<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”เผยส่งออกพ.ค.62 ติดลบมากที่สุดในรอบ 34เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 2562 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนพ.ค.2562 การส่งออกมีมูลค่า 21,017.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.79% เทียบกับเดือนพ.ค.2561 ถือว่าขยายตัวติดลบสูงสุดในรอบ 34 เดือนนับจากเดือนก.ค.2559 ที่ติดลบถึง 6.27% และเมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 663,647 ล้านบาท ลดลง 4.04% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 20,836.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.64% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 666,810.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.17% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 181.5 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาทขาดดุล 3,163.3 ล้านบาท แต่เมื่อหักมูลค่าการส่งออกสินค้าทองคำและน้ำมัน ที่มีความผันผวนมากออก ทำให้เดือนพ.ค. การส่งออกติดลบเพียง 2.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการส่งออกในช่วง 5 เดือน ของปี 2562 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่ารวม 101,561.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.70% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 3.204 ล้านล้านบาท ลดลง 2.31% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 100,830.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.99% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 3.229 ล้านล้านบาท ลดลง 0.45% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 731 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาทขาดดุล 24,676.8 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การส่งออกเดือนพ.ค. ที่ลดลง ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัว ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว รวมถึงความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในยุโรป การถอนตัวออกจากสภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักรยังไม่ยุติ รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก แต่ยังดีที่การส่งออกไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ที่ส่วนใหญ่ติดลบมากกว่า 10% เช่น สิงคโปร์ ติดลบสูงถึง 17% และการส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดีในหลายตลาด ทั้งตลาดเดิม อย่างสหรัฐฯ และอินเดีย และตลาดดาวรุ่งใหม่ เช่น แคนาดา รัสเซียและซีไอเอส โดยสินค้าเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มออาหารและเครื่องดื่มยังขยายตัวได้ดีมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า ในเดือนพ.ค. ผลกระทบของสงครามการค้า ทำให้มูลค่าการส่งออกไทยหายไป 135 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 0.64% ของมูลค่าการส่งออกเดือนพ.ค. เพราะทำให้มูลค่าส่งออกสินค้าไทยที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีนลดลงมากถึง 281 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 4.3% จากการลดลงของแผงวงจร เครื่องจักรและส่วนประกอบ ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงมูลค่าส่งออกสินค้าที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการเซฟการ์ดขึ้นภาษีนำเข้า ทั้งแผงโซลาเซลล์ และเครื่องซักผ้า ลดลงมาก แม้สินค้าบางรายการที่ส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อทดแทนสินค้าจีน มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 126.8 ล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเดือนพ.ค.2562 ที่มูลค่าส่งออกลดลงมาก มาจากหมวดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ลดลง 1.4% สินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น น้ำตาลราย ข้าว ยางพารา ทูน่ากระป๋อง และสินค้าอุตสาหกรรม ลดลง 3% สินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น ทองคำ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น ขณะที่ตลาดส่งออกของไทย ที่ยังขยายตัวได้ดี เช่น สหรัฐฯ บรูไน อินเดีย เป็นต้น ส่วนตลาดที่หดตัว เช่น ญี่ปุ่น อียู อาเซียน จีน ทวีปออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต้องการเสนอให้รัฐบาลใหม่ เร่งเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศใหม่ๆ โดยเฉพาะอียู ไม่เช่นนั้น ไทยจะเสียเปรียบการแข่งขันส่งออกกับประเทศคู่แข่ง รวมถึงผลักดันการส่งออกภาคบริการอย่างจริงจัง และดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ไม่เช่นนั้น สินค้าอุตสาหกรรมส่งออกของไทยจะล้าสมัย และเสียศักยภาพด้านการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้จัดทำแผน และกิจกรรมผลักดันการส่งออกแบบลงลึกในแต่ละภูมิภาคเสร็จแล้ว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ทันที โดยจะเริ่มเห็นผลสำเร็จได้ตั้งแต่เดือนก.ค.2562 เป็นต้นไป และหวังว่าจะทำให้มูลค่าส่งออกตั้งแต่เดือนก.ค.เป็นต้นไป ทำได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะทำให้มูลค่าส่งออกทั้งปีขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 3% คิดเป็นมูลค่า 260,184 ล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ ยังเตรียมเสนอแผนการส่งออกในช่วงหลังของปี 2562 ให้รัฐบาลชุดใหม่ได้พิจารณา โดยเน้นการเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ และผลักดันทำเอฟทีเอ , การเจาะตลาดใหม่ , การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า , ส่งเสริมการค้าออนไลน์ , ประชาสัมพันธ์สินค้าไทยผ่านผู้มีอิทธิพลในสื่อโซเชียล อย่างบล็อกเกอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39171</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออก, การส่งออกเดือน พ.ค., ติดลบสูงสุดในรอบ 34 เดือน, น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cd9388a5a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
