<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์หนายทุบโต๊ะห้ามเสียบบัตรแทนอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.งบฯ 63 เชื่อไม่นานรู้ผล ยันเสียบบัตรแทนกันไม่ได้ทุกกรณี กรีดอยู่ที่จิตสำนึกของส.ส. พปชร.ปัดเสียบบัตรแทน แค่ช่วยลงคะแนนให้เพื่อน อ้างภาพในคลิปเป็นอุบัติเหตุ สภาล้อมคอกชงติดวงจรปิด-สแกนลายนิ้วมือ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถอนหายใจ ห่วงงบล่าช้ากระทบลงทุนทำ ศก.ชะงัก พท.กระทุ้งเสียงหายเหลือ 249 ถือว่าผ่านสภาหรือไม่ บี้นายกฯ ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่าสภาต้องตรวจสอบทุกกรณี ไม่เช่นนั้นจะไม่ยุติธรรม และไม่ว่าจะเสียบบัตรแทนกันในกรณีใดก็ทำไม่ได้ แม้เครื่องลงคะแนนในห้องประชุมมีไม่เพียงพอ ส.ส.ไม่สามารถฝากบัตรเสียบแทนกันได้ ซึ่งโดยทั่วไป ส.ส.เขาจะไม่ยุ่งกับบัตรของคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำร้องที่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขั้นตอนการตราร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายชวนกล่าวว่า คาดว่าฝ่ายเลขาธิการสภาฯ จะตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดแล้วเสร็จ จะส่งกลับมาที่ตนเพื่อทำเรื่องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในวันนี้ เพราะต้องรีบ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถวินิจฉัยอะไรแทนศาลรัฐธรรมนูญได้ คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด เชื่อว่าไม่นานคงจะรู้ผล เพราะศาลทราบดีว่าจะต้องรีบพิจารณาเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 เป็นโมฆะจริง จะมีทางออกอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ตามปกติถ้างบประมาณปีใหม่ยังไม่เริ่มใช้ ให้ใช้งบประมาณเดิมไปก่อน ดังนั้นเงินเดือนของข้าราชการก็เป็นไปตามปกติ เพียงแต่โครงการพัฒนาต่างๆ ไม่สามารถเดินหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาเสียบบัตรแทนกันในอนาคตนั้น คิดว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับทุกพรรคการเมืองและทุกคน แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองไม่มีใครเจตนาให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่เกิดขึ้นเพราะมีสมาชิกบางคนไม่ระวัง ทั้งที่ย้ำไปแล้วว่าวันเด็กนั้น ส.ส.ไปร่วมกิจกรรมไม่ได้เพราะติดภารกิจพิจารณางบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าสภาแห่งนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการประชุม ส.ส. เนื่องจากที่นั่งยังไม่มีที่นั่งประจำของตัวเอง เพราะยังต้องยืมห้องประชุมจันทราของวุฒิสภาใช้ และหาก ส.ส.มีที่นั่งประจำก็จะทราบว่าใครลงคะแนนอย่างไร เพราะเป็นเครื่องประจำเหมือนกับห้องประชุมวุฒิสภาตอนนี้ก็รู้ว่าใครนั่งตรงไหน แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล&amp;rdquo; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวนทำหน้าที่ประธานการประชุม นายไกลก้อง ไวทยาการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้หารือต่อที่ประชุมสภาฯ ขอให้ได้เร่งแก้ไขปัญหาการใช้บัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.ว่า ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 3 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะเฉพาะหน้า ปัจจุบันมีโปรแกรมแสดงผลการลงคะแนนที่จะแสดงชื่อและตำแหน่งของที่นั่งของ ส.ส. แต่ข้อเสียของระบบนี้ คือไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้ ดังนั้น ควรมีโปรแกรมบันทึกการลงคะแนน เพื่อที่เวลามีปัญหาจะนำมาตรวจสอบ 2.ระยะกลาง เมื่อย้ายการประชุมสภาฯ ไปห้องประชุมแห่งใหม่หรือห้องพระสุริยัน ควรติดกล้องวงจรปิด และ 3.ระยะยาว ในปี 2564 ควรมีระบบยืนยันตัวตนร่วม เช่น การพิมพ์ลายนิ้วมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวนกล่าวว่า ขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็น และจะหาโอกาสหารือกับนายไกลก้อง
เสียบบัตรแทนผิดแน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.30 น. ในระหว่างที่ประชุมสภาเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ในช่วงการลงมติรายมาตรา วาระ 2 ในมาตรา 3 ของร่างประมวลจริยธรรมฯ ส.ส.หลายคนได้พากันซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียบบัตรลงคะแนนที่กำลังมีปัญหาถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย สอบถามว่า หากเป็นกรณีที่มีบัตรเสียบคาไว้ในเครื่องลงคะแนนอยู่แล้ว มี ส.ส.ไปดึงบัตรดังกล่าวออก แล้วไปเสียบบัตรลงคะแนนของตัวเองเข้าไปแทน บังเอิญถูกกล้องจับภาพไว้ได้ จะถูกกล่าวหาว่าเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่ นายชวนจึงชี้แจงว่า ต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ซักถามว่า ถ้าสมมติว่า ส.ส.นั่งกันอยู่ 3 คนในพื้นที่ แต่อีกคนเอื้อมไปเสียบบัตรลงคะแนนไม่ถึง แล้วให้ตนไปกดลงคะแนนแทนให้ ถือว่าจะผิดหรือไม่ นายชวนตอบด้วยน้ำเสียงขึงขังทันทีว่า &amp;ldquo;ผิดแน่ๆครับ&amp;rdquo; ทำให้ ส.ส.หลายคนต่างอึ้งเมื่อได้ยินคำตอบ แล้วหันหน้าไปมองกันเลิ่กลั่ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการลงมติเป็นรายข้อของร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร มี ส.ส.หลายคนที่เข้ามาลงคะแนนไม่ทัน ใช้วิธีขานชื่อในการแสดงมติ เพราะไม่กล้าให้เพื่อนเสียบบัตรให้ จนกระทั่งพิจารณาลงมติวาระ 2 เสร็จสิ้นครบทุกข้อแล้ว ที่ประชุมจึงลงมติวาระ 3 เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมด้วย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ส.ที่ปรากฏภาพข่าวในสื่อมวลชนว่าได้กดบัตรลงคะแทน ส.ส.คนอื่นในระหว่างที่ประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ร่วมกันแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชัยวุฒิกล่าวว่า ในวิปรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐไม่มีแนวทางให้ ส.ส.กดบัตรลงคะแนนแทนกัน ถ้าใครไม่มาจะไม่มีการลงคะแนนแทนกัน อย่างไรก็ตาม มีปัญหาในเรื่องของสถานที่ประชุม เนื่องจากช่องลงคะแนนของพรรคมี 68 ช่อง แต่พรรคมี ส.ส. 117 คน ในหนึ่งช่องย่อมมีการเสียบสองสามใบเป็นปกติอยู่แล้ว ส.ส.จะลงมาเสียบกันเอง แต่ภาพที่เกิดขึ้นอาจเป็นอุบัติเหตุ
ภาพในคลิปแค่อุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการเสียบแทนกัน แต่เพียงครั้งเดียว ถ้าไม่ได้เข้าไปนั่งด้วยตัวเองจะไม่มีทางรู้เลยว่าการกดมันยากจริงๆ เป็นอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องของการตีความ เราไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนแทนกัน แต่เป็นการช่วยกันลงคะแนน&amp;quot; นายชัยวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภริมกล่าวว่า เหตุการณ์ในวันนั้น ตนได้ลงคะแนนไปแล้ว ปรากฏว่านายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในห้องประชุมได้นำบัตรของตัวเองมาให้ตนกดลงคะแนน เพราะไม่สามารถเข้าไปที่นั่งเพื่อกดบัตรคะแนนด้วยตัวเองได้ ซึ่งยืนยันได้ว่าการลงคะแนนได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายทวิรัฐ โดยไม่ได้ลงคะแนนไปตามเจตนารมณ์ของตนเองแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ แถลงในประเด็นเดียวกันว่า ขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯเปลี่ยนระบบการลงคะแนนด้วยการใช้บัตรมาเป็นการแสดงอัตลักษณ์ควบคู่ไปด้วย เช่น การสแกนม่านตาและลายนิ้วมือ ซึ่งคิดว่ายังน่าจะเปลี่ยนแปลงระบบได้ เนื่องจากอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาของเรามีช่องกดบัตรจำนวนน้อยมีเพียง 300 ช่อง แต่มี ส.ส. 500 คน ทำให้ต้องมีการดึงบัตรออกและเสียบบัตรเข้าไปใหม่ โดยกรณีที่เจ้าตัวอยู่ในห้องแล้วให้คนอื่นเสียบแทน เช่นนี้ยอมรับได้เพราะตัวยังอยู่ แต่หากตัวไม่อยู่ย่อมผิดแน่นอน พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นกับฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะช่องการลงคะแนนไม่พอจริงๆ&amp;quot; น.ส.รังสิมาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้รัฐสภาถูกออกแบบสำหรับแก้ไขปัญหาการกดบัตรแทนกัน โดยตั้งใจจะใช้เครื่องลงคะแนนแบบสแกนลายนิ้วมือแทนการเสียบบัตรแบบเดิม แต่ปรากฏว่าในปี 2560-2561 รัฐบาลกลับตัดลดงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากที่เสนอขอไป 8,000 ล้านบาท เหลือเพียง 3,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณจัดซื้อเครื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปัญหาการเสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ขณะนี้ พบว่าเกิดขึ้นใน 3 กรณีคือ มี ส.ส.บางคนเสียบบัตรค้างไว้และมีคนมากดลงมติแทน 2.มี ส.ส.บางคนเบิกบัตรสำรองไปให้คนอื่นมาเสียบบัตรลงมติแทน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้เข้าร่วมการประชุม และ 3.มีการเสียบบัตรแทน เนื่องจากเครื่องลงคะแนนไม่เพียงพอ ซึ่งกรณีนี้เกิดจากปัจจุบัน ส.ส.ใช้ห้องประชุมของ ส.ว.ทำให้เครื่องลงคะแนนของสมาชิก มีเพียง 318 เครื่อง ขณะที่ปัจจุบันมี ส.ส.ทั้งหมด 498 คน ซึ่งเท่ากับขาดไป 180 เครื่อง ทำให้ ส.ส.ต้องใช้เครื่องในการลงคะแนนซ้ำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า ได้มีการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีโดยตลอด แต่ต้องดูว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร ในส่วนของรัฐบาลมีหน้าที่ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่น่าจะมาถามตนวันนี้ คือจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งต้องไปดูและหารือกับกระทรวงการคลัง และคุยกับสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต้องหารือกันอีกครั้งว่าเราจะแก้ไขในส่วนของการบริหารราชการอย่างไร ในส่วนของงบบุคลากร คงไม่มีปัญหามากนัก แต่จะมีปัญหาในเรื่องของงบลงทุน ซึ่งมีจำนวนหลายแสนล้านบาท หากทำไม่ได้จะส่งผลให้เศรษฐกิจของเราไม่ดีขึ้นมากนัก ต้องหามาตรการอื่นเข้ามาเสริมเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าไม่มีเงินลงไป เดือดร้อนกันทั้งหมด แต่ตนเคารพในกติกาในกฎหมายทุกฉบับ เรื่องนี้ขอให้ติดตามกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คาดว่างบประมาณ 2563 จะล่าช้าไปถึงเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณานานหรือไม่ ซึ่งปกติเรื่องแบบนี้ก็นานพอสมควร นานเป็นเดือน ก็ทำให้ล่าช้า งบประมาณก็มีปัญหา สมมติว่าการใช้จ่ายงบประมาณล่าช้าไปอีก 3 เดือน จะใช้ทันหรือเปล่าสำหรับเวลาที่เหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะออกเป็นพระราชกำหนดการกู้เงิน นายกฯ กล่าวปฏิเสธทันทีว่า ไม่สมควร ได้ปรึกษากันแล้วสำหรับเวลานี้
ห่วงงบช้ากระทบเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแผนสำรองรับมือนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดไปแล้วว่าต้องทำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการประชุมในเรื่องของงบประมาณฯ ว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องเลื่อนออกไป เราจะทำตรงไหนได้บ้าง การใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐ ในส่วนที่สามารถใช้ได้ไปพลางๆ ก่อน จะทำอย่างไร ปัญหาวันนี้ที่ติดอยู่เรื่องเดียวคือปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของงบการลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการมองไปถึงความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองออกมาเปิดเผยข้อมูล จนทำให้กลายเป็นปัญหาต่อเนื่องมาถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ จะพรรคไหน พรรคไหน ผมไม่รู้&amp;rdquo; ก่อนที่จะถอนหายใจ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ปัญหาวันนี้เป็นเรื่องของ ส.ส.ขุดคุ้ยกันเอง นายกฯ ถึงกับถอนหายใจอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ต้องไปถามคนฟ้องดู อย่ามาถามผม ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย สรุปก็คือว่า ไม่ควรไปกระทำ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ก็ไม่ควรจะกระทำ ถ้ารู้ว่ามันผิดกติกาของสภา เอาอย่างงี้ ผมก็ตอบแบบนี้ก็แล้วกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์กันในโซเชียลว่านายวิษณุบอกว่าการเสียบบัตรเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เป็นอะไรนั้นว่า ยืนยันว่าไม่เคยพูด แต่ตรงกันข้ามได้ระบุว่าเรื่องดังกล่าวให้แยกออกเป็น 2 เรื่องคือ การเสียบบัตรแทนกันหรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง และเรื่องผลของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น จะเกิดอะไรขึ้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกรณีการเสียบบัตร ไม่ว่าเสียบแทนกันหรือไม่แทนกันนั้น เป็นการเสียหายร้ายแรง และมีความผิด มีโทษด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บอกว่าจะไม่เกิดผลกระทบน่ากลัวรุนแรง ที่ใช้คำว่าไม่ถึงขั้นวิบัตินั้น เป็นเรื่องของผลร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งเมื่อกระบวนการไม่ถูก การจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมีสองอย่าง คือ 1. เนื้อหา และ 2.กระบวนการ ซึ่งในกรณีนี้เป็นเรื่องกระบวนการ เพราะฉะนั้นการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงดีที่สุดว่ากระบวนการอย่างนี้ชอบหรือมิชอบ ถ้าไม่ชอบแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร นั่นคือผลจะเป็นอย่างไร ส่วนคำว่าไม่ชอบก็จะค้างอยู่เท่านั้นว่าจะเกิดอะไร สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2556 และ 2557 ข้อเท็จจริงในตอนนั้นมีอย่างหนึ่ง แต่ในครั้งนี้เรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างเดียวกันหรือไม่ และไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงคนละอย่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันว่าประเด็นเรื่องการเสียบบัตรแทนกันมีความผิด มีโทษร้ายแรง เกิดความเสียหายทั้งต่อภาพพจน์และสภาด้วย แต่ผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น ไม่น่าจะร้ายแรงแต่อย่างใด ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้หมด ทั้ง 1.ตกทั้งฉบับ 2.เสียไปเฉพาะมตินั้น และ 3.เสียไปเฉพาะหักคะแนนที่จับได้ว่าเป็นการเสียบบัตรแทนกัน ตรงนี้ก็สุดแท้แต่ หรืออาจจะมีข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ซึ่งผมก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่ควรพูดชี้นำ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นกฎหมายที่แปลกกว่ากฎหมายอื่น จึงได้เกิดมาตรา 143 (รัฐธรรมนูญ) ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษต่างหาก จึงยังไม่รู้ชัดว่าจะนำมาตรา 143 มาใช้ได้อย่างไร ซึ่งได้เห็นคำร้องของ ส.ส. ที่ยื่นผ่านประธานสภาฯ ถึงศาลรัฐธรรมนูญ โยงถึงมาตรา 143 ด้วยก็ดี เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยในส่วนนี้ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่า พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่มีทางที่จะไม่ผ่านใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่พูดเช่นนั้น แต่บอกว่าไม่ทำให้เกิดวิกฤติ วิบัติ เสียหาย อย่างที่ไปตีข่าวว่าแย่แล้ว ไม่ใช่ถึงขั้นอย่างนั้น เพราะมีทางแก้ไข อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่มีแน่ๆ คือยืดเยื้อและใช้เวลา ตามที่เคยคาดว่างบประมาณจะออกได้ต้นหรือกลางเดือน ก.พ. ก็ไม่เป็นเช่นนั้น&amp;nbsp;
พปชร.นัดถกล้อมคอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ปรากฏภาพ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเสียบบัตรแทนกันว่า มีการประชุมพรรคทุกวันอังคารอยู่แล้ว ฉะนั้นจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ส่วนจะต้องมีการกำหนดบทลงโทษหรือไม่นั้น ยังไม่ถึงอย่างนั้น ขอให้มีความชัดเจนก่อนว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร สำหรับมาตรการป้องกันจะมีการหารือกันในวันที่ 24 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือหรือไม่ ว่าหากงบประมาณออกมาล่าช้าจะทำอย่างไร นายอุตตมกล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนจะออกเป็นพระราชกำหนดหรือไม่นั้น ต้องขอดูก่อน เพราะต้องดูฝ่ายกฎหมายด้วย กระทรวงการคลังเป็นเรื่องของเงินที่จะต้องใช้จ่าย และวินัยการคลัง โดยจะต้องนำมาประกอบกัน แต่ฝ่ายกฎหมายจะต้องดูในเรื่องของรายละเอียด และสำนักงบประมาณต้องดูกฎหมายวิธีการงบประมาณด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในหลักการเป็นเรื่องที่กำชับกันอยู่แล้ว และ ส.ส.ก็รับทราบในเรื่องเหล่านี้ เพราะถือว่าเป็นหลักปฏิบัติโดยทั่วไป ทั้งนี้ ได้สอบถามเป็นบางคน และได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้อยู่ว่ามีการเสียบบัตรแทนกันหรือไม่ เท่าที่ทราบพบว่าเครื่องเสียบบัตรมีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ จึงได้เชิญผู้อำนวยการสำนักการประชุม สภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงและรับทราบมติของคณะกรรมาธิการฯ โดยเสนอให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จัดซื้อและติดตั้งทีวีวงจรปิด (CCTV) จำนวนกว่า 10 ชุด เพื่อติดตั้งในห้องประชุมสุริยัน ซึ่งจะเปิดใช้สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมรัฐสภา ในสมัยประชุมสามัญครั้งหน้า เพื่อจับภาพและตรวจสอบการลงมติทุกครั้ง ซึ่งจะเป็นวิธีการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการกดบัตรลงคะแนนแทนกันเกิดขึ้นอีกในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลโหวตลงมติวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีมติเห็นด้วย 253 ต่อ 0 เสียง หากตรวจสอบแล้วไม่ใช่ 253 เสียง ที่เกินกึ่งหนึ่งมาเพียง 3 เสียง แต่กลายเป็นเพียง 249 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง อันเกิดจากกรณีเสียบบัตรแทนกัน 4 เสียง จาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 2 เสียง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 2 เสียง ยังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาอย่างถูกต้อง และหากตรวจสอบลึกลงไปอาจพบมากกว่านี้อีกก็ได้ ดังนั้นความรับผิดชอบทางการเมือง สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ล่าช้า จนทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส พล.อ.ประยุทธ์ควรลาออก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55357</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตสำนึก, ช่วยลงคะแนนให้เพื่อน, ติดวงจรปิด, รัฐสภา, ส่งศาลรธน.วินิจฉัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามเสียบบัตรแทนอีก, เสียบบัตรแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ab80809a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
