<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาถ! 4 วันหมาตายเป็นเบือ เจ้าอาวาสวัดหวั่นติดเชื้อพิษสุนัขบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีสุนัขที่อาศัยอยู่ภายในวัดท้องตมใหญ่ หมู่ที่ &amp;nbsp;1 ตำบลด่านสวี &amp;nbsp;อ.สวี &amp;nbsp;จ.ชุมพร ทยอยตายกว่า 40 ตัวภายใน 4 วัน หลังเกิดเหตุทางวัดได้เข้าแจ้งต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องในอำเภอสวีแล้ว แต่ผ่านมาหลายวันก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด เกรงว่าสุนัขที่ตายจะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพบ พระครูนิวิฐศิลวัตร เจ้าคณะตำบลด่านสวี เจ้าอาวาสวัดท้องตมใหญ่ กล่าวว่าก่อนหน้านี้มีสุนัขอาศัยอยู่ที่วัดประมาณ 60 ตัว หลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าปีนี้ยังไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันจึงได้ติดต่อผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาฉีดวัคซีนป้องกันแต่ไม่มีหน่วยงานไหนติดต่อเข้ามาจนกระทั่งเมื่อประมาณ 4 วันก่อนสุนัขที่วัดโดยเฉพาะลูกสุนัขวัย 1-2 ปี เริ่มมีอาการผิดปกติคือ เบื่ออาหาร กินน้อยลง จนมีอาการซูบผอมเดินโซเซเหมือนคนเมาและหมดแรงและทยอยตายวันละหลายตัวรวมทั้งหมดประมาณ 40 ตัว โดยจะไปนอนตายอยู่บริเวณใต้ถุนกุฏิพระ ห้องน้ำ หรือใต้ต้นไม้ในที่ร่มๆ บางวันนอนตายเกลื่อนบริเวณลานวัดเป็นที่น่าหดหู่ใจมาก หลังจากนั้นก็ให้ชาวบ้านและเด็กวัดช่วยกันนำไปเผาและบางส่วนก็นำไปฝังในป่าหลังวัด ส่วนตัวที่ยังไม่ตายและเริ่มมีอาการเหมือนเป็นไข้จึงเอายาพาราเซตามอลและยาแก้อักเสพละลายน้ำกรอกปากให้กลืนลงท้องเพื่อรักษาเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าอาวาสวัดท้องตมใหญ่ กล่าวอีกว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์สุนัขภายในวัดเริ่มทยอยตายตั้งแต่วันแรกก็เดินทางปรึกษาผู้นำชุมชนและนายก อบต.ด่านสวี ได้รับคำตอบว่าเดี๋ยวจะมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบจนมาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเดินทางเข้ามาตรวจสอบเลย ซึ่งทางวัดและชาวบ้านได้แต่นำซากสุนัขไปฝังกลบและเผา อีกไม่นานสุนัขคงตายหมดวัดแน่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า, พระครูนิวิฐศิลวัตร, วัดท้องตมใหญ่, เจ้าคณะตำบลด่านสวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60f65e2c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงสัมผัสเชื้อ เฝ้าระวังคนใกล้ชิดเด็ก14ปีเซ่นพิษสุนัขบ้า/เตือนห้ามกินเนื้อวัวถูกหมากัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดมฉีดวัคซีนชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงสัมผัสเชื้อพิษสุนัขบ้ากว่า 140 คน หลัง ด.ญ.วัย 14 ปีเสียชีวิต เผยประวัติสอบสวนโรคน้องถูกลูกสุนัขข่วนตั้งแต่ ต.ค.60 ปศุสัตว์บุรีรัมย์ปูพรมฉีดวัคซีนหมา-แมวสกัดการระบาด ระบุลูกสุนัขที่ข่วนน้องถูกเจ้าของตีตายและฝังทำลายซากไปแล้ว แต่ไม่ทราบชัดเจนว่ามีสุนัขกี่ตัวที่สัมผัสเชื้อ หมาหมู่รุมกัดลูกวัวดับอนาถ แจ้งปศุสัตว์ตรวจสอบ ห้ามชำแหละเนื้อกินเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ ด.ญ.ชลธาร ช่วยแสง หรือน้องต่าย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านสุขสำราญ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นรายแรกของจังหวัดและรายที่ 6 ของประเทศ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และโรงพยาบาล อ.ปะคำ ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ชาวบ้าน ญาติพี่น้อง ครูและนักเรียน จำนวน 143 คน ที่ผ่านการตรวจคัดกรองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสกับลูกสุนัขและใกล้ชิดกับ ด.ญ.วัย 14 ปี ผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า หลังจากสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับ รพ.บุรีรัมย์และ รพ.ปะคำ ได้ดำเนินการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยการเก็บน้ำลาย รากผม และชิ้นเนื้อจากเยื้อสมองของ ด.ญ.วัย 14 ปีไปตรวจ ผลยืนยันพบว่าติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทั้ง 3 ตัวอย่าง ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคพบว่าครอบครัวของเด็กที่เสียชีวิตได้ขอลูกสุนัขอายุประมาณ 1 เดือนของคนรู้จักในอีกตำบลมาเลี้ยง 2 ตัว ในช่วงเดือน ต.ค.2560 ซึ่งน้องก็ได้คลุกคลีใกล้ชิดกับลูกสุนัขตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิทิตกล่าวว่า ประวัติทราบว่าน้องได้ถูกลูกสุนัขข่วนที่แขนช่วงที่เลี้ยงสัปดาห์แรก ทั้งยังทราบว่าลูกสุนัขตัวเดียวกันได้กัดพ่อ แม่ และยายของเด็กด้วย แต่ทั้ง 3 คนที่ถูกลูกสุนัขกัดได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แต่ ด.ญ.วัย 14 ปีที่ถูกข่วน ญาติไม่ได้พาไปฉีดวัคซีน เพราะคิดว่าถูกข่วนเพียงเล็กน้อย ไม่มีบาดแผล หลังจากนั้นก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร จนกระทั่งวันที่ 16 มี.ค. ญาติได้พาน้องไปรักษาที่ รพ.ปะคำ ด้วยอาการไข้สูง กระวนกระวาย ตื่นต่อสิ่งเร้ากระตุ้นง่าย โดยนอนรักษาที่ รพ.เพียงวันเดียว วันต่อมาก็เสียชีวิต ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้ามีระยะฟักตัวตั้งแต่ 7 วันถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ถูกกัดหรือบริเวณที่ได้รับเชื้อว่าใกล้กับระบบสมองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั้งบุคลากรการแพทย์ คนในชุมชน ญาติพี่น้องและนักเรียน ซึ่งสุ่มเสี่ยงสัมผัสสารคัดหลั่งของสุนัขหรือใกล้ชิดกับน้องที่เสียชีวิตรวมทั้งหมด 143 คน จะต้องทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทั้งหมดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ยังได้ฝากเตือนผู้ที่เลี้ยงสุนัข แมว หนู หรือสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งสามารถติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ จะต้องนำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนตามกำหนดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค หากใครถูกสุนัข แมว กัด ข่วน หรือสัมผัสสารคัดหลั่งก็ควรจะรีบล้างแผลให้สะอาด ก่อนจะไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาในทันทีเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอปะคำ ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมว ทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของแบบปูพรมให้ครอบคลุมรัศมี 5 กิโลเมตร ทั้ง 19 หมู่บ้านใน ต.หูทำนบ อ.ปะคำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเด็กวัย 14 ปีเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีชาวบ้านนำสุนัขและแมวมาเข้าคิวรอฉีดวัคซีนพร้อมทำหมันควบคุมประชากรอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลการสำรวจพบว่า ในพื้นที่ ต.หูทำนบ อ.ปะคำ มีสุนัขและแมวทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของรวมกว่า 2,200 ตัว ส่วนสุนัขที่ข่วนเด็กนักเรียนเสียชีวิต จากการสอบถามข้อมูลแล้วพบว่าเป็นลูกสุนัขอายุประมาณ 1 เดือน ที่ผู้ปกครองของเด็กไปขอมาจากคนรู้จักกันจำนวน 2 ตัว แต่เลี้ยงได้เพียง 1 สัปดาห์ ลูกสุนัขตัวหนึ่งแสดงอาการดุร้าย กัดพ่อ แม่และยาย และข่วนเด็กด้วย แต่เด็กไม่ได้ไปฉีดวัคซีน เพราะคิดว่าถูกข่วนเล็กน้อย จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 5 เดือน น้องเกิดมีอาการผิดปกติ ถูกส่งเข้ารักษาที่ รพ.ปะคำ และเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า และทราบว่าลูกสุนัขไปไล่กัดสุนัขตัวอื่นด้วย เจ้าของจึงได้ฆ่าและฝังทำลายซากไปแล้วโดยไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ ส่วนลูกสุนัขอีกตัวที่ขอมาเลี้ยงพร้อมกัน เจ้าของแจ้งว่าไม่ทราบว่าหายไปไหน จึงยืนยันไม่ได้ว่ามีสุนัขสัมผัสเชื้อกี่ตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติ ขนชัยภูมิ ปศุสัตว์อำเภอปะคำ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวในพื้นที่ไปแล้วกว่า 1,300 ตัว แต่หลังจากเกิดกรณีเด็กเสียชีวิตก็จะต้องดำเนินการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมทั้งได้แจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เลี้ยงสุนัข แมว ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด หากพบสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยผิดปกติหรือตายไม่ทราบสาเหตุควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสัตว์ป่วยตายด้วยโรคอะไรเพื่อควบคุมได้อย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุสุนัข 2 ตัวไม่รู้ว่ามีเจ้าของหรือไม่ รุมกัดลูกวัวเพศผู้อายุประมาณ 3 เดือน ที่เจ้าของปล่อยเลี้ยงไว้บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน หนองขอน ม.8 ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลจากการถูกสุนัขกัดบริเวณหลังคอเหวอะหวะ ทั้งพบว่ามีก้อนเนื้อบริเวณหลังคอหายไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นชาวบ้านที่ไปพบเห็นวัวถูกกัดบาดเจ็บ จึงได้แจ้งให้กู้ชีพ อบต.โคกขมิ้นไปรับตัวมาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ก่อนที่ลูกวัวตัวดังกล่าวจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เพราะเสียเลือดมากและได้ตายลงในเวลาต่อมา เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทาง อบต.โคกขมิ้นได้แจ้งทางปศุสัตว์รับทราบ พร้อมให้มาทำการตรวจสอบว่าวัวที่ถูกสุนัขกัดตายติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้านหรือไม่ เบื้องต้นได้สั่งห้ามชาวบ้านนำซากลูกวัวที่ถูกสุนัขกัดตายไปชำแหละบริโภคเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีวินัย เกียรติกำจร ปลัด อบต.โคกขมิ้น กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีสุนัขกัดลูกวัวตายก็รีบแจ้งปศุสัตว์ทันที พร้อมกำชับห้ามนำเนื้อไปบริโภคเด็ดขาด ขณะนี้ให้เก็บซากไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็จะทำการฝังทำลายซากทันที ส่วนสุนัขที่กัดลูกวัว จากการสอบถามชาวบ้านแจ้งว่า ไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใคร หรือเป็นสุนัขจรจัดหรือไม่ เพราะหลังจากรุมกัด ลูกวัวก็วิ่งหนีไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลพบว่า ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อปีที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุหมาบ้ากัดเด็กหญิงวัย 4 ขวบได้รับบาดเจ็บมาแล้ว ที่บ้านหนองอุดม ต.โคกขมิ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, ฉีควัคซีน, ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า, นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab265b15fc18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯโคราชวอนปชช.อย่าตื่นตระหนก หลังสังเวยพิษสุนัขบ้าแล้ว1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า &amp;nbsp;การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลังพบมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว จำนวน 1 ราย ในพื้นที่ 9 อำเภอ ที่มีการแพร่ระบาด โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ ได้มีประกาศเป็นพื้นที่มีการแพร่ระบาดของโรค จำนวน 9 อำเภอ แบ่งเป็นพื้นที่โซนสีเหลือง 8 อำเภอ และโซนสีแดง 1 อำเภอคือ อำเภอเสิงสาง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว จำนวน 1 ราย จากผลตรวจสอบเนื้อเยื้อยืนยัน อีกทั้งได้กำชับให้ทุกอำเภอทั้ง 32 อำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด เร่งจัดซื้อวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อนำไปฉีดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยสัตว์ที่เป็นพาหะจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนทุกตัว ครบ 100% ภายในเดือน เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร กล่าวว่าสัตว์ที่มีโอกาสติดเชื้อพิษสุนัขบ้ามากที่สุด ได้แก่ สัตว์ที่มีเจ้าของ ร้อยละ 60 ส่วนสัตว์จรจัด ร้อยละ 40 เนื่องจากเจ้าของคิดว่าสัตว์ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่ได้ออกไปพื้นที่นอกบ้าน อย่างไรก็ตามถึงแม้จังหวัดนครราชสีมาจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกแต่อยากให้ตื่นตัวในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าไม่ให้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีอาการป่วย ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมบุตรหลานอาจจะมีโอกาสใกล้ชิดกับสุนัขและแมวกว่าปกติ หากถูกสุนัขหรือแมวกัดให้รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า, นครราชสีมา, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ผู้ว่าโคราช, พิษสุนัขบ้า, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fc5840221a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
