<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ถอย!เดโมแครตขยี้ซํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนรุมหนัก &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ยอมรับแล้วว่าวาระสุดท้ายในตำแหน่งประธานาธิบดีใกล้มาถึง แถลงให้คำมั่นจะถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ แต่ยังยืนกรานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหลัปลุกม็อบบุกโจมตีรัฐสภาเมื่อวันพุธ ทำให้ตำรวจสภาเสียชีวิต 1 นาย รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่ลาออก &amp;quot;เดโมแครต&amp;quot; ไล่บี้ถอดถอนชี้เป็น &amp;quot;บุคคลอันตรายมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม กล่าวว่า ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีออกมาภายหลังโดนกดดันอย่างหนัก ทรัมป์ยอมกล่าวประณามผู้ก่อจลาจลที่บุกโจมตีรัฐสภาในนามของเขา พร้อมให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจให้แก่รัฐบาลใหม่ โดยเขาไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อของโจ ไบเดน หรือยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งหรือแสดงความยินดีต่อว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงเวลานี้ต้องการการเยียวยาและความปรองดอง&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากหนึ่งวันก่อนหน้านั้นที่เขาปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนเคลื่อนขบวนไปบุกรัฐสภาเพื่อขัดขวางการลงมติรับรองไบเดน &amp;quot;เราเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งที่เข้มข้นและอารมณ์พลุ่งพล่าน แต่ตอนนี้อารมณ์ต้องเย็นลงและกลับคืนสู่ความสงบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการวันที่ 20 มกราคม ตอนนี้ผมให้ความสนใจกับการถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น เป็นระเบียบและไร้รอยต่อ&amp;quot; ทรัมป์กล่าว และว่า การทำหน้าที่ประธานาธิบดีของพวกคุณถือเป็นเกียรติประวัติตลอดชีวิตของเขา พร้อมกับยืนกรานว่า เขา &amp;quot;กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์แสดงออกมาในช่วงยามที่มีเสียงเรียกร้องให้ปลดเขาพ้นจากตำแหน่งผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยไม่ต้องรอให้อยู่ครบวาระที่เหลือไม่ถึง 2 สัปดาห์ แม้แต่วอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่เป็นสื่อสายอนุรักษนิยมที่สะท้อนแนวคิดของรีพับลิกันยังเขียนในบทบรรณาธิการว่า ทรัมป์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบและลาออกไปอย่างเงียบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งได้รับการรับรองชัยชนะจากสภาคองเกรสเป็นที่เรียบร้อยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ ปฏิเสธจะกล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้ปลดทรัมป์ แต่เขาตำหนิทรัมป์ที่โจมตีสถาบันประชาธิปไตยของสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ &amp;quot;เมื่อวานนี้ ในมุมมองของผม คือวันอันมืดมนที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติเรา&amp;quot; ไบเดนกล่าวระหว่างการประกาศเสนอชื่อผู้พิพากษาเมอร์ริก การ์แลนด์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของเขา ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีกับทรัมป์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนพวกนั้นไม่ใช่ผู้ประท้วง&amp;quot; ไบเดนกล่าว &amp;quot;พวกเขาเป็นม็อบก่อจลาจล, เป็นพวกผู้ก่อการกบฏ, เป็นผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต และชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เดโมแครต เรียกร้องรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ให้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 25 ซึ่งเปิดทางให้คณะรัฐมนตรีปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่งหากเห็นว่าเขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเดโมแครตทั้งสองขู่ว่าจะเดินหน้าถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ประธานาธิบดีคนเดียวโดนถอดถอนถึง 2 ครั้ง โดยพวกเขาหวังว่าครั้งนี้วุฒิสภาจะเห็นด้วย &amp;quot;นี่เป็นเหตุฉุกเฉินระดับสูงที่สุด&amp;quot; เพโลซีกล่าว โดยนางกล่าวถึงทรัมป์ว่าเป็น &amp;quot;บุคคลอันตรายมากๆ&amp;quot; จากการปลุกระดมมวลชนให้ก่อความไม่สงบแบบที่ทรัมป์ทำเมื่อวันพุธ เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่ง เวลาอีก 13 วันที่เหลือนั้น ไม่ว่าวันใดก็อาจเป็นการแสดงสยองขวัญสำหรับอเมริกาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์วุ่นวายภายในอาคารรัฐสภาสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 5 ศพ หลังจากไบรอัน ซิกนิก ตำรวจรัฐสภา เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ด้วยพิษบาดแผลที่ได้รับจากการปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้มีผู้สนับสนุนทรัมป์ที่เป็นผู้หญิง 1 คนโดนตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการปะทะ และอีก 3 คนถูกพบเป็นศพภายในรัฐสภาโดยสภาพการตายยังไม่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีรัฐสภาสหรัฐที่ทำให้ผู้นำประเทศประชาธิปไตยพากันรุมประณาม ยังทำให้รัฐมนตรีหญิงที่มีเพียง 2 คนในรัฐบาลของทรัมป์ประกาศลาออกเมื่อวันพฤหัสบดี คนหนึ่งคือ เอเลน เชา รัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งสมรสกับมิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.รีพับลิกัน อีกคนคือเบตซี เดวอส รัฐมนตรีศึกษาธิการ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ลาออกด้วย เช่น มิค มัลเวนีย์ อดีตหัวหน้าคณะทำงานของทรัมป์ที่ลาออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไอร์แลนด์เหนือ และแมตต์ พอตทิงเจอร์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติผู้รังสรรค์นโยบายสายเหยี่ยวด้านจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล้มเหลวของผู้พิทักษ์กฎหมายในการขัดขวางไม่ให้กลุ่มม็อบบุกเข้าไปก่อจลาจลภายในอาคารรัฐสภาก่อความโกรธและเรียกเสียงวิจารณ์จากทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยในวันพฤหัสบดี สตีเวน ซันด์ ผู้บังคับการตำรวจรัฐสภาที่มีกำลังเจ้าหน้าที่ 2,300 นาย ยื่นใบลาออกแล้ว แต่สมาชิกรัฐสภาประกาศว่าพวกเขาจะยังคงสอบสวนอย่างละเอียดเรื่องความหละหลวมของการรักษาความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนตั้งคำถามด้วยว่า ตำรวจจะตอบโต้สถานการณ์อย่างไรหากฝูงชนเมื่อวันพุธไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ที่เป็นคนผิวขาว แต่เป็นคนผิวดำที่ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิว ซึ่งมักโดนตำรวจใช้กำลังปราบปรามระหว่างการประท้วงทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำแหน่งประธานาธิบดี, ถ่ายโอนอำนาจ, วาระสุดท้ายในตำแหน่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff861db1dbce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
