<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง&#039;ด.ต.&#039;ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองพัทลุงรีดเงิน-ยึดอาหารทะเลแม่ค้าฝ่าเคอร์ฟิวช้ำให้แกะหอยกินแกล้มเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว &amp;ldquo;แม่ค้า ถูกจับเคอร์ฟิว ตร.รีดเงินยึดอาหารทะเล เดือดสุดต้องนั่งแกะให้กินแกล้มเหล้า&amp;rdquo; ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทลุง ว่า แม่ค้าขายอาหารทะเลสด ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อ และมีการโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่สังกัด สภ. เมืองพัทลุง ซึ่งระบุว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังจากกลับมาจากรับหอยปูและปลาทู จากในพื้นที่ จว.ตรัง และเดินทางกลับบ้านที่ จว.พัทลุง ในช่วงเคอร์ฟิว เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ได้เรียกเงินเป็นจำนวน 80,000 บาท ได้มีการต่อรองเหลือ 40,000 บาท และสุดท้ายที่ 10,000 บาท โดยตนไม่มีเงินสด จึงขอยืมจากญาติของสามีมาได้ 5,700 บาท แต่เงินไม่ครบจำนวน 10,000 บาท ทางชุดจับกุมได้ต่อรองเอาอาหารทะเลที่อยู่ในรถ คิดเป็นเงิน 4,300 จนครบ และเมื่อโอนเงินเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ และให้ตนนั่งแกะหอยนางรมให้พวกเขากินจนหลังเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่อปรากฎอยู่บนสลิปโอนเงิน พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน โดยให้มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ไม่ให้พบปะกับประชาชน พร้อมรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 3 วัน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และความผิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกตร.กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อีกทั้งคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิด ไม่มีการปล่อยไว้ หรือ ให้การช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับรายงานถึงกรณีดังกล่าวแล้วและได้กำชับให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิด ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น และเป็นการซ้ำเติมประชาชน ให้ต้นสังกัดดำเนินคดีทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับตำรวจที่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ประชาชนในภาพรวมของประเทศได้รับผลกระทบทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ตำรวจรีดเงิน, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecdfe58525c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกจากราชการตำรวจเรียกรับเงิน - ลวนลามสาวบนโรงพัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาวชัยภูมิ แจ้งความถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจเรียกรับเงินเมาแล้วขับ-หอมแก้มบนโรงพัก ยื่นข้อเสนอเรียกเงิน 2 หมื่นเจ้าตัวยอมจ่าย ก่อนถูกลวนลาม เร่งตรวจวงจรปิดหาตัว&amp;rdquo; นั้น ได้รับรายงานจาก สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2571 เวลาประมาณ 03.30 น. ผู้แจ้งได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กอ 1340 กรุงเทพฯ มาตามถนนพัทยาสายสอง เมื่อมาถึงซอย 3 ได้เลี้ยวรถขับย้อนศรเข้าไป และเกิดเฉี่ยวรถคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางถูกบริเวณประตูรถด้านคนขับและยังเฉี่ยวชนประชาชน ที่ยืนอยู่บริเวณรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ(ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล) พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุและออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบ ผู้แจ้งและรถยนต์คู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;จึงได้เชิญตัวผู้แจ้งและญาติคู่กรณีมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการสอบสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทดสอบแอลกอฮอล์ของคู่กรณีและแจ้งว่าผลตรวจของผู้แจ้ง &amp;nbsp;มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจึงนำตัวผู้แจ้งเข้าไว้ในห้องควบคุมตัว &amp;nbsp; จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าห้องควบคุมมาเรียกรับเงินจากผู้แจ้ง จำนวน 20,000 บาท เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี และยังได้กอดและหอมแก้มผู้แจ้งด้วย &amp;nbsp;ผู้แจ้งจึงให้บัตร เอทีเอ็ม พร้อม รหัส ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกดเงินจำนวน 20,000 บาท และมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไป &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวผู้แจ้งออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.61 &amp;nbsp;เวลาประมาณ 13.00 น. &amp;nbsp;ผู้แจ้งได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp;เพื่อตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี &amp;nbsp;ซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงกันได้แต่ฝ่ายกันของผู้แจ้งนั้นไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ เนื่องจากอ้างว่าผู้แจ้งนั้นขับรถขณะเมาสุรา &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนจึงได้ไกล่เกลี่ยและเจรจาให้ผู้แจ้ง ไปทำการซ่อมรถด้วยตนเอง &amp;nbsp;ผู้แจ้งรู้สึกเครียด &amp;nbsp;จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ของวันเดียวกันในเวลาประมาณ 14.00 น. &amp;nbsp; เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับกรณีปล่อยตัวผู้แจ้งออกจากห้องควบคุมตัวและมีการกระทำอนาจารกับผู้แจ้ง &amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp;จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว &amp;nbsp; โดยขณะนี้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp; ได้มีคำสั่ง สภ.เมืองพัทยา ที่ 205/2561 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2561 &amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น และทำการตรวจสอบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 1 นาย ตามที่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกรับผลประโยชน์ให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย &amp;nbsp; เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงและสามารถตอบคำถามสังคมได้ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนและกระทำความผิด ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษกตร.เผยต่อว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าในยุคปฏิรูปตำรวจจะต้องไม่มีข้าราชการตำรวจนายใดประพฤติตนทุจริต &amp;nbsp; ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างๆ จะต้องปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเป็นธรรมบริการประชาชนด้วยใจ โดยให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 หากพบตำรวจนายใดมีพฤติกรรม เรียกรับผลประโยชน์ ประพฤติมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น จะดำเนินการตามกฏหมาย และระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และให้ช่วยกันร้องเรียนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจรีดเงิน, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, สภ.เมืองพัทยา, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b120fcea35a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
