<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาโควิด-19ลามทั่วโลก ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หวั่นโควิด-19 ระบาดทั่วโลก หลังจีนผ่านจุดสูงสุดแล้วแต่ยอดดับ-ติดเชื้อนอกจีนเพิ่มไม่หยุด เกาหลีใต้เร่งตรวจเชื้อสมาชิกลัทธิมากกว่า 2 แสนคน โครเอเชียชาติแรก บอลข่านพบคนติดเชื้อ อิตาลีลามถึงเมืองทางใต้ สเปนกักแขกโรงแรมหลายร้อยคน อิหร่านยังหนัก รมช.สาธารณสุขติดเชื้อเสียเอง สธ.พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนเมื่อวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ ยืนยันแนวโน้มสถานการณ์ที่บรรเทาลงของจีน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม 71 รายในวันจันทร์ เป็นจำนวนต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ยอดรวมผู้เสียชีวิตเป็น 2,663 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 508 ราย มีเพียง 9 รายในนี้อยู่นอกมณฑลหูเป่ย์ ยอดรวมผู้ติดเชื้อเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็นมากกว่า 80,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า การแพร่ระบาดในจีนขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วระหว่างวันที่ 23 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ และลดลงนับแต่นั้น อย่างไรก็ดี การแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วในยุโรปและตะวันออกกลางเพิ่มความวิตกว่าโควิด-19 จะกลายเป็นโรคระบาดทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรนา แมคอินไทร์ ผู้อำนวยการโครงการความปลอดภัยทางชีวภาพประจำสถาบันเคอร์บีของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ให้ทัศนะว่า สถานการณ์ใกล้เข้าสู่ภาวะโรคระบาดทั่ว แต่ก็ยังมีความหวังว่าการแพร่เชื้อในอิหร่าน, อิตาลี, เกาหลีใต้ และที่อื่นๆ จะสามารถควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กระนั้น รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเปิดเผยให้เห็นว่าสถานการณ์ภายนอกจีนน่ากังวลมากขึ้น เกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่การระบาดรุนแรงที่สุดรองจากจีน มีคนไข้สังเวยชีวิตเป็นรายที่ 10 แล้ว และยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวัน ยอดรวมในวันอังคารอยู่ที่ 977 ราย ประธานาธิบดีมุน แจอิน ยอมรับว่าสถานการณ์ในประเทศร้ายแรงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในยุโรป โครเอเชีย เป็นประเทศแรกของคาบสมุทรบอลข่านที่ยืนยันแล้วว่ามีผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นชายหนุ่มที่มีอาการป่วยเล็กน้อย และออสเตรียรายงานมีผู้ติดเชื้อ 2 รายแรก ขณะที่อิตาลีเป็นประเทศที่สถานการณ์หนักที่สุด มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 220 คนเมื่อวันจันทร์ ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 7 ราย และในวันอังคารมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในแคว้นทัสกานีและแคว้นซิซิลีทางภาคใต้ของประเทศ 2 ราย และ 1 ราย ตามลำดับ นายกฯ จูเซปเป คอนเต กล่าวโทษระบบการจัดการที่ย่ำแย่ของโรงพยาบาลทางเหนือที่พบการแพร่ระบาดเป็นที่แรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของหมู่เกาะคะแนรีซึ่งเป็นดินแดนของสเปนแถลงว่า พบแขกชาวอิตาลีรายหนึ่งของโรงแรมเอช 10 กอสตาอาเดเฆาพาเลซ บนเกาะเตเนรีเฟ มีอาการป่วยต้องสงสัยว่าติดไวรัสโคโรนา โดยผลตรวจรอบแรกยืนยันว่าเขาติดเชื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่ขอให้แขกหลายร้อยคนของโรงแรมนี้เก็บตัวอยู่ภายในห้องเพื่อเฝ้าดูอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลเกาหลีใต้ก็กำลังพยายามติดตามตรวจสมาชิกของคริสตจักรพระเยซูชินชอนจิราว 215,000 คน ภายหลังพบว่าผู้ติดเชื้อราว 68% ในประเทศเกี่ยวโยงกับนิกายนอกรีตแห่งนี้ ซึ่งมีต้นตอการแพร่เชื้อเป็นหญิงอายุ 61 ปี ขณะเดียวกัน รอยเตอร์รายงานว่า มีลูกเรือของสายการบินโคเรียนแอร์รายหนึ่งติดไวรัสนี้ด้วย ทำให้สายการบินต้องปิดสำนักงานที่อยู่ใกล้สนามบินนานาชาติอินชอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อจากเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 ผู้คนบนเรือลำนี้ถูกกักนอกชายฝั่งโยโกฮามานาน 2 สัปดาห์ โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อเกือบ 700 รายบนเรือนี้ จาก 850 รายทั้งประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าจะใช้มาตรการแบบใหม่เพื่อต่อสู้กับการระบาด แต่รัฐมนตรีสาธารณสุขคัตสึโนบุ คาโตะ กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะพูดถึงการยกเลิกการแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่จะเปิดฉากวันที่ 24 กรกฎาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งอัฟกานิสถาน, บาห์เรน, อิรัก, คูเวต และโอมาน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อแล้วโดยทั้งหมดเคยเดินทางไปอิหร่าน มีรายงานเมื่อวันอังคารว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อิราจ ฮารีร์ชี ของอิหร่านติดเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย ฮารีร์ชี้ เพิ่งจัดแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์พร้อมกับอาลี ราเบอี โฆษกรัฐบาลปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเมืองกุมมีผู้เสียชีวิตถึง 50 ราย ระหว่างแถลงนั้นเขาไอเป็นระยะและมีเหงื่อออกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อิหร่านยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ยอดรวมในประเทศอยู่ที่ 15 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อพบเพิ่ม 34 รายในวันอังคาร จำนวนรวมเป็น 95 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 1 ระบุว่า ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 15 ราย กลับบ้านแล้ว 22 ราย รวมสะสม 37 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-24 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 1,580 ราย คัดกรองจากสนามบิน 70 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 1,510 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 1,160 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 420 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่ม 2 ราย และมีผู้ป่วยที่หายเป็นปกติ สามารถกลับบ้านได้อีก 1 ราย สรุปสถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 22 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 37 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แถลงว่า มีข่าวดีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เพิ่มอีก 1 ราย ที่จังหวัดกระบี่ เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 32 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวรายนี้ได้เดินทางเข้าประเทศไทยก่อนที่ประเทศจีนจะปิดสนามบินอู่ฮั่น และวันนี้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการวิจัยยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อศึกษาวิจัยประสิทธิผลของยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการต้านเชื้อไวรัส ระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้รับรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้ง 2 แห่ง (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้ผลยืนยันพบผู้ป่วยเพิ่ม 2 ราย รายที่ 1 เป็นหญิงไทยอายุ 31 ปี อาชีพแม่บ้าน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี แพทย์ตรวจพบปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ แพทย์ได้ซักประวัติเพิ่มเติมพบประวัติสมาชิกในครอบครัวเดินทางกลับจากประเทศจีน รายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 29 ปี อาชีพทำงานสัมผัสใกล้ชิดนักท่องเที่ยวชาวจีน มาอาการด้วยอาการไข้ ไอ รับรักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ทำให้ขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยัน รวม 37 คน กลับบ้านได้ 22 คน คิดเป็นร้อยละ 60 ผู้ป่วยยืนยัน รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 15 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่เราพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากที่ สธ.ปรับนิยามการเฝ้าระวังคัดกรองตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. โดยขยายพื้นที่ครอบคลุมประเทศเสี่ยงใหม่ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน (ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน) และ 8 จังหวัดของไทย คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย สมุทรปราการ กระบี่ ภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58187</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จีนผ่านจุดสูงสุด, ติดเชื้อนอกจีนเพิ่มไม่หยุด, บอลข่าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาลี, เกาหลีใต้, โครเอเชีย, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e552dfac76c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
