<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจสงขลา โชว์ผลงานจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ยึดของกลางาบ้า 882,000 เม็ด ไอซ์ 5.625 กิโลกรัม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรสงขลา ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.ท.รณศิลปั ภูสาระ ผบช.ภ.9&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา,&amp;nbsp;พ.ต.อ.พิชัย กิระวานิช รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.จว.สงขลา /หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสงขลา ,พ.ต.อ.พงศ์พสิษฐ์ ทองด้วง ผู้กำกับการ สภ.บางกล่ำ และจนท.ปปส.ภาค 9 ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี รวมยาบ้า 882,000 เม็ด ไอซ์ 5.625 กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 13 กันยายน ต่อเนื่องวันที่ 15 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ร่วมกันจับกุม นายสุรเดช หรือบ่าว ทองวงศ์ อายุ 31 ปี มีภูมิลำเนา อยู่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจยึดของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวม 5.625 กิโลกรัม / ยาบ้า จำนวน 282,000 เม็ด และของกลางอื่นๆ รวม 18 รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้ตรวจยึดรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน โดยกล่าวหา &amp;quot;มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;quot; โดยซุกซ่อนไว้ใน บ้านเลขที่ 38 ซ.7 ถ.ราษฎร์ยินดี และ บริเวณหลังบ้านเลขที่ 40 ซ. 7 ถ.ราษฎร์ยินดี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกจับกุมให้การรับว่า ยาเสพติดของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ซึ่งได้รับการว่าจ้างจาก นายอัครเดช หรือแม็ก นพรัตน์ ให้เก็บรักษาและนำไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของนายแม็ก ยอมรับว่า ทำในลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 5 ครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 30,000 -70,000 บาท แล้วแต่จำนวนยาที่รับมาแต่ละครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนายอัครเดช หรือแม็ก นพรัตน์ หลบหนีหมายจับของศาลอาญา ที่ 349/2564 ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2564 ข้อหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ,ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันพอกเงินฯ&amp;quot; หลังจากเสร็จสิ้นการขยายผล ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา,เจ้าพนักงานตำรวจชุด ศอ.ปส.ภ.จว.ปทุมธานี และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ภาค.9 ร่วมกันจับกุม นายอนุชาติ&amp;nbsp; หรือบังชาติ รามแก้ว อายุ 48 ปี ที่อยู่ 20 7 ม.6 ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลางยาบ้า รวมจำนวน 300 มัด หรือจำนวน 600,000 เม็ด และของกลางอื่นๆ รวม 4 รายการโดยกล่าวหา &amp;quot;มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;quot; โดยเข้าจับกุมได้ ณ บ้านเลขที่ 82 ม.2(บ้านท่าหาด) ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ.สงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกจับกุม ยอมรับว่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ก่อนถูกจับกุม 3-4 วัน โดยมีชายไม่ทราบชื่อ ติดต่อผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ว่าจ้างให้ตนเองรับพัสดุที่มียาบ้า ซึ่งส่งมากับบริษัทขนส่งเอกชน ไปเก็บซุกซ่อนไว้ และจะส่งหมายเลขโทรศัพท์ลูกค้ามาให้ตนเอง โดยตนเองได้ทำในลักษณะดังกล่าวนี้มาประมาณ 10 ครั้ง ได้ค่าจ้างคิดตามจำนวนลังกระดาษ ละ 2,000 บาท เสร็จสิ้นการขยายผล นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกล่ำ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117183</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับยาเสพติด, ตำรวจสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_614713b516497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการปราบทุจริตภาค 9 เเก้ต่างให้ 4 ตำรวจสงขลาชุดจับกุมยาเสพติด ชนะคดี 2 ศาล หลุดข้อกล่าวหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีและโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าในคดีที่ ตำรวจสงขลา 4 นาย ถูกผู้ต้องหาคดียาเสพติดฟ้องกลับปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีเดิมนั้นศาลฎีกายกฟ้องจำเลยคดียาเสพติด จำเลยจึงมาฟ้องกลับ พ.ต.ท.ธนิต แสนเจริญ เป็นจำเลยที่1กับพวกรวม 5 คน กล่าวหาว่า ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 ในการเข้าจับกุมยาเสพติด ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ว่าจับกุมดำเนินคดียาเสพติดโดยมิชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 9 จึงได้ทำหน้าที่เข้าว่าความแก้ต่างคดีให้ จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และ ที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ อัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 ต่อสู้คดีให้ทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 ได้มีคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าสำนักงานอัยการปราบปรามการทุจริตไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะดำเนินคดีกับข้าราชการที่ทุจริต ประพฤติมิชอบเท่านั้น แต่ถ้าข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบแล้วถูกฟ้องดำเนินคดี อัยการปราบปรามการทุจริตจะเข้าต่อสู้คดีแก้ต่างให้ &amp;nbsp;จึงขอให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ สุจริตแล้ว ขอให้มั่นใจในการปฏิบัติงานเพื่อประชาชน รักษากฎหมาย รักษาหน้าที่ให้ดีที่สุด อัยการพร้อมให้คำปรึกษาให้ความช่วยเหลือเมื่อข้าราชการถูกฟ้องคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสงขลา, อัยการภาค9, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0b572a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจสงขลาจับเมียเก่าแค้นจ้างมือปืนฆ่าผัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63-คืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสันติ หรือ สอแหละ &amp;nbsp;หีมเห็ม อายุ29ปี เข้าที่ศรีษะเสียชีวิตคาที่และพบยาบ้า 2 พันเม็ดตกอยู่ที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.23 น.ร.ต.อ.มารุต &amp;nbsp;นิลโกศรีร้อยเวร สภ.สิงหนคร จ.สงขลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงชายไทย ( ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ) เสียชีวิต บริเวณ แยกริมเขา &amp;nbsp;ซ.กุโบบ้านใหม่ ม.1 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งหน่วยกู้ภัย ร่วมใจเมืองสงขลาไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้ตายคือ นายสันติ หรือ สอแหละ &amp;nbsp;หีมเห็ม อายุ 29 ปี ถูกอาวุธปืนพกสั้น โดยมีจำนวนปลอกกระสุนทั้งสิ้น 5 ปลอก เป็นขนาด 11 มม. จำนวน 4 ปลอก และ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 5ปลอกและพบถุงพลาสติกมีเสพติด ยาบ้า จำนวน1 ห้อ (2,000 เม็ด) ตกอยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บเป็นหลักฐานนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุดพล.ต.ท. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 สั่งการให้ชุดสืบสวนภาค 9 ชุดสืบสวนจังหวัดสงขลา นำโดย &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9, พ.ต.อ.บรรพต &amp;nbsp;เดชมา ผกก.สส.4 บก.สส.ภ.9, พ.ต.อ. ดุสิต พรหมสิน ผกก สส ภ จว สงขลาและพ.ต.ท.ณภพ ธนบุญญะวงษ์ รอง ผกก.สส. สภ.สิงหนคร จ.สงขลา เร่งติดตามจับตัวคนร้ายล่าสุดทางศาลจังหวัดสงขลาได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุแล้ว 3 ราย 1. น.ส.เจนจิรา หรือเจน บุญณะ อายุ 27 ปีข้อหา &amp;quot;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเป็นผู้ใช้ จ้างวาน&amp;quot; 2.นายศุภณัฐ &amp;nbsp;หรือซัน หวังยีเสน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วน 3. นายกัมปนาทหรือหลี &amp;nbsp;หีมหมัน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนางสาวเจนจิราหรือเจน ซึ่งเป็นผู้จ้างวานฆ่า นายสันติ หรือ สอแหละ &amp;nbsp;หีมเห็ม อายุ29ปี เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธแต่พยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานสามารถเอาผิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนทราบว่านางสาวเจนจิรา ได้โกรธเคืองกับนายสันติเนื่องจากนายสันติซึ่งเป็นสามีเก่าและมีลูกด้วยกัน 2 คนและนายสันติได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันกับ นางสาวเจน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน และได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสงขลาเนื่องจากโดนฟันที่แขนเย็บกว่า150เข็มและล่าสุดนายสันติผู้เสียชีวิตได้เรียกร้องเงินจำนวน 7แสนบาทรถยนต์ 1 คันเพื่อแลกกับการเลิกลากันโดยมีการข่มขู่ว่าถ้าไม่ยอมให้จะแจ้งความ นางสาวเจนจิราเรื่องที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า นางสาวเจนจิราได้ว่าจ้างคนร้ายจำนวน2คนเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาทในการฆ่านายสันติโดยทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดเงินส่วนหนึ่งที่ใช้ในการว่าจ้างไว้เป็นหลักฐานและก่อนเกิดเหตุมือปืนได้โทรศัพท์นัดแนะให้นายสันติผู้เสียชีวิตออกมารับยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ดในจุดเกิดเหตุพร้อมให้มือปืนมายิงจนเสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนเบื้องต้นคาดว่าหลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสงขลา, สภ.สิงหนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef86047c0ed0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
