<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยตำรวจเมียนมาพาครอบครัวหนีเข้าอินเดียแล้วเกือบ200คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า มีตำรวจเมียนมาพาครอบครัวหนีข้ามแดนเข้ามาลี้ภัยในอินเดียแล้วเกือบ 200 คน ตำรวจนายหนึ่งอ้างว่าเห็นตำรวจด้วยกันทุบตีและทรมานผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงขว้างปาขวดน้ำใส่รถตำรวจระหว่างการปะทะกันที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by Kaung Zaw Hein/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่รัฐบาลทหารเมียนมาใช้กำลังรุนแรงปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่ทำให้มีผู้ประท้วงเสียชีวิต ก็เริ่มมีผู้คนจากฝั่งเมียนมาเดินทางข้ามชายแดนเข้าสู่รัฐมิโซรัมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเพิ่มขึ้น จำนวนมากเป็นตำรวจที่ปฏิเสธปฏิบัติตามคำสั่งปราบปรามผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกล่าวกันว่า ถึงวันศุกร์มีชาวเมียนมาข้ามมาอินเดียแล้ว 264 คน ซึ่งรวมถึงตำรวจและครอบครัวของพวกเขา 198 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเมียนมานายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีโดยขอปิดบังชื่อว่า เหตุผลที่เขาหนีจากเมียนมาเข้าอินเดียเป็นเพราะไม่ต้องการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้รัฐบาลทหาร ส่วนเหตุผลข้อที่ 2 คือหากเขาออกมาจากรัฐบาลทหารแล้วเข้าร่วมกับประชาชน ก็เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะรัฐบาลทหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ้างด้วยว่าเจ้าหน้าที่ทางการที่นั่นกำลังทุบตีและทรมานกันตามใจชอบ ตัวเขาเห็นเหตุการณ์ที่ตำรวจจับคนมากมายที่พบเห็น แม้แต่คนที่ไม่ได้ร่วมการประท้วงแต่มายืนดูหรือถ่ายรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยด้วยว่า ทางการอินเดียได้ผลักดันตำรวจ 8 นายข้ามชายแดนกลับเมียนมาแล้ว ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งบอกกับเอเอฟพีในสัปดาห์นี้ว่า ยังมีอีกหลายสิบคนกำลังรอข้ามชายแดนจากเมียนมาเข้าอินเดีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจพม่า, ตำรวจเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, รัฐมิโซรัม, หนีเข้าอินเดีย, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239b7b7a4c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าจำคุกตำรวจแฉนายสั่ง &#039;จัดฉาก&#039; จับกุมนักข่าวรอยเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจพม่าที่เปิดโปงกลางศาลว่านายสั่งให้ &amp;quot;จัดฉาก&amp;quot; เพื่อจับกุมนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนเมื่อปลายปีที่แล้ว โดนส่งไปขังคุกที่เรือนจำอินเส่ง ในความผิดฐานทำผิดวินัย เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจโดยไม่ขออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โม ยาน นาย (กลาง) ถูกพาตัวออกจากศาลในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 อ้างคำกล่าวของโฆษกตำรวจพม่าและภรรยาของ ร.ต.อ.โม ยาน นาย ว่าตำรวจนายนี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายวินัยตำรวจของพม่า และถูกลงโทษจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ระหว่างขึ้นให้การต่อศาลในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ที่ไต่สวนมูลฟ้องคดีผู้สื่อข่าวชาวพม่าของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 ราย ร.ต.อ.โม ยาน นาย สร้างความตกตะลึงต่อผู้คนในห้องพิจารณาคดี เมื่อเขากล่าวหาตำรวจอาวุโสนายหนึ่ง ว่าสั่งการให้เขาและเพื่อนตำรวจจัดฉากจับกุมวา โลน นักข่าวรอยเตอร์ด้วยการมอบแฟ้มเอกสารลับให้แก่นักข่าวรายนี้ ที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในนครย่างกุ้งเมื่อเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วา โลน วัย 32 ปีและจ่อ โซ อู วัย 28 ปีเพื่อนนักข่าวรอยเตอร์อีกราย โดนจับกุมและถูกตั้งข้อหาว่าครอบครองเอกสารลับของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการด้านความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่ซึ่งกองทัพพม่าถูกกล่าวว่ากระทำการโหดร้ายทารุณต่อชาวมุสลิมโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของสำนักงานตำรวจพม่ากล่าวว่า โม ยาน นาย ถูกจำคุกฐานทำผิดกฎหมายวินัยข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นข้อหาที่ตำรวจกล่าวหาเขามาตั้งแต่เดือนธันวาคม จากกรณีที่เขาติดต่อกับวา โลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นตำรวจหลายรายว่า โม ยาน นาย ถูกตัดสินโทษก่อนที่เขาจะให้การเปิดโปงกลางศาล ซึ่งถือเป็นการท้าทายผู้บังคับบัญชาอย่างเปิดเผยต่อที่สาธารณะอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นนักในพม่า ซึ่งเคยปกครองโดยระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาถูกตัดสินโทษเพราะเขาบอกให้คนอื่นๆ รู้ข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; พันตำรวจเอกเมียว ทู โซ กล่าวกับเอเอฟพี แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า คำตัดสินลงโทษนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด หรือมีโทษจำคุกยาวนานเท่าใด &amp;quot;เขาถูกตัดสินว่าละเมิดกฎหมายระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตู ตู ภรรยาของโม ยาน นาย กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ว่า เธอเพิ่งได้รับแจ้งเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่าสามีถูกตัดสิน &amp;quot;ตำรวจบอกกับฉันเมื่อค่ำวานนี้ (วันอาทิตย์) ว่าเขาถูกส่งไปเรือนจำอินเส่ง เพื่อจำคุกนาน 1 ปี&amp;quot; เธอกล่าวทั้งน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากโม ยาน นาย เบิกความเมื่อวันที่ 20 เมษายน ทนายฝ่ายจำเลยแสดงความหวาดกลัวเกี่ยวกับความปลอดภัยของเขา ขณะที่อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ประกาศว่า เขาเป็น &amp;quot;พยานปรปักษ์&amp;quot; หลังจากนั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตู ตู และลูกๆ ถูกขับออกจากบ้านพักข้าราชการตำรวจในกรุงเนปยีดอ แต่โฆษกของตำรวจปฏิเสธว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นเพียงเหตุ &amp;quot;บังเอิญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนให้การเมื่อวันที่ 20 เมษายนนั้น โม ยาน นาย บอกกับศาลว่า ตัวเขาถูกจับกุมนับตั้งแต่คืนวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นักข่าวรอยเตอร์ 2 คนถูกจับ โดยที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับครอบครัว เขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายวินัยตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วา โลน นักข่าวรอยเตอร์ (กลาง) ชูนิ้วโป้งขณะถูกนำตัวขึ้นศาลในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลในนครย่างกุ้งเริ่มไต่สวนมาตั้งแต่เดือนมกราคมเพื่อตัดสินว่าจะตั้งข้อหากับนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนนี้ ตามกฎหมายความลับของทางราชการ หรือไม่ ความผิดตามกฎหมายนี้มีโทษสูงสุดจำคุก 14 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่ทั้งคู่โดนจับนั้น พวกเขากำลังทำข่าวสืบสวนเหตุการณ์สังหารผู้ชายและเด็กชายชาวมุสลิมโรฮิงญา 10 คนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ การสังหารเกิดขึ้นระหว่างที่กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาที่โจมตีที่มั่นของตำรวจชายแดนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมปีที่แล้ว สังหารตำรวจกว่า 10 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน กองทัพพม่าแถลงว่า มีทหาร 7 นายถูกตัดสินจำคุก 10 ปีและใช้แรงงานในพื้นที่ห่างไกล ฐานมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ครั้งนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8194</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดฉาก, ตำรวจพม่า, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, อินเส่ง, เมียนมา, แฉนาย, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae71e043da8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
