<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจทำเนียบฯติดโควิดเพิ่ม เร่งตรวจเชื้อกลุ่มเสี่ยงเกือบ 50 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากมาตรการเข้มตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลทำงานที่บ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด และวันเดียวกันนี้เป็นวันแรกที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดเข้าปฎิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลา 14 วัน แต่ปรากฎว่าล่าสุด ช่วงกลางดึกวันเดียวกันนี้ ได้มีการแจ้งผลการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ประจำประตูสะพานอรทัย ทำเนียบรัฐบาล ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำประตู 5 ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ ติดไปแล้ว 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่น่าตกใจคือเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวรับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และพักอยู่ที่ตึกเรือนกองรักษาการณ์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นเรือนนอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในทำเนียบฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพักอาศัยอยู่ที่เรือนนอนดังกล่าวเกือบ 50 นาย จึงต้องมีการส่งตรวจเชื้ออีกครั้ง อย่างไรก็ตามปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการหมุนเวียนสลับกันเข้าเวร วันเว้นวัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสันติบาล, ทำเนียบรัฐบาล, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60752fb35a304.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สันติบาลจัดเตรียมกำลัง 300 นายรักษาภายในทำเนียบฯ รอบนอกหน้าที่ บช.น. ไม่ใช้กำลังเสริมจากทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ว่า ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจสันติบาล​ 3​ กับสันติบาลทำเนียบฯ​ รวม​ 2​ กองร้อย​ หรือ 300 นาย ที่จะดูแลภายในทำเนียบฯ​ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบัญชาการ 1 ซึ่งถือเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด​ และตนได้แจ้งกำลังพลไปแล้วว่่า​ หากมีผู้ชุมนุมพยายามบุกรุกเข้ามาในทำเนียบฯ เบื้องต้นให้เจรจาก่อนแล้วจึงใช้มาตรการขั้นต่อไป ส่วนภายนอกรั้วทำเนียบ​ฯ​ จะอยู่ในการดูแลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล​ (บช.น.)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯสั่งการกำชับเป็นพิเศษคือ ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบริเวณโดยรอบทำเนียบฯ ซึ่ง​ ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ​ มีกำหนดไว้ว่า ต้องมีระยะห่างจากทำเนียบฯ 50 เมตร คือ​อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วัชรวีร์​ กล่าวว่า​ อย่างไรก็ตาม​ การดูแลความสงบเรียบร้อยภายในทำเนียบฯ​ จะทำตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 19 ถึงวันที่ 20 ก.ย. โดยจะใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก​ โดยไม่ใช้กำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ทหารแต่อย่างใด​ และมาตรการป้องกันทำเนียบฯ​ ไม่มีชื่อแผน แต่จะดูตามสถานการณ์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุม จะเดินเลยไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า​ พ.ต.ท.วัชรวีร์​ กล่าวว่า​ ยังไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ และในทางการข่าวก็ยังไม่มีข่าวเช่นนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสันติบาล, ทำเนียบรัฐบาล, พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา, ม็อบ19กันยา, ม็อบปลดแอก, รับมือม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6062b100b9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกจากราชการ-ตั้งกก.ฟันวินัย &#039;ส.ต.อ.&#039;สันติบาลเตรียมชิงทรัพย์ธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี สภ.บางปะกง จับกุมตำรวจ ยศ ส.ต.อ. สังกัด กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.)&amp;nbsp; ที่เตรียมก่อเหตุชิงทรัพย์ว่าธนาคารกสิกรไทย สาขาบางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ในส่วนของการดำเนินคดีอาญานั้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยมิได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันควรและความจำเป็นเร่งด่วน
โดยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งหากพบว่ามีการกระทำความผิดในฐานอื่นเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ในส่วนของทางวินัย บก.อก. บช.ส. มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและ มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากพบกระทำความผิดจริง ให้ดำเนินดคีอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63415</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสันติบาล, พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, เตรียมปล้นธนาคาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e992d954df28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ฉุน&#039;รองสว.สันติบาล&#039;เป็นโจรเสียเองงัดรถขโมยทรัพย์สินในสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองรักษาการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ รอง สารวัตรฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.ส. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ขณะก่อเหตุใช้ไขควงงัดรถยนต์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสันติบาลว่า เมื่อ วันที่ 9 ก.พ.2562 เวลาประมาณ 05.00 น. ส.ต.ท.อนุสรณ์. บุษบาบาล ได้เดินทางไปที่ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าอาคารพิสูจน์หลักฐาน (อาคาร 16 ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบ ร.ต.อ.เอกชัย &amp;nbsp;เพ็งจันทร์ ผู้ต้องหา (ทราบชื่อสกุลภายหลัง) กำลังทำการงัดแงะรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ภจ-3641 กรุงเทพมหานคร ของ ส.ต.ท.อนุสรณ์ ทำให้กระจกบานใหญ่ด้านหน้าและกระจกประตูด้านหลังฝั่งขวาแตกเสียหาย ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงเข้าไปแสดงทำการตรวจสอบและสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย รับสารภาพกำลังลักทรัพย์สินภายในรถยนต์คันดังกล่าวจริง ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงได้ประสานให้เจ้าที่ตำรวจกองรักษาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำการเข้าตรวจค้นตัว โดยก่อนการตรวจค้นตัวได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ร.ต.อ.เอกชัย จึงยินยอมให้ทำการตรวจค้นพบไขควงสีเขียวอยู่ในมือข้างขวาของ ร.ต.อ.เอกชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามให้การรับสารภาพว่าได้ลักเอารองเท้าคอมแบท จำนวน 1 คู่และรองเท้าผ้าใบจำนวน 2 คู่ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าวและวางไว้ที่บริเวณด้านท้ายของรถยนต์คันดังกล่าวและได้ลักเอายางอะไหล่รถยนต์ 1 เส้น และ พระเครื่องเหลี่ยมพลาสติกพร้อมสร้อยเชือก จำนวน 1 เส้น ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าว แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ภายในรถยนต์ กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน บธ-8959 กาญจนบุรี ของ ร.ต.อ.เอกชัยฯที่จอดไว้ใกล้เคียงกันภายในลอนจอดรถไว้ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมตัวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เอกชัย ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลักเอา 1.เครื่องพีซีคอมพิวเตอร์ จำวน 3 ตัว , 2.เครื่อง Baseline Switch 2250 plus(3 com) จำนวน 1 ตัว , 3.เครื่อง Switch ยี่ห้อ D-Link จำนวน 1 ตัว , 4.เครื่อง Switch 3 com ตัวเล็ก จำนวน 1 ตัว , 5.เครื่อง Mainboard Print จำนวน 1 ตัว และ 6. ตลับม้วนเทป จำนวน 5 ตลับ มาจากบริเวณชั้น 4 อาคาร 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมาเก็บไว้ภายในรถยนต์กระบะของ ร.ต.อ.เอกชัยฯ ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ร.ต.อ.เอกชัย และ มีคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.เอกชัยฯ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด&amp;rdquo; และ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการ สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งหากทำผิดจริง ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด โดยจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่กลับทำผิดเสียเองและจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ดังกล่าวและจะไม่เลี้ยงคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว ก่อเหตุภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพต่อเกียรติของตำรวจ และ กำชับให้กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตรา ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึง มาตรการในการป้องกันเหตุ โดยเน้นย้ำ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก และได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28792</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้าย, ตำรวจ, ตำรวจสันติบาล, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839779c1601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก 1 ปี 6 เดือน&#039;พุทธะอิสระ&#039;คดีกปปส.ซ้อมสันติบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61- ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2499/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี หรืออดีตพระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.สามพราน จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร หน่วงเหนี่ยวกักขังฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309, 310
&amp;nbsp;
กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 2556 &amp;nbsp;- 1 พ.ค. 2557 &amp;nbsp;ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีพฤติการณ์เป็นอั้งยี่ซ่องโจร เป็นหัวหน้าผู้สั่งการกลุ่ม กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ หน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยปลุกระดม ยุยง ชักชวนประชาชน และแนวร่วมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เข้ายึดหน่วยงานและสถานที่ราชการหลายแห่ง โดยร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ใช้กำลังประทุษร้าย ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล กับ ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินรวม 8 รายการมูลค่า 60,900 บาทสูญหาย เหตุเกิดแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. โดยจำเลยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;
วันนี้อดีตพระพุทธะอิสระ จำเลยซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล
&amp;nbsp;
โดยศาลได้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 309 วรรค 2 และวรรค 3 กับมาตรา 310 วรรค 2 ซึ่งเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เป็นโทษหนักสุดให้จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และเมื่อพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะพินิจแล้ว เห็นว่าคดีนี้จำเลยได้วางเงินชดใช้ให้กับผู้เสียหายทั้งสองแล้ว จำนวน 40,000 บาท ผู้เสียหายทั้งสองไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป ขณะที่จำเลยไม่เคยได้รับโทษคดีอาญามาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนที่อัยการขอให้นับโทษต่อจากคดีกบฏ กปปส. นั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;
ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว กลุ่มลูกศิษย์ที่เดินทางมาให้กำลังใจประมาณ 30 คน ได้พนมมือกล่าวสาธุพร้อมกันในห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20916</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ตำรวจสันติบาล, พุทธะอิสระ, ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd687ef2d2c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
