<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายเรียกกว่า 400 รายเอี่ยว&#039;พล.ต.ต.สุทิพย์&#039;มีทั้งพระ-ตำรวจ-ทหาร-ครู-นักธุรกิจร่วมขบวนโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.61 - ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 ต.ค. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาการ ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 และพล.ต.ต.กฤษกร &amp;nbsp;พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ. (รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่มี พล.ต.ต.สุทิพย์ &amp;nbsp;ผลิตกุศลธัช อดีต รอง ผบช.สกพ. (รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดี โดยมีผู้เสียหายเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.เลย วม 196 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 240 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรชัย &amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 &amp;nbsp;กล่าวว่า การทำงานของทีมสืบสวน สอบสวน มีความคืบหน้าอย่างมาก แต่คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก ความเสียหายกว่าพันล้านบาท ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับต่างต้องการช่วยเหลือข้าราชการที่เป็นผู้เสียหายและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากขบวนการดังกล่าว ให้ได้เงินคืนมาโดยเร็ว &amp;nbsp;โดยอีกไม่เกิน 1 เดือนก็จะสรุปสำนวนคดีส่งอัยการเพื่อส่งฟ้องศาลดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฏหมายได้ ขณะที่การยึดอายัดทรัพย์ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้มีการคืนเงินมาแล้ว13 ล้านบาท &amp;nbsp;ยึดอายัดทรัพย์มูลค่า 130 ล้านบาท ล่าสุดมีการยึดทรัพย์ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ดมูลค่า 40 ล้านบาท พื้นที่จังหวัดขอนแก่น 2 จุด รวม 16 ล้านบาท ทั้งยังมีบุคคลที่คิดว่าตัวเองจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับเงินของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่เกรงจะมีความผิด นำเงินสดมานอีกวันนี้ 3 ราย รวมเป็นเงินที่ 4,970,000บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาการ ผบช.สตม.กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นการสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เมื่อทราบชัดเจนถึงความเชื่อมโยงกัน และน่าเชื่อว่ามีส่วนได้เสียจากเงิน ก็จะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนี้มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 33 ราย และยังจะแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 10-20ราย ส่วนการออกหมายเรียกนั้นมีหลายร้อยราย ซึ่งในจุดนี้ถึงแม้จะมีการส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว ในทางคดีก็ยังดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; น.ส.ธิญาดา วิภาวรกานต์ หรือ นุช ที่ถูกออกหมายเรียกในคดีเดียวกับพล.ต.ต.สุทิพย์ นั้น ขณะนี้ทราบว่ากำลังหลบหนี &amp;nbsp;และยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหา จึงขอให้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากยังหลบหนีต่อ ก็คงหนีไม่พ้น ตำรวจจะตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นทีมพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวจำนวน 11 ราย ที่ถูกเสนอชื่อเข้าไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ทั้งหมดเป็นพนักงานสอบสวนในพื้นที่ บช.ภ.4 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนทำงานด้วย แต่หากพบว่าละเว้นก็จะมีความผิดทางวินัยทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน &amp;nbsp;พล.ต.ต.บุญลือ &amp;nbsp;กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า &amp;nbsp;ทีมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน จาก สตช.และ บช.ภ.4 ร่วมกันทำงานคลี่คลายคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดยในคดีดังกล่าว มีผู้เกี่ยวข้อง 5,000 ราย มีการออกหมายเรียก จับกุมและแจ้งข้อหาไปแล้ว 17 ราย แต่มีการสืบสวนสอบสวนขยายผล พร้อมออกหมายเรียกเพื่อมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนแล้วกว่า 400 ราย ซึ่งวันนี้มีรายชื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ศูนย์รับเรื่องคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย บช.ภ.4 ขอนแก่น 12 ราย เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าว ในข้อกล่าวฉ้อโกงประชาชน ซึ่งการสอบปากคำ ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี บางรายยินยอมให้ยึดทรัพย์ และนำเงินมาคืน ดังนั้นเมื่อพนักงานสอบสวนรับมอบตัว ก็จะแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์มือ และปล่อยตัวชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในคดี 400 กว่ารายนั้น มีทั้งทหาร ตำรวจ ครู นักธุรกิจ พระสงฆ์ และประชาชนทั่วไป รวมวงเงินที่ตรวจสอบที่มีความเชื่อมโยงกันของขบวนการเครือข่ายของพล.ต.ต.สุทิพย์ มากกว่า 2,000 พันล้านบาท อีกทั้งในขณะนี้ ป.ป.ง.ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่ถูกแจ้งข้อหาและบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกไปทั้งหมดแล้ว ในความผิดคดีฟอกเงิน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, ตำรวจโกงตำรวจ, พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, ล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb41b4dec44e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องหาร่วม&#039;ผู้การสุทิพย์&#039;โกงตำรวจเลย หอบเงิน 6 แสนดอดพบพนักงานสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย 61 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (รอง ผบช.สกบ.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ &amp;nbsp;กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 ประชุมร่วมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีร่วมระหว่างคณะทำงานของ บช.ภ.4 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเอาผิดกับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวซึ่งมีทั้งหมด 17 คน โดยเฉพาะ พล.ต.ต.สุทิพย์ &amp;nbsp;ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดีดังกล่าว โดยในการประชุมดังกล่าวนี้เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสังเกตุการณ์หรือรับฟังการประชุมดังกล่าวแต่อย่างใด และได้กำหนดพื้นที่ให้สื่อมวลชนอยู่บริเวณด้านนอกห้องประชุมเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีรายงานว่าผู้ต้องหา รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีได้เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน โดยในวันนี้มี 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน โดยได้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ที่ห้องสืบสวนสอบสวนทันที และในขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบปากคำของทางเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.กฤษกร &amp;nbsp;พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ. กล่าวว่า ในวันนี้ผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวและมอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม และได้มีการนำเงินสด 600,000 บาท มอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้งหมดได้ระบุไว้ในสำนวยการสอบสวนที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ โดยพนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ประกันตัวไป ทั้งนี้ในคดีความดังกล่าวสรุปแล้วมีผู้ต้องหาทั้งหมด 17 คน เข้ามอบตัวและเข้าพบกับพนักงานสอบสวนแล้ว 11 คน ที่เหลือได้ติดต่อขอมอบตัวกับจ้าหน้าที่แล้วในอีก 2-3 วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ต้องหาทั้งหมดมีสิทธิ์ที่จะขอประกันตัว โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและพลเรือน ขณะที่คดีนี้มีผู้เสียหายรวม 240 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 500 ล้านบาท เฉพาะข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหายรวม 196 คน วงเงิน 240 ล้านบาท ดังนั้นในวันนี้ผมได้กำชับและเน้นย้ำแนวทางการปฎิบัติให้กับทีมสืบสวนและสอบสวนนั้นต้องทำงานอย่างละเอียดใน 3 ขั้นตอนหลักคือการดำเนินคดีทางอาญาในข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน การทำการยึดทรัพย์และการเยียวยาให้กับผู้เสียหายทั้งตำรวจและประชาชน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาในคดีนั้นบางรายอาจจะเป็นทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหา การทำงานของพนักงานสอบสวนนั้นต้องละเอียดรอบคอบและให้รวมคดีความทั้งหมดให้เป็นคดีเดียวกัน ซึ่ง พล.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร.นั้นได้เน้นยำชัดเจนว่าคดีดังกล่าวนี้นั้นถ้าการสอบสวนแล้วพบว่าผู้ต้องหาเป็นกลุ่มเดียวกัน มีพฤติกรรมเหมือนกัน แม้จะมีเครือข่ายหรือการสืบสวนพบการเชื่อมโยงถึงกันให้รวมเป็นคดีเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.กฤษกร กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประสานงานร่วมธนาคารพาณิชย์ในการยึดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาและผู้ที่ที่เกี่ยวข้องไว้ได้ในบางส่วนแล้วในขณะที่การยึดทรัพย์ของเครือข่าย &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุทิพย์ นั้นขณะนี้คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาทซึ่งมีทั้งเงินสด,บ้านจัดสรร,ปั้มน้ำมัน,อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งรถยนต์ อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวนี้นั้นจะสามารถที่จะสรุปสำนวนคดีและสั่งฟ้องเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ภายในช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17624</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น, ตำรวจโกงตำรวจ, พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์, พล.ต.ต.บุญลือ  กอบางยาง, พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช, สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c939cb53f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภาค 4 ออกหมายเรียก &#039;2 บิ๊กยธ.&#039;  สอบเอี่ยวคดีตำรวจโกงตำรวจ 229 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.บุญลือ &amp;nbsp;กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พร้อมพนักงานสอบสวนยังคงทำการสอบปากคำข้าราชการตำรวจที่เสียหายจากการทุจริตในโครงการบริหารหนี้และโครงการรวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่มี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พร้อมพวกร่วมกันกระทำความผิดดังกล่าว หลังจากที่ผ่านมามีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดไปแล้วรวม 17 คนแยกเป็นที่ดำเนินคดีไปแล้ว 11 คน และอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับอีก 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.บุญลือ &amp;nbsp;กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบพยานสำคัญไปแล้วจำนวนมาก เพื่อเชื่อมโยงคดีและตรวจสอบเส้นทางการเงินรวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเมื่อสอบพยานแล้วก็พบเส้นทางการเงินและพบการเกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปอีกหลายกลุ่ม ซึ่งหากสาวถึงใครตำรวจก็จะออกหมายจับทันที โดยเบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้มีชื่อเสียง และมีฐานะ ที่มีความสามารถที่จะนำเงินมาลงทุนในส่วนนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกข้าราชการระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมอีก 2 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากผลการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 7 คนที่ผ่านมานั้น ได้ให้การซัดทอดไปถึงข้าราชการระดับสูงทั้ง 2 คนและคดีดังกล่าวนี้ ยังมี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนพัวพันอีก 30 นาย ซึ่งขณะนี้รายชื่อของข้าราชการทั้งหมดนั้น ได้ส่งให้ ผบ.ตร.ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใคร เข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง และเกี่ยวข้องในส่วนใด จากนั้น ผบ.ตร.จะมีคำสั่งลงโทษภายในวันนี้&amp;rdquo;พล.ต.ท.บุญลือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวน บช.ภ.4 และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีความดังกล่าวซึ่งพบว่าเป็นข้าราชการระดับสูงในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โยมีรายงานว่าทั้ง 2 คนจะเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.4 ในวันพรุ่งนี้ ( 15 ก.ย.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น, ตำรวจโกงตำรวจ, พล.ต.ต.บุญลือ  กอบางยาง, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b662a93a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.สอบเส้นทางเงินตำรวจโกงตำรวจ229ล้าน อึ้งอดีตบิ๊กตร.รับปากจะคืนวันละ30ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.61 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ &amp;nbsp;ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับการประสานงานจาก พล.ต.ต.สุทิพย์ &amp;nbsp;ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ซึ่งตกเป็นผู้ถูกร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชนจากกรณีการทุจริตเงินโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ ของข้าราชการตำรวจ 192 นาย ในสังกัดตำรวจภูธร จ.เลย โดยในวันนี้เป็นการนัดให้มารายงานตัวและให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวน แต่ปรากฎว่าไม่เดินทางมาแต่อย่างใด โดยที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ ได้ประสานงานผ่านโทรศัพท์ ในการยืนยันที่จะนำเงินมาคืนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ขอเวลาสักพัก เนื่องจากในขณะนี้เงินทั้งหมดนั้นถูกล็อคระบบในการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเครือข่ายที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ ร่วมลงทุนด้วยนั้นสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว และพร้อมที่จะนำเงินมาคืนให้กับตำรวจ จ.เลยได้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ( 14 มิ.ย.) วันละ 30 ล้านบาท จนกว่าจะครบจำนวน 229 ล้านบาทที่ได้นำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การเจรจาหรือการชี้แจงของ พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็นสิทธิ์ที่เจ้าตัวทำได้ แต่วันนี้ในเมื่อไม่มารายงานตัวและเข้าให้การกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ บช.ภ.4 ก็หมดเวลาในการเจรจาตามที่ได้ให้โอกาสแล้ว และ พล.ต.ท.สุรชัย &amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ได้แต่งตั้งผมให้เป็น หัวหน้าพนักงานสืบสวนและสอบสวนในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจทางกฎหมายที่จะเอาผิดกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ในข้อหากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 500,000 &amp;ndash; 1,000,000 บาท จำคุก 5-10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนี้ไปคณะทำงาน ที่ต้องแยกออกเป็นชุดสืบสวน จะต้องลงพื้นที่หาข้อมูลและเชื่อมโยงพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ขณะที่ชุดสอบสวน นั้นโดยกลุ่มงานกฎหมายและคดี บช.ภ.4 จะลงพื้นที่ จ.เลย เพื่อสอบปากคำตำรวจทั้ง 192 นาย เพื่อสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่อไป ซึ่งจากนี้ไป &amp;nbsp;เรามีเวลาทำงาน 2 เดือนในการสรุปสำนวนคดีที่เกิดขึ้น และวันนี้ได้มีการออกหมายเรียกให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้ามาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาแล้วเป็นครั้งที่ 1 โดยมีกำหนดระยะเวลา 7 วันนับจากนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ได้ประสานงานร่วมกับ ปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการที่เชื่อมโยงกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่พบว่าเป็นการร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานไปยัง กลต. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการนำเงินไปลงทุนหรือไม่ อย่างไรและกลุ่มธุรกิจอะไรบ้าง รวมทั้งการตรวจสอบข้อมูลการลงทุนในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและหลายจังหวัดในภาคอีสาน นอกจากนี้ยังคงมีการประสานงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการตรวจสอบการปันผลกำไรหรือค่าตอบแทนในการลงทุน ต่างๆ เนื่องจาก พล.ต.ต.สุทิพย์ และ กลุ่มขบวนการที่ร่วมลงทุนไปด้วยนั้น ยืนยันในการปันผลกำไรสูงถึงร้อยละ 2.8 ต่อสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; ขบวนการที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ นำเงินของข้าราชการตำรวจ ภ.จว.เลย จำนวน 229 ล้านบาทไปลงทุนนั้นพบว่า มีเครือข่ายขนาดใหญ่และมีผู้ร่วมลงทุนจำนวนมาก ครอบคลุมทุกภูมิภาคของไทย ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินหมุนเวียนมากถึงเดือนละ ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็น 1 ในสายที่ร่วมลงทุนด้วย ขณะเดียวกันหลังมีการร้องเรียนในประเด็นที่เกิดขึ้น พบว่า มีผู้เสียหาย ทั้งจาก จ.หนองบัวลำภู,ขอนแก่น,เลย และ อีกหลายจังหวัดเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกขบวนการแชร์ลูกโซ่ดังกล่าวนี้หลอกลวง ซึ่ง บช.ภ.4 ได้ตั้งคณะทำงานเข้ามารับผิดชอบคดีนี้โดยเฉพาะ และขณะนี้ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องหาที่เป็นนายใหญ่ แล้ว เป็น ชาว จ.หนองบัวลำภู &amp;nbsp;ซึ่งได้ถูกออกหมายจับแล้ว 5 คดี ขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศ ดังนั้นการดำเนินคดีของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่นี้ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอน ขอให้ทุกคนสบายใจได้เพราะตำรวจทำงานเป็นทีมและเอาผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ทุกคน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจโกงตำรวจ, พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20e5fd12889.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจังหวัดเลยยกโรงพักบุกร้อง &#039;ผบ.ตร.&#039; ถูกตำรวจโกง 200 ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61 -&amp;nbsp;พ.ต.ท.บรรจง เปรมอยู่ สารวัตรอำนวยการ สภ.โพนทอง จ.เลย พร้อมข้าราขการตำรวจประมาณ 30 นาย เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กรณีการทุจริตโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์กองบังคับการภูธรจังหวัดเลย สูญเงินกว่า 200 ล้านบาท ทำให้ข้าราชการตำรวจ 192 นาย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
&amp;nbsp;
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ซักถามรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 4 ไปหารือกับธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหาย ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากพบการกระทำความผิดจะกำชับให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและอาญา อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ได้กำชับให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย ผิดก็ว่าไปตามผิด ทั้งนี้คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางตำรวจภูธรภาค 4 ให้เเล้วเสร็จก่อน พร้อมให้คำมั่นว่าเรื่องนี้ต้องมีทางออกให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นเรื่องของปากท้องของตำรวจชั้นผู้น้อยที่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมให้กำลังใจให้กับทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ตำรวจฮือร้องเรียนตำรวจถูกตำรวจตุ๋น 229 ล้าน!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจโกงตำรวจ, ผบ.ตร., พ.ต.ท.บรรจง เปรมอยู่, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สภ.โพนทอง, เลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e2592e1739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
