<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนจำคุกอดีตประธานอินเตอร์โพล 13 ปี ฐานรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลจีนพิพากษาจำคุกเมิ่ง หงเว่ย ประธานอินเตอร์โพลชาวจีนคนแรก เป็นเวลา 13 ปี 6 เดือน ปรับอีก 2 ล้านหยวน ในความผิดฐานรับสินบนระหว่างดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลประชาชนชั้นกลางเทียนจินมีคำพิพากษาเมื่อวันอังคารที่ 21 มกราคม 2563 ว่าอดีตประธานอินเตอร์โพลวัย 66 ปี รายนี้มีความผิดฐานรับสินบนและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และตัดสินจำคุกเขา 13 ปี 6 เดือน ปรับอีก 2 ล้านหยวน (8.8 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมิ่งเป็นชาวจีนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) เขาตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อภรรยาของเขาแจ้งว่าเขาหายตัวอย่างลึกลับภายหลังเดินทางจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของอินเตอร์โพล กลับจีนเมื่อเดือนกันยายน 2561 ต่อมารัฐบาลจีนยืนยันว่าเมิ่งโดนจับกุม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รณรงค์อย่างหนัก และพรรคคอมมิวนิสต์ขับเขาพ้นพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะรายนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวเด่นหลายรายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ตกเป็นเป้าหมายการรณรงค์ปราบปรามคอร์รัปชันนี้ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวกันว่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมืองของประธานาธิบดีสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อเดือนมิถุนายน เมิ่งสารภาพว่าเขารับสินบน 2.1 ล้านดอลลาร์ ภายหลังศาลกล่าวว่าเขาใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์อย่างไม่เหมาะสม, ได้รับอสังหาริมทรัพย์อย่างผิดกฎหมาย และรับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของศาลเมื่อวันอังคารกล่าวว่า เงินและสิ่งของบางส่วนที่ได้จากการขโมยมายังหาไม่พบ และว่า เมิ่งรับสารภาพตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาเหล่านี้ทั้งหมดและจะไม่อุทธรณ์คำตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายจากศาลเผยภาพที่เมิ่งซึ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม ยืนเบื้องหน้าผู้พิพากษา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ยืนขนาบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานความมั่นคงสาธารณะของจีนโยงคดีของเมิ่งกับการดำเนินการกำจัดอิทธิพลที่เป็นอันตรายของโจว หย่งคัง อดีตซาร์ด้านความมั่นคงของจีน ที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2558 ฐานรับสินบน, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และเผยแพร่ความลับของทางราชการ เมิ่งเคยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการของโจวเมื่อปี 2547&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น เมิ่งได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานที่มีความอ่อนไหวหลายด้าน ซึ่งรวมถึงแผนต่อต้านการก่อการร้ายของจีน เขายังได้รับมอบหมายให้จัดการกับสถานการณ์รุนแรงภายในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลานั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงสาธารณะของจีนแห่งนี้จับกุมและสอบปากคำนักต่อต้านรัฐจีนที่มีชื่อเสียงหลายราย รวมถึงหลิว เสี่ยวโป นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวจีนที่ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ แต่เสียชีวิตในคุกด้วยโรคมะเร็งตับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เมิ่งหายตัวเมื่อเดือนกันยายน 2561 เขาส่งข้อความถึงภรรยาว่า &amp;quot;รอโทรศัพท์ผม&amp;quot; แล้วตามด้วยภาพอิโมจิรูปมีด ที่สื่อความหมายถึงอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์ถัดมา อินเตอร์โพลก็ได้รับแจ้งว่าเมิ่งลาออก จากนั้นรัฐบาลจีนก็ประกาศว่าเมิ่งถูกจับกุมฐานต้องสงสัยว่ารับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภรรยาของเขาโต้แย้งว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวหาสามีของเธอ ปีที่แล้วเธอได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ฝรั่งเศส โดยเธออ้างเหตุผลว่า กลัวว่าตัวเธอและลูก 2 คนจะตกเป็นเป้าหมายของการลักพาตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสินจำคุก, ตำรวจสากล, รับสินบน, อดีตประธานอินเตอร์โพล, อินเตอร์โพล, เมิ่ง หงเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e27049fde3ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งฟ้อง21หัวโจกบึ้มกรุง ตามล่าอีก18รายหนีตปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจส่งสำนวน 4 ลัง 1.3 หมื่นแผ่น พยาน 250 &amp;nbsp;ปาก เห็นควรฟ้อง 21 ผู้ต้องหาคดีบึ้มป่วนกรุงให้อัยการแล้ว &amp;nbsp;ไม่ฟันธงคดีความมั่นคง-การเมือง จับแล้ว 3 ที่เหลือ 18 รายหนีไปต่างประเทศ ออกหมายแดง ประสานตำรวจสากล ลากคอกลับไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ห้องประชุม 100 ปี ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก คณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, &amp;nbsp; ป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และพื้นที่ กทม.-อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2562 ร่วมแถลงข่าวภายหลังส่งมอบสำนวนการสอบสวน หลักฐานจำนวน 4 ลัง เอกสารกว่า 13,000 หน้า พยานกว่า 250 ปาก พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 21 คน ข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร, ร่วมกันก่อการร้าย และข้อหาอื่นๆ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 รวม 11 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ร่วมกันสืบสวนสอบสวน โดยเอกสารหลักฐานในสำนวนก็มีจำนวน 13,000 แผ่น สืบพยานไปกว่า 250 ปาก ซึ่งสำนวนนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 21 คน แต่มีจำนวน 18 คน หลบหนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีนี้เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคงเรื่องแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มก่อความไม่สงบรายใด หรือเป็นกลุ่มการเมือง รอง ผบ.ตร.ระบุว่า ขอให้มั่นใจในการรวบรวมพยานหลักฐานเราจะทำทุกช่องทางเท่าที่ทำได้ ส่วนกรณีจะเกี่ยวพันกับด้านความมั่นคงหรือการเมืองอย่างไรนั้น อาจพูดไม่ได้ชัดนัก เพราะเป็นประเด็นที่จะต้องต่อสู้กันในชั้นศาล ตนจึงขอสงวนการตอบถึงข้อมูลนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้มีการกระทำความผิดในพื้นที่นอกราชอาณาจักรด้วย ดังนั้นขั้นตอนในการสั่งคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ให้อำนาจอัยการสูงสุดเป็นผู้สั่งคดี ดังนั้นเมื่อวันนี้ได้รับมอบสำนวนแล้ว ก็จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดผ่านทางสำนักงานคดีอัยการสูงสุดต่อไป โดยในส่วนของสำนักงานคดีอาญา ก็ได้ตั้งคณะทำงาน 6 คน ในสำนักงานคดีอาญา 6 ที่มีนายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งจะดูแลในส่วนของการร่างคำฟ้อง หากอัยการสูงสุดมีความเห็นทางคดีออกมาว่าสั่งฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรชัย รองอธิบดีอัยการคดีอาญา กล่าวว่า แม้ว่าระยะเวลาการควบคุมผู้ต้องหาจะมีระยะเวลาการฝากขังในส่วนของผู้ต้องหา 3 คน จาก 21 ราย เหลืออีกเพียง 12 วัน แต่ก็มั่นใจว่าจะพิจารณาสำนวนทั้งหมดได้ทันตามกรอบระยะเวลา โดยวันนี้ก็จะส่งสำนวนเอกสารทั้งหมดให้อัยการสูงสุดผ่านสำนักงานคดีอัยการสูงสุด อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ถูกคุมตัวมาแล้ว 6 ผลัด ทั้งนี้ หลังพิจารณาสำนวนอย่างถี่ถ้วนแล้วจะแถลงความคืบหน้ากับสื่อมวลชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า คดีนี้คนร้ายมีพฤติการณ์ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเหตุการณ์ต่อเนื่องในพื้นที่ กทม.และปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนได้ 18 คดี ประกอบด้วยพื้นที่ สน.ปทุมวัน 4 คดี, ยานนาวา 2 คดี, พญาไท 7 คดี, ทุ่งสองห้อง 4 คดี และปากเกร็ด 1 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาอีก 18 คนที่อยู่ระหว่างการหลบหนี คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการประกาศสืบจับในสารบบทั่วราชอาณาจักรและประสานงานผ่านไปยังช่องทางตำรวจสากล (INTERPOL) ออกหมายแดงไว้แล้ว ประกอบกับแจ้งประเทศสมาชิกทั้ง 194 ประเทศ ตรวจสอบแหล่งที่อยู่ผู้ต้องหา และแจ้งความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา พร้อมประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังการเดินทางเข้า-ออกเพื่อจับกุมตัวและส่งกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 21 รายนั้น ถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่และซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209, 210 นอกจากนี้ ผู้ต้องหาที่ 1-15, 20 ยังถูกแจ้งข้อหาร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นและโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า, ร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส, พาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 9 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1, 289 (4), 221, 222 ประกอบมาตรา 217, 218, 224 วรรคสอง, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ มาตรา 38, 74 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 15, 42
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาที่ 16-20 มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องอีก 6 ข้อหา ฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นและโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า และร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, 289 (4), 221, 222 ประกอบมาตรา 217, 218, 224 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของผู้ต้องหาขณะนี้มี 3 คน ที่อยู่ในอำนาจการฝากขังของศาลคือ นายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาที่ 1, นายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ ผู้ต้องหาที่ 21 (อยู่ระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง) ส่วนผู้ต้องหาที่ 3-20 รวม 18 คนนั้น หลบหนีออกนอกประเทศ แต่ได้ขอศาลอาญาออกหมายจับไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 17-18 ก.ย.2562 โดยคดีมีอายุความในการติดตามตัวมาฟ้องคดี 20 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตามขั้นตอนของกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมด ประกอบด้วย นายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาที่ 1, นายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาที่ 2, นายอุสมัน ลาเตะ ผู้ต้องหาที่ 3, นายฮาซัน อาแว ผู้ต้องหาที่ 4, นายนัสรู มะประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5, นายฮาแซ แบเล๊าะ ผู้ต้องหาที่ 6, นายมะยูโซะ หะยีสามะ ผู้ต้องหาที่ 7, นายฮากีม ปุนยัง ผู้ต้องหาที่ 8, นายอัสมี อาบูวะ ผู้ต้องหาที่ 9, นายอุสมาน เปาะลอ ผู้ต้องหาที่ 10, นายอัมรี มะมิง ผู้ต้องหาที่ 11, นายศรัทธา อาแว ผู้ต้องหาที่ 12, นายอุสมาน เจ๊ะเต๊ะ ผู้ต้องหาที่ 13, นายสุกรี ดือรามัน ผู้ต้องหาที่ 14, นายมะยากี มะลาชิง ผู้ต้องหาที่ 15, นายมะนูเด็น สามะ ผู้ต้องหาที่ 16, นายมูฮำมัดอาดีลัน สาและ ผู้ต้องหาที่ 17, นายอารีฟ มะเซ็ง ผู้ต้องหาที่ 18, นายซุลกิฟลี มะสาแมง ผู้ต้องหาที่ 19, นายรอแปะอิง อุเซ็ง ผู้ต้องหาที่ 20 และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ ผู้ต้องหาที่ 21.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48816</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 รายหนีไปต่างประเทศ, คดีความมั่นคง-การเมือง, คดีบึ้มป่วนกรุง, ตำรวจสากล, ฟ้อง 21 ผู้ต้องหาคดีบึ้มป่วนกรุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกหมายแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1ad7c82934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมใจสหรัฐ อินเตอร์โพลเมินรัสเซีย เลือกเกาหลีใต้นั่งเก้าอี้ ปธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเตอร์โพลหรือตำรวจสากล ประกาศผลการเลือกตั้งประธานคนใหม่แทนที่เมิ่ง หงเว่ย อดีตประธานชาวจีนที่หายตัวอย่างอื้อฉาวแล้วเมื่อวันพุธ โดยคิม จงยัง รักษาการประธานชาวเกาหลีใต้ที่สหรัฐหนุนหลัง สามารถเอาชนะอเล็กซานเดอร์ โปรคอปชุก รองประธานชาวรัสเซีย ที่สหรัฐและชาติตะวันตกคัดค้านอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม จงยัง ในแฟ้มภาพจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ผ่านสำนักข่าวยอนฮับ / YONHAP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล ประชุมชาติสมาชิกที่นครดูไบเมื่อวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เพื่อเลือกตั้งประธานอินเตอร์โพลคนใหม่แทนที่เมิ่ง ซึ่งหายตัวอย่างลึกลับภายหลังเดินทางกลับจีนเมื่อเดือนกันยายน และต่อมารัฐบาลจีนประกาศว่า เมิ่งลาออกจากตำแหน่งนี้หลังจากเขาโดนตั้งข้อหารับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า หลายชาติตะวันตกพากันประสานเสียงเรียกร้องอินเตอร์โพลอย่าได้เลือกอเล็กซานเดอร์ โปรคอปชุก รองประธานอินเตอร์โพล ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยของรัสเซีย เนื่องจากหวาดกลัวกันว่ารัฐบาลรัสเซียอาจใช้ตำแหน่งหน้าที่ของโปรคอปชุกในการเล่นงานคู่แข่งทางการเมืองของเครมลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ออกตัวด้วยการประกาศสนับสนุนคิม จงยัง รับตำแหน่งนี้แทนที่เมิ่ง ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2563 และในวันเดียวกันนั้น แฮร์เรียต บอลด์วิน รัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ได้แจ้งต่อสภาว่า รัฐบาลอังกฤษสนับสนุนคิมในตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อเล็กซานเดอร์ โปรคอปชุก (ซ้าย) และเมิ่ง หงเว่ย รองประธานและประธานอินเตอร์โพล ตามลำดับ ขณะร่วมการประชุมสภาอินเตอร์โพลโลกที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่งประธานอินเตอร์โพลจะทำหน้าที่ประธานของสมัชชาใหญ่ ส่วนการบริหารจัดการงานรายวันนั้นเป็นหน้าที่ของเจอร์เกน สต็อก เลขาธิการองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์หลายคนแสดงความเป็นห่วงกรณีที่รัสเซียขอให้อินเตอร์โพลออก &amp;quot;หมายแดง&amp;quot; หรือหมายจับสากล หลายครั้งก่อนหน้านี้ เพื่อเล่นงานพวกที่มีปัญหาขัดแย้งกับทำเนียบเครมลิน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่ม ส.ว.สหรัฐที่มีทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตได้ออกจดหมายเปิดผนึก เตือนว่าการเลือกโปรคอปชุกเป็นประธานอินเตอร์โพล ก็จะเหมือนกับ &amp;quot;การใช้สุนัขจิ้งจอกเฝ้าเล้าไก่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายต่อต้านเครมลินหลายรายก็แสดงความวิตกหากโปรคอปชุกได้รับเลือก เช่น อเล็กเซย์ นาวัลนี ผู้นำฝ่ายค้านของรัสเซียที่เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น นาวัลนีโพสต์ลงทวิตเตอร์ว่า พวกเขาเผชิญกับการกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยรัสเซียที่ใช้อินเตอร์โพลในทางมิชอบ และเขาไม่คิดว่าการมีประธานอินเตอร์โพลมาจากรัสเซียจะช่วยลดการละเมิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การงัดข้อระหว่างสหรัฐและชาติพันธมิตร กับรัสเซีย ในการแต่งตั้งประธานอินเตอร์โพล เกิดในช่วงยามที่สายลับรัสเซียถูกกล่าวหาว่าพยายามวางยาพิษลอบฆ่าอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย และยังพยายามเจาะเครือข่ายองค์กรตรวจสอบอาวุธเคมีระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลยูเครน ซึ่งขัดแย้งอย่างร้าวลึกกับรัสเซียจากกรณีที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครน และสนับสนุนกบฏแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน ขู่ว่าพวกเขาจะถอนตัวจากอินเตอร์โพลหากโปรคอปชุกชนะเลือกตั้ง ลิทัวเนียก็ขู่เช่นกันว่าอาจพิจารณาถอนตัวจากองค์กรนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านดมิตรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวตอบโต้จดหมายของ ส.ว.สหรัฐว่าเป็น &amp;quot;ตัวอย่างชัดแจ้ง&amp;quot; ของความพยายามแทรกแซงการลงคะแนน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของรัสเซียประณาม &amp;quot;การรณรงค์ของสื่อต่างชาติที่มีเป้าหมายเพื่อดิสเครดิตผู้สมัครของรัสเซีย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22449</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จงยัง, ตำรวจสากล, ประธานอินเตอร์โพล, รัสเซีย, สหรัฐ, อินเตอร์โพล, อเล็กซานเดอร์ โปรคอปชุก, เมิ่ง หงเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf5365bd370e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 01:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเตอร์โพลจี้จีน &#039;เคลียร์&#039; เหตุประธานชาวจีนหายตัวลึกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจสากลเรียกร้องให้รัฐบาลจีนสร้างความกระจ่างว่า เหมิง หงเว่ย ประธานตำรวจสากลอยู่ที่ใด หลังจากเขาหายตัวไปภายหลังเดินทางจากฝรั่งเศสกลับมายังจีน โดยมีรายงานว่าเขาโดนทางการควบคุมตัวสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เหมิง หงเว่ย ประธานอินเตอร์โพล กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมอินเตอร์โพลโลก ที่สิงคโปร์&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับการสอบสวนว่า รัฐบาลจีนยังคงปิดปากเงียบเกี่ยวกับการหายตัวอย่างลึกลับของเหมิง หงเว่ย ประธานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) หรือตำรวจสากล ซึ่งเดินทางออกจากสำนักงานใหญ่อินเตอร์โพลในเมืองลียง กลับมาตุภูมิเมื่อปลายเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจอร์เกน สต็อก เลขาธิการองค์การ ออกแถลงการณ์ว่า อินเตอร์โพลต้องการความกระจ่างจากทางการจีนผ่านช่องทางของหน่วยงานตำรวจ เกี่ยวกับสถานภาพของเหมิง หงเว่ย ประธานอินเตอร์โพล สำนักงานเลขาธิการใหญ่กำลังรอคอยการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ทางการจีนเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประธานเหมิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมิงเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนล่าสุดที่หายตัวอย่างลึกลับในจีน ที่ผ่านมามีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล, นักธุรกิจมหาเศรษฐี หรือแม้แต่คนดังระดับเกรดเอ ที่หายตัวนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังไม่ให้ทัศนะ แต่รายงานข่าวการหายตัวไปของเขากระพือกระแสคาดเดาว่า เหมิงวัย 64 ปี ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ตกเป็นเป้าหมายการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันแบบลับๆ ของรัฐบาลจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19248</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ตำรวจสากล, ประธานอินเตอร์โพล, อินเตอร์โพล, เหมิง หงเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb8f6b0ea39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานหนัก!&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;บินไปยุโรปอีกรอบแลนด์ดิ้งที่ปารีส บากหน้าขอแรงตำรวจสากลช่วยจับ&#039;เมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.61- &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. &amp;nbsp;เดินทางไปยุโรปอีกครั้ง ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 930 &amp;nbsp;ซึ่งมีปลายทางที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่าการเดินทางไปครั้งนี้ ยังคงมีวัตถุประสงค์เดิม นั่นคือติดตาม ตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด &amp;nbsp;ที่อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอลี้ภัยที่เยอรมันนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าสาเหตุที่พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางไปปารีสแทนที่จะเป็นเยอรมันเพราะต้องการเดินไปสำนักงานใหญ่ตำรวจสากล &amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส เพื่อขอช่วยเหลือในการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี จากนั้นคณะของผล.ตร.จะเดินทางต่อไปยัง แฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี &amp;nbsp; เพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย &amp;nbsp;โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กำหนดเดินทางกลับในวันที่ 16 มิ.ย. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931 &amp;nbsp;แต่มีแนวโน้มสูงว่า จะไม่ได้ตัวอดีตพระพรหมเมธี เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของทางการเยอรมัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11217</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสากล, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ปารีส, ผบ.ตร., อดีตพระพรหมเมธี, ไปฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fa3f76a253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2026 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2018 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเตอร์โพลส่อเมินหมายแดง&#039;ปู&#039; อ้างตร.ไทยส่งหลักฐานไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค. 61 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลับหนีคดีกบดานที่ประเทศอังกฤษ &amp;nbsp;ว่า เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย คิดว่าไม่เป็นไร ส่วนที่ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ไม่รับหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น&amp;nbsp; ตนยังไม่ทราบกรณีดังกล่าวและขอให้ไปถามกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.สุระพันธ์ ไทยประเสริฐ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ระบุถึงการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังตำรวจสากลเพื่อออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วแต่เบื้องต้นยังไม่สามารถออกหมายจับได้ยังเป็นหมายน้ำเงินอยู่ เนื่องจากทางตำรวจสากลให้เหตุผล ว่าหลักฐานที่ทางการไทยส่งให้ยังไม่ครบถ้วน จึงจำเป็นจะต้องส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้พิจารณา โดยทางตำรวจสากลได้ขอคำพิพากษาของศาลฏีกาแผนกคดีการเมืองและทางกองบังคับการตำรวจต่างประเทศได้ส่งสำนวนคำพิพากษาดังกล่าวให้ไปแล้ว&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุระพันธ์ กล่าวต่อว่าส่วนที่ นายดอน ปรมัตย์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ นั้น ล่าสุดทางกองบังคับการตำรวจต่างประเทศยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ประสานข้อมูลไปยังประเทศต่าง ๆแล้ว แต่ยังไม่มีประเทศใดตอบข้อมูลกลับมา รวมถึงไปประสานไปยังประเทศอังกฤษที่มีกระแสข่าว ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีพักพักอาศัย ก็ยังไม่มีการตอบข้อมูลกลับมาเช่นกัน ส่วนกรณีการยอลี้ภัยของ&amp;nbsp;


สล็อต น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะประสานข้อมูลกับประเทศอังกฤษ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสากล, ยิ่งลักษณ์, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a54867bb6c60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
