<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดกุ้งสมุทรสาครพิษแรง!16จังหวัดมีคนติดเชื้อแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อ Covid-19&amp;nbsp;กรณีตลาดกลางกุ้งสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2563 ถึง 23 ธ.ค. 2563 เวลา 13.00 น. ว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 1,368 ราย เพิ่มขึ้น 34 ราย โดยตรวจพบที่โรงพยาบาล 95 ราย เพิ่มขึ้น 34 ราย และจากการค้นหาในชุมชน 1,273 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อประกอบด้วย 1.กระบี่ 2.กรุงเทพมหานคร 3.กำแพงเพชร 4.ฉะเชิงเทรา 5.นครปฐม&amp;nbsp;6.นครราชสีมา 7.ปทุมธานี 8.ปราจีนบุรี 9.พระนครศรีอยุธยา 10.เพชรบุรี 11.เพชรบูรณ์ 12.ภูเก็ต 13.สมุทรปราการ 14.สระบุรี 15.สุพรรณบุรี และ 16.อุตรดิตถ์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ตลาดกลางกุ้ง, ติดเชื้อ Covid-19, สมุทรสาคร, เว็บไซต์กรมควบคุมโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2f1cf63a22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหาที่ต้องแก้พอเปิดเมือง&#039;หมอทยา&#039;ถามจะทำยังไงดีกับคนที่สงสัยว่าติดเชื้อโควิดแต่กักตัวเองที่บ้านไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 เม.ย.63 - นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
เข้าใจว่าตอนนี้ทุกคนเทความคิดไปกับการเปิดเมือง
แต่..
เราจะทำยังไงดีกับคนที่สงสัยว่าติดเชื้อ COVID19 แต่กักตัวเองที่บ้านไม่ได้? -เพราะนี่ก็เป็นปัญหาที่ต้องแก้พอเปิดเมือง.. เพราะการติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้น
ไม่ใช่ทุกคนที่กักตัวเองแยกจากคนอื่นได้..
..(อาจจะเพราะเขาอยู่บ้านกับครอบครัว ที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อายุมาก หรือเป็นแค่ห้องเล็กๆ ..หรือไม่เขาหาเช้ากินค่ำต้องออกไปหาเงิน? )
ถ้าปล่อยไว้ให้อยู่ในชุมชน ก็จะเป็นการปล่อยให้แพร่เชื้อต่อไปไหม? แต่จะทำยังไงดี?
เงินที่จะไปเช่าโรงแรมเพื่อกักตัวเองก็ไม่มี
State quarantine ก็ใช้เพื่อกักคนที่กลับมาจากต่างประเทศ
จะให้เขาไปอยู่ที่รพ.?&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่อาจจะไม่ติดโรคมา และไปใช้เตียงที่ธรรมดาต้องใช้รักษาคนป่วยโรคอื่น? (..แถมอาจจะไปเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อให้บุคลากรการแพทย์ และคนไข้คนอื่นอีก? )
ทำไงดี??
ถ้าสามารถช่วยแยกคนกลุ่มนี้ได้ ที่สงสัยว่าติดเชื้อ (PUI) ออกจากชุมชนของเขา ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้ ..
และยิ่งมีการแพร่กระจายในชุมชนมากก็ยิ่งมีคนไข้ที่มีอาการจำนวนมากขึ้น ทะลักเข้ามาในรพ.ในที่สุด &amp;nbsp;
คิดว่าคำตอบอันหนึ่ง คือการจัดตั้ง ศูนย์กักแยก ในแต่ละจังหวัด(หรือพื้นที่ย่อย) ที่จะให้คนที่สงสัยเข้าไปกักตัวได้ โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ..และที่มีการเข้าไปช่วยตัวเขาและครอบครัวระหว่างการกักแยกด้วย (เช่นเรื่องอาหาร หรือการดูแลครอบครัว)
อีกอย่าง ถ้ามีทางออกให้คนกลุ่มนี้แยกตัวออกจากชุมชน เขาก็จะกล้าแสดงตัวมากขึ้น เพราะไม่งั้น แสดงตัวแล้วไง? ทำอะไรก็ไม่ได้ แค่โดนคนรอบข้างรังเกียจและต่อว่า
นอกจากนั้น การตรวจเชื้อหรือการ test ถ้าตรวจไม่พบเชื้อ ก็อาจจะไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อนะ (เพราะไม่มีการตรวจที่แม่นยำ 100%!) แล้วกลุ่มนี้ ที่ตรวจไม่พบเชื้อแต่มีประวัติน่าสงสัย จะไปไหน? ไปอยู่ที่รพ.ก็อาจจะไม่ได้ เพราะยังตรวจไม่พบเชื้อ
กลับมาปัญหาเดิม ถ้ากักตัวที่บ้านไม่ได้แล้วทำยังไงดี ?
ก็ต้องบอกว่า มีการตั้ง ศูนย์กักแยกแบบนี้เป็นต้นแบบแล้วครับ
.. เป็นการร่วมมือหลายฝ่ายครับ แต่ต้องขอชื่นชมทาง TIJ กับ RoLD ที่มองเห็นปัญหา และทุ่มแรงทุ่มน้ำใจช่วยกันจัดตั้งขึ้น ทั้งๆที่มีความยากลำบากเพราะตอนเริ่มทำปัญหานี้ ถือว่าเป็นปัญหาที่ตกร่องระหว่างหลายหน่วยงาน
แต่ตอนนี้จะเปิดเมืองแล้ว.. การติดตาม/ตรวจและกักแยกยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลด second wave ที่จะตามมา
ก็ขอขอบคุณที่ทางทีมให้ผมมีส่วนร่วม(แม้จะช่วยได้แค่นิดเดียว. ..credit จริงต้องให้ Kittipong Kittayarak
&amp;nbsp;พี่ปุ้ย พี่ดาว พี่หนิง กับพี่ตั้ม และพี่ๆเพื่อนๆ ใน RoLD ที่ช่วยๆกัน )
ขอแชร์คลิปที่อาจจะช่วยให้เข้าใจศูนย์กักแยกตัวอย่างมากขึ้นนะครับ
อยากเห็นศูนย์กักแยก สำหรับคนที่ควรแยกแต่แยกไม่ได้ เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64089</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, ติดเชื้อ COVID 19, ทยา กิติยากร, สงสัยว่าติดเชื้อ (PUI), เปิดเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea23cfc5ca20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกสมาคมอุรเวชช์ฯฉะกลไกรัฐตามหลังไวรัสระบาดปลุกนักรบเสื้อกาวน์ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.63-นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล&amp;nbsp; ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;nbsp; &amp;quot;แด่นักรบในเสื้อกาวน์ ที่จะต้องรับมือผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 อาการรุนแรง&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีคนไทยป่วยจากการติดเชื้อ COVID19 เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้ป่วยบางรายที่น่าจะติดเชื้อจากการระบาดภายในประเทศเราเอง ซึ่งหมายถึงการเริ่มเข้าสู่สถานการณ์ของโรคระยะที่ 3 สมาคมอุรเวชช์ ได้เล็งเห็นแนวโน้มนี้และได้มีการเตรียมความพร้อมในเชิงวิชาหารตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ซึ่งตลอดสัปดาห์นี้ สมาคมฯ ได้พยายามผลักดันการเตรียมความพร้อมในเชิงการบริหารจัดการผ่านทางหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งแม้จะได้รับการตอบสนองที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ดีพอที่จะรับมือกับวิกฤตสุขภาพสำคัญของประเทศอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสถานการณ์ของโรคระยะที่ 3 นั้น โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทุกแห่ง จะต้องคันหาผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง หรือผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังบางชนิดอยู่เดิม ซึ่งเมื่อเริ่มติดเชื้อ COVID-19 แล้ว มีโอกาสโรครุนแรงสูง เพื่อรับตัวไว้ในโรงพยาบาล สำหรับการรักษาให้หายขาด ลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด และที่สำคัญคือช่วยตัดวงจรการระบาดต่อไป ซึ่งการที่จะถึงพร้อมในหน้าที่เหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมองค์ความรู้ จัดหาการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่รวดเร็วและแพร่หลาย จัดเตรียมยาและอุปกรณ์การแพทย์ที่มีประสิทธิกาพ และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตนเองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์อย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะของสมาคมวิชาชีพแพทย์ ที่ต้องมีส่วนทำหน้ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยตรง เป็นความรับผิดชอบของสมาคมฯ ที่จะต้องจัดเตรียมองค์ความรู้ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาล พร้อมกันนี้จึงเป็นที่มาของการเผยแพร่ &amp;quot;แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ CoVD-19 ที่มีอาการรุนแรง&amp;quot; ในส่วนของการส่งผ่านข้อกังวลและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการต่อหน่วยงานสูงสุดที่รับผิดชอบ สมาคมฯ ได้ทำหน้ที่อย่างดีที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า กลไกของรัฐที่จะตอบสนองต่อภาวะวิกฤตของประเทศมักจะตามหลังสถานการณ์จริงอย่างน้อยหนึ่งก้าวเสมอ แต่นั่นไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณของพวกเราเหล่าวิชาชีพแพทย์และวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง จะยอมจำนนให้กับศัตรูตัวจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าโดยง่าย และพวกเราก็จะไม่ยอมก้มหัวให้กับผู้รับผิดชอบระดับสูง ที่ขาดความเชี่ยวชาญและเข้าใจบริบทการทำงานของพวกเราอย่างถ่องแท้ ได้เวลาแล้ว ที่พวกเราต้องเตรียมทำศึกแม้จะไม่มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพและแม่ทัพที่เด็ดขาดเข้มแข็ง สิ่งหนึ่งที่จะช่วยยึดเหนี่ยวอุดมการณ์ของพวกเราไว้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ คือคำสอนของสมเด็จพระบรมราชชนก ผู้ก่อกำเนิดการแพทย์แผนใหม่ในประเทศสยาม &amp;quot;ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ COVID-19, นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล, นักรบเสื้อกาวน์, สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b4a8d849e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
