<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งตำรวจไซเบอร์สอบแต่งกายคล้ายจนท.ร่วมเพศชายรักชายเผยแพร่ใน Onlyfans</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบบัญชีผู้ใช้ Onlyfans ในลักษณะลามกอนาจาร โดยมีการแต่งเครื่องแบบคล้ายเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าวและได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เร่งพิสูจน์ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งทำการพิสูจน์ทราบตัวผู้ใช้บัญชีที่กระทำลักษณะดังกล่าวว่าเครื่องแบบที่ผู้ใช้บัญชีดังกล่าวใช้นั้น เป็นเครื่องแบบของตำรวจหรือไม่ หรือเป็นชุด Cosplay ที่ผู้ใช้บัญชีใช้แต่งเพื่อดึงดูดยอดผู้เข้าชม โดยในขณะนี้ได้ทราบบัญชีที่มีการกระทำลักษณะดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวผู้ใช้บัญชี ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญา หากไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการทางอาญาและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการโพสต์ภาพหรือคลิปวิดิโอในลักษณะลามกอานาจาร ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้า ผลิต เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกฯ ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ในส่วนการแต่งกายในเครื่องแบบนั้น หากพบว่าเป็นเครื่องแบบตำรวจ ก็เป็นความผิดฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่ปรากฎต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนผู้ที่เป็นเจ้าของกลุ่มหรือช่อง Onlyfans ต่างๆ ว่าอย่าคำนึงถึงแต่เพียงการได้รับค่าสมาชิกเท่านั้น เพราะภาพหรือคลิปวิดีโอที่ท่านได้โพสต์ไป อาจจะมีผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของท่าน หรืออาจย้อนกลับมาทำร้ายท่านในภายหลังได้ และตัวท่านเองอาจถูกดำเนินคดีจากพฤติกรรมดังกล่าวได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117661</URL_LINK>
                <HASHTAG>Onlyfans, คลิปลามก, ตำรวจไซเบอร์, บช.สอท., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c6cdfa76bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตำรวจไซเบอร์&#039; จับแก๊งเงินกู้ลวงเด็กสาววิดีโอคอลเปลือยรีดทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. นำโดย พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.,&amp;nbsp;พ.ต.ท.ยงยุทธ รักสัตย์ รอง ผกก. นำหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 506/64 ลง 18 ส.ค.64 เข้าจับกุมนายถิรวุฒิ หรือเนม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ภูมิลำเนา ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันรีดเอาทรัพย์ และบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต เปิดเผยว่า เมื่อเดือน มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานต่อต้าน ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน สภ.คูคต จว.ปทุมธานี ว่ามีหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งชื่อ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปีได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า ถูกคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร ใช้เฟซบุ๊คแชตข่มขู่ให้เกรงกลัว อับอาย เพื่อเรียกเงิน แลกเปลี่ยนกับการไม่เปิดเผยคลิปวีดีโอที่ตนเองถูกคนร้ายล่อลวงให้วีดีโอแชตเปลือยสำเร็จความใคร่ให้คนร้ายดู และถูกคนร้ายแอบบันทึกไว้&amp;nbsp; จนทำให้ น.ส.บี ยอมโอนเงินเข้าบัญชีการเงินของคนร้าย ตามที่ถูกข่มขู่เรื่อยมา&amp;nbsp; โดยจะโอนเงินให้คนร้าย ครั้งละ 1,000 -3,000 บาท และส่งรหัส&amp;nbsp;OTP&amp;nbsp;ให้คนร้ายไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม รวมเวลาที่ถูกข่มขู่เกือบทุกวัน รวมกว่า 1 เดือน&amp;nbsp; น.ส.บี ได้โอนเงินให้คนร้ายไปจำนวน 47 ครั้ง เป็นเงิน 97,000 บาท เมื่อ น.ส.บี ทนไม่ไหว จึงตัดสินใจมาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า คนร้ายคือ นายถิรวุฒิ หรือเนม&amp;nbsp;ผู้ต้องหารายนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการออกหมายจับต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหา รีดเอาทรัพย์ และล่อลวงเด็กดังกล่าว ต่อมา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้นจับกุมนายถิรวุฒิ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในคอนโดมิเนียม ย่านพัทยากลาง ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี และนำตัวไปตรวจค้นเพิ่มเติมที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในพื้นที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่นายถิรวุฒิ พักอาศัยอยู่กับมารดา เพื่อตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยตรวจยึดรถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคาร เป็นของกลางในคดี จับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต จว.ปทุมธานี ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นายถิรวุฒิ ให้การยอมรับว่า ตนเองไม่มีงานทำ ก่อเหตุโดยใช้วิธีปลอมโปรไฟล์เฟซบุ๊คเป็นหญิงสาว เข้าไปโพสต์ชักชวนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในกลุ่มเฟซบุ๊คปล่อยเงินกู้ต่าง ๆ เพื่อล่อลวงเหยื่อเป็นหญิงสาววัยรุ่นที่สนใจกู้เงิน แต่จะอ้างว่าไม่อนุมัติการกู้เงิน เนื่องจากผู้กู้อายุไม่ถึง 18 ปี แล้วจึงแนะนำให้ไปติดต่อแชตกับเฟซบุ๊คอีกบัญชีหนึ่ง เพื่อล่อลวงชักจูงให้หญิงสาวแชตวีดีโอคอลเปลือยสำเร็จความใคร่ให้ตนเองดู โดยแอบบันทึกคลิปไว้ ใช้คลิปมาข่มขู่เรียกเงินกับหญิงสาว โดยบัญชีที่ใช้รับเงิน ตนเองซื้อมาจากกลุ่มเฟซบุ๊คซื้อขายบัญชีการเงินต่าง ๆ&amp;nbsp; ในราคา 500 บาท เพื่อปกปิดตัวตน ยากแก่การติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่นายถิรวุฒิ อ้างว่าข่มขู่รีดเอาทรัพย์จาก น.ส.บี เพียงคนเดียว ยังไม่เคยทำกับคนอื่น ส่วนเงินจำนวน 97,000 บาท ที่ได้จาก น.ส.บี นำไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว และคลิปวีดีโอของ น.ส.บี ยังไม่ถูกเผยแพร่ออกสู่อินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.รุ่งเลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี และหากใครที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะนี้สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบได้ผ่านทางสายด่วน บช.ไซเบอร์ 1441&amp;nbsp; หรือ&amp;nbsp;facebook Mysis Chatbot&amp;nbsp;และเนื่องจากช่วงนี้มีสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด เด็กและเยาวชนเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน มีการใช้&amp;nbsp;Social Media&amp;nbsp;มากขึ้น อาจตกเป็นเหยื่อให้มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการล่อลวงเด็กให้ผลิตสื่อลามกอนาจารแล้วนำมาเผยแพร่&amp;nbsp; จึงฝากประชาสัมพันธ์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนระมัดระวังการใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียของลูกหลาน&amp;nbsp; โดยแผนประทุษกรรมที่ตรวจพบบ่อยๆ คือ &amp;quot;หลอกจะให้เงิน เชิญเป็นดารา ชวนให้แก้ผ้า ท้าให้เปิดกล้อง&amp;quot; หากพบบุคคลมีพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ตำรวจไซเบอร์, ล่วงละเมิดทางเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dedb3ab575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัย‘โรแมนซ์สแกม’ ล่อเหยื่อวัยเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจไซเบอร์เตือนภัยออนไลน์ &amp;ldquo;โรแมนซ์สแกม&amp;rdquo; ล่อลวงให้สูญเงิน เหยื่อส่วนใหญ่วัยเกษียณ แนะ 5 ข้อสำคัญ เก็บข้อมูลส่วนตัว ไม่คุยกับคนแปลกหน้า อย่าไว้ใจง่าย ชี้มิจฉาชีพใช้คำหวาน ให้ความหวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 18 พ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.และโฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงแนวทางการป้องกันการตกเป็นผู้เสีบหายกรณีมีการนำเสนอข่าว &amp;ldquo;รวบผัวเมียแสร้งรักออนไลน์ ตุ๋น ขรก.วัยเกษียณสูญ 10 ล้าน&amp;rdquo; ดังนี้ การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พ.ค.2564 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี และชายชาวไนจีเรีย อายุ 36 ปี ที่บ้านพักใน จ.สระบุรี ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองรายนั้นได้ร่วมกระทำความผิดในลักษณะโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) มีผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นข้าราชการวัยเกษียณทั้งชายและหญิง ซึ่งการกระทำความผิดดังกล่าวนั้นมีมูลค่าความเสียหายรวมนับสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.และโฆษก บช.สอท.กล่าวว่า โรแมนซ์สแกมนั้นเป็นหนึ่งในภัยออนไลน์ที่ยังคงพบเห็นได้ในปัจจุบัน โดยมีการพัฒนารูปแบบและเทคนิคที่ใช้ในการล่อลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่น Facebook หรือ Instagram หรือผ่าน chat application ต่างๆ เช่น Line Application โดยเหล่ามิจฉาชีพจะหาช่องทางไปพูดคุยทำความรู้จักกับผู้เสียหายจนสนิทสนมและมีความสัมพันธ์ถึงขั้นคบหาดูใจกัน หลังจากเกิดความไว้วางใจแล้ว เหล่ามิจฉาชีพจะออกอุบายว่าจะส่งของหรือทรัพย์สินไปให้ แต่สิ่งของนั้นมาจากต่างประเทศ การจะส่งไปให้ต้องเสียภาษีนำเข้าพัสดุก่อนจึงจะส่งพัสดุไปยังบ้านของผู้เสียหายได้ จากนั้นเหล่ามิจฉาชีพจะให้ผู้เสียหายโอนเงินที่อ้างว่าเป็นค่าภาษีนำเข้าพัสดุนี้ไปยังบัญชีซึ่งเป็นบัญชีที่จ้างเปิดมาอีกทีหนึ่ง เมื่อผู้เสียหายโอนเงินมาแล้ว เหล่ามิจฉาชีพจะกดเงินออกในทันที จากนั้นมิจฉาชีพจะเลิกติดต่อผู้เสียหายและหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า ฝากเตือนภัยและแนวทางการป้องกัน หลีกเลี่ยงการฉ้อโกงในรูปแบบโรแมนซ์สแกม ดังนี้ ควรเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะบนโลกไซเบอร์ จะนํามาซึ่งความเสี่ยงในการตกเป็นเป้าหมายของเหล่ามิจฉาชีพ ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับบุคคลแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ หรือหากจะพูดคุยก็ควรตรวจสอบข้อมูลหรือรูปภาพของบุคคลที่คุยด้วยทุกครั้ง ว่านำภาพบุคคลใดมาแอบอ้างหรือไม่ มีตัวตนจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ไม่ควรไว้ใจหรือเชื่อใจบุคคลอื่นง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งรู้จักกันทางสื่อสังคมออนไลน์ หากพบพฤติกรรมในลักษณะ เช่น เมื่อพูดคุยกันไปสักพักจะมีการใช้คำหวาน พูดให้ความหวัง และอยากจะส่งของมาให้ โดยจะอ้างว่าเป็นเงินสด หรือสิ่งของมีค่าต่างๆ แต่คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและภาษี ให้สันนิษฐานได้ว่าอาจถูกหลอก ควรตรวจสอบข้อมูลของบุคคลดังกล่าวให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พึงระลึกไว้เสมอว่าอะไรที่ดีเกินไป เร็วเกินไป มักจะลงเอยไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยง่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ ควรระมัดระวังในเรื่องการมีความสัมพันธ์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Chat Application ในรูปแบบต่างๆ หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจไซเบอร์, วัยเกษียณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหยื่อวัยเกษียณ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรแมนซ์สแกม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cb3482311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแจง&#039;ติวเข้มเสริมเขี้ยวเล็บ&#039;ตำรวจไซเบอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่อาคารประชุมสัมนาและฝึกอบรม บช.ก. เมืองทองธานี พล.ต.ท.กรไชย&amp;nbsp; คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;nbsp; (ผบช.สอท.) เป็นประธานเปิด โครงการสัมมนาการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น ให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งใหม่ ในระดับ รอง สว. - ผบ.หมู่จำนวน 347 นาย ตั้งแต่วันที่ 15 - 16&amp;nbsp; มี.ค. 2564 โดยมี พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. พร้อมคณะ เป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ บรรยายการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ซึ่งมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ความเข้าใจ ในพื้นฐานอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, แนวทางการทำงานของ บช.สอท., ความตระหนัก เรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, มาตรการป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ตลอดจน การยกระดับขีดความสามารถ ในการปฏิบัติภารกิจ อาทิ แนวทางการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการเก็บและรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดรับกับนโยบายการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้ง 5 ด้าน อันได้แก่ ด้านที่ 1 ประภทการหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการเงิน (Scam หรือCallCenter), ด้านที่ 2 ประเภทการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการซื้อขายสินค้า และสิ่งผิดกฎหมาย, ด้านที่ 3 ประเภทการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไชเบอร์, ด้านที่ 4 ประเภทการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือสตรีทางอินเตอร์เน็ต การใช้อินตอร์เน็ตในการซื้อขายทางลามก อนจารเด็ก บริการทางเพศ และการค้ามนุษย์ และด้านที่ 5 ประเภทการพนันทางออนไลน์อาชญากรรมข้ามชาติ และงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีความมุ่งหมาย ในการพัฒนาบุคคลกร ให้มีความสามารถ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาสนับสนุนการทำงานอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ จนสามารถสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุม ผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจน สามารถปกป้อง ประชาชน เยาวชน สังคม และประเทศชาติ ให้มีความปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ ถือเป็นการขับเคลื่อนทิศทางการทำงานของ บช.สอท. ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมพิเศษระหว่างประเทศ การก่อการร้ายทางไซเบอร์ การเงินดิจิทัล เว็บไซด์ใต้ดิน รวมถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่าง ๆ ทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ถือเป็นความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายและการรับมือป้องกันในรูปแบบต่าง ๆ โดยต้องอาศัยทักษะความรู้ ในการป้องอาชญากรรมทางไซเบอร์, กระบวนการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการรวบรวมพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล เพื่อสามารถยืนยันการกระทำความผิดของอาชญากรทางไซเบอร์ ได้อย่างแน่ชัด ในขั้นตอนของการอำนวยยุติธรรมทางอาญาและลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมให้แก่ประชาชน สมดั่งวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ว่า &amp;ldquo;เป็นองค์กรสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมไซเบอร์อย่างมืออาชีพที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจไซเบอร์, บช.สอท., พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง, เทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604edb94d4f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์เตือนภัยกู้เงินออนไลน์หลอกค้ำประกันก่อนเชิดหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. และ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเตือนภัยเงินกู้ออนไลน์ โดยการส่งลิงก์ผ่าน SMS หลอกว่าได้สิทธิ์กู้เงิน หลอกโอนค้ำประกันแล้วหลหนีไป ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การหลอกลวงในรูปเเบบใหม่เเต่อย่างใด เป็นการหลอกลวงที่มีมานานเเล้ว เป็นการกระทำแบบเดิมๆ หลอกลวงเเบบเดิมๆ เปลี่ยนชื่อแอปพลิเคชันแล้วหลอกใหม่ วิธีการของมิจฉาชีพคือจะส่งลิงก์ที่เเนบไปกับข้อความ หลอกว่าท่านได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ได้รับเงิน ได้สิทธิกู้เงิน ได้ส่วนลดต่างๆ นาๆ เมื่อเหยื่อลงเชื่อก็จะคลิกลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ จากนั้นมิจฉาชีพก็จะติดต่อมา อ้างว่าการกู้เงินต้องมีเงินคำประกัน หรืออ้างว่าคนเยอะเป็นค่าลัดคิว หลอกต่อว่าถ้าอยากได้เงินเร็วต้องโอนเงินมาเพิ่มอีก เมื่อมิจฉาชีพได้เงินเเล้ว ก็หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษนะ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เล็งเห็นถึงปัญหา และภยันอันตรายต่างๆ บนโลกออนไลน์ ได้กำชับสั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยพล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เร่งป้องกันปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดบนโลกออกไลน์ รวมถึงให้สร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ระวัดระวังการกู้เงินในลักษณะดังกล่าว ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดีเสียก่อนว่าเชื่อถือหรือไม่ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่น่าสงสัยหรือไม่ทราบแหล่งที่มา หากจำเป็นควรเลือกกู้เงินกับสถาบันการเงินหรือธนาคารจะดีที่สุด อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชัน เนื่องจากอาจจะเป็นช่องทางของกลุ่มมิจฉาชีพทำขึ้นใช้ในการล้วงข้อมูลส่วนตัวก่อนนำไปหาประโยชน์ในทางมิชอบ ไม่หลงเชื่อคำเชิญชวนที่ดีเกินจริง ควรรายงานสแปม และกดบล็อกหมายเลขที่ส่งโฆษณาต้องสงสัยหรือ SMS ขยะ ทั้งนี้หากท่านหลงเชื่อถูกหลอกเเล้วให้รีบตั้งสติ เเล้วดำเนินการเเจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อยับยั้งความเสียหายในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, กู้เงินออนไลน์, ตำรวจไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1a127162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตร.ไซเบอร์&#039;บุกทลายเครือข่ายบ่อนออนไลน์ 2 แห่งที่ระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้นบ้านพักและอาคารพาณิชย์ จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนาหลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิดเป็นที่ตั้งสำนักงานเว็บไซต์พนันออนไลน์ 2 เครือข่าย จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้รวม 9 ราย พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์รวมนับ 10 เครื่อง โทรศัพท์มือ และอุปกรณ์ต่างๆอีกหลายรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายแรกตำรวจเข้าตรวจค้นเป็นอาคารพาณิชย์เลขที่ 590/39 ม. 4 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา ตรวจสอบภายในพบมีการดัดแปลงคล้ายสำนักงาน มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งอยู่เรียงราย โดยมีพนักงานชายหญิงที่ทำหน้าที่เป็นแอดมินจำนวน 4 คน อยู่ภายในสำนักงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนพร้อมกับตรวจยึดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังได้แบ่งกำลังอีก 1 ชุดเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 125/226 ม. 5 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของเว็บไซต์พนันออนไลน์อีกเครือข่าย จากการตรวจค้นพบพนักงานแอดมิน ชายหญิง จำนวน 5 คน กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าทำการควบคุมตัวพร้อมกับตรวจยึดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 9 คน ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นเพียงแค่พนักงานทำหน้าที่เป็นแอดมินให้บริการลูกค้า เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้ สภ.นิคมพัฒนา ดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมกับตรวจสอบความเชื่อมโยงเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้ง 2 ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงถึงกันหรือไม่ รวมถึงขยายผลเอาผิดผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93756</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ระยอง, ตำรวจไซเบอร์, พนันออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6032223175619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มจีน ค้าอาวุธสงครามออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เข้าทำการจับกุมนาย Wu,qiang อายุ 37 ปี สัญชาติจีน พร้อมด้วยอาวุธสงคราม จำนวนมากภายในห้องพักเลขที่ 99/522 ตึกดี อาคารชุดนูเวล 9 ธนาซิตี้ ถ.บางนา-ตราด กม.14 ต.บางโฉลง อ.บางพลี สมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไช ผบช.สอท.เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าวพบข้อมูลว่า มีชายสัญชาติจีนใช้ชื่ออินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;dewaffen&amp;rdquo; มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนขยายผลพบข้อมูลว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนซุกซ่อนอยู่ ภายในห้องพักเลขที่ 99/522 ตึกดี อาคารชุดนูเวล 9 ธนาซิตี้ ถ.บางนา-ตราด กม.14 ต.บางโฉลง อ.บางพลี สมุทรปราการ เมื่อได้พยานหลักฐานพอสมควรแล้ว จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุครปราการ เพื่อทำการตรวจค้นห้องพักดังกล่าว ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหน้าค้น ที่ 148/2564 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวน สน.บางแก้ว ภจ.ว.สมุทราปราการ และ ตม.จังหวัดสมุทรปราการ ได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 99/522 ตึกดี อาคารชุดนูเวล 9 ธนาซิตี้ ถ.บางนา-ตราด กม.14 ต.บางโฉลง อ.บางพลี สมุทรปราการ ผลการตรวจค้น พบ นาย Wu,qiang อายุ 37 ปี สัญชาติจีน หมายเลขหนังสือเดินทาง E42927749 แสดงตัวเป็นผู้ดูแลห้องดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ &amp;nbsp;1.ลำกล้องปืนเล็กยาว(Assault Rifle) จำนวน 9 ลำ 2.วัตถุระเบิด จำนวน 2 ลูก3.เครื่องกระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตร จำนวนประมาณ 12,000 นัด 4.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักประมาณ 5 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพ จำนวน 1 ชิ้น 5.อุปกรณ์อาวุธปืน เช่น สลัก, น็อต, สกูล และอื่นๆ จำนวนประมาณ 40 ชิ้น 6.เครื่องกลึง และอุปกรณ์อื่นที่ใช้ในการแต่งชิ้นส่วนอาวุธปืน &amp;nbsp;จึงได้ทำการจับกุมนาย Wu,qiang พร้อมด้วยของกลางตามที่ได้กล่าวมาแล้ว นำส่ง พงส.สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าอาวุธสงคราม, ตำรวจไซเบอร์, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e6cf30465c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
