<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยกแก๊ง 5 ตำรวจปลอมตระเวนข่มขู่รีดไถกรรโชกทรัพย์ เลือกเหยื่อพัวพันยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ก.ย.64 - พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก นายอันวา เจ๊ะโซ๊ะ กำนันตำบลแหลมโพธิ์ ว่า ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายดังกล่าวจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนแต่งตัวเลียนแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสวมใส่คล้ายชุดเกราะ เมื่อสอบถามจากทางกำนันได้ให้รายละเอียดว่า ชายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนเข้ามาทำการตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่น ภายใน ริมทะเล รีสอร์ท แล้วพยายามรีดไถเงินจากผู้ที่ถูกตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบชายทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนปรากฏว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตามที่แอบอ้างจึงจึงได้ควบคุมตัวทำการสอบสวนที่ สภ.ยะหริ่ง&amp;nbsp; ทราบชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายมูฮัมหมัดฮาดีมัน หวังพึ่งฉาย ที่อยู่ 60 ถ.โรงอ่าง ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี (หัวโจก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายอุสมาน ยามา ที่อยู่ 49/1 ม.4 ต.บางโกระ&amp;nbsp; อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายสุกรี เจ๊ะโต๊ะ ที่อยู่ 17/2 บ.ตราย ต.จะแน อ.สะบาย้อย จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นายกามี สามะ ที่อยู่ 81 ม.11 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายบัสมี บากา ที่อยู่10/3 ม.2 บ.วังโอ๊ะ อ.สะบาย้อย จ.สงขลา พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย 1.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน ฆฆ 6037 กทม. &amp;nbsp;2.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน กต. 9456 ปน. ตรวจสอบเป็นรถที่ได้มาจากการขู่กรรโชก 3.เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว และเครื่องแต่งกาย จนท. และ 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปข่มขู่ประชาชนในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีการทำการตรวจปัสสะวะและตรวจค้นของประชาชน และได้กรรโชกเพื่อเอาทรัพย์สิน หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ยะหริ่งได้ทราบ จึงได้มีการกระจายข่าวไปยังผู้นำหมู่บ้านพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อไปปฏิบัติในพื้นที่ ชอบอ้างตัวว่ามาจาก สภ.ยะหริ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ ได้ไปยังพื้นที่แหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จึงได้ประสานไปยังกำนันพื้นที่แหลมโพธิ์ให้ตั้งด่าน จนเมื่อเวลา&amp;nbsp;03.00&amp;nbsp;น. กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปยังพื้นที่ก่อเหตุ ทางกำนันและทีมงานจึงได้เข้าล็อคตัว และประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ซึ่งหลังจากการตรวจค้น ก็ได้พบของกลางเป็น เสื้อเกราะ และหมวก ที่แสดงสัญลักษณ์เป็นของหน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะลงมือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าง่ายในการปฏิบัติการซึ่งได้ลงมือทำแบบนี้มานานกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายที่ถูกกระทำ ยังไม่มีการแจ้งความในพื้นที่ของอำเภอยะหริ่ง แต่ทราบว่าในพื้นที่อำเภอยะรังได้มีการแจ้งความไว้แล้ว และทราบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นคนในพื้นที่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า กลุ่มผู้ต้อหาทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนยังเคยมีการแอบอ้างว่าเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการจังหวัดและรองผู้กำกับการสืบสวนสืบสวนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้ต้องหาได้มีการโทรไปยังสิบเวรตามโรงพักว่าเป็นผู้บังคับบัญชาและมีรายงานว่ามีผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกคุมตัวที่โรงพักกี่รายและเมื่อรู้ข้อมูล ก็ได้มีการติดตามไปทางญาติของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกคุมตัวที่โรงพัก โดยอ้างว่าตนเองสามารถวิ่งเต้นคดีให้หลุดแต่ต้องมีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งญาติหลงเชื่อก็ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชี และเมื่อโอนแล้วปรากฏว่าเรื่องก็เงียบหายไป ทำให้มีผู้ถูกหลอกลวงหลายราย อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนอย่างรอบคอบเนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายอีกหลายราย ซึ่งหากประชาชนคนใดที่เคยถูกกลุ่มบุคคลทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนหลอกก็ให้มาแจ้งความไว้เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117310</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, จังหวัดปัตตานี, ตำรวจปลอม, รีดไถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614877231e550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบจว.อยุธยาจับหนุ่มอ้างเป็นตร.หลอกเหยื่อชิงทรัพย์ประวัติก่อคดีอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64- พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา สั่งการให้พ.ต.อ.ชัยณรงค์ สมเพราะ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธนกฤด กนิษฐกุล ผกก.สืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ทวีวงศ์ ดิษฐแย้ม รอง ผกก.สืบฯ ,พ.ต.ท.อติชาต จันทยานี รอง ผกก.สืบฯพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าจับกุมนายชนะชัย สื่อสาร อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 176/2564 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ,ลักทรัพย์โดย ยึดของกลางรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุและเสื้อผ้ากระเป๋าต่างๆของผู้เสียหายที่ได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้คนร้ายจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นตัว และทำการลักทรัพย์หรือหากเหยื่อรายใดขัดขืนก็จะข่มขู่ว่าจะทำร้าย โดยก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง โดยนำทรัพย์สินที่ได้ไปหาซื้อยาเสพติด โดยก่อเหตุในเขต สภ.วังน้อย สภ.พระอินทร์ราชาและ สภ.บางประอิน และจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติการกระทำความผิด ยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าลักทรัพย์รถจักรยานยนด์ เมื่อปี 2554 ท้องที่ สภ.หนองแค ชิงทรัพย์ เมื่อปี 2554 ท้องที่ สภ.บางปะอิน,ลักทรัพย์ เมื่อปี 2560 ท้องที่ สก.เมือปทุมธานี โดยแต่ละครั้งก็จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อพ้นโทษมาก็กลับมาก่อเหตุอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108430</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พระนครศรีอยุธยา, ชิงทรัพย์, ตำรวจปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60def99078db9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตำรวจปลอม ขี่รถทะเบียนโล่ ที่แท้เป็นรปภ.!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จับแล้ว รปภ.สวมรอยเป็น ร.ต.อ.เก๊&amp;nbsp; ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ชาวบ้าน อ้างคลั่งไคล้อาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พบของกลางเพียบ ขยายผลเคยแต่งเครื่องแบบไปกระทำผิดที่ไหนหรือไม่ จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม&amp;nbsp; พร้อมตรวจสอบป้ายทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 27 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผบก.ประจำ บช.น. รรท.ผบก.น.2&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายธเนศพล หรือตั้ม ชูประยูร อายุ 56 ปี พร้อมด้วยของกลางปืนบีบีกัน ลูกโม่&amp;nbsp;2 กระบอก เครื่องกระสุน ขนาด .38 มม. จำนวน 6 นัด วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า&amp;nbsp;CBR300F&amp;nbsp;สีขาว-ดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนตราโล่ หมายเลข 94156 ภาพถ่ายบุคคลสวมเครื่องแบบชุดขาวติดเครื่องหมายยศพันตำรวจตรีพร้อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ภาพถ่ายบุคคลสวมเครื่องแบบชุดกากีติดเครื่องหมายยศร้อยตำรวจเอกพร้อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และของกลางอื่นๆ รวม 36 รายการ&amp;nbsp;โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo; มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2535 (ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต)&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งจะมีการนำตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกในวันที่ 28 พ.ค.
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ผบช.น. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมีบุคคลแต่งกายคล้ายตำรวจขี่จักรยานยนต์ ทะเบียนตราโล่ 94156 มาเฉี่ยว และลงมาข่มขู่ วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ได้รับแจ้งว่า พบชายคนดังกล่าวก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ได้ติดตามเส้นทางคนร้ายจากกล้องวงจรปิดของโครงการที่ สตช.ได้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มตามสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ พร้อมด้วยตรวจกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครและเอกชน จนสามารถพิสูจน์พบผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าไปบริเวณการเคหะดอนเมือง ซอยช่างอากาศอุทิศ 15 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง จึงได้ลงตรวจสอบบริเวณการเคหะดอนเมืองฯ จนทราบว่าผู้กระทำความผิดได้พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 120/133 การเคหะดอนเมือง ตึกไอ ซอยช่างอากาศอุทิศ 15 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง จึงเข้าตรวจสอบ ภายในห้องพบของกลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายธเนศพลให้การรับสารภาพทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่บริษัทแห่งหนึ่ง สาเหตุที่ทำเพราะชื่นชอบอาชีพตำรวจ อยู่ระหว่างขยายผลว่าเคยแต่งเครื่องแบบตำรวจไปกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวได้ซื้อมาจากสนามยิงปืน และวิทยุสื่อสารซื้อมาจากย่านวังบูรพา นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนเครื่องแบบตำรวจ และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าเคยมีการแต่งกายเครื่องแบบตำรวจ จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป&amp;rdquo; พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ช่วงนี้มีข่าวจับกุมผู้ต้องหาแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฏบ่อยครั้ง&amp;nbsp; หลายคนมีความนิยมชมชอบในอาชีพตำรวจ หรือมีความใฝ่ฝันวัยเด็ก อยากเป็นตำรวจ จึงนำเครื่องแบบตำรวจมาสวมใส่โดยไม่มีสิทธิ์ รวมถึงผู้มีเจตนาจะให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเองเป็นตำรวจจริงๆ เช่น ใส่เครื่องแบบตำรวจไปจีบผู้หญิงหรือหลอกลวงผู้อื่นในลักษณะฉ้อโกงเพื่อให้ได้ทรัพย์สิน หรือให้ได้รับความสะดวกในการติดต่อประสานงาน หรือไปข่มเหง รังแกผู้อื่น หรือกระทำการในลักษณะให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ราชการตำรวจ ฯลฯ จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ดังนี้ 1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 ที่ระบุว่า ผู้ใดที่ไม่มีสิทธิ์ที่์จะสวมเครื่องแบบ หรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานหรือไม่มีสิทธิ์ใช้ยศตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 มาตรา 108 ที่ระบุว่า ผู้ใดแต่งเครื่องแบบตํารวจโดยไม่มีสิทธิ์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 5 ปี&amp;nbsp;ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทําภายในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือเพื่อกระทําความผิดอาญา ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี 3.พ.ร.บ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 มาตรา 6 ที่ระบุว่า ห้ามไม่ให้บุคคลใดใช้เครื่องหมายราชการ เว้นแต่หน่วยงานราชการที่กำหนดเครื่องหมายนั้นๆ จะได้อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายได้ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิด จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104426</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลั่งไคล้อาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์, ตำรวจปลอม, ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ชาวบ้าน, ร.ต.อ.เก๊, รปภ.สวมรอยเป็น ร.ต.อ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afb50160f24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบบุกรวบ&#039;ผู้กองเอ้&#039;ตำรวจเก๊คาบ้านพักสาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนม ว่า พ.ต.ต.สิทธิพร มีอาษา สารวัตรกองกำกับการ 3(สว.กก.3) กองบังคับปราบปราม(บก.ป.) ร.ต.อ.ธานินทร์ เทพชารี ร.ต.อ.โกญจนารถ ชาวยามกา รอง สว.ฯ นำหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 10/2564 ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 เข้าจับกุมตัวนายสมบัติ ทนทาน หรือเอ้ อายุ 33 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 31/2 หมู่ 3 บ้านอ่าวยาง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานหรือรับของโจร ขณะนั่งซดเบียร์อยู่ในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 4 บ้านขามเปี้ยน้อย ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นบ้านของสาวข้าราชการวัย 38 ปี ทำงานแผนกกองคลัง อบต.แห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากช่วงเดือนตุลาคม 2563 นายสมบัติหรือเอ้ผู้ต้องหาได้เข้าไปขโมยเสื้อตำรวจที่มีชื่อของผู้เสียหายติดอยู่คือ ร.ต.อ.จตุพล กล้าหาญ หรือผู้กองกอล์ฟ ตำแหน่งผู้บังคับหมวดกองกำกับการ 4 (ผบ.กก.4) กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน(บก.สอ.บช.ตชด.) &amp;nbsp;ในบ้านพักข้าราชการตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ถนนเพชรบุรี ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จากนั้นช่วงเดือนธันวาคม 63-มกราคม 64 นายเอ้ได้นำเสื้อตำรวจที่ขโมยไปใส่ถ่ายภาพโพสต์ลงโลกออนไลน์ และแอบอ้างว่าตนเป็น ร.ต.อ.จตุพล และใช้ชื่อเล่นว่าผู้กองเอ้ &amp;nbsp;เพื่อให้หญิงสาวมาหลงรักตนเอง และหลอกลวงเอาทรัพย์สินของหญิงสาวรวมเสียหายหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาหญิงสาวผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนหลาย โรงพัก ว่าถูก ร.ต.อ.จตุพล กล้าหาญ หรือผู้กองเอ้ หลอกลวงเอาทรัพย์สินของตน จึงทำให้หญิงสาวผู้เสียหายเข้าใจผิดว่าเป็น ร.ต.อ.จตุพลฯ หลอกลวงตนผ่านโซเชียล ดังนั้น ร.ต.อ.จตุพล &amp;nbsp;ผู้ถูกแอบอ้างจึงได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ สภ.ชะอำ ว่า เสื้อเครื่องแบบของตนถูกลักไปจำนวน 2 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งมีตำรวจอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยมาฝึกกับ ร.ต.อ.จตุพลที่ค่ายนเรศวร พบบุคคลในภาพโลกออนไลน์ติ๊กต็อก (TikTok) &amp;nbsp;นำเสื้อของ ร.ต.อ.จตุพลมาแอบอ้างเป็นตำรวจ โดยใช้ชื่อผู้กองเอ้ &amp;nbsp;จึงโทรศัพท์ไปสอบถามผู้กองกอล์ฟให้เข้าไปดูในออนไลน์ดังกล่าว ร.ต.อ.จตุพลหรือผู้กองกอล์ฟจึงเข้าแจ้งความ เพราะตนเป็นผู้เสียหายที่ถูกนายสมบัติหลอกลวงหญิงสาว เพื่อมุ่งผลประโยชน์ &amp;nbsp;และทำให้หญิงสาวหลายรายเข้าใจผิดว่าผู้ที่หลอกลวงเป็นตนคือ ร.ต.อ.จตุพล เพราะมีชื่อที่ติดอยู่หน้าอกของเสื้อ ที่นายสมบัติใส่ถ่ายภาพลงโซเชียลนั่นเอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. โดย ร.ต.อ.ธานินทร์ เทพชารี รอง สว.กก.3 บก.ป. ก็ได้รับการประสานงาน จาก ร.ต.อ.จตุพลให้ออกสืบสวนหาข่าวและจับกุม และให้ตำรวจจริงปลอมเป็นหญิงสาวเข้าไปตีสนิทกับนายสมบัติในติ๊กต็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งทราบพิกัดแน่ชัดว่านายสมบัติหลบมาอยู่บ้านขามเปี้ยน้อย หมู่ 4 ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเพชรบุรี และวางแผนเข้าจับกุมพบนายสมบัตินั่งดื่มเบียร์อยู่ในบ้าน จึงเชิญตัวออกมาพร้อมแสดงหมายจับ ทำให้สาวเจ้าของบ้านที่ทำงานอยู่ &amp;nbsp;อบต.แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนคนใหม่ตกใจสุดขีด ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มที่อ้างเป็นนายตำรวจเป็นมิจฉาชีพ ตระเวนหลอกลวงเหยื่อมาหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติผู้ต้องหาเปิดเผยว่าทำงานเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เคยถูกจับกุมในข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์เพราะแอบอ้างเป็นตำรวจไปรีดไถเงินชาวบ้าน ติดคุก 1 ปี 2 เดือน เพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนสิงหาคม 63 วันหนึ่งได้เข้าไปเที่ยวในค่ายนเรศวร เพราะตำรวจ ตชด. ได้เปิดค่ายให้ประชาชนเข้าไปชื่นชมความงามของหาดพระรามหก และได้เดินล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่เฉพาะที่เป็นบ้านพักข้าราชการ เห็นชุดตำรวจแขวนอยู่หน้าบ้านจึงถือโอกาสขโมยออกมา แล้วใส่อวดในโลกออนไลน์อ้างชื่อเป็น ร.ต.อ.จตุพล กล้าหาญ ใช้ชื่อเล่นผู้กองเอ้ จึงมีสาวๆหลงเชื่อยอมโอนเงินให้หลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่พวกสาวๆโอนเงินให้นายสมบัติเล่าว่า จะอ้างเป็นผู้กว้างขวางในวงราชการ สามารถไกล่เกลี่ยหรือฝากเข้าทำงานราชการได้ โดยจะเรียกเงินค่าดำเนินการตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน หลังได้เงินก็จะบล็อกเหยื่อไม่ให้เข้าถึง จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหยื่อรายล่าสุดที่ทำงานเป็นข้าราชการกองคลัง อบต.แห่งหนึ่ง นายสมบัติก็เล่าว่าใช้มุกเดิมๆคือเป็นนายตำรวจ จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อสืบสวนราชการลับงานด้านความมั่นคง หลังพูดคุยจนเหยื่อตายใจก็นั่งรถทัวร์มาจังหวัดนครพนม โดยมีสาว อบต.ฯขับรถเก๋งมารับไปบ้านพักที่ ต.บ้านข่า และพูดจาหว่านล้อมต่างๆนาๆจนเหยื่อเชื่อสนิทใจถึงขั้นซื้อสร้อยคอทองคำให้ใส่ กระทั่งถูกตำรวจกองปราบมาจับกุม โดยขณะลงบันทึกจับกุมอยู่ สภ.เมืองนครพนม แฟนสาว อบต. ได้ไลน์มาหานายสมบัติเพื่อเยี่ยม แต่นายสมบัติไลน์กลับไปว่ามีนักข่าวอยู่เต็มโรงพัก แฟนสาวจึงเบนหัวรถยนต์กลับทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจปลอม, สมบัติ ทนทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003a8bd9b652.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 06:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 06:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ผู้กองเก๊&#039; โผล่อีกฉกเหล้าอีก 2 ขวด-ขู่รีดเงินแม่ค้าร้านของชำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - จากกรณีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 35 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกเข้าไปภายในวัดกมลาวาส (อ่านว่า กำ-มะ-ลา-วาด) ต.บ้านดู่ &amp;nbsp;อ.นาโพธิ์ &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;แล้วอ้างตัวว่าเป็น &amp;ldquo;ผู้กองณัฐ&amp;rdquo; ตำรวจสังกัดกองปราบ แล้วมีพฤติกรรมขู่กรรโชกเรียกเอาเงินจาก พระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล &amp;nbsp;อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัด จำนวน 250,000 บาท &amp;nbsp;โดยพยามยามยัดข้อกล่าวหา เจ้าอาวาสว่าขับรถเร็ว ดื่มสุรา &amp;nbsp; โกงเงินวัด &amp;nbsp;และขับรถชนคนบาดเจ็บ ทั้งที่เจ้าอาวาสยืนยันว่าไม่เคยกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา &amp;nbsp; แต่คนร้ายก็พยายามใช้ปืนข่มขู่ &amp;nbsp;จนสุดท้ายพี่สาวเจ้าอาวาสต้องยอมถอดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาทให้ไป &amp;nbsp;เพราะกลัวจะเป็นอันตรายเหตุเกิดเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจะสามารถจับกุมตัวชายฉกรรจ์คนดังกล่าวได้แล้ว คือ นายอรรฆเดช &amp;nbsp; ขันน้อย &amp;nbsp;อายุ 35 ปี &amp;nbsp;เป็นชาวจ.อุบลราชธานี ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จ.นครปฐม &amp;nbsp;ได้แล้ว &amp;nbsp;จากการตรวจสอบยังพบว่านอกจากจะก่อเหตุข่มขู่เอาเงินเจ้าอาวาสวัดที่ อ.นาโพธิ์ ในวันที่ 24 พ.ค. แล้ว &amp;nbsp;ยังมีพฤติกรรมขู่กรรโชกทรัพย์ร้านค้าในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. &amp;nbsp;และ อ.สตึก วันที่ 23 พ.ค. อีกด้วย &amp;nbsp;โดยที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้เงินไปจำนวน 10,000 บาท &amp;nbsp;พร้อมเหล้า 2 ขวด &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.สตึก &amp;nbsp;ยังไม่ได้ทรัพย์สินไปเนื่องจากเหยื่อไหวตัวทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายณัฏฐ์กร &amp;nbsp;ศิริผ่องแผ้ว &amp;nbsp; นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; ได้มอบหมายให้ นายทวี &amp;nbsp;ไขว้พันธุ์ &amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกรพล &amp;nbsp;มีสัตย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp; ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp; ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลร้านขายของชำแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหว่าน &amp;nbsp; ม.4 &amp;nbsp;ต.ตาเป๊ก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อถูกนายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา ขู่กรรโชกทรัพย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางอรุชา &amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนโน &amp;nbsp; อายุ 58 ปี &amp;nbsp;ผู้เสียหาย &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่ม วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ก็เปิดขายของชำตามปกติ จู่ๆ นายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา &amp;nbsp;ซึ่งขับรถบิ๊กไบค์มาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินเข้ามาในร้าน &amp;nbsp;อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ &amp;nbsp;แล้วก็เดินเข้าไปหลังร้านแล้วเข้าไปถ่ายรูปลังเบียร์ที่ตนเองตั้งเก็บไว้หลังร้าน &amp;nbsp;เพราะหลังจากประกาศห้ามขายก็ไม่ได้เอาออกมาตั้งขายเลย &amp;nbsp; แต่ไม่มีที่เก็บก็ตั้งเอาไว้หลังร้าน &amp;nbsp;แต่นายอรรฆเดช ที่อ้างว่าเป็นตำรวจก็มาข่มขู่กล่าวหาว่าตนเองแอบขายเหล้า &amp;nbsp; ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ขายแต่ผู้ต้องหา ก็ยังขู่ว่ามีหลักฐานภาพถ่าย &amp;nbsp;หากยอมจ่ายเงินให้ 20,000 บาทก็จะไม่เอาผิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าไม่จ่ายจะส่งฟ้องศาลต้องเสียเงิน 400,000 บาท &amp;nbsp; ซึ่งตอนนั้นกลัวมากเพราะคิดว่านายอรรฆเดช &amp;nbsp;เป็นตำรวจจริง กลัวจะถูกกลั่นแกล้งสร้างหลักฐานเท็จเพื่อยัดข้อหา &amp;nbsp;ประกอบกับตนเองอยู่บ้านกับแม่ที่ป่วยติดเตียงลำพัง จึงกลัวจะเป็นอันตราย &amp;nbsp;ก็เลยจำใจต้องเอาเงินเก็บจากการขายของ และเงินแบงค์ 20 ที่เหลือไว้ทอนให้ลูกค้ารวมจำนวน 10,000 บาท จ่ายให้ไปแถมยังฉกเอาเหล้าหลังร้านไปอีก 2 ขวด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้นายอรรฆเดช &amp;nbsp;ก็ยังบอกอีกว่าส่วนที่เหลือวันหลังจะกลับมาเอาอีก &amp;nbsp;จึงไม่กล้าไปแจ้งความเพราะกลัว &amp;nbsp;ก็ถือว่าทำบุญไปตัวเองและแม่ปลอดภัยก็ดีแล้ว &amp;nbsp;แต่ก็ดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้จะได้ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายอรรฆเดช &amp;nbsp;ผู้ต้องหา เคยประกอบอาชีพรับซื้อขายเป็ด ไก่ ในพื้นที่ภาคอีสาน &amp;nbsp; เคยต้องโทษ คดีเกี่ยวกับลักทรัพย์, พรบ.ทหาร, คดีพรากผู้เยาว์ &amp;nbsp;และคดีกรรโชกทรัพย์ ในหลายท้องที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชก, ตำรวจปลอม, ต้มตุ๋น, บุรีรัมย์, หลอกลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed1a02127fb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
