<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งให้ดาบตำรวจออกจากราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้การปากน้ำสั่ง &amp;quot;ดาบตำรวจ&amp;rdquo; นอกรีตออกจากราชการไว้ก่อน เร่งสอบ 3 ข้อเท็จจริงกรณีขับเบียดทุบรถเก๋ง-บังคับ 3 วัยรุ่นเป็นสายเดินยาแล้วกรรโชกทรัพย์ ส่วนคดีทำร้ายร่างกาย รปภ.ที่คลองด่าน ตั้งข้อหาหนักพยายามฆ่าและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อยู่ในขั้นตอนสอบสวน
จากกรณีที่โซเชียลได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่บันทึกได้จากกล้องของโทรศัพท์มือถือ เผยให้เห็นวินาทีที่ชาย 2 คนขับกระบะป้ายแดง ยี่ห้อฟอร์ด ชนรถเก๋งซีวิคจนประสบอุบัติเหตุรถปีนขึ้นไปอยู่บนทางเท้าบริเวณก่อนถึงแยกประเวศ กรุงเทพมหานคร จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขึ้นไปบนหลังคารถของผู้เสียหาย ใช้มีดฟันไปที่รถหลายครั้ง นอกจากนี้ยังมีชายหัวเกรียนอีกคนถืออาวุธในมือมีลักษณะคล้ายปืนตรงเข้าไปที่รถผู้เสียหายด้วย&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยโลกออนไลน์อ้างว่าคนขับรถกระบะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดย ผกก.สน.ประเวศจัดทีมสืบสวนตรวจกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุเพื่อติดตามคนขับรถกระบะมาดำเนินคดี และได้เชิญผู้ก่อเหตุ คู่กรณีไปสอบปากคำก่อนหน้านี้ ก่อนจะแจ้งดำเนินคดีแก่ดาบตำรวจอดิศรและพวก พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบด้านวินัย
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 5 ส.ค. มีรายงานว่า พลตำรวจตรีชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ มีคำสั่งให้ดาบตำรวจอดิศร ทุมมาโต ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางปู ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยดาบตำรวจอดิศรนั้นกระทำความผิด หลังปรากฏตัวในคลิปที่รถกระบะชนกับรถเก๋งแล้ว ตัวเองปล่อยให้นายชาครินทร์ ชัยมงคล อายุ 38 ปี ขึ้นไปเหยียบบนหลังคารถเก๋งใช้ไม้ตีลงไป เหตุเกิดในท้องที่ สน.ประเวศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดี ขณะนี้แยกเป็น 3 กรณี คือ
1.กรณีขับรถเบียดและทุบรถเก๋ง พื้นที่ สน.ประเวศ ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด สภ.บางปู รายงานพฤติกรรมเบื้องต้นมาแล้ว คณะกรรมการอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอในที่ประชุมของจังหวัดว่าเห็นสมควรจะดำเนินการทางวินัยอย่างไร คาดว่าจะได้ข้อสรุปวันนี้ (วันที่ 5 ส.ค.) กรณีนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีทำร้ายร่างกายรีดกรรโชกทรัพย์ และบังคับวัยรุ่น 3 คนให้เป็นสายเดินยาเสพติด พื้นที่ สภ.บางพลี พนักงานสอบสวนต้องส่งสำนวนการสอบสวนเบื้องต้นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้พิจารณาตามกฎหมายซึ่งเป็นคดีอาญา โดยวันนี้ (วันที่ 5ส.ค.) ในช่วงบ่าย ตำรวจ สภ.บางพลีได้นัดผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.คดีทำร้ายร่างกาย รปภ.พื้นที่ สภ.คลองด่าน อยู่ในกระบวนการสอบสวน เบื้องต้นเข้าข่ายถูกตั้งข้อหา 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่า และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีทำร้ายร่างกายพื้นที่ สภ.บางพลี เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหายไปแล้ว 1 ปาก เหลือ 2 ปากที่เป็นเยาวชน อยู่ระหว่างประสานอัยการและสหวิชาชีพเข้าสอบปากคำร่วมด้วย คาดว่าภายในวันที่ 6 ส.ค. ซึ่งพฤติกรรมของดาบตำรวจอดิศร ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นพฤติกรรมที่ใช้ไม่ได้ ยืนยันว่าดำเนินการลงโทษให้ถึงที่สุด
สำหรับดาบตำรวจอดิศรเป็นตำรวจสิบเวร เฝ้าผู้ต้องหาหน้าห้องควบคุมขัง ขณะนี้อยู่ระหว่างกักตัว&amp;nbsp; 14 วัน และดาบตำรวจรายนี้จะพ้นกักตัวในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
พลตำรวจตรีชุมพล พุ่มพวง กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันส่วนตัวกับดาบตำรวจอดิศร แต่จากการสอบถาม ผกก.สภ.บางปู ในฐานะผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจอดิศร น่าจะมีอาการเครียด โดยจากตามประวัติยังไม่พบข้อมูลเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติด แต่หากประชาชนมีข้อมูลสามารถเข้ามาแจ้งหรือให้ข้อมูลกับทางตำรวจได้ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจนอกรีต, ทำร้ายร่างกาย, ผู้การปากน้ำ, สั่งออกจากราชการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกจากราชการ, เดินยาแล้วกรรโชกทรัพย์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a6a5899caf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คุก7ตร.นอกรีต ยักยอกยาบ้าผู้ค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลสั่งจำคุก 7 ตำรวจนอกรีต คนละ 8 ปี ปรับอีกคนละ 8 แสนบาท จับพ่อค้ายาบ้ารีดเงิน นำของกลางไปขายต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รอง ผบ.ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) เปิดเผยกรณีตำรวจ นปพ.สภ.ยะหา ช่วยราชการ สภ.เมืองยะลา จำนวน 7 นาย เรียกรับเงินจากพ่อค้ายาบ้า กระทั่งถูกจับกุมส่งฟ้องศาล ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ศาลจังหวัดยะลามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 8 ปี และปรับคนละ 800,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตำรวจทั้ง 7 นาย ประกอบด้วย จ.ส.ต.จิรศักดิ์ หนูปลอด, จ.ส.ต.ศิษฏภัคย์ จันทร์แดง, ส.ต.อ.สิโรตม์ ใจแก้วทิ, ส.ต.อ.อำพล งูตูล, ส.ต.อ.ณรงค์เดช ชินภัคดี, ส.ต.ท.ธงชัย หนูรักษ์ และ ส.ต.ท.นฤสรณ์ นวลใหม่ ทั้งหมดประจำจุดตรวจเมืองทอง ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ถูกประชาชนร้องเรียนถึงผู้บังคับบัญชาว่ามีพฤติกรรมรีดไถ จึงมีการสืบสวนสอบสวน พบว่าพฤติการณ์ตำรวจทั้ง 7 นาย ร่วมรีดไถเรียกเงินจากพ่อค้ายาบ้าที่จับได้ จำนวน 1 แสนบาท มีการต่อรองและมอบเงินมัดจำ 50,000 บาท จากนั้นตำรวจชุดนี้ได้ยึดยาบ้า 200 เม็ด นำไปเสพและจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ จึงมีการจับกุมตำรวจทั้ง 7 นาย ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (เมตแอมแฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย กระทั่งมีคำพิพากษาของศาลในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86525</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ตำรวจนอกรีต, ตำรวจนอกรีต, นำของกลางไปขายต่อ, ยักยอกยาบ้า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd21249b6b8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามไส้! ตร.นอกรีตเรียกรับเงิน1หมื่นแลกปิดคดีขโมยไก่ ชาวบ้านสุดทนแจ้งความกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางสาวศิริรัตน์ สมหวัง&amp;nbsp;นางสาวสอน ศรีบุญเรือง และนางสุวรรณ บูรณะ ชาวบ้านกอก หมู่ที่ 2 ตำบลลุ่มระวี อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่มีตำรวจเรียกรับเงินจำนวน 10,000&amp;nbsp;บาท เพื่อปิดคดี โดยแจ้งว่า น.ส.ศิริรัตน์ และน.ส.สอน ไปขโมยไก่ของนายวัฒนศักดิ์ สมหวัง ทั้งที่นางสุวรรณ มีศักดิ์เป็นป้าของนายวัฒนศักดิ์&amp;nbsp;เป็นผู้เห็นไก่ตายที่สวนข้างบ้านโดยไม่รู้ว่าเป็นไก่ใคร ก็เลยเรียก น.ส.ศิริรัตน์&amp;nbsp;และ น.ส.สอนเอาไปทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำลังถอนขนไก่ นายวัฒนศักดิ์ได้มาเจอกลับอ้างเป็นไก่ตัวเอง เลยไปแจ้งตำรวจสภ.จอมพระ ต่อมา น.ส.ศิริรัตน์&amp;nbsp;และ น.ส.สอนได้จ่ายเงินให้นายวัฒนศักดิ์&amp;nbsp;เป็นเงิน 2,000 บาทแล้ว ซึ่งนายวัฒนศักดิ์ได้รับไว้แล้ว ทางตำรวจได้เรียกเข้าไปคุยอีกครั้งพร้อมกับพูดว่าช่วยดูแลตำรวจด้วย 1&amp;nbsp;หมื่นบาทถึงจะยอมปิดคดี ไม่เอาเรื่องถึงศาลพร้อมกับพูดว่าเงินแค่นี้ไม่มากเกินไปหรอก&amp;nbsp;ชาวบ้านรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องเรียนผู้สื่อข่าวเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 2 ต.ลุ่มระวี อ.จอมพระ เพื่อพบกับ น.ส.สอน ศรีบุญเรือง อายุ 61 ปี และ น.ส.ศิริรัตน์ สมหวัง อายุ 33 ปี ผู้ร้องเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง พร้อมกับวางแผนร่วมกับผู้นำหมู่บ้านที่จะนำเงินจำนวน 1&amp;nbsp;หมื่นบาทให้กับตำรวจ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในคดีลักขโมยไก่เพื่อปิดคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ร้องเรียนทั้งสองได้เดินทางไปที่ สภ.จอมพระ เพื่อพบกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีลักไก่&amp;nbsp;ซึ่งมีนายวัฒนศักดิ์ เป็นผู้ติดต่อและประสานงานพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว ได้ขอเปลี่ยนสถานที่นัดรับเงินเป็นบริเวณหน้าโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์แทน ซึ่งทีมข่าวได้แอบติดตามอยู่ห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กต 1493 สุรินทร์ ขับเข้ามาจอดหลังรถยนต์ของผู้ร้องเรียน พร้อมกับลดกระจกพูดคุยพร้อมขอบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งภายในมีพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีลักไก่ขับมาเพียงคนเดียว ในขณะที่เจรจาต่อรองเพื่อจะขอรับเงิน 1&amp;nbsp;หมื่นบาท เกิดไหวตัวเนื่องจากเห็นรถผู้สื่อข่าวขับตามมาอยู่ห่างๆ จึงบอกว่าไม่เอาเงินแล้ว พร้อมขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พาผู้ร้องเรียนและคณะกรรมการหมู่บ้านฯเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.จอมพระ เพื่อเล่ามูลสายปลายเหตุ และข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ฟัง ในฐานะผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;ก่อนแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ท.เทิดชัย สายแสงจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.จอมพระ ว่า
ร.ต.อ.บรรยาย แก่นจันทร์ เรียกรับเงิน 1 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการปิดคดีลักไก่ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ข่มขู่กรรโชกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.เทิดชัย สายแสงจันทร์ พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้ เลขที่คดี 0056 เล่มที่ 0004/2563 ข้อที่ 4 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2563 เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งจะมีการเรียกสอบปากคำผู้เสียหายในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. ซึ่งจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานจากการสอบข้อเท็จจริงทุกฝ่ายเพื่อนำส่ง ปปท.และปปช.ต่อไป เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่รับประโยชน์ตอบแทนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.จอมพระ กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องจากสื่อมวลชนที่พาชาวบ้านเข้ามาพบร้องทุกข์กรณีดังกล่าว ขณะเกิดเหตุตนได้ลาพักร้อนหลังจากทราบเรื่องทั้งหมดจากผู้เสียหายแล้วจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามที่ผู้เสียหายทั้งสองรายแจ้งความร้องทุกข์&amp;nbsp;ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องที่เกิดขึ้นจะพยายามให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายและดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58673</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุรินทร์, ตำรวจนอกรีต, ตำรวจนอกแถว, ตำรวจเรียกรับเงิน, สภ.จอมพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cf63a2258d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดเมืองบุรีรัมย์จับตร.นอกรีตตั้งแก๊งอุ้มฆ่ารีดทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดเมืองล่าระทึก ยิงสนั่นเมืองนางรองล้อมจับ ร.ต.ท.เฉลิมชัย ผู้ต้องหาอุ้มฆ่ารีดทรัพย์ที่นครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 สนธิกำลังตำรวจสืบสวนภาค 3 ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้วางแผนเข้าจับกุม ร.ต.ท.เฉลิมชัย สุติบุตร&amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ จ.316/2561&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน&amp;quot;ปล้นทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้นายพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม&amp;nbsp;,ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน&amp;nbsp;,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกังขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวละโดยไม่มีเหตุสมควร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสืบทราบว่า ได้หนีมากบดานที่อำเภอนางรอง&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;จากข้อมูลทราบว่า ผู้ต้องหาได้พักอาศัยอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอนางรอง จึงวางแผนเข้าจับกุม&amp;nbsp;แต่ปรากว่า ร.ต.ท.เฉลิมชัยไหวตัวขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ 4 ประตูหลบหนีออกไปถนนสายนางรอง-ลำปลายมาศ ก่อนยูเทิร์นเข้ามาตัวอำเภอนางรองอีกครั้งและเลี้ยวเข้าซอยด้านหลังโรงพยาบาลนางรองไปออกข้าง รพ.นางรอง&amp;nbsp;ก่อนยูเทินที่หน้า รพ. เพื่อมุ่งหน้าใช้เส้นทางขาเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ไล่ติดตามจับอย่างไม่ลดละ&amp;nbsp;แต่ผู้ต้องหาก็พยายามขับรถหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงบริเวณถนนด้านหน้าศูนย์รถมาสด้า ก่อนถึงสามแยกสถานีขนส่งนางรอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนยิงยางหลังกระบะทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้าง เพื่อสกัดให้รถหยุด ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ก่อนจะเข้าล้อมจับกุมตัว ร.ต.ท.เฉลิมชัยได้โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน กง 1932 บุรีรัมย์ ที่ผู้ต้องหาใช้ขับหลบหนี พบอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก ภายในกระบะด้านหลังยังพบป้ายทะเบียนอีกจำนวน 2 แผ่น ซึ่งแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับรถคันดังกล่าวแต่อย่างได จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสอบ ที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากที่มีผู้เสียหายหนุ่มสาว 4 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.คูคต&amp;nbsp;จ.ปทุมธานีว่าถูกชายฉกรรจ์ 5 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกมาอุ้มจากในบ้านไปรีดทรัพย์สิน เงินสด สร้อยคอและแหวนทองคำมูลค่าหลายแสนบาทไป โดยศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 รายในข้อหา&amp;quot;ร่วมกันปล้นทรัพย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวมีตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 นาย คือ ร.ต.ท.เฉลิมชัย&amp;nbsp;สุติบุตร รอง สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2&amp;nbsp;ช่วยราชการสืบ 6 และ ด.ต.สมบัติ สนั่นเอื้อ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.ประเวศ ทั้งคู่อยู่ระหว่างหลบหนี ต้นสังกัดให้ออกจากราชการไว้ก่อน ต่อมา นายประสิทธิ์ อ่องเอี่ยม 1 ในผู้ต้องหาถูกพบเป็นศพในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;การสืบสวนพบว่าเป็นฝีมือ ร.ต.ท.เฉลิมชัย&amp;nbsp;จึงได้ติดตามไล่ล่าจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าหนีมากบดานในพื้นที่ อ.นางรอง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;จึงได้ประสานตำรวจท้องที่ร่วมสกัดจับผู้ต้องหาได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9169</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจนอกรีต, ปิดเมืองบุรีรัมย์, ปิดเมืองล่าระทึก, ร.ต.ท.เฉลิมชัย สุติบุตร, สภ.นางรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af985f57ea99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
