<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! ตำรวจวัย 46 ปีเครียดโรครุมเร้าตัดสินใจยิงตัวตายคารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;21.00 น. วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ร.ต.ท.ปาฏิหาริย์ วัฒนประคัลภ์&amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน)สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตายภายในรถยนต์ บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ ถนอมมิตรปาร์คคอนโด แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผกก.สน.คันนายาว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คันนายาว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวชรรพ.ตร. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่ที่จอดรถหน้าแฟลตดังกล่าวตึก 22 พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นซีเอชอาร์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 7 กธ 8569 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ภายในรถพบศพ ร.ต.อ.อนิรุท อนุฤทธิ์&amp;nbsp;รอง สว.กก.2&amp;nbsp;บก.สส.บช.น. อายุ 46 ปี นั่งเสียชีวิตฝั่งเบาะคนขับ ส่วมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ ข้างประตูพบอาวุธปืนกล็อกขนาด 9 มม. ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าขมับขวาทะลุซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วาสุเทพ กล่าวว่าจากการสอบถามญาติผู้ตายทราบว่าผู้ตายป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด และต้องกินยารักษาตัวมาเป็นเวลานาน ผู้ตายชอบบ่นปัญหาเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะตัดสินใจยิงตัวเองตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยท่านได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติของผู้เสียชีวิตด้วย และได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชา ให้ตรวจสอบถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่องเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย และมีการกำชับไปยังผู้บังคับชาทุกหน่วย ให้คอยสอดส่อง ดูแลพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใต้บังคับบัญชา หมั่นให้ความใส่ใจ ซักถาม ทำความเข้าใจ และดูแลช่วยเหลือกับปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ ข้าราชตำรวจ หรือญาติ ที่พบว่าข้าราชการตำรวจ ที่มีความเสี่ยงที่อาจก่อเหตุฆ่าตัวตาย ให้สังเกตสัญญาณเตือนที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย เช่น พูดถึงความตาย หรือการฆ่าตัวตาย หรือบ่นว่าอยากตาย , พูดหรือเขียนสั่งเสีย , เคยพยายามฆ่าตัวตาย , เศร้าซึม แยกตัวเอง , ป่วยเป็นโรคจิต , ติดสุราหรือยาเสพติด จนเลิกไม่ได้ , เกิดการโต้เถียง ทะเลาะวิวาทรุนแรงบ่อยๆ เป็นต้น ควรหันหน้าปรึกษาญาติหรือผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานก่อน และสามารถขอรับการรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้ที่ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ โทร.0-2207-6144 หรือ 0-2207-6000 ต่อ 6144 และ 06-3195-8001&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจยิงตัวตาย, มะเร็งปอด, สน.คันนายาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f596db9d4e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต &#039;ผกก.&#039; ป่วยซึมเศร้า-เครียดโรครุมเร้ายิงตัวตายคารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - ร.ต.อ อรรณพ สีเขียว รองสว.(สอบสวน) สน.ลำผักชี ได้รับแจ้งเหตุมีอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตัวตายในรถกระบะ ภายในซอยเชื่อมสัมพันธ์ 21 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรมีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นซอยอยู่ในชุมชน พบรถกระบะยี่ห้ออีซูสุ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน 1 ฒน 5084 กทม.จอดเปิดกระจกไว้ จากการตรวจสอบภายในรถพบศพ พ.ต.อ.สวัสดิ์ เย็นประสิทธิ์ อายุ62ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งสุดท้ายคือ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ชลบุรี สวมเสื้อสีเขียวอ่อน ใส่ผ้าขาวม้า นั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ โดยตัวล้มไปทางฝั่งคนนั่ง มีบาดแผลใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนพยานให้การว่า ปกติผู้ตายพักอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ สน.ลำผักชี และป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาหลายปี ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปสั่งเสียน้องสาว โดยฝากดูแลเรื่องทรัพย์สิน แล้วขับรถวนมาจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านน้องสาวประมาณ 100 เมตร จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ส่วนน้องสาวเมื่อได้ยินเสียงปืน ก็วิ่งออกมาดูพบร่างพี่ชายยิงตัวตายในรถกระบะ จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากเครียดเรื่องโรคประจำตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวตายเพื่อหนีโรคที่รุมเร้า จากนั้นได้มอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่งตรวจสถาบันนิติเวช รพ.ตร.เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, ตำรวจยิงตัวตาย, สน.ลำผักชี, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e298e3fb15ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ สภ.เมืองยะลาขังตัวอยู่ในห้องก่อนใช้ปืนยาว M4 ปลิดชีพตัวเองเสียชีวิต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ&amp;nbsp;15.53&amp;nbsp;น.ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่ามี เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาคารแฟลต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั้นหลังสถานที่ตำรวจภูธรเมืองยะลา หลังรับแจ้งเหตุ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิเวช บุญยรัตนกลิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังรับแจ้งจึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ยะลา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ภายในห้องพักชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นพบร่างของ ส.ต.อ.วุฒิกร จิตปุณปภัสร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ตำแหน่งพลขับ ร้อยเวรสอบสวน นอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาภายในห้องพัก โดยมีอาวุธปืนยาว&amp;nbsp;M4&amp;nbsp;วางอยู่ใกล้ตัว มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณศีรษะ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ชั่วโมง จึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าดำเนินการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะให้อาสาสมัครกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวนำร่างส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพื่อทำการชันสูตรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นจากการสอบสวน เพื่อนข้าราชการตำรวจทราบว่า ก่อนหน้าที่จะพบว่าผู้ตายเเสียชีวิต ในเวลาเที่ยงกว่า ๆ ก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงอาวุธปืน แต่ก็ไม่คาดคิดว่า จะเป็น ส.ต.อ.วุฒิกร ยิงตัวเอง เนื่องในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น มีการแจ้งเหตุว่า สถานที่ใกล้เคียงที่ศาลจังหวัดยะลา มีเหตุผู้พิพากษาใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง จึงไม่ได้คาดคิดว่า ส.ต.อ.วุฒิกร จะก่อเหตุยิงตัวเอง จากนั้นในเวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.เพื่อนตำรวจจึงมาเรียกที่ห้อง ก็เงียบผิดปกติ ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปพบว่า ส.ต.อ.วุฒิกร นอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาภายในห้องลักษณะเหมือนใช้อาวุธปืนยิงกรอกปากตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นของการก่อเหตุสลดใจครั้งนี้ เชื่อว่า แรงจูงใจมาจากสภาวะความเครียดทั้งเรื่องหน้าที่การงาน และปัญหาครอบครัว เพราะทราบว่า ภรรยาได้นำลูกย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน จ.พะเยา และที่ผ่านมามักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง อีกทั้งผู้เสียชีวิตก็ได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊คส่วนตัวในเชิงน้อยเนื้อต่ำใจ มาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมา จึงอาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุในครั้งนี้/.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจยิงตัวตาย, สภ.เมืองยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d973e09d8080.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘สารวัตรสุริยา’เผยต้นเหตุร.ต.อ.ยิงตัวตายผลพวงคำสั่งคสช.ยุบแท่งพงส.โอดยุคแห่งความเลวร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.62-พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด &amp;nbsp;สารวัตรสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วยราชการที่ สภ.ยะหา จ.ยะลา ผู้เขียนหนังสือ&amp;rdquo;ชีวิตพนักงานสอบสวน&amp;rdquo; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหลังเกิดเหตุร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.มาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร ยิงตัวตายภายในบ้านพักเพราะเครียดที่ถูกย้ายจากรองสาวัตรปราบปรามไปเป็นรองสารวัตรสอบสวน พร้อมระบุว่า &amp;ldquo;ยุคแห่งความเลวร้ายของงานสอบสวนและตำรวจสายงานอื่นที่ถูกบังคับย้ายมาเป็น พงส.ผลพวงของคำสั่งหัวหน้า คสช. 7/2559&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้
นี่คือผลพวง ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2559 ยุบแท่ง พงส.จะย้ายใครมาก็ได้ จะแต่งตั้งใครมาก็ได้ ยกเลิกระบบสอบ ระบบยื่นผลงานการทำสำนวน เพื่อแต่งตั้งนี่คือคำสั่ง ที่สร้างความเลวร้ายให้กับงานสอบสวน และตำรวจสายงานอื่น ที่ถูกย้ายเข้ามาโดยไม่เต็มใจ
เกือบ 14 ปีแล้ว ที่ผมอยู่ในงานสอบสวนเพื่อนหลายคนที่ยิงตัวตาย ส่วนใหญ่จะอยู่ ในช่วงเป็น ร.ต.ท. กับ ร.ต.อ.ต้นๆ
เครียดเรื่องงาน อารมณ์ชั่ววูบ มีปืนอยู่ใกล้ตัว อยู่ในช่วงจังหวะไม่คิดอะไรแล้ว ไม่อยากรับรู้ปัญหาอะไรบนโลกใบนี้ทั้งสิ้น
ใครไม่เป็น พงส. จะไม่เข้าใจ ในช่วงอารมณ์แปรปรวน....
แต่เมื่อผ่าน ร.ต.อ. มาได้แล้ว เริ่มชินชา แข็งแกร่ง รุ่นผมไม่มีข่าวใครยิงตัวตายอีกแล้ว ...
บางคนบอกว่า ถ้าเครียด ไปนั่งสมาธิ ไปออกกำลังกาย ก็ได้ผลในส่วนหนึ่งของอารมณ์ แต่ปัญหาของงานยังอยู่เหมือนเดิม
เร่งรัด ตรวจสอบ ควบคุม การทำสำนวน คนทำคนเดียว คนควบคุมมีอยู่มากมาย ทั้ง หัวหน้างานฯ ทั้ง ผกก. ทั้ง ภ.จว. ทั้ง บช. ทั้งจเรฯ
ตรวจกันถี่ ตรวจกันบ่อย มีคนชี้นิ้วสั่งเยอะโดยเฉพาะในโรงพัก ใครเจอ หน.งานฯ เจอ ผกก. ที่เซนสำนวนผ่านยาก จู้จี้จุกจิก ในเรื่องไร้สาระ จะยิ่งเพิ่มความเครียด
ยิ่งทุกวันนี้ มีปริมาณคดีมากคดีไหน ที่ยุ่งยาก ปวดหัว รีบๆ ออกไปก่อนไม่ต้องคิดมาก โยนภาระให้อัยการคิดแทน สั่งสอบเพิ่มเติม แต่อย่าส่งฝากขังสุดท้าย ให้เวลาอัยการท่านบ้าง
พงส. หลายโรงพัก มีปัญหากับชุดจับกุม บางคดีจับได้แต่ไม่จับ บางคดีจับไม่ได้แต่จับ
การจับกุมไม่ชอบ ไม่มีผลกับการสอบสวน แต่จับกุมไม่ชอบ พงส.รับตัวมาขังโดยมิชอบ ก็อาจจะโดนด้วย
ผมโชคดี ที่โรงพักผม ทั้งฝ่ายปราบปรามและสืบสวน เชื่อฟังในคำแนะนำของผมในการเขียนบันทึกจับกุม เขียนบรรยายพฤติการณ์ยังไงให้เข้าข้อกฎหมาย หลายครั้งที่ผมลงไปเขียนบันทึกจับกุมให้ ชุดสืบฯ และชุด ป. ด้วยตนเอง ซึ่งจะมีผลดี ทำให้ พงส.ไม่เครียด จับกุมมาส่งถูกต้อง ตาม ป.วิ.อาญา
ซึ่ง ผมอยู่ที่นี้ ทั้งสายสืบ สาย ป. สามารถโทรตาม หรือมาเคาะห้องได้ ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน
น้องๆ พงส. หลายโรงพัก ขาดแคลน พงส.รุ่นพี่ ที่จะให้คำปรึกษาพงส.รุ่นพี่ หลายคน ก็โลกส่วนตัวสูง บางคน ก็เครียดกับสำนวนของตัวเอง ไม่มีเวลาให้คำปรึกษาใคร
สำหรับผมที่ผ่านมา มีน้องๆ พงส. หรือตำรวจ โรงพักอื่นๆ มาขอคำปรึกษา ผมก็ยินดี นะครับ ส่งข้อความมา ก็จะตอบให้ น้องๆ จะได้ไม่เครียด
ปัญหากับชาวบ้าน ที่มาแจ้งความ นี่คือ ศาสตร์อย่างหนึ่ง ต้องหมั่นฝึกสื่อสารในทางบวก เช่น อย่าพูดว่า ถูกหลอกกันประจำ จับตัวคนร้ายไม่ได้หรอก ต้องเปลี่ยนเป็น เหตุเกิดขึ้นบ่อย ผมต้องพยายามสืบหาจับกุมให้ได้
ถ้าชาวบ้าน เห็นเราตั้งใจทำงาน ถ้าทำเต็มที่แล้ว จะจับได้ไม่ได้ ชาวบ้านก็เห็นใจ
หลีกเลี่ยงคำพูดว่า &amp;quot;คุณไปหาพยานหลักฐานมาให้ผม&amp;quot;
ต้องใช้คำพูดว่า &amp;quot;คุณจะอ้างพยานหลักฐานใดบ้าง ผมจะไปเอาเข้ามาในสำนวน ผมจะไปเอาเองไปติดตามเองแต่ถ้าคุณจะช่วยนำมาหรือติดตามมาพบผม ก็จะเป็นผลดีกับคดีคุณทำให้เสร็จเร็วขึ้น&amp;quot;ฯลฯ
สุดท้ายนี้ ขอให้คนอยู่ สู้กันต่อไป
ขอแสดงความเสียใจ กับคนที่จากไป
เคารพในการตัดสินใจของทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบจากเพื่อนที่ สภ.มาบอำมฤต ว่า ร.ต.อ.พิเชษฐ์ เป็น นพต.รุ่น 10 รร.ภ.8 รุ่นพี่ผม
ไม่เคยทำงานสอบสวนมาก่อน สอบได้นายร้อยสายป้องกันปราบปราม
รุ่น 7000/1 ปี 2555
ปัจจุบัน อายุ 48 ปี
ครอบครัวมีฐานะ ไม่มีปัญหาครอบครัว
มีปัญหาเครียดเรื่องงาน เพราะเป็นงานไม่ถนัด ไม่เคยทำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39673</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ึ7/2559, ตำรวจยิงตัวตาย, ยุบแท่งพงส., ร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์, สุริยา แป้นเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d157e82b4801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.ต.อ.ยิงตัวตาย เหตุเครียดถูกคำสั่งย้ายไปอยู่ฝ่ายสอบสวนงานไม่เคยทำ กลายเป็นคำสั่งตายสังเวยวงการสีกากี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.ยิงตัวตายคาบ้าน เมียเผยปมเหตุสามีเครียดหนักถูกคำสั่งย้ายจากตำแหน่งฝ่ายป้องกันปราบปราบถูกยัดเยียดให้ไปอยู่ฝ่ายสืบสวนเป็นงานที่ไม่เคยทำจนกลายเป็นคำสั่งตาย ทำลายครอบครัว ลูกๆยังเด็กต้องกำพร้าพ่อ ฝากถามถึงผู้ใหญ่เคยใส่ใจปัญหาหรือไม่ อย่าคิดเองตามใจชอบเพื่อผลประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.อติชาติ พรฑิตกุล รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.มาบอำมฤต ได้รับแจ้งเหตุตำรวจยิงตัวตายในบ้านเลขที่ 119 ถนนเทศบาลซอย 6 หมู่ที่ 12 ตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อช่วงเวลา 20.00 น.วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ประพาส รอดเกลี้ยง รอง ผกก.(ป) พ.ต.ท.บุญเชต กัลปหา รอง ผกก.ส.ส. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ภัยปะทิว หน่วยกู้ชีพเทศบาลมาบอำมฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจาก สภ.มาบอำมฤต ประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นบ้าน 2 ชั้น หลังใหญ่สวยงามอยู่ติดกับถนนคอนกรีต เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณห้องนอนชั้นสองโดยห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป พบศพทราบชื่อ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์ อายุ 48 ปี สภาพศพนุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีดำใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอนมีแผลถูกยิงที่ขมับขวาทะลุขมับซ้ายกระสุนพุ่งขึ้นไปเจาะฝ้าเพดานห้องเป็นรู&amp;nbsp;ที่มือขวากำปืนสั้นขนาด 9 มม.ยีห้อกล๊อค กระสุนในรังเพลิงถูกยิงออกไปแล้ว 1 นัด&amp;nbsp;มีหมอนโชกเลือดตกอยู่ข้างศพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใบ มีร่องรอยกระสุนปืนจ่อยิงจนทะลุ บนหัวเตียงนอนมีวิทยุสื่อสารวางอยู่ 1 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบสมุดบันทึกที่ ร.ต.อ.พิเชษฐ์เขียนข้อระบายไว้ 3 หน้ากระดาษ โดยระบุถึงสาเหตุที่ต้องยิงตัวตามมาจากคำสั่งที่ถูกย้ายจากงานสายป้องกันและปราบปราบไปอยู่ในตำแหน่งงานสอบสวนอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม และความอัปยศต่างๆในแวดวงสีกากีที่มีการวิ่งเต้นโยกย้ายในตำแหน่ง จนตำรวจดีๆต้องหมดหวังหมดกำลังใจ เจ้าหน้าจึงเก็บสมุดบันทึกดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่าช่วงเกิดเหตุ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ออกเวรกลับจาก สภ.มาบอำมฤต แล้วเดินทางกลับเข้าบ้านหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เข้าไปเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนเพียงคนเดียวโดยชั้นบนของบ้านได้ปิดไฟมืดสนิท ขณะลูกสาวคนโตอายุ 14 ปี เรียนชั้น ม.1 นั่งทำการบ้านอยู่บริเวณชั้นล่าง ส่วนภรรยาและลูกชายวัย 9 ขวบ เดินออกไปทำธุระที่บ้านพี่ชายซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร จากนั้นไม่นานมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่เสียงไม่ดังมากนัก ลูกสาวที่นั่งทำการบ้านอยู่เข้าใจว่าเป็นเสียงรถท่อรถจักรยานยนต์ ต่อมาจึงคิดเอะใจว่าทำไมพ่อปิดไฟในห้องนอนและชั้น 2 บนบ้านปิดไฟมืดสนิททั้งหมด จึงโทรศัพท์ไปบอกแม่ให้รีบกลับบ้านมาดูพ่อ และเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปดูก็พบว่า ร.ต.อ.พิเชษฐ์ใช้หมอนปิดศีรษะเพื่อเก็บเสียงแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงฆ่าตัวตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางแอนนา สินธุนนท์ อายุ 44 ปี ภรรยาผู้ตายได้กล่าวด้วยความขุ่นเคืองเสียงดังต่อหน้า พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ถึงปมเหตุที่สามีตนเองยิงตัวตายว่ามาจากความเครียดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลังมีคำสั่งย้ายสามีตนจากตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันและปราบปราม ไปอยู่ตำแหน่งรองสารัตรสอบสวน เป็นการย้ายตำรวจจากงานถนัดไปอยู่งานที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยไม่เคยสอบถามความสมัครใจใดๆทั้งสิ้น คิดจะย้ายใครไปอยู่ตรงไหนก็ย้ายทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ ตนขอตัดขาดจากวงการตำรวจนี้อย่างเด็ดขาดจะไม่ขอเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ยืนฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกล่าวปลอบใจและให้กำลังใจแก่นางแอนนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแอนนา กล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกว่า ปกติสามีตนเป็นรักครอบครัว สนุกสนาน ร่าเริงมีอัธยาศัยดีเพื่อนร่วมงานและชาวบ้านรัก แต่หลังจากมีคำสั่งย้ายช่วงกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา สามีตนกลายเป็นคนเครียดเก็บกดเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยทีเดียว ไม่ค่อยกินอาหารจนผอมและจะพูดจาตัดพ้อกับตนและเพื่อนๆทุกวันเกี่ยวกับตำแหน่งที่ถูกปรับย้าย&amp;nbsp;ตนขอฝากถามไปถึงระดับผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การโยกย้ายตำรวจแต่ละครั้งนั้นคิดจะย้ายใครไปอยู่ตรงไหนก็ได้ใช่ไหม โดยไม่ต้องสอบถามผู้ที่ถูกย้ายว่ามีความสามารถทำงานด้านใดได้บ้าง เคยรู้ปัญหาเหล่านี้ไหม ไม่ใช่คิดแต่จะหาผลประโยชน์วิ่งเต้นตำแหน่งกัน คำสั่งโยกย้ายครั้งนี้กลายเป็นคำสั่งตายทำลายครอบครัวตนลูกๆทั้ง 2 คนที่ต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเด็กทำให้ขาดเสาหลักของครอบครัว เป็นเพราะคำสั่งดังกล่าวที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์ อดีตเป็นตำรวจชั้นประทวนยศจ่าสิบตำรวจ(จ.ส.ต.)ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ประจำอยู่ที่ สภ.มาบอำมฤต ต่อมาได้ตั้งใจเรียนจนจบระดับปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จากนั้นในปี พ.ศ.2548 สอบติดนายตำรวจสัญญาบัตรในตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันและปราบปราบ(รอง สว.ป.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งโยกย้ายระดับ สว.รอง ผบก.ตามคำสั่งที่ 127/2562-139/2562 จำนวน 6239 ตำแหน่ง โดยคำสั่งดังกล่าวได้โยกย้าย ร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์ รอง สว.ป.สภ.มาบอำมฤต ไปอยู่ในตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39578</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งตาย, จังหวัดชุมพร, ตำรวจยิงตัวตาย, ย้ายตำรวจไม่เป็นธรรม, ร.ต.อ.พิเชษฐ์ สุชาติพงษ์, สภ.มาบอำมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d142eda295b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
