดพิษณุโลก ในข้อหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มีไม้แปรรูปจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไมได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจทางหลวง, พิษณุโลก, สมุทรปราการ, ไม้ชิงชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a127d2d9c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาให้เดี้ยง!แก๊งตบทรัพย์ถนนหลวง&#039;บิ๊กต่อ&#039;สั่งทล.ขุดรากถอนโคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) โพสต์เฟซบุ๊ก Torsak Sukvimol &amp;nbsp;ระบุว่า ตำรวจทางหลวงคือที่พึ่งของผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างแท้จริง ขุดรากถอนโคน เอาให้เดี้ยง พวกรกถนน ตามคดีให้ถึงที่สุด ไอ้พวกหากินกับความเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน อย่าให้มันมีที่ยืน พี่มั่นใจในตัว ผบก.ทล. ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เอาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ระบุว่า ขออนุญาตรายงานความคืบหน้ากรณี ขับขี่รถเฉี่ยวชนแล้วตบทรัพย์ตามที่ปรากฏเป็นภาพข่าว 1.การดำเนินการเร่งด่วน 1.1 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ระหว่างตรวจสอบการแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย หากไม่มีการแจ้งความจะติดตามหาตัวผู้เสียหายเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงรวมถึงการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถเป้าหมายเพื่อประกอบการสืบสวน อนึ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.ได้มีการจับกุมการกระทำความผิดในกรณีดังกล่าว1 ราย เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งจะตรวจสอบถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงประกอบกัน 1.2 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์อยู่ระหว่างการ ตรวจสอบการแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหายและจะได้ดำเนินการตามข้อ 1.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การดำเนินการตามสั่งการเรื่องการสืบสวนอย่างต่อเนื่องและขยายผลได้จัดตั้งชุดสืบสวนขึ้น 8 ชุด (ตามแต่ละ กก.) ประกอบเป็น ทีมสืบสวน มี รอง ผบก.(ปป.) เป็น หน. เพื่อดำเนินการตามสั่งการ โดยจะมีการประชุมกำหนดแนวทางการสืบสวน ดำเนินการในสัปดาห์หน้า กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ใครประสบเหตุในลักษณะนี้ แนะนำให้จอดรถไหล่ทางบริเวณที่มีประชาชนหรือผู้คนอยู่ด้วย ติดต่อโทรด่วน 1193 ตำรวจทางหลวงครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับขี่รถเฉี่ยวชนแล้วตบทรัพย์, ตำรวจทางหลวง, พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bbdd39696a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ทล.รายงานสภาพการจราจรเส้นทางหลักทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจตำรวจทางหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- ตำรวจทางหลวง รายงานสภาพการจราจร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.62 1.เส้นทางภาคเหนือ&amp;nbsp;
1.1.ทล.1 ( พหลโยธิน ) ลงโทลเวย์มีปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวตามกันไปได้เรื่อย ๆ
1.2 ต่างระดับบางปะอิน ปริมาณรถมากการจราจรติดขัด ชลอตัวขึ้นต่างระดับบางปะอินที่จะมุ่งหน้าไปทางอยุธยา เคลื่อนตัวได้ช้า
1.3 ทล.9 (วงแหวนตะวันตก) รถมากเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ชลอตัวช่วงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากน้อย (กม.77)&amp;nbsp;
1.4 ทล.พ.9 ( วงแหวนตะวันออก ) เชื่อมต่อ ทล.1 พหลโยธิน มุ่ง ทล.32 (สายเอเชีย) ปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ท้ายแถวประมาณ 15 กม.
1.5 ทล.32 ( เอเชีย )&amp;nbsp;
- ลงต่างระดับบางปะอิน ปริมาณรถมาก การาจราจรยังเคลื่อนตัวได้ช้า
- กม.35 ต่างระดับบางปะหัน รถที่มาจาก ทล.347 สะสมมีท้ายแถวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่ง
- ช่วง อ.ไชโย จว.อ่างทอง ปริมาณรถมาก ชลอตัวช่วงบริเวณปั๊มน้ำมัน ตร.ทล.วางกรวย เปิดช่องทางพิเศษ กม.57-60 ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้
1.5 ทล.340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) การจราจรคล่องตัว
1.6 ทล.21 (พุแค-หล่มสัก) ช่องเขาขาด ปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวช้า สลับหยุดนิ่ง เปิดช่องทางพิเศษ กม.7-9 อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ไว้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เส้นทางไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2.1 ทล.1 ( พหลโยธิน )&amp;nbsp;
- ช่วงวังน้อย กม.54 ต่างระดับ มจร เชื่อมต่อ วงแหวนตะวันออกปริมาณรถมาก เต็มทุกช่องทาง การจราจรติดขัดมาก เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ขยายช่องทางพิเศษ กม.58 ไปออก กม.85 ต่อเนื่อง&amp;nbsp;
- ต่างระดับสระบุรี เปิดช่องทางพิเศษ กม.105+600 ถึง กม.106+150 ต.ปากเพียว อ.เมือง จว.สระบุรี ต่อเนื่อง รองรับรถที่มาจากวังน้อย มุ่งหน้าสู่นครราชสีมา รถมากเคลื่อนตัวได้
2.2 ทล.พ.9 (วงแหวนตะวันออก ) เชื่อมต่อ ทล.1 ( พหลโยธิน ) ที่จะมุ่งหน้าไปสระบุรี ปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้า มีท้ายแถวประมาณ 15 กม.
2.3 ทล.2 ( มิตรภาพ ) มีปริมาณรถมากตลอดเส้นทาง มีการเปิดช่องทางพิเศษเป็นช่วง ๆ&amp;nbsp;
- ช่วงกลางดง ปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เปิดช่องทางพิเศษ จากเดิมเข้า กม.17 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จว.สระบุรี ออก กม.43 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้ สลับหยุดนิ่ง
- ช่วง ฟาร์มโชคชัย ปริมาณรถมาก เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.47 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ออก กม.51 ต.หนองไม้แดง อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา เปิดต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้&amp;nbsp;
- ช่วงหนองสาหร่าย ปริมาณมาก เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.64 ออก กม.67 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้
- ช่วงลำตะคลอง ปริมาณรถมาก เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.86 ออก กม.87 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง การจราจรเคลื่อนตัวได้
- เปิดช่องทางพิเศษ เข้า กม.161+300 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จว.นครราชสีมา ออก กม.166 ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จว.นครราชสีมา เวลา 10.04 น.
2.4 ทล.304 (กบินทร์บุรี &amp;ndash; ปักธงชัย)&amp;nbsp;
- กม.123 ช่วงเขาซำขวางปริมาณรถมาก การจราจรติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่ง&amp;nbsp;
- ช่วงนาดี-ปักธงชัย ปริมาณรถมากสลับหยุดนิ่ง กม. 216 (ห้วยซับบอน) ปริมาณรถมาก เปิดช่องทางพิเศษ กม.216 ถึง กม.221 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จว.ปราจีนบุรี สลับ ปิด-เปิดช่องทางพิเศษ เป็นช่วง ๆ
2.5 ทล.348 (อรัญประเทศ &amp;ndash; นางรอง) ปริมาณมากเคลื่อนตัวได้ช้า เปิดช่องทางพิเศษ ระหว่าง กม.76 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จว.สระแก้ว กม.80 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จว.บุรีรัมย์ เปิดครั้งที่ 9 ตั้งแต่เวลา 09.35 น. (สลับเปิดช่องทางพิเศษ เป็นระยะๆ) การจราจรเคลื่อนตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เส้นทางไปสู่ภาคใต้&amp;nbsp;
3.1 ทล.35 ( พระราม 2 ) ปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น กม.40 มีอุบัติเหตุ เก๋งกับกระบะ ไม่มีผู้รับบาดเจ็บ เคลื่อนย้ายพ้นกีดขวางการจราจร ขาออกการจราจรติดขัดตั้งแต่ กม.16 เขตนครบาล ถึง กม. 42 หน้าวัดเกตุม ยังเคลื่อนตัวตามกันได้เรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เส้นทางไปสู่ตะวันออก
4.1 ทล.3 ( สุขุมวิท ) การจราจรยังเคลื่อนตัวได้ดี
4.2 ทล.พ.7 (มอเตอร์เวย์) ขาออกการจราจรยังเคลื่อนตัวได้ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53424</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, ตำรวจทางหลวง, ปีใหม่2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06f6f47e69c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
