<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสนับสนุนกยศ.ช่วยเหลือลูกหนี้สู้ภัยโควิดผ่อนสูงสุด 30 ปี หักเงินเดือนขั้นต่ำเพียง10 บาท   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-&amp;nbsp; นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำความสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียน/นักศึกษาและผู้ปกครอง ลดบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษารวมทั้งลูกหนี้ กยศ.&amp;nbsp; ล่าสุดกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เห็นชอบมาตรช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมจากที่ได้ยกเลิกกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุนในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564&amp;nbsp; โดยเตรียมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ผู้กู้ยืม ปรับลำดับตัดชำระหนี้และปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระ ผู้กู้ยืมที่อยู่ในระบบหักเงินเดือนสามารถขอปรับลดจำนวนเงินที่หักเหลือขั้นต่ำ 10 บาทต่อเดือน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 - มิถุนายน 2565&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการและ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวตกรรม นำมาตรการลดค่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในปีการศึกษา 2564 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในสัปดาห์หน้า (27 กรกฎาคม 2564) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กยศ.&amp;nbsp; เตรียมแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้และเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระสำหรับผู้กู้ยืมกลุ่มก่อนฟ้องคดีเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระและลดปัญหาหนี้ค้างชำระของกองทุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี หากไม่สามารถผ่อนชำระเงินคืนตามสัญญา กองทุนจะให้ผู้กู้ยืมทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้โดยขยายระยะเวลาผ่อน และเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อให้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระมากขึ้น สามารถผ่อนได้สูงสุด 30 ปี แต่ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และมีส่วนลดเบี้ยปรับโดยให้ชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถแจ้งความประสงค์ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ที่แอปพลิเคชัน กยศ.Connect หรือทางเว็บไซต์ https://wsa.dsl.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินคืนกองทุนที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี จากเดิมที่ใช้วิธีการตัดเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย และเงินต้น กองทุนจะปรับเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่ โดยจะนำเงินที่ได้รับชำระไปตัดเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระเงินคืน สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างปลอดหนี้และยังไม่ครบกำหนดชำระหนี้ จากเดิมที่ผ่อนชำระเป็นรายปี กองทุนจะปรับให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน และเพิ่มระยะเวลาการผ่อนชำระจากเดิมไม่เกิน 15 ปี เป็นไม่เกิน 30 ปี ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ของผู้กู้ยืมแต่ละราย ทั้งนี้ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลดเบี้ยปรับให้เหลือเพียง 0.5% กรณีผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระหนี้ได้ในสถานการณ์นี้ รวมทั้งชะลอการฟ้องคดี บังคับคดี ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความ และงดการขายทอดตลาดไว้จนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในการแก้ปัญญาหนี้ภาคประชาชน&amp;nbsp; ส่งเสริมสร้างวินัยทางการเงิน&amp;nbsp; ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังสนับสนุนนโยบาย กยศ. ในการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ให้มีความสามารถในการชำระหนี้คืนจากมาตรการต่างๆของกองทุน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อลูกหนี้ กยศ. ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้จำนวน 3.5 ล้านราย หากสนใจก็สามารถเข้าร่วมโครงการ ก็จะได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; นางสาว รัชดาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110843</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19, ติดหนี้กยศ., น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อิศรา&#039;ขุดพบอีก เมียส.ส.อนาคตใหม่ หนี้ กยศ. 42,057 บาท สามีแจ้ง ป.ป.ช. ทรัพย์สิน 7.1 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - สำนักข่าวอิศรา&amp;nbsp;รายงานว่า สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org&amp;nbsp;รายงานก่อนหน้านี้ว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างน้อย 4 คน (เท่าที่ตรวจสอบพบ) ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ระบุว่าหนี้สิน จากเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และ กรอ. (กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต) ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 196,309.35 บาท
2.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ มียอดหนี้คงเหลือ 35,549 บาท
3.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ มียอดหนี้คงเหลือ 85,661 บาท
4.นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ยอดคงเหลือ 83,453 บาท (กรอ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ปรากฎเป็นข่าวไปแล้ว&amp;nbsp;(อ่านประกอบ:&amp;nbsp;เปิดธุรกิจ 3 ส.ส.อนาคตใหม่ ติดหนี้ กยศ. คนละ 35,549-85,661 บาท - 1 รายอยู่บ้าน 6 ล.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี ส.ส.อีกคนที่แจ้งว่าภรรยามีหนี้เงินกู้จาก กยศ.ด้วยจำนวนกว่าสี่หมื่นบาท คือ นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ อายุ 43 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีเข้ารับตำแหน่ง 25 พ.ค.2562 มีทรัพย์สิน 6,354,537.44 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 10 บัญชี รวม 1,883,305.37 บาท เงินลงทุน 611,232.07 บาท (สกรณ์และกรมธรรม์ประกันชีวิต 5 รายการ ) ที่ดิน เนื้อที่ 88 เศษ 6 ส่วน 10 ตารางวาใน อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง มูลค่า 1,500,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุดแถววัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 1,750,000 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 1 คัน 600,000 บาท ทรัพย์สินอื่น แหวนทองคำ มูลค่า 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกรรณิการ์ วงศ์ไชย คู่สมรส&amp;nbsp;มีทรัพย์สิน 768,052.68 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 5 บัญชี 254,656.54 บาท เงินลงทุน 3 รายการ 238,397.14 บาท ทรัพย์สินอื่น (สร้อยคอพร้อมพระ แหวนทองคำ แหวนเพชร) มูลค่า 275,000 บาท&amp;nbsp;หนี้สิน 42,057.26 บาท (ระบุว่าบัญชีเงินกู้ กยศ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 7,080,532.86 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิแจ้งว่ามีรายได้ต่อปี ได้แก่ เงินเดือน 1,362,720 บาท มีค่าใช้จ่ายต่อปี 460,000 บาท ภรรยามีรายได้ จากเงินเดือน 282,000 บาท ค่าใช้จ่าย 251,352 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ แจ้งประวัติเคยทำงาน หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ภรรยาทำงานนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อ ช่วงค่ำวันที่ 29 ส.ค. 2562&amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ว่า Nattacha Boonchaiinsawat - ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน ระบุว่ามี หนี้สิน จากเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คงเหลือ 35,549 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้ชำระเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลและรูปภาพโดยสำนักข่าวอิศรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45156</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ติดหนี้กยศ., ส.ส.พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d7254ed4c8f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรมช.คลัง&#039; ชำแหละ &#039;ลูกหนี้กยศ.&#039; บางรายหาช่องทางเอาเปรียบผู้อื่น การศึกษาไม่ได้ยกระดับสำนึกและคุณธรรมเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 - นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;รัฐบาลผมเป็นผู้ก่อตั้งกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษา โดยรมต.ธารินทร์ เป็นผู้เริ่มต้นโครงการ ผมในฐานะรมช.1 และรมช.พิสิฐ รมช.2 เป็นผู้ดำเนินการเมื่อปึ พ.ศ.2541-2542 ท่านนรม.ชวน หลีกภัย เป็นผู้ให้คำปรึกษา และอนุมัติโครงการ มีสนง.ตั้งอยู่ที่ชั้น 8 อาคารกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคำนวณกันว่า เมื่อปล่อยกู้จนถึงระยะเวลาที่มีการคืนเงินกู้เก่ามาปล่อยเงินกู้รายใหม่ รัฐต้องใช้เงินหมุนเวียนถึงมากกว่า 5 แสนล้านบาท เราเป็นห่วงมากถึงวินัยและความรับผิดชอบ หากกู้แล้วถึงกำหนดไม่ยอมคืนเงินกู้ วันหนึ่งโครงการนี้ก็จะเอาตัวไม่รอด รัฐคงไม่มีกำลังเพิ่มเงินให้กู้ใหม่ ถ้าผู้กู้รายเก่าไม่ยอมคืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราให้โอกาสผู้กู้อย่างเต็มที่ โดยคำนวณให้ถึงกำหนดเวลาที่น่าจะเรียนจบ และให้เวลาหางานทำระยะหนึ่งจนพอมีรายได้พอจะคืนเงินกู้ ทีแรกคิดว่าจะไม่มีดอกบี้ย แต่เมื่อเป็นเอกเบี้ยและเพื่อให้ผู้กู้คำนึงถึงการใช้คืนเงินกู้ย่อมต้องมีดอกเบี้ย จึงกำหนดให้คิดดอกเบี้ยน้อยที่สุดเพียฃร้อยละ 1 ต่อปี(ร้อยละ 1 ต่อปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเริ่มต้นเราภูมิใจมาก ได้พบว่าคนจำนวนหนึ่งที่ไร้เงินทุนมาศึกษาต่อ เพื่อโอกาศของบุตรหลานคนยากจน โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากนรม.ชวน หลีกภัยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้เกิดความไม่มีวินัยในสังคมเกิดจึ้นหลายอย่าง เช่นมีสถานศึกษาถือโอกาศใช้โครงการนี้มาโฆษณารับนักศึกษาเข้าสถานศึกษาของตนเอง จนต่อมาพบว่าผู้กู้เงินดูดายเรียนจบแล้วไม่กระตือรือล้นในการหารายได้ที่เป็นเงินเดือน และจำนวนมากเรียนจบแล้วไม่ยอมคืนเงินกู้&amp;nbsp;ตามสถานการณ์ขณะนี้ จนเป็นห่วงว่าโครงการนี้จะมีปัญหาความอยู่รอด เพราะผ่านมาร่วม 20 ปีแล้ว รัฐยังต้องหาเงินสนับสนุนเพื่อผู้กู้รายใหม่เพราะผู้เรียนจบแล้วไม่ยอมทำงานและผู้มีรายได้แล้วไม่ยอมคืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเรื่องนี้เกิดเพราะคนจำนวนมากคิดหาช่องทางเอาเปรียบผู้อื่น ไม่มีวินัย และที่สำคัญที่สุดที่การศึกษาไม่ได้สร้างคุณธรรมและสำนึกความรับผิดชอบในใจคนในสังคมจำนวนหนึ่งที่ระดับการศึกษาไม่ได้ยกระดับสำนึกและคุณธรรมแก่เขาและเธอเหล่านั้นเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44457</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนให้ยืมการศึกษา, ติดหนี้กยศ., ยพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cdea04258977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
