<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายนิวไฮ57ราย สธ.รับเอาไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดหนักติดเชื้อรายใหม่อีก 5,533 ราย เสียชีวิตเป็นนิวไฮ 57 ราย &amp;quot;กทม.&amp;quot; ยังแตะเกือบ 2 พันต่อวัน &amp;quot;นครปฐม-สระแก้ว&amp;quot; เจอคลัสเตอร์ใหม่ &amp;quot;รองปลัด สธ.&amp;quot; บอกสถานการณ์วิกฤติหนักจริง รับเสียงสั่นเครือ &amp;quot;วันนี้เอาไม่อยู่จริงๆ&amp;quot; ระดมอายุรแพทย์จบใหม่เสริมอีก 144 คน &amp;quot;อายุรแพทย์&amp;quot; ลั่นยินดีปฏิบัติหน้าที่ แต่ขอฉีดวัคซีนคุณภาพเข็ม 3 ให้คนด่านหน้า &amp;quot;ปากน้ำ-สงขลา-ปัตตานี&amp;quot; โควิดแพร่เชื้อไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,533 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,477 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 3,788 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,689 ราย จากเรือนจำ และที่ต้องขัง 44 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 264,834 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 3,223 ราย หายป่วยสะสม 210,702 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 52,052 ราย อาการหนัก 1,971 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 566 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 57 ราย ถือเป็นนิวไฮ เป็นชาย 30 ราย หญิง 27 ราย อยู่ใน กทม. 34 ราย สมุทรปราการ 9 ราย ปทุมธานี 3 ราย นครปฐม นครนายก จังหวัดละ 2 ราย เชียงราย ชัยภูมิ สงขลา นครศรีธรรมราช นราธิวาส สมุทรสาคร สุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 2,080 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 1,960 ราย สมุทรปราการ 435 ราย ปทุมธานี 321 ราย สมุทรสาคร 298 ราย สงขลา 272 ราย ชลบุรี 261 ราย นครปฐม 231 ราย นนทบุรี 224 ราย ปัตตานี 180 ราย ยะลา 136 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ที่โรงงานไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 104 ราย วิทยาลัยเทคนิค อ.วังน้ำเย็น จ. สระแก้ว พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย ขณะที่ข้อมูลลักษณะทางระบาดวิทยาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ปัจจุบัน พบประวัติผู้เดินทางมาจากพื้นเสี่ยงคือ กทม.และปริมณฑล กระจายไป 32 จังหวัด อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ อ่างทอง สุพรรณบุรี ศรีสะเกษ ยโสธร ภูเก็ต ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจังหวัดต่างๆ ขอให้กักตัวเอง ส่วนจังหวัดเจ้าของพื้นที่ขอให้ติดตามผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง และกรณีมีผู้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากใครมีอาการปอดอักเสบขอให้ตรวจเชื้อโควิดทุกคน พร้อมกับขอให้ผู้ป่วยอย่าปกปิดข้อมูล ถือเป็นการช่วยกันในการรักษาระบบสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางไปหารือร่วมกับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เพื่อวางแผนการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 พร้อมลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลพลังแผ่นดิน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเปิดขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มอาการสีแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า พื้นที่ กทม.ยังมีการติดเชื้อโควิดจำนวนมาก โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 1,000 รายต่อวัน ทำให้สถานการณ์เตียงรักษาผู้ป่วยค่อนข้างตึงตัว ทั้งเตียงดูแลผู้ป่วยอาการสีเขียว สีเหลือง และสีแดง สธ.ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ไขปัญหาเรื่องเตียงในเขตพื้นที่ กทม. โดยจะมีการเปิดฮอสพิเทลเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการสีเขียวเพิ่มขึ้น และเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วยอาการสีเหลืองและสีแดงมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดเตียงรองรับผู้ป่วยอาการสีเหลืองในโรงพยาบาลบุษราคัมเพิ่มอีกประมาณ 2,000 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะจะเพิ่มเตียงไอซียูในโรงพยาบาลพลังแผ่นดิน จำนวน 24 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการสีแดง สธ.สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เป็นต้น มาร่วมปฏิบัติงาน ซึ่งวันที่ 1 ก.ค.จะมีการอบรมอายุรแพทย์จบใหม่ 4 สาขา ได้แก่ อายุรแพทย์ อายุรแพทย์โรคปอด อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ และเวชบําบัดวิกฤติ ที่จบการศึกษาวันที่ 30 มิ.ย.2564 เพื่อส่งไปช่วยดูแลผู้ป่วยโควิดในพื้นที่ กทม. นอกจากนี้ยังได้วางแผนการทำงานร่วมกันในการรับส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลบุษราคัมและโรงพยาบาลพลังแผ่นดิน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยในระยะต่อไป&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
สธ.รับวิกฤติหนักจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัด สธ.และ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัด สธ. ประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานของอายุรแพทย์และแพทย์เวชบำบัดวิกฤติสนับสนุนภารกิจ รพ.สนาม โดยมีอายุรแพทย์ 4 สาขาจบใหม่ จำนวน 144 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุระกล่าวว่า ขณะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ สถานการณ์วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดครึ่งหมื่น เสียชีวิตครึ่งร้อย เตียงไอซียูไม่พอ ไม่สามารถรับคนไข้สีแดงไปนอนได้ ต้องขยายเตียงไอซียู ซึ่งจะมีการเปิดเพิ่มที่ รพ.ธรรมศาสตร์ รพ.รามาธิบดี รพ.วชิรพยาบาล และ รพ.พลังแผ่นดิน และต้องการบุคลากรแพทย์ พยาบาล มาปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยใน กทม.และปริมณฑล&amp;nbsp; สธ.จึงจัดแพทย์และพยาบาลไอซียูมาสนับสนุน โดยได้หารือกับแพทยสภาและโรงเรียนแพทย์ที่ฝึกแพทย์ 4 สาขาดังกล่าว ที่เป็นสายหลักในการทำงานห้องไอซียูได้ จึงเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 สาขาที่เพิ่งจบมาอบรม ชี้แจงว่าต้องส่งไปทำงานในจุดที่มีการระบาดของคนไข้มากขึ้น ซึ่งแพทย์เหล่านี้ไม่ใช่แพทย์เพิ่งจบใหม่ แต่จบมาหลายปีแล้วมาเรียนต่อ 3-5 ปีตามหลักสูตร เพื่อดูแลคนไข้ที่ซับซ้อนมากกว่าปกติ เมื่อจบแล้วก็เป็นแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และผ่านการดูแลคนไข้โควิดกันมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุระกล่าวว่า แพทย์ที่อยู่ในสังกัดของเขตสุขภาพที่ 4, 5, 6 และ 12 จะกลับไปพื้นที่ตนเอง เนื่องจาก 4 เขตดังกล่าวมีการติดเชื้อจำนวนมาก ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 4 คือ นนทบุรี ปทุมธานี เขตสุขภาพที่ 5 นครปฐม สมุทรสาคร เขตสุขภาพที่ 6 ชลบุรี สมุทรปราการ เขตสุขภาพที่ 12 คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ส่วนแพทย์ที่มาจากเขตสุขภาพอื่นที่เหลือ 69 คนจะส่งตัวไปปฏิบัติงานยังห้องไอซียู 4 แห่งที่จะเปิดเพิ่มขึ้น และถ้าเหลือจากนี้จะส่งไปช่วย รพ.บุษราคัมเพิ่มเติม ทั้งนี้ จะให้ปฏิบัติภารกิจประมาณ 1 เดือน คือเดือน ก.ค.ก่อน และประเมินสถานการณ์ว่าจะต้องอยู่ช่วยปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่ ถ้าดีขึ้นก็ส่งกลับไปปฏิบัติหน้าที่ฐานที่เดิมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้วันสำคัญที่สุดวันหนึ่ง เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การทำงาน สธ.ต้องขอแรงความร่วมมือแพทย์ทั้ง 4 สาขาช่วยปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ถือเป็นการรวมพลอัศวินเสื้อกาวน์มือดีของกระทรวงมาช่วยปฏิบัติงาน ซึ่งวันนี้ในการประชุมก็ได้มีการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะเราไม่อยากบังคับให้ทำงาน อยากให้ทำด้วยความสมัครใจ และเห็นปัญหาร่วมกับเราว่าตอนนี้อยู่ในภาวะวิกฤติ ถ้าเราไม่ช่วยเหลือคนไข้ การระบาดก็จะกลับไปต่างจังหวัด ถ้าเราคุม กทม.ไม่ได้&amp;rdquo; นพ.สุระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับการส่งมาปฏิบัติงานนั้น ได้ออกเป็นหนังสือส่งตัวไปปฏิบัติราชการที่ รพ.พระนั่งเกล้า เพื่อไม่ให้แพทย์ต้องเสียสิทธิ์รับค่าตอบแทนต่างๆ โดยสามารถเบิกค่าตอบแทนและ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก จาก รพ.พระนั่งเกล้า ซึ่งจะมีการจัดระบบมาดูแล ส่วนค่าเวรจะรับจากหน่วยงานปลายทางที่ไปปฏิบัติ ซึ่งจะต้องได้มากกว่าหรือเท่ากับที่ สธ.ให้ โดยการปฏิบัติงานจะขึ้นเวรเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมงต่อวัน และสัปดาห์หนึ่งมีการพัก 2 วัน แต่ขึ้นกับพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีความจำเป็นอาจขอให้ช่วยขึ้นผลัดนอกเวลาราชการ หากสถานการณ์คนไข้มีมาก และหน่วยที่ตั้งเดิมไม่สามารถจัดคนมาได้ อาจต้องขอร้องกัน ส่วนพยาบาลไอซียูจะดูตามความต้องการของเตียงว่าต้องการพยาบาลไอซียูเท่าไร และจะมีการระดมจาก รพ.ทุกจังหวัด โดยเขตสุขภาพจะรวบรวมและจัดส่งมา เพื่อจัดสรรลงไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนการดูแลบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มนี้ เรามีการจัดฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนประกันก็มีการทำให้ และอาจจะดูเพิ่มเติมว่ามีใครที่ยังไม่มีประกันก็จะช่วยดำเนินการ&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ธงชัยเสริมด้วยเสียงสั่นเครือปนสะอื้นเล็กน้อยตอนหนึ่งว่า ต้องขอโทษและขอบคุณแพทย์ที่มาช่วยกันวันนี้ ต้องเรียนว่า กทม.และปริมณฑลสีแดงวิกฤติจริงๆ มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน ซึ่งประเทศไทยคงไม่อยากเหมือนยุโรปเมื่อปีที่แล้วที่ไม่มีการขยายเตียง ให้ผู้ป่วยไปนอนที่บ้าน แต่วันนี้ประเทศไทยไม่ใช่อย่างนั้น ขอให้ทำงานยึดตามพระบิดาฝากดูแลคนไข้ให้ดีที่สุด
หมอขอวัคซีนเข็ม 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ หลายคนคิดว่าทำไมต้องเป็นตัวเอง แต่ต้องขอความร่วมมือจริงๆ ซึ่งทางคณบดีแพทย์ต่างๆ ก็เห็นว่าคุ้นเคยกับการเรียนที่ กทม. และเป็นมือดีที่สุด ซึ่งปีนี้ยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ที่เราคุมยาก กระจายไปทั่วหมด วันนี้เอาไม่อยู่จริงๆ เลยต้องเกณฑ์พวกเรา ต้องขอบคุณจริงๆ และพร้อมขอโทษด้วย&amp;rdquo; นพ.ธงชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า ก่อนหน้าเราระดมอาสาสมัครไปทำ รพ.บุษราคัมดูแลผู้ป่วยสีเหลืองขนาด 2 พันเตียง จะขยาย 1.5 พันเตียง เป็น 3.5 พันเตียง ถือเป็นประวัติศาสตร์ของพวกเรา ชั่วชีวิตนี้เราไม่เคยผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ตอนนี้กำลังผ่านสงครามโรคที่ทั่วโลกกำลังสู้อยู่ ใครก็หลุดพ้นไม่ได้ ทุกคนกำลังต่อสู้กันหมด น้องๆ เป็นกำลังสำคัญ ทั้งต่างจังหวัดและ กทม.ก็คือคนไทย เชื้อชาติไหนก็อยู่ในแผ่นดินไทยเช่นกัน ไม่ดูแลก็ไม่รอดเช่นกัน ทุกคนในแผ่นดินไทยต้องรอดหมด ทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ ถือเป็นครั้งแรกที่ระดมทำกันอย่างนี้ ถ้าไม่ทำคงเจอคนนอนตายที่บ้านและไม่มีที่ไป ประเทศไทยไม่ควรเป็นเช่นนั้น ที่จะต้องเลือกว่าใครจะอยู่ใครจะไป ไม่อยากเห็นภาพนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.คมชาญ อุตมวาทิน อายุรแพทย์ทั่วไป รพ.อ่างทอง หนึ่งในแพทย์ที่ต้องใช้ทุนและได้รับภารกิจให้มาช่วยเหลือ กล่าวว่า แพทย์ทุกคนยินดีปฏิบัติ เพราะเคยปฏิบัติหน้าที่และเข้าใจสถานการณ์ ยอมรับว่าภาระงานครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้ง และยังมีคนไข้อื่นที่ไม่ได้เป็นโควิดที่ต้องรับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดเร่งจัดหาวัคซีนเข็ม 3 ที่มีประสิทธิภาพมาฉีดให้กับแพทย์ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าโดยเร็ว แม้จะได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว แต่แพทย์พยาบาลส่วนใหญ่ก็ยังมีการติดเชื้อ การปฏิบัติหน้าที่ทำให้แพทย์ พยาบาลทุกคนไม่กล้าไปเจอคนในครอบครัว เพราะกลัวว่าจะเป็นการนำเชื้อไปสู่ครอบครัว ทำให้หลังปฏิบัติหน้าที่แม้จะได้หยุดพักก็ไม่ได้กลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ต้นสังกัดพิจารณาตามข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องของทั้งราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยที่จะเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะวัคซีนทุกวันนี้มีประสิทธิภาพลดป่วยรุนแรงและเสียชีวิต แต่อยากให้ครอบคลุมถึงการป้องกัน&amp;quot; หนึ่งในอายุรแพทย์ที่เข้าปฏิบัติงานครั้งนี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดรายวันยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันนี้พบรายใหม่ 435 ราย เสียชีวิต 9 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยใหม่ 19 ราย นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลท่าศาลา ได้ทำคลอดหญิงท้องแก่อายุ 36 ปี ติดเชื้อโควิด โดย พญ.ปาระณีย์&amp;nbsp; พัฒนไทยานนท์ สูตินรีแพทย์ รพ.ท่าศาลาและทีมงานได้ทำคลอดสำเร็จปลอดภัยทั้งแม่และลูกในที่สุด เป็นทารกเพศหญิง น้ำหนัก 2,770 กรัม ลูกไม่พบการติดเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา ตรวจเชิงรุกพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 272 ราย เสียชีวิต 1 ราย มาจากกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี ยอดผู้ติดเชื้อยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 180 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 คน และมีกลุ่มเสี่ยงรอผลตรวจอีก 2,000 กว่าคน เนื่องจากคลัสเตอร์ใหม่เป็นโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจำกัด พบพนักงานติดเชื้อหลายราย ทำให้พนักงานอีก 1,000 กว่าคนต้องกักตัวและรอตรวจหาเชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108341</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., สถานการณ์วิกฤติหนัก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตนิวไฮ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7965067a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งฟัน‘คลัสเตอร์งานเลี้ยงส.ท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดเชื้อรายใหม่ 3,886 ราย เสียชีวิตอีก 39 ราย &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ปรับแผนมอบ &amp;quot;รองปลัด กทม.&amp;quot; หัวหน้าทีมเชื่อม ผอ.แต่ละเขตคุมเข้มแคมป์คนงานทุกแห่ง ห่วงคลัสเตอร์โรงงานอุปกรณ์การแพทย์กระทบการผลิต กำชับ จว.ดูแลใกล้ชิด พร้อมไฟเขียวจัดแข่งวอลเลย์ฯ ชายหาดที่นครปฐม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นัดประชุม ศบศ.ชุดใหญ่ 4 มิ.ย. ถกแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่นำร่อง หวังกระตุ้น ศก.-การลงทุน &amp;quot;ผู้ว่าฯ สงขลา&amp;quot; เดือด! คลัสเตอร์งานเลี้ยง ส.ท.ทำติดเชื้ออื้อ แจ้ง ตร.ฟันเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,886 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,607 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,362 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 1,245 ราย อยู่ในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 1,230 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 49 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 169,348 ราย ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 3,626 ราย ยอดผู้หายป่วยสะสม 118,204 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,998 ราย อาการหนัก 1,208 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 373 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 39 ราย เป็นชาย 20 ราย หญิง 19 ราย อยู่ใน กทม. 24 ราย, นนทบุรี ภูเก็ต จังหวัดละ 2 ราย, ชลบุรี ชัยภูมิ เชียงราย ตาก นครศรีธรรมราช บึงกาฬ&amp;nbsp; ปัตตานี สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี และอ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 1,146 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 172,424,472 ราย เสียชีวิต 3,706,561 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับตัวเลขสะสมผู้ติดเชื้อใน กทม. 44,112 ราย ปริมณฑล 23,272 ราย จังหวัดอื่นๆ 43,580 ราย ในเรือนจำ 28,647 ราย การจัดอันดับจังหวัดผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่ 10 อันดับ ได้แก่ 1.กทม. 2.เพชรบุรี 3.นนทบุรี 4.สมุทรปราการ 5.ตรัง 6.สมุทรสาคร 7.ปทุมธานี 8.ชลบุรี 9.ฉะเชิงเทรา 10.นครปฐม และสระบุรี ทั้งนี้มีการพูดคุยกันถึงเหตุของการระบาดในพื้นที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งการประชุมศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลได้นำคลัสเตอร์ต่างๆ มาจำแนกและวางแผนการทำงานในแต่ละเขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่มีการปิดบังในพื้นที่หรือชื่อเฉพาะใดๆ โดยคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 50 แห่ง มีกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุด 39 แห่ง กลุ่มเฝ้าระวัง 9 แห่ง และคลัสเตอร์ที่พบใหม่ 2 แห่ง ในเขตบางซื่อและเขตราชเทวี เป็นแคมป์คนงาน จึงขอให้ผู้ประกอบการและเขตต่างๆ ใน กทม.นำชุดข้อมูลเหล่านี้ไปสู่การเฝ้าระวัง ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าถึงแม้สถานที่จะเป็นการเฉพาะ แต่เชื้อโรคไม่ได้ฝังอยู่กับสถานที่ แต่อยู่กับตัวบุคคล ฉะนั้นหากตัวบุคคลย้ายสถานที่ก็จะเป็นเหตุในการแพร่ระบาดของโรค จึงอยากให้ทุกคนในเขตและพื้นที่ต่างๆ ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช.ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ได้เน้นย้ำมอบให้รองปลัด กทม.ซึ่งมีหลายท่าน ดูแลเป็นกลุ่มเขตทั้งหมด 50 เขต รับผิดชอบโดยตรงในการดูแลพื้นที่ ให้เป็นหัวหน้าทีมในการควบคุมโรคผ่านผู้อำนวยการสำนักงานเขต จะมีการประชุมใกล้ชิดและรายงานการจัดการโรคต่อ ศปก.ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนในต่างจังหวัดมีรายงานคลัสเตอร์ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นอันดับที่ 2 ที่เจอผู้ติดเชื้อเยอะ กระจายออกไปแล้ว 11 จังหวัด สถานที่กระจายเชื้อเริ่มต้นคือ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีทั้งคนต่างด้าวและคนไทยทำงาน และ อ.เขาย้อย โรงงานรองเท้า พบคลัสเตอร์ใหม่อีก 20 ราย ใน จ.สมุทรปราการ พื้นที่พระสมุทรเจดีย์ พบคลัสเตอร์ใหม่โรงงานอะลูมิเนียม 64 ราย และ จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่เมืองฉะเชิงเทราและบางน้ำเปรี้ยว พบคลัสเตอร์ใหม่บริษัทผลิตอุปกรณ์ทันตกรรม 6 ราย&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
นัดถกเปิดรับ นทท.ต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ได้มีการวิเคราะห์โดยกรมควบคุมโรคว่า โรงงานผลิตถุงมือ โรงงานผลิตอุปกรณ์ทันตกรรม หลายโรงงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีรายงานการติดเชื้อขึ้นมา จึงต้องให้ความสำคัญกับโรงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ เพราะเป็นผู้ที่ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ในการควบคุมโควิดเช่นกัน ฉะนั้นมาตรการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดต้องให้ความสำคัญคุมเข้มโรงงานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหยุดชะงักการผลิต เพราะจะมีผลต่อการควบคุมโรคไปด้วย การปิดหยุดดำเนินการไม่ได้เป็นคำตอบ แต่การทำบับเบิลแอนด์ซีล ถ้าพนักงานในโรงงานนั้นๆ ถึงแม้จะติดเชื้อ แต่ถ้าสามารถรันโรงงานไปได้โดยอยู่ในระบบบับเบิลแอนด์ซีล เพราะบางทีเหมือนเป็นไข้เป็นหวัด หากอาการหนักให้นำออกมา แต่ถ้าไม่มีอาการมากให้สามารถอยู่โรงงานนั้นเพื่อให้ดำเนินการไปได้ นี่คือมาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และพิสูจน์ทราบแล้วว่าสามารถทำได้ตั้งแต่กรณีของ จ.สมุทรสาคร เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้อนุมัติให้จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดกับนานาชาติ 3 รายการ ในรูปแบบของสถานที่กักกัน ซึ่งทางราชการกำหนด โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว โดยทั้ง 3 รายการนี้จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครปฐมในเดือน มิ.ย.และเดือน ก.ค. ตั้งแต่วันที่ 18 -24 มิ.ย., วันที่ 3-6&amp;nbsp; ก.ค. และวันที่ 12-15 ก.ค. ซึ่งจะใช้พื้นที่ในโรงแรมและมีโรงพยาบาลที่เป็นคู่ปฏิบัติการ เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจได้ว่าเราจะได้ทำการแข่งขันในระดับโครงการนานาชาติครั้งนี้ให้ผ่านไปด้วยดี&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 2/2564 เวลา 13.30 น. ผ่านระบบ VDO Conference เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามมาตรการเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งโครงการเราชนะ, โครงการ ม.33เรารักกัน มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ พร้อมกับร่วมกันพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุด เพื่อวางแนวทางในการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมจะพิจารณารายละเอียดแผนการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดนำร่องในอนาคตอันใกล้ รวมถึงจะได้พิจารณาถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตลอดจนมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่กลุ่มนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลบุษราคัม เมืองทองธานี นายอนุทินกล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัมมีขนาด 2,000 เตียง ปัจจุบันมีผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเหลืองหรือกลุ่มแสดงอาการพักรักษาตัวอยู่จำนวนกว่า 800 ราย ซึ่งมีรายงานจากอธิบดีกรมควบคุมโรคว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เตรียมเข้ารับการรักษาที่นี่อีกจำนวนประมาณ 200 ราย โดยหวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นอีก แต่ถึงเกิดขึ้นโรงพยาบาลบุษราคัมก็ยังสามารถรองรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีคนจรจัดย่านดินแดงป่วยโควิด แต่ไม่สามารถเข้ารับการตรวจและรักษาได้ เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน นายอนุทินระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันไม่ว่าจะเป็นคนจรจัด ไร้บ้าน ไร้เอกสาร ประจำตัวหรือคนต่างด้าว จะได้รับการดูแลเช่นเดียวกันกับคนทั่วไป เพราะคนกลุ่มเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมยิ่งต้องดูแล เชื่อว่า กทม.จะสามารถดำเนินการและจัดการปัญหานี้ได้
สมุทรปราการ-สงขลายังพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ มีการตรวจพบคลัสเตอร์โรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยนายธงชัย วิเศษบุปผา สาธารณสุขอำเภอบางพลี กล่าวว่า คลัสเตอร์ในโรงงานผลิตน้ำแข็งหลอดและซอง ตั้งอยู่หมู่ 9 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี มีพนักงานทั้งคนไทยและต่างด้าวรวม 190 คน พบผู้ป่วยรายแรกเป็นชายมีไข้ ก่อนตรวจพบติดเชื้อโควิดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ได้ส่งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นชาวเมียนมา 6 ราย เข้ารับการตรวจพบติดเชื้อโควิด กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. ผลการออกตรวจเชิงรุกโรงงานแห่งนี้พบติดเชื้อ 81 ราย ผลไม่ชัดเจนจำนวน 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สาธารณสุขอำเภอบางพลีได้สั่งปิดโรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งนี้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน โดยให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด พร้อมอายัดน้ำแข็งชนิดต่างๆ ที่มีการผลิตกับพนักงานกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดเอาไว้ รอการตรวจหาเชื้อว่ามีการปนเปื้อนในน้ำแข็งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เพชรบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางมายังโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ และบริจาคเงินของมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จำนวน 100,000 บาท ให้โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง สถานการณ์โควิดมีคลัสเตอร์ใหญ่ที่โรงงานถุงมือยาง โดยมีการเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 5 แห่ง รองรับได้ 595 เตียง ซึ่งการกักตัวคนงานต้องแยกส่วนผู้ที่ไม่ติดเชื้อ ทางโรงงานรับผิดชอบกักตัวที่โรงงาน ส่วนผู้ติดเชื้อมีผลบวกส่งมากักตัวที่ รพ.สนาม ยอดรวมคลัสเตอร์จากโรงงานถุงมือยางมีผู้ติดเชื้อแล้ว 461 คน ซึ่งจะถูกส่งตัวไป รพ.สนามของจังหวัด อย่างไรก็ตาม ในวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 92 ราย ยอดรวมสะสม 933 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา สาธารณสุขจังหวัดสงขลา พบผู้ติดเชื้อใหม่ 38 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,830 คน หายป่วยสะสม 1,146 คน รักษาในโรงพยาบาล 675 คน และเสียชีวิตสะสม 9 คน รวมทั้งเร่งสอบสวนโรคหลังพบคลัสเตอร์งานเลี้ยงสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) แห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จนทำให้มีผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นคนในครอบครัวตัวเองทั้งหมด ผู้เข้าร่วมงาน และพนักงานที่เข้าให้บริการเกือบ 20 คน ล่าสุดในวันนี้พบผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์นี้เพิ่มอีก 6 คน รวม 26 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาพิจารณาว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายในประเด็นใด อย่างไรหรือไม่ กรณีมีการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลาอย่างชัดเจน จนทำให้ตัวเองพร้อมครอบครัวติดเชื้อและยังแพร่กระจายไปในหลายกลุ่ม เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้คนอื่นๆ ปฏิบัติเช่นนี้อีก นอกจากนั้นยังได้กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามข้อสั่งการคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากเคหสถาน การห้ามรวมกลุ่มเกิน 20 คน การกำหนดเวลาในการเปิด-ปิดสถานที่อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯ ภูเก็ต พร้อมด้วยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมตามแผนการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติของจังหวัดภูเก็ต และเดินหน้าเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนภูเก็ตทุกภาคส่วนเดินหน้ายืนยันการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สิ่งที่ ททท.รับผิดชอบพยายามผลักดัน การทำโปรโมชั่น การเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น พร้อมโปรโมตให้คนไทยเข้ามาเที่ยวในช่วงแซนด์บ็อกซ์ด้วย เช่น จะร่วมกับสายการบินและโรงแรมทำแพ็กเกจพิเศษสำหรับคนไทยที่รับวัคซีนแล้วเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตด้วยความสบายใจ ให้เห็นว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้เป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยด้วยเช่นกัน&amp;quot; ผู้ว่าฯ ภูเก็ตระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105206</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์โรงงาน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, โรงงานอุปกรณ์การแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8f2d4dd768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์คุกอีกสัปดาห์จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย ดับ 27 ราย ติดจากเรือนจำ 1,498 ราย ลุยตรวจเชิงรุกในคุกอีก 2-3 วัน คาดสัปดาห์หน้าลดลง คุมเข้มแคมป์คนงาน กทม. หากไม่ทำตามมาตรการสำนักงานเขตสั่งปิดได้ เปิดรับจิตอาสาแพทย์ช่วย รพ.สนาม เตือนถ้าไม่ช่วยลดตัวเลขสร้าง รพ.เท่าไหร่ก็ไม่พอ เตรียมพร้อม รพ.สนามรองรับคลัสเตอร์แรงงาน-ราชทัณฑ์เร่งตรวจหาเชื้อโควิดให้ผู้ต้องขัง 100% อธิบดีราชทัณฑ์ยอมรับโควิดระบาดเกิดจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบ สปสช.-สบส.ย้ำ รพ.เอกชนงดแจ้งค่าใช้จ่าย-ห้ามเก็บเงินผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19พฤษภาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,879 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,625 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 254 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,498 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 116,949 ราย หายป่วยสะสม 74,368 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 4,450 ราย อยู่ระหว่างรักษา 41,903 ราย อาการหนัก 1,210 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 402 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 29 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 10 ราย อยู่ใน กทม. 14 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 5 ราย, ปทุมธานี 2 ราย,&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา ลำพูน ชลบุรี สระบุรี นครปฐม กำแพงเพชร หนองคาย นนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยมีถึง 4 รายที่ทราบผลว่าติดเชื้อวันเดียวกับที่เสียชีวิต และมีถึง 13 รายที่เสียชีวิตในช่วงสัปดาห์แรกหลังทราบผลว่าติดเชื้อ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 678 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 164,886,821 ราย เสียชีวิตสะสม 3,418,430 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางต่างประเทศ 17 ราย ในจำนวนนี้มีสัญชาติอินเดีย 1 ราย เดินทางเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.และทราบผลว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ไม่มีคนสัญชาติอินเดียเข้าประเทศ นอกจากนี้ ยังพบว่ามี 5 รายที่เดินทางจากกัมพูชาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เป็นสัญชาติไทย 4 ราย กัมพูชา 1 ราย และจากรายงานผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในรอบ 24 ชั่วโมง มีทั้งสิ้น 113 ราย มีทั้งจากเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดสูงสุด เนื่องจากมีความเป็นห่วงทั้งการนำเชื้อเข้าประเทศและเป็นห่วงว่าเชื้อที่นำเข้ามานั้นจะเป็นเชื้อกลายพันธุ์หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 5 จังหวัดแรกในวันที่ 19 พ.ค. ได้แก่ กทม. 876 ราย, สมุทรปราการ 153 ราย, นนทบุรี 130 ราย, ปทุมธานี 119 ราย และเพชรบุรี 76 ราย โดยการติดเชื้อที่เกิดขึ้นนั้น มีการร้องเรียนกันมาว่าแม้จะปิดสถานบันเทิงแล้ว แต่ยังมีการรวมตัวกันตามบ้าน เช่น เล่นการพนัน ตั้งวงสูบบารากู่ ขณะที่วันเดียวกัน พบว่ามี 14 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในส่วนของผู้ติดเชื้อในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 13-19 พ.ค. มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 12,926 ราย หลังจากนี้จะมีการตรวจเชื้อเชิงรุกในเรือนจำอีก 2-3 วัน อาจทำให้เห็นตัวเลขในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ตัวเลขน่าจะลดลงและหมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ในส่วนของ กทม.จะยังมีการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน มีการตรวจไปแล้ว 187,500 ราย ติดเชื้ออยู่ที่ 3.5% จะน้อยก็ถือว่าไม่น้อย เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องร่วมมือกันกดตัวเลขเหล่านี้ให้ได้ เพราะเปิดโรงพยาบาลอีกเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถ้าไม่สามารถกดตัวเลขลงได้ อย่างไรก็ตาม คลัสเตอร์สำคัญที่ ศบค.เฝ้าติดตามใน กทม. ขณะนี้มีทั้งสิ้น 34 คลัสเตอร์ โดย 5 คลัสเตอร์ที่เพิ่มมาใหม่คือ แคมป์ก่อสร้างเขตบางคอแหลม โรงงานน้ำแข็ง เขตจตุจักร แคมป์ก่อสร้าง เขตดอนเมือง โกดังสินค้าให้เช่า เขตบางซื้อ ตลาดบางกะปิ เขตบางกะปิ และถ้าดูจาก 50 เขตใน กทม. พบว่ามีแคมป์คนงานทั้งหมดทุกเขต และมีบางเขตมีมากกว่า 20 แคมป์ เช่น บางกะปิ บางเขน ลาดพร้าว ห้วยขวาง บางแคมป์มีคนงานเกิน 1,000 คนอย่างในเขตบางคอแหลมที่แม้มีแคมป์คนงานเพียง 2 แคมป์ แต่ที่มีคนงานมากที่สุดมีเกิน 1,000 คน
สำนักงานเขตสั่งปิดแคมป์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้น สำหรับแคมป์คนงานที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ผอ.เขตจะเข้าไปขอความร่วมมือ มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ อาทิ การดื่มน้ำที่บางแคมป์ให้ดื่มน้ำจากกระติกเดียวกัน ใช้แก้วร่วมกัน จะต้องสื่อสารว่าทำเช่นนี้ไม่ได้ ขอลดการเคลื่อนย้ายคนงาน ส่วนแคมป์ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว หากไปปิดแคมป์ทั้งหมดเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ แคมป์ที่มีที่พักติดกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้งดออกจากพื้นที่ ส่วนแคมป์ที่มีที่พักอยู่ห่างกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้ใช้มาตรการบับเบิลแอนด์ซีล หากจะมีการเคลื่อนย้ายคนงานต้องขออนุญาตจากสำนักงานเขต ถ้าแคมป์คนงานต่างๆ ทำตามไม่ได้ สำนักงานเขตมีอำนาจสั่งปิดแคมป์ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า ขอฝากเรื่องการระดมกำลังในแง่ของการตรวจคัดกรองเชิงรุก การเปิดโรงพยาบาลสนาม ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ ทางการสาธารณสุข มาช่วยดูแลประชาชนเหล่านี้ เนื่องจากเราเริ่มมีภาวะตึงตัว ดังนั้น ขอรับอาสาสมัคร จิตอาสา บุคลากรทางการแพทย์ โดยที่สามารถติดต่อมาที่สายด่วน 1669 ของกรมการแพทย์ได้ทันที จะได้ช่วยติดตามให้ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประชาชนที่ติดเชื้อเจ็บป่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์กลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตหลักสี่และวัฒนา ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว หากผู้ติดเชื้อมีอาการระดับสีเขียว จะนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร กลุ่มสีเหลือง มีศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีได้รองรับบางส่วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบุษราคัม เพื่อช่วยรับบางส่วนด้วย อีกทั้งได้มีการสั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หากเรือนจำและทัณฑสถานใดที่มีการแพร่ระบาดของโรค จะต้องดำเนินการตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังทั้งเรือนจำและทัณฑสถานให้ครบ 100% รวมทั้งเอกซเรย์ปอดผู้ติดเชื้อจนครบทุกราย เพื่อแยกกลุ่มตามลักษณะอาการและเร่งการรักษาอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งถึงนายกฯ กรณีการใช้งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในโรงพยาบาลบุษราคัมว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเป็นโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม หรือจะไปเปรียบเทียบกับหอพักไม่ได้ โดยมีเครื่องมือต่างๆ ทางการแพทย์ครบถ้วน เช่น เครื่องออกซิเจน เครื่องเอกซเรย์ การติดตั้งเครื่องช่วยหายใจ ที่มีระบบการติดตั้งเหมือนกับที่โรงพยาบาล โดยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหรือผู้ป่วยสีเหลือง และผู้ป่วยสีเขียวบางส่วน ขณะเดียวกันยังรองรับผู้ป่วยสีแดงที่ออกจากห้องไอซียูแล้วมารักษาต่อที่โรงพยาบาลบุษราคัมแห่งนี้ อีกทั้งมีบุคลากรที่มาจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีแพทย์มากกว่า 20 คน พยาบาลมากกว่า 130 คน และเภสัชกรประจำอีกมากมาย จึงเป็นโรงพยาบาลที่สมบูรณ์แบบ และขอให้ประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่ต้องกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.2564 เวลา 11.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 12,767 ราย จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 11 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ จำนวน 1,117 ราย อีก 2 แห่ง ไม่พบผู้ติดเชื้อแล้วคือเรือนจำจังหวัดนราธิวาสและเรือนจำอำเภอแม่สอด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เรือนจำตั้งศูนย์แก้การระบาดโควิดประจำเรือนจำ มอบนโยบายให้ทุกแห่งจัดโรงพยาบาลสนาม ให้ตรวจหาเชื้อโดยเร็ว จำกัดวงการแพร่กระจาย
ยธ.ตั้งวอร์รูมคุมโควิดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้ยกระดับการป้องกันจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นอกจากนี้กรณีมีผู้ต้องขังล้นเรือนจำ บางเรือนจำมีผู้ต้องขังเกินจากความเป็นอยู่ ตามมาตรฐาน 1.2 ตารางเมตรต่อคน หากเรือนจำไหนเกลี่ยคนไม่ให้แออัดไม่ได้ แล้วมีเชื้อโควิดเข้าไป ผบ.เรือนจำต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธาน กสม. เปิดเผยว่า ในการประชุม กสม.ด้านการบริหารมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสิทธิในสุขภาพและชีวิตของผู้ต้องขัง จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาและดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างทั่วถึง ขอให้กรมราชทัณฑ์ทำความเข้าใจกับญาติของผู้ต้องขังถึงข้อจำกัดเรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยมการเปิดเผยข้อมูลความเจ็บป่วยของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ และเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารหรือเข้าเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 2 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนาม กทม.แห่งที่ 6 เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด ณ วัดศรีสุดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย โดยได้รับความเมตตาจากพระเทพประสิทธิมนต์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร ให้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัด เปิดให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง (โควิดเขียว) สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง เริ่มเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 19 พ.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จ.ปทุมธานี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผอ.สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.), ดร.ริชาร์ด บราวน์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหอผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนขยายฯ (Extended Cohort Ward) ของ สบยช. กรมการแพทย์ โดยนายสาธิต กล่าวว่า ได้เชิญผู้แทนองค์การอนามัยโลกและ สรพ.มาเยี่ยมชมการดำเนินงานหอผู้ป่วยโควิดส่วนขยายฯ สบยช. ซึ่งเป็น รพ.ดูแลผู้ป่วยยาเสพติด ได้พัฒนาศักยภาพให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว (ไม่มีอาการ) และสีเหลือง (มีอาการปานกลาง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นประธานประชุมผ่านระบบผ่านระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom Meeting ร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง เพื่อชี้แจงแนวทางการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และกรณีการเบิกจ่ายยูเซ็ป (UCEP) โควิด-19 ตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ในช่วงที่ผ่านมา ที่มี รพ.เอกชนเรียกเก็บเงินจากประชาชน พบว่ามี 3-4 สาเหตุ ที่มี รพ.เอกชนเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย แต่ตอนนี้แก้ปัญหาหมดแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า หลักการของทั้ง สบส.และ สปสช. คือใช้กลไกการไกล่เกลี่ยและดูข้อเท็จจริงว่าประชาชนมีสิทธิได้รับการรักษาฟรีตามสิทธิหรือไม่ เมื่อไกล่เกลี่ยกันได้ก็คืนเงินให้ผู้ป่วย แต่ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีบางกรณีที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่ากำลังถูกเรียกเก็บเงินขณะที่กำลังรักษาโควิด เนื่องจากตามระบบของ รพ.เอกชนบางแห่ง จะมีการแจ้งอัตราค่ารักษาพยาบาลให้ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งตรงนี้ สบส.ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือให้งดแจ้งค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับการรักษาฟรีไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สบส.ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ทำให้ รพ.เอกชน ทุกแห่งต้องดูแลผู้ป่วยเหมือนเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย และโรงพยาบาลเบิกค่ารักษากับ สปสช. ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด สามารถแจ้งมาที่ สบส. เพื่อพิจารณาขยายเพิ่มเติมแล้วจะคืนเงินให้เมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยขณะนี้สมาคม รพ.เอกชนได้เสนอเพิ่มเติมรายการเข้ามา 6-7 รายการ&amp;rdquo; นพ.ธเรศ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103501</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์คุก, ตรวจเชิงรุก, ตรวจเชิงรุกในคุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดจากเรือนจำ, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์คนงาน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a524e23f253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอล์กอินฉีดวัคซีน ไฟเขียวทุกจว.ปูพรมเข็มแรก/ผงะคุกติดโควิดเฉียด3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.แจงติดเชื้อรายใหม่ 1,983 ราย เสียชีวิตเป็นนิวไฮ 34 ราย ห่วงผู้ป่วยอาการหนักพุ่ง สั่งเพิ่มมาตรการเข้มระบบขนส่งสาธารณะ เหตุพนง.ติดโควิดมากขึ้น &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ขยายจุดฉีดไป ตจว.ลดแออัด &amp;quot;มติ คกก.วัคซีนแห่งชาติ&amp;quot; ไฟเขียวทุก จว.เปิดวอล์กอินฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก แบ่งสัดส่วนผ่านแอปฯ 30% รพ.นัด 50% วอล์กอิน 20% หวังครอบคลุม 70% ของประชากร ผงะ! นักโทษเรือนจำติดโควิดเกือบ 3 พันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พ.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,983 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,974 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,328 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 646 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ข้ามแดนมาจากกัมพูชาและลาว ประเทศละ 2 ราย ที่ข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 88,907 ราย หายป่วยสะสม 59,043 ราย อยู่ระหว่างรักษา 29,378 ราย อาการหนัก 1,226 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 401 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 34 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุด เป็นชาย 16 ราย หญิง 18 ราย อยู่ในสมุทรปราการ 13 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขสะสมตลอดสัปดาห์ กทม. 10 ราย นครปฐม, ปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย สุพรรณบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร,เพชรบูรณ์, ชลบุรี, นครนายก, สระแก้วจังหวัดละ 1 ราย ส่วนปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว มีภาวะอ้วน และเป็นผู้สูงอายุ รวมถึงโรคปอดเรื้อรัง โดยมีข้อมูลว่าผู้ที่สูบบุหรี่ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดามีโอกาสติดเชื้อมากกว่าคนปกติถึง 14 เท่า ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 486 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 160,322,840 ราย เสียชีวิตสะสม 3,331,127 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลผู้ป่วยที่มีอาการหนักตั้งแต่วันที่ 1-11 พ.ค. จะเห็นว่าตัวเลขไม่ลดลงเลย มีทิศทางพุ่งขึ้นตลอด แม้จะไม่ชัน แต่เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และจากตัวเลขผู้ป่วยอาการหนักที่เพิ่มขึ้นก็จะสะท้อนไปที่ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจและผู้เสียชีวิตที่จะเป็นเส้นขนานกันไป ดังนั้นคนที่ทราบว่าตัวเองใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยง อย่ารอจนกระทั่งมีอาการ เมื่อทราบแล้วให้รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับข้อมูลผู้ติดเชื้อวันนี้จะเห็นว่า กทม.และปริมณฑลมีผู้ติดเชื้อรวมกันถึง 3 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ ขณะที่ 5 เขตในกทม.ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วัฒนา, ดินแดง, ห้วยขวาง,คลองเตยและบางเขน โดยในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก สำนักอนามัย กทม.ได้รายงานว่า ได้มีการวางมาตรการเพิ่มเติมในระบบขนส่งสาธารณะเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น เนื่องจากพบบุคลากรในขนส่งสาธารณะทั้งพนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสาร คนขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้า พบการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง จึงเสนอให้มีการฉีดวัคซีนให้กับคนเหล่านี้ ซึ่ง กทม.ได้ดำเนินการแล้วควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังได้พูดคุยคลัสเตอร์ตลาดค้าพลอย จ.จันทบุรี ที่พบผู้ป่วยรายแรกเป็นหญิงชาวกินี อายุ 21 ปี ที่ตั้งครรภ์ตรวจพบเชื้อก่อนไปผ่าคลอดเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ทำให้มีการสอบสวนโรคคนใกล้ชิด คือ สามีชาวกินี อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นนักธุรกิจค้าพลอย ที่เดินทางไปมาที่ตลาดค้าพลอย จ.จันทบุรี และมาค้าขายพลอยที่ย่านบางรัก กทม. ทำให้มีการตรวจเชิงรุกในตลาดค้าพลอย 992 ราย พบเชื้อ 137 ราย และจากการตรวจสายพันธุ์ของชายชาวกินี ไม่ใช่สายพันธุ์แอฟริกา เมื่อสอบประวัติชายคนดังกล่าวพบได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ละหมาดวันละ 5 เวลา ถือเป็นการรวมกลุ่ม ดังนั้นถ้าใครรู้ตัวว่าใกล้ชิดกับชายคนนี้สามารถเดินทางเข้าตรวจเชื้อโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า อีกประเด็นที่สำนักอนามัยเป็นห่วงคือเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะโดยปกติแล้วแรงงานต่างด้าวหากเกิดการเจ็บป่วยถึงแม้ว่าจะเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย เมื่อมาอยู่กับนายจ้างแล้วป่วยเราก็ต้องให้การดูแล โดยให้มีการตรวจหาเชื้อ ถ้าพบเป็นผู้ติดเชื้อจะต้องจัดสถานที่ให้เขาได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม แต่การกระทำความผิดจะต้องได้รับการทบทวนและแก้ไขปัญหาควบคู่กันไปด้วย
ปูพรมเข็มแรกทั่ว ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่เราจับได้ว่าทำผิดกฎหมาย ข้ามแดนทางพรมแดนธรรมชาตินั้น รองผู้ว่าฯ สมุทรสาครได้รายงานว่า จ.สมุทรสาครได้หารือกับบริษัทจัดหาแรงงานกว่า 20 แห่งของจังหวัด ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ หอการค้าฯ ประกาศนโยบายไม่ยอมรับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะ จ.สมุทรสาคร เป็นแหล่งใหญ่ที่แรงงานเพื่อนบ้านเข้ามาทำงาน แต่ทำให้เกิดการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศตามแนวชายแดน ทาง จ.สมุทรสาคร จึงได้เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างที่รับแรงงานผิดกฎหมาย ผู้จัดหา เอเยนต์ต่างๆ หรือคนที่นำพา คนขับรถรับแรงงาน ให้ที่พักให้การช่วยเหลือเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย จ.สมุทรสาคร จะประกาศแบนทั้งหมด ซึ่ง จ.สมุทรสาครได้ทำเป็นต้นแบบแล้ว กรุงเทพมหานครจะได้นำนโยบายเหล่านี้มาทบทวน และหวังว่าเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการจัดการแรงงานผิดกฎหมายด้วย&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้มีการสรุปเรื่องการฉีดวัคซีน โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รายงานว่าวันที่ 10 พ.ค. มีผู้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,809,894 โดส เข็มที่ 2 มีประชาชนได้รับวัคซีนไปแล้ว 513,454 ราย และในสัปดาห์นี้จะมีการระดมอาชีพสาธารณะผู้ที่ขับขี่รถ เรือ เครื่องบิน ครู พนักงานเก็บขยะ จะมีการระดมให้ฉีดวัคซีนในช่วงระยะแรกไปพร้อมกับผู้สูงอายุและผู้มีประวัติมีโรคประจำตัว
&amp;nbsp;พร้อมเน้นย้ำไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชนให้กระจายวัคซีนให้ได้ตามแผน ดังนั้นตอนนี้ทุกจังหวัดเริ่มมาตรการนี้แล้ว โดยแยกตามประชากรของแต่ละจังหวัด และรวมถึงประชากรแฝงในพื้นที่ที่อาจจะมีบ้างด้วย โดยคร่าวๆ ในเดือน ก.ย. จังหวัดจะดำเนินการฉีดวัคซีนแล้วเสร็จ 70% และฉีดเข็มที่ 2 ให้ทันในเดือน ธ.ค. โดยทาง ศบค.จะติดตามการกระจายวัคซีนให้เป็นไปตามแผนการป้องกันการแพร่ระบาดของ สธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาล ณ บริเวณชั้น 3 sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เขตจตุจักร มีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมทั้งผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลกรุ๊ปให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล หรือหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย ณ บริเวณชั้น 3 sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เป็น 1 ใน 14 แห่ง โดยความร่วมมือบริการวัคซีนโควิด-19 ระหว่างกรุงเทพมหานคร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และโรงพยาบาลรามาธิบดี มีความพร้อมในการให้บริการวัคซีนตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วน สามารถให้บริการ 1,000 คนต่อวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. กลุ่มเป้าหมายแรกของการให้บริการเป็นกลุ่มบุคลากรด่านหน้า ที่ต้องปฏิบัติงานในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคและกลุ่มที่มีอาชีพเสี่ยง ซึ่งได้รับการลงทะเบียนกับสำนักอนามัย กทม.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการตรวจเยี่ยมว่า เราต้องทำลายความหวาดวิตก ความกลัวในการฉีดวัคซีนให้ได้ต้องทำลายมันให้ได้ ต้องมีความเชื่อมั่น เพราะรัฐบาลยืนยันวัคซีนที่นำเข้ามามีการตรวจสอบมาตรฐาน อาจจะเข้มงวดกว่าต่างประเทศเขาด้วยซ้ำไป วันนี้เราต้องเดินหน้าไปได้ทั้งการจัดหาวัคซีน การฉีดวัคซีน และการดูแลต่างๆ ทุกมิติเป็นวาระแห่งชาติไทย ประเทศไทยของเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องร่วมมือกัน และฟังในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ถ้าเผยแพร่มาที่ไม่เป็นเรื่องจริง คุณดูก็รู้แล้ว ไม่จริงก็อย่าไปแพร่ต่อ เพราะรู้ว่ามันไม่จริง ด้วยเซนส์ของทุกคนก็น่าจะรู้ ก็พยายามฟังช่องทางของรัฐบาลให้มากหน่อย ของกระทรวงสาธารณสุข ของสภาหอการค้าฯ ของเอกชนอะไรก็แล้วแต่ ทำงานเป็นทีมให้ได้ นี่คือทีมประเทศไทย ซึ่งทำเพื่อประเทศไทยที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน ก็ขอให้ไปเชิญชวนคนมาฉีดให้มากขึ้น วัคซีนอาจจะจำกัดนิดหนึ่งในเดือนนี้ เดือนหน้าจะเข้ามามาก และจะเริ่มมีกลุ่มโน้นกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่มเติมให้ในวันหน้า&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนและคณะ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมฯ และกรุงเทพมหานคร ทั้งหมดได้ร่วมขับเคลื่อนไปในแนวทางเดียวกันสอดคล้องกับสภาพการเป็นวาระแห่งชาติ การจัดหาวัคซีน การกระจาย การฉีดวัคซีน เป็นแนวทางในการร่วมมือในช่วงเดือน พ.ค. ซึ่งมีจำนวนวัคซีนเพิ่มขึ้นมาตามที่รัฐบาลหามาได้ และต่อไปในเดือน มิ.ย.ก็จะมีเพิ่มอีก และในไตรมาส 3 และ 4 ก็จะมียี่ห้ออื่นเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งรัฐบาลจะต้องเดินหน้าเป็นขั้นๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามเป้าหมายในเดือน มิ.ย.นี้จะปูพรมระดมฉีดวัคซีนเข็มแรก เพราะเราทราบดีว่าแค่การฉีดวัคซีนเข็มเดียวก็สามารถป้องกันได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นฉีดย่อมดีกว่าไม่ฉีด วันนี้เรามีศูนย์ฉีดวัคซีนเอกชนแล้ว 14 แห่ง ที่พร้อมให้บริการ และจะเพิ่มเป็น 25 แห่งในเร็วๆ นี้ โดยจะขยายโมเดลนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆต่อไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดความแออัด เพราะวัคซีนเข้ามามากก็จะไปได้ทั้งหมด ซึ่งเดือนหน้าก็คงจะดีขึ้น ในส่วนการจองวัคซีนวันนี้อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างพอสมควร เรากำลังปรับปรุงแอปพลิเคชันหมอพร้อม เพราะบางทีหมอพร้อมท่านก็ไม่พร้อม เพราะเข้ากันไปทีเดียวพร้อมกัน จึงขอให้ฟังการชี้แจงจากทางการด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เปิดวอล์กอินฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะมีการปรับระบบการฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะขณะนี้มีการกระจายไปทั่ว ไม่ได้อยู่เฉพาะแค่กลุ่มบุคคลแล้ว นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ฉีดเมื่อพร้อม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเพิ่มการจัดหาจำนวนวัคซีนโควิด-19 อีก 50 ล้านโดส เพื่อเตรียมไว้ฉีดให้กับประชากร ทำให้ไทยจะมีวัคซีนโควิด-19 ในปี 2565 จำนวน 150 ล้านโดส และเร่งเจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เพื่อจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมเรื่องการกลายพันธุ์ เพิ่มโอกาสการรับวัคซีนในประชาชน รวมถึงการปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เร็วที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรค โดยเริ่มได้ทันทีตามความพร้อมของแต่ละจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฉีดวัคซีนจะมี 3 รูปแบบ 1.นัดหมายผ่านแอปฯ หรือไลน์หมอพร้อม 2.การนัดหมายเป็นกลุ่มก้อนของทางหน่วยงาน เพื่อขอรับวัคซีน และ 3.รับการฉีดแบบไม่นัดหมายล่วงหน้า หรือวอล์กอิน โดยให้จังหวัดทำหน้าที่บริหารจัดการเอง สธ.มีหน้าที่กระจายวัคซีนตามคำขอเท่านั้น พร้อมย้ำขณะนี้วัคซีนมีเพียงพอ เพราะ สธ.ทำหน้าที่จัดหา แต่กังวลเรื่องคนไม่มาฉีดกว่า ขอย้ำวัคซีนมีความปลอดภัย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเข็มแรกแบบปูพรมไม่จำกัดแค่พื้นที่ระบาด แต่ให้ทำในทุกพื้นที่ เป็นหน้าที่ของแต่ละจังหวัดรับผิดชอบ ไม่จำกัดแค่พื้นที่ที่มีการระบาดหนัก โดยตั้งเป้าการฉีดวัคซีนในแต่ละจังหวัดต้องครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร หากจังหวัดไหนพร้อมเริ่มฉีดได้ทันที และการฉีดวัคซีนแบบไม่นัดหมายล่วงหน้าหรือวอล์กอิน จะช่วยลดอุปสรรคของคนที่ไม่เข้าถึงเทคโนโลยี ไม่มีแอปฯหรือดำเนินการผ่านแอปฯ หมอพร้อมไม่ได้ และคนที่ไม่มีประวัติเจ็บป่วยมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า สัดส่วนของการฉีดแบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าหรือวอล์กอินกับการนัดผ่านแอปฯ หมอพร้อม และ รพ.นัดหมาย แบ่งเป็นสัดส่วน 30-50-20 ปรับเปลี่ยนได้ตามเหมาะสม เช่นมีวัคซีน 1,000 โดส อาจเป็นให้การนัดผ่านหมอพร้อม ร้อยละ 30 รพ.นัดหมายร้อยละ 50 และแบบไม่นัดหมายหรือวอล์กอิน ร้อยละ 20 เป็นต้น ซึ่งทุกขั้นตอนการฉีดยังต้องมีมาตรฐาน สังเกตอาการ 30 นาที และแม้จะลดขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านแอปฯ หมอพร้อมในตอนแรกที่เป็นช่องทางการรับวัคซีนขาเข้า แต่หลังฉีดเสร็จยังต้องลงทะเบียนในแอปฯ หรือไลน์หมอพร้อม เพื่อกรอกข้อมูลเก็บไว้ใช้ในการติดตามผลของวัคซีน, นัดหมายฉีดเข็ม 2 และใช้ในการออกใบรับรองว่าได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัคซีนทุกยี่ห้อมีความปลอดภัยไม่อยากให้ประชาชนมัวเลือก หรือพิจารณานานว่าสมควรฉีดหรือไม่ เพราะวัคซีนทุกตัวมีความปลอดภัยข้อบ่งชี้ในการฉีดแต่ละยี่ห้อ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าใครมีความเหมาะสมรับวัคซีนยี่ห้อไหน ชนิดไหน ฉะนั้นให้มั่นใจมีความปลอดภัย ที่ผ่านมาฉีดไปแล้ว 2 ล้านโดส ไม่พบคนเสียชีวิตหรือพิการ และขณะนี้กระจายวัคซีนไปแล้ว 2.5 ล้านโดส เหลืออีก 1 ล้านโดส ที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบเอกสารต้นทาง&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
ผงะนักโทษติดโควิดอื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดหาวัคซีนก็จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่า ในเดือน พ.ค.นี้จะเข้ามา 3.5 ล้านโดส จากซิโนแวคและเดือนมิ.ย.อีก 6 ล้านโดส จากแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทย จากนั้นเดือนก.ค. จะได้รับอย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส ส่วนการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่น เช่น ไฟเซอร์ สปุตนิก วี หรือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ขณะนี้รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเร่งจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ได้ 100 ล้านโดส ก็ตั้งใจที่จะจัดหามาให้ครบ 150 ล้านโดสภายใน 2564 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงมาตรการป้องกันหรือจะยกระดับหลังพบโควิดสายพันธุ์อินเดีย นายอนุชากล่าวว่า ศบค.ได้หารือและมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศระงับการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติที่มีต้นทาง หรือมีถิ่นพำนักจากประเทศที่พบเชื้อกลายพันธุ์ พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ระงับการออกหนังสือรับรองดังกล่าว การตรวจลงตราสำหรับชาวต่างชาติบังกลาเทศ ปากีสถาน และเนปาล ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมอินเดีย ที่มีประกาศออกไปก่อนหน้านั้น นอกจากนั้นชาวต่างชาติที่เดินทางออกจาก 4 ประเทศ และแวะพักเครื่องหรือเปลี่ยนเครื่อง หรือท่องเที่ยวใน 4 ประเทศ ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการดังกล่าวเป็นการชั่วคราวที่ต้องระวังการติดเชื้อกลายพันธุ์แพร่ระบาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นมาตรการสำหรับชาวต่างชาติจาก 4 ประเทศ แต่ไม่ได้ห้ามคนไทย นักการทูตต่างชาติที่มีจุดประสงค์เพื่อรับงานและครอบครัว ผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทยสามารถกลับเข้าประเทศไทยได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดต้องกักตัว 14 วันในสถานที่รัฐจัดให้หรือสถานที่กักตัวทางเลือก&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ?กรมราชทัณฑ์ออกเอกสาร?ข่าว?ชี้แจงกรณีมีสื่อตั้งข้อสงสัยว่ามีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำได้อย่างไร และมีการปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์การรักษาผู้ติดเชื้อหรือไม่ ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มีการกระจายเป็นวงกว้างในทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงเรือนจำและทัณฑสถานที่ต้องรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ และนำผู้ต้องขังออกศาลอยู่เสมอ จึงอาจมีการหลุดรอดของเชื้อเข้าสู่เรือนจำได้ อย่างไรก็ดี กรมราชทัณฑ์ได้ป้องกันอย่างเต็มที่ด้วยมาตรการเชิงรุก คือแยกกักตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่อย่างน้อย 21 วัน พร้อมตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง ก่อนผู้ต้องขังพ้นระยะแยกกักโรค ซึ่งการตรวจพบการติดเชื้อของผู้ต้องขังที่ผ่านมา ถือว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์ระบุว่า สำหรับผู้ต้องขังที่ตรวจพบเชื้อจะได้รับการรักษาโดยการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ทั้งในโรงพยาบาลสนามเรือนจำและโรงพยาบาลแม่ข่ายตามลักษณะอาการป่วยของแต่ละราย โดยกรมราชทัณฑ์ขอยืนยันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรือนจำทัณฑสถานทุกแห่งมีมาตรการอย่างเคร่งครัด เพราะมีการควบคุมบับเบิล แอนด์ซีล เช่น กรณีเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ที่มีผู้ต้องขังติดเชื้อก็สามารถดูแลรักษาจนหาย และไม่มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ในเรือนจำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจเชิงรุกเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง 100% ซึ่งได้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของเรือนจำและทัณฑสถานที่พบการติดเชื้อ ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง มียอดผู้ติดเชื้อรวม 1,040 ราย และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มียอดผู้ติดเชื้อรวม 1,795 ราย ซึ่งทุกรายอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หากในบางรายมีอาการหนักจะได้มีการย้ายออก เพื่อรับการรักษายังโรงพยาบาลภายนอก เชื่อว่ามาตรฐานการดำเนินการของกรมราชทัณฑ์กับกระทรวงสาธารณสุขจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ ไม่ขยายตัวไปสู่วงกว้างได้ เวลานี้ได้มีแดนกักโรคและโรงพยาบาลสนาม โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และการให้ยารักษาและการดูแลทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข รวมทั้งมีการวางแผนเพื่อฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังด้วย อยู่ระหว่างรอการจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายเอกสารระบุว่า ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เชิงรุกในเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ซึ่งในส่วนของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ไปแล้วกว่า 17,000 ครั้ง ทำให้คัดแยกผู้ติดเชื้อไปรักษาได้รวดเร็ว สามารถแยกผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงออกมากักตัว เพื่อสังเกตอาการได้เป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102738</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อรายใหม่, ผู้ป่วยอาการหนักพุ่ง, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มมาตรการเข้มระบบขนส่งสาธารณะ, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609be57f55ff2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาการหนักเฉียดพัน คร่าอีก21ชีวิต/สธ.ผวาคนในครอบครัว/เล็งห้ามต่างชาติเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ติดเชื้อรายใหม่ดีดกลับ 1,940 ราย ตายยังสูง 21 ราย อาการหนัก 954 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 270 ราย ศบค.เล็งค้นหาเชิงรุก กทม.-ปริมณฑล จับตา กต.ชะลอคนต่างชาติเข้าประเทศ ผวาเชื้อกลายพันธุ์ สธ.ห่วงติดเชื้อในครอบครัว-เพื่อน&amp;nbsp; หลังตัวเลขพุ่ง 54% ขอให้ ปชช.ระวังตัว แจงวัคซีนไม่ใช่ทางรอดต้องใช้มาตรการอื่นๆ ร่วมด้วย ยกข้อมูลอิสราเอล-อเมริกาฉีดเยอะยังตายมากกว่าไทย ขณะที่ยอดลงทะเบียนฉีดวัคซีนวันที่ 2 ทะลุ 6 แสนคน นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขยายศักยภาพ &amp;quot;สายด่วนโควิด-19&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,940 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,930 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,788 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 142 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 68,984 ราย หายป่วยสะสม 39,481 ราย อยู่ระหว่างรักษา 29,481 ราย อาการหนัก 954 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 270 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 21 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 9 ราย อยู่ใน กทม. 8 ราย, เชียงใหม่ 4 ราย, ชลบุรี ลำพูน จังหวัดละ 2 ราย, นครปฐม ตาก&amp;nbsp; ระยอง นครสวรรค์ อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย สาเหตุการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากใกล้ชิดสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อ สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และมีถึง 2 รายที่ติดเชื้อขณะนอนอยู่ในโรงพยาบาล ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 245 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กรณีผู้เดินทางมาจากต่างประเทศนั้น หลังพบว่าเชื้อโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ โดยสายพันธุ์อินเดียระบาดไปหลายประเทศ จึงขอให้ติดตามประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศที่จะชะลอบุคคลที่ไม่ใช่คนไทยเดินทางเข้ามาในประเทศ ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 152,800,831 ราย เสียชีวิตสะสม 3,206,451 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดแรกที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 2 พ.ค. ได้แก่ กทม. 539 ราย, นนทบุรี 276 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 145 ราย, ชลบุรี 89 ราย และปทุมธานี 62 ราย ขณะที่แผนที่ประเทศไทย ข้อมูลวันที่ 2 พ.ค. มีจังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อเลย 11 จังหวัด จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 1-10 ราย 32 จังหวัด จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 50 ราย 27 จังหวัด จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 100 ราย 4 จังหวัด จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 100 ราย 3 จังหวัด แต่ที่เราเป็นห่วงคือ กทม.และปริมณฑล เพราะจะเห็นว่าผู้ติดเชื้อกระจุกตัวอยู่ใน กทม.และปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กหารือกันว่า จำเป็นต้องค้นหาเชิงรุกในชุมชน ในพื้นที่แออัดให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีมาตราให้ทำงานที่บ้าน ทิศทางการติดเชื้อลดลง แต่ กทม.และปริมาณกราฟตัวเลขยังขึ้นอยู่ จึงฝากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการให้เข้าใจความเดือดร้อน และท่านจะค่อยๆ เห็นตัวเลขที่เราอยากเห็นลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีการรายงานผลการพัฒนาระบบบริหารจัดการเตียงในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 4-30 เม.ย. โดยข้อมูลสรุปจะเห็นว่าช่วงกลางเดือน เม.ย. ผู้ป่วยทั้งมีอาการหนักและมีอาการเบื้องต้น ต้องใช้ระยะเวลารอเตียงนานเกิน 10 วัน แต่หลังการบูรณาการร่วมกันแล้วจนถึงวันที่ 29 เม.ย. ผู้ป่วยทุกระดับจะใช้เวลารอเตียงอยู่ที่ 1-2 วันเท่านั้น โดยรองอธิบดีกรมการแพทย์รายงานว่า ปัจจุบันระยะเวลารอเตียงอยู่ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ สำหรับการลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านแอปพลิเคชันและไลน์หมอพร้อม ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ถึงเวลา 09.00 น.ของวันที่ 2 พ.ค. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 430,588 ราย ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่ามีผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก เมื่อลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมากอาจทำให้ระบบขัดข้องชั่วคราว แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามแก้ไขอยู่ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกใช้ช่องทางดังกล่าว สามารถไปลงทะเบียนได้ที่ อสม.หรือโรงพยาบาลที่มีประวัติรักษาอยู่ รัฐบาลยืนยันคนไทยมีสิทธิ์ได้รับวัคซีน
วัคซีนไม่ใช่มาตรการเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า สำหรับประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อลำดับ 102 ของโลก ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ อินเดีย บราซิล สหรัฐอเมริกา ส่วนผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ อินเดีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา สำหรับยอดผู้ป่วยของไทยวันนี้ 1,940 ราย เสียชีวิต 21 คน โดยผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 8 ราย, เชียงใหม่ 4 ราย, ชลบุรีและลำพูน 2 ราย และ นครปฐม ตาก ระยอง นครสวรรค์ อุดรธานี 1 ราย เป็นผู้ชาย 12 ราย หญิง 9 ราย อายุระหว่าง 34-88 ปี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนใหญ่คือ โรคประจำตัว อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง อ้วน ส่วนปัจจัยต่อการติดเชื้อคือใกล้ชิดสมาชิกในครอบครัวและเพื่อน สัมผัสจากผู้ติดเชื้อ รวมทั้งติดเชื้อขณะนอนอยู่ในโรงพยาบาล เช่น ญาติเข้าไปเยี่ยม โดยระยะเวลาตั้งแต่ติดเชื้อและเสียชีวิต โดยเฉลี่ยประมาณ 9 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ขอเน้นว่าการป้องกันโควิดคือเข้มงวดในดูแลคนภายในครอบครัว โดยมีการรายงานพบว่าในสัปดาห์ที่&amp;nbsp; 14-17 ผู้ติดเชื้อใกล้ชิดจากคนในครอบครัวและเพื่อน จากร้อยละ 27.02 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 54.30 นอกจากนี้ยังมีจุดที่ประชาชนสนใจคือชุมชนคลองเตย จากการตรวจเชิงรุก ตั้งแต่วันที่ 27-30 เม.ย. ในชุมชน 70 ไร่ ตรวจ 433 คน พบเชื้อ 21 คน ชุมชนวัดสะพาน ตรวจ 489 คน พบเชื้อ 29 คน และชุมชนพัฒนาใหม่ ตรวจ 411 ราย พบเชื้อ 49 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัคซีนไม่ใช่มาตรการเดียวที่จะแก้ปัญหาโควิดได้สำเร็จ จำเป็นจะต้องมีมาตรการอื่นๆ ในการควบคุมจึงจะได้ผล ยกตัวอย่างข้อมูลคือ ประเทสอิสราเอล ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวนร้อยละ 62.4&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 43.3 ขณะที่ไทยร้อยละ 1.5 เท่านั้น แต่เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยรายวันต่อประชากร 1 ล้านคน&amp;nbsp; กลับพบว่าสหรัฐอเมริกาเสียชีวิตร้อยละ 2.15, อิสราเอลเสียชีวิต 0.28 และไทยเสียชีวิต 0.17 จะเห็นว่าการฉีดวัคซีนที่กว้างขวางของสหรัฐอเมริกา ที่สูงกว่าไทย 10 เท่า และอิสราเอลที่สูงกว่าไทย ร้อยละ 30 จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการอื่นๆ ด้วย เช่นที่ประเทศไทย ทำคือใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือได้ดี ส่วนกระแสในโซเชียลฯ ที่ระบุเราไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องรอแต่วัคซีน อยากจะสื่อสารว่าวัคซีนไม่ใช่มาตการเดียว แต่สิ่งที่เราทำนั้นดีอยู่แล้ว&amp;nbsp; และสามารถทำต่อเนื่องให้การควบคุมโรคโควิดได้ดี&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าทำไมช่วงนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเสียชีวิต 21 คนติดต่อกัน 2 วัน สาเหตุเป็นเพราะอะไร รวมทั้งหลังการติดเชื้อเพียง 9 วันก็เสียชีวิต เป็นเพราะเหตุใด นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนผู้เสียชีวิตสูงต่อเนื่องหลายวัน เนื่องจากฐานผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าระลอกอื่นๆ ทั้งนี้ จากการรายงานผู้ติดเชื้อเมื่อ 2สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยเหล่านั้นที่อาการหนัก ก็จะมาปรากฏผลหลังการตรวจพบเชื้อประมาณ 10 วัน ซึ่งแตกต่างจากระลอกแรกคือ ธ.ค.63 ที่บางรายรักษาเป็นเดือนกว่าจะเสียชีวิต ลักษณะเหล่านี้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะติดตามรายละเอียดว่ามีเหตุปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนหนึ่งที่เราทราบกันดี การมีโควิดสายพันธุ์อังกฤษเข้ามาเกี่ยวข้องที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ เราเห็นระยะเวลาการเสียชีวิตสั้นลงไปกว่าเดิม จึงมีความเป็นไปได้ สอดคล้องกับงานศึกษาในยุโรปว่าโควิดสายพันธุ์อังกฤษกลับมีความรุนแรงสูงขึ้น แต่เราก็จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;quot; นพ.เฉวตสรรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกรมอนามัย กล่าวว่า ข้อมูลการลงทะเบียนจองคิวรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่านไลน์บัญชีทางการและแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ณ เวลา 14.00 น. มีผู้ลงทะเบียนรวม 499,873 ราย แบ่งเป็นผ่านไลน์ 379,653 ราย และแอปพลิเคชันอีก 120,220 ราย โดยเชื่อว่าวันนี้จะมีการจองเข้ามาอีกทะลุ 6 แสนราย โดยเน้นย้ำว่าแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; จะมีโลโก้พื้นหลังสีเขียวและตัวอักษรสีขาว เขียนว่า &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo;
ต้องเผาศพหลังเสียชีวิตไม่เกิน 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานไปยังนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งการให้โรงพยาบาลราชทัณฑ์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รับตรวจโควิดให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั่วไปฟรีทุกคน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.30-14.00 น. และตั้งแต่วันที่ 5-11 พฤษภาคม 2564 ณ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น หลังจากมีผู้ติดต่อมาทาง NBT กรมประชาสัมพันธ์ ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สมาชิกในบ้านติดเชื้อโควิด แต่หาที่ตรวจเชื้อไม่ได้ อีกทั้งหมดเวลาการตรวจ ทำให้มีปัญหาไม่ได้รับการตรวจทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชาเปิดเผยด้วยว่า? หลังจากได้สั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดำเนินการประสาน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และขอความร่วมมือวัดทุกวัดทั่วประเทศ อย่าปฏิเสธการประกอบพิธีฌาปนกิจผู้เสียชีวิตจากโควิด แต่ขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษในการดำเนินการฌาปนกิจ โดยให้ประสานกับสาธารณสุขพื้นที่ เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดและถูกวิธี และต้องสร้างความเข้าใจกับญาติเกี่ยวกับการประกอบพิธีฌาปนกิจนั้นต้องกระทำทันที ไม่ให้มีการจัดสวดพระอภิธรรมเป็นระยะเวลานานนั้น จากรายงานจาก พศ. วัดหลายแห่งทั่วประเทศให้ความร่วมมือรับศพผู้ป่วยโควิดมาประกอบพิธีฌาปนกิจแล้วจำนวน 21 ราย ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตเข้าใจ โดยต้องกระทำการเผาทันทีภายหลังเสียชีวิตไม่เกิน 1 วัน เพราะไม่ได้ฉีดยารักษาสภาพศพ โดยผู้ร่วมพิธีฌาปนกิจ ให้มีเฉพาะญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสที่อาจเกิดขึ้นในชุมชนใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานได้ร่วมกันดำเนินการขยายศักยภาพการให้บริการสายด่วนโควิด-19 ทั้งในเรื่องความเพียงพอของบุคลากรและจำนวนคู่สาย เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการดูแลที่สถานพยาบาลตามระดับอาการอย่างรวดเร็ว ตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม การบูรณาการทำงานมีดังนี้? 1.กระทรวงสาธารณสุข ในช่วงต้นได้เพิ่มจำนวนคนมาช่วยรับสาย โทร. 1668 ซึ่งเป็นจิตอาสาทางการแพทย์และสาธารณสุขกว่า 200 คน และต่อมามีการเพิ่มคู่สายอีก 40 คู่สาย โทร. 0-2079-1000 เพื่อเสริมศักยภาพในการประสาน รับ-ส่งผู้ติดเชื้อไปศูนย์แรกรับอาคารนิมิบุตร 2.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คัดนักเรียนแพทย์ที่มีความพร้อมมาช่วยรับโทรศัพท์ 1668 และ 1669 เพื่อแก้ปัญหาคนไม่พอ 3.บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ เข้าปรับปรุงระบบ 1668 และเพิ่มคู่สายให้สามารถรองรับปริมาณการโทร.จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิด &amp;quot;ศูนย์ 191&amp;quot; รับแจ้งผู้ป่วยโควิด-19 แล้วส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานการแพทย์ตลอด 24 ชม. รองรับ 1,200 คู่สายทั่วประเทศ 5.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โทร. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานคู่ขนานกับสายด่วน 1668 ของกระทรวงสาธารณสุข และ 1669 ศูนย์เอรวัณ กทม. เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 สอบถามข้อมูลการใช้ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) และประสานหาเตียง? 6.สำหรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่ กทม. โทร.สายด่วน 1669 ศูนย์เอราวัณ ซึ่งได้จัดระบบการรับสายใหม่และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รับสาย ขณะนี้ไม่มีปัญหาแล้ว และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งประชาชนสามารถติดต่อสายด่วน 1668 หรือ 1330 ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อมีผู้รับเรื่องแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องโทร.หมายเลขอื่นอีก เนื่องจากศูนย์เอราวัณจะเป็นศูนย์กลางในการจัดเตียง&amp;nbsp; ขณะนี้ ทางศูนย์ฯ แจ้งว่าสามารถดำเนินการนำส่งผู้ป่วยได้แบบวันต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณบุคลากรและอาสาสมัครทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่ในการดูแลประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ข้อบกพร่องใดๆ ที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้เร่งเข้าแก้ไข และสนับสนุนทรัพยากรเพื่อให้เกิดพัฒนางานบริการในทุกด้าน รวมถึงมีการเตรียมพร้อมเพื่อดูแลผู้ป่วยอาการหนักที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีงบประมาณเพียงพอต่อการเยียวยาดูแลและบรรเทาผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ วงเงินมาจาก พ.ร.ก.กู้เงินและงบกลางปีงบประมาณ 2564 โดยกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาออกมาตรการ ทั้งรูปแบบการเยียวยาและกระตุ้นใช้จ่าย&amp;rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว
ตั้งศูนย์ฟันข่าวโควิดปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรมควบคุมโรค ได้แจ้งผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ในเบื้องต้น ที่มีการตรวจ กกต. เจ้าหน้าที่และพนักงานในรอบที่สอง เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้รับการตรวจ 137 คน ผลปรากฏว่าไม่พบการติดเชื้อเพิ่มแต่อย่างใด สำหรับผลการตรวจเป็นรายบุคคล จะจัดส่งให้ในวันที่ 3 พ.ค. การตรวจของ กกต.และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดกับ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ที่ติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษา ซึ่งมีการตรวจหาเชื้อรอบแรกเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา และพบว่าผลเป็นลบ การตรวจในรอบที่สอง ครบ 7 วัน เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม. โดยสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจเชิงรุกและนำส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และ hospitel ดำเนินการดูแลรักษาผู้ป่วยที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.63-2 พ.ค.64 มีผู้ป่วยติดเชื้อ 3,462 ราย รักษาหายกลับบ้าน 2,072 ราย ย้ายไปโรงพยาบาลนอกสังกัด&amp;nbsp; 21 ราย และเสียชีวิต 10 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 1,359 ราย กทม. ได้ยกระดับการนำส่งผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาล โดยศูนย์เอราวัณ 1669 ได้ร่วมกับเครือข่ายร่วมดำเนินการ ทำให้รับ-ส่งผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น และไม่มีผู้ป่วยตกค้างในแต่ละวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า เนื่องจากยังมีการตรวจพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเตียงเตรียมไว้รองรับผู้ป่วยติดเชื้ออย่างเพียงพอ กทม.จึงได้ขยายโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม เพื่อเป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ รองรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย หรือพักดูอาการหลังรับการรักษาในโรงพยาบาลหลักแล้วอาการดีขึ้น ขณะนี้กำลังเตรียมการเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 5 ณ ศูนย์กีฬาบางบอน เขตทุ่งครุ ซึ่งจะสามารถรองรับได้อีก 400 เตียง จากเดิมมี&amp;nbsp; 1,700 เตียง พร้อมทั้งประสานผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในการเปิดเป็น Hospitel เพิ่มเติม จากปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่ง รองรับได้ 584 เตียง โดยผู้ประกอบการโรงแรมที่มีความพร้อม สามารถประสานกับสำนักการแพทย์ กทม. หรือสำนักงานเขตพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จัดตั้งศูนย์สืบสวนและต่อต้านข่าวสารอันเป็นเท็จในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนภารกิจในการสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ในการพิจารณาดำเนินคดีพิเศษหรือคดีอาญาอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยแต่งตั้งให้ พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ, พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการหายเงียบไปหลังเกิดการติดเชื้อในกลุ่มที่พบปะกันในร้านอาหาร จ.สุโขทัย และไม่สามารถติดต่อ หรือมีความเคลื่อนไหวใดๆ และเกิดกระแสข่าวลือเรื่องความชัดเจนว่าป่วยโควิด-19 หรือไม่ โดยยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาเงียบหายไปเพราะกักตัว และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้ครบกำหนด 14 วัน และเตรียมจะเข้าทำงานในกระทรวงยุติธรรม ในวันที่ 3 พ.ค.นี้ หากทุกอย่างมีความพร้อม เพราะข้าราชการผู้ร่วมปฏิบัติงานก็เข้าสู่มาตรการ WFH เนื่องจากขณะนี้มีหลายภารกิจที่ต้องดำเนินการสานต่อ หลังจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เข้าทำงานภายในกระทรวงยุติธรรม แต่ทั้งนี้ต้องขอเวลาพิจารณาก่อนว่าจะสามารถเข้าทำงานที่กระทรวงยุติธรรมวันที่ 3 พ.ค.นี้ได้เลยหรือไม่ ขณะนี้กำลังติดต่อประสานงานกับทีมคณะทำงาน เพราะเป็นช่วงที่ให้ทำงานที่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101553</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ค้นหาเชิงรุก, ชะลอคนต่างชาติเข้าประเทศ, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ตายยังสูง, ติดเชื้อรายใหม่, ผวาเชื้อกลายพันธุ์, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608ebcfe348ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียชีวิตทุบสถิติ 21 ราย! ติดเชื้อโควิดพุ่งรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,891 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1,884 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,799 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 85 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 67,044 ราย หายป่วยสะสม 38,075 ราย อยู่ระหว่างรักษา 28,745 ราย อาการหนัก 829 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 270 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 21 ราย ซึ่งถือเป็นนิวไฮมากๆของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้เสียชีวิต 21 ราย เป็นเพศหญิง 12 ราย ชาย 9 ราย จากจังหวัดกรุงเทพฯ 10 ราย ชลบุรีและสมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ เชียงราย ปทุมธานี และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 224 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาจากการใกล้ชิดสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อถึง 11 ราย สำหรับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 5 อันดับแรก วันที่ 1 พ.ค. คือ จังหวัดกรุงเทพฯ 739 ราย สมุทรปราการ 142 ราย ชลบุรี 126 ราย ปทุมธานี 64 ราย และเชียงใหม่ 61 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 152,002,365 ราย เสียชีวิตสะสม 3,193,653 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง การลงทะเบียนรับวัคซีนระบบหมอพร้อมที่มีปัญหาในเช้าวันเดียวกันนี้ ทางศบค.รับทราบหรือยัง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การลงทะเบียนดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งประสานงานกับ ศบค.และรับทราบโดยตลอด ทุกฝ่ายช่วยกัน หมอพร้อมเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือสำหรับการลงทะเบียน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ยังมีอีกหลายวันที่สามารถลงทะเบียนได้ รวมถึงยังมีอีก 2 ช่องทางในการลงทะเบียน คือโรงพยาบาลที่ประชาชนมีสิทธิ์ในการรักษา และที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นเราต้องขออภัย ทีมงานทำงานกันอย่างหนัก แต่ยังมีเวลาเดือนพ.ค.นี้ทั้งเดือนในการทำฐานข้อมูลเพื่อจะฉีดในเดือนมิ.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cb9011e394.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วยลดลงเร่งจัดหา-ฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยติดเชื้อรายใหม่ 2,048 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย ศบค.ชี้บางจังหวัดสถานการณ์ดีขึ้น กทม.ยังหนักเร่งตรวจ คาดพบ 500 รายขึ้นไปอีก 2-3 วัน ลุ้นพฤหัสฯ นี้เพิ่มมาตรการเข้ม-ล็อกดาวน์หรือไม่ นายกฯ เล็งตั้งซิงเกิลคอมมานด์บริหารจัดการวัคซีนร่วมเอกชน เร่งสปีดจัดหาให้ได้ 100 ล้านโดส ฉีด 50 ล้านคนก่อนสิ้นปี ฉีดให้ได้ 3 แสนโดสต่อวัน &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; มั่นใจ 2 สัปดาห์รัฐบาลคุมโควิดได้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ใช้อาคารนิมิบุตรตั้งศูนย์แรกรับ ลั่นโทร.สายด่วนยังไม่ได้เตียงมาได้ทันที สธ.รอผลชันสูตรยังไม่สรุปหญิงวัย 23 ปีดับหลังฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 เมษายน เวลา 11.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,048 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,038 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,991 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 47 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 57,508 ราย หายป่วยสะสม 31,539 ราย อยู่ระหว่างรักษา 25,767 ราย อาการหนัก 563 ราย ใส่ท่อหายใจ 150 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 8 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด โดยเป็นชาย 6 ราย และหญิง 2 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 148 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จะเห็นว่ามีอายุน้อยลง ระยะเวลาในการป่วยสั้นลง และจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเลขผู้ได้รับวัคซีนในประเทศไทย ยอดสะสมผู้ที่ได้วัคซีนเข็มแรก 972,204 ราย เข็มสอง 177,462 ราย และจะมีการพิจารณานำผู้ที่น้ำหนักตัวเกินมาพิจารณาเป็นกลุ่มเสี่ยงให้ได้รับวัคซีนเหมือนกับโรคอื่นๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ 5 อันดับแรก ได้แก่ กทม. 901 ราย สมุทรปราการ 110 ราย ชลบุรี 104 ราย นนทบุรี 97 ราย และเชียงใหม่ 84 ราย ซึ่งในพื้นที่ กทม. ขณะนี้มีการตรวจหาเชื้อวันละกว่าหมื่นราย ดังนั้นอาจจะพบผู้ติดเชื้อวันละประมาณ 500 รายต่อไปอีก 2-3 วัน การระดมตรวจหาเชื้อจำนวนมากนี้เพื่อต้องการลดการเสียชีวิตและลดจำนวนผู้ป่วยไอซียู ส่วนสถานการณ์ภาพรวมของประเทศ พบว่าบางจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้พอสมควร เริ่มจะไม่มีการรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม และบางจังหวัดไม่พบคลัสเตอร์ใหม่ แต่ที่ยังระบาดหนักคือ กทม.และปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่มีกระแสข่าวมีชาวอินเดียเช่าเหมาลำเครื่องบินมายังประเทศไทยนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในอินเดียได้รับคำยืนยันว่าไม่มีการออกใบอนุญาตให้คนอินเดียเข้ามาในประเทศไทย พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีการเช่าเหมาลำจากอินเดียตามที่เป็นข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวถึงศักยภาพการบริหารจัดการเตียงว่า การระบาดรอบนี้แตกต่างจากการระบาดช่วงปลายปี 63 ที่ จ.สมุทรสาคร ที่ครั้งนั้นผู้ติดเชื้อรวมกันเป็นกลุ่ม และร้อยละ 95 ไม่มีอาการ ทำให้เราสามารถมีเตียงสนามเพิ่มขึ้นได้ทุกวัน และจัดผู้ป่วยเข้าไปได้วันละ 500 เตียง แต่การบริหารจัดการเตียงสำหรับการระบาดระลอกนี้ใน กทม.และปริมณฑล ผู้ป่วยมาจากหลายพื้นที่และมีความแตกต่างกัน ทำให้การจัดหาเตียงมีความยากลำบาก ต้องทำทีละราย ขณะนี้ กทม.และปริมณฑลกำลังพยายามเพิ่มศักยภาพพาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา จะทำให้การจัดหาเตียงเหมาะสมและรวดเร็ว ส่วนข้อร้องเรียนเรื่องสายด่วนต่างๆ ที่มีการรับสายช้านั้น กรุณาอย่าเพิ่งหมดหวัง ไม่มีใครนิ่งนอนใจในการจัดหาเตียง ซึ่งในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้รับรายงานว่ามีการเพิ่มโรงพยาบาลสนาม โดยกองร้อย ตชด. 14 แห่ง ในวันที่ 1 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ตอนนี้เกิดเหตุการณ์ผู้ป่วยไม่เปิดเผยไทม์ไลน์ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์กลายเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง และมีรายงานบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทำให้เสียบุคลากรทางการแพทย์ไปอีก บุคลากรเหล่านี้ทำงานหนัก อาจรู้สึกเสียขวัญกำลังใจ จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันฉุดกราฟให้ลง และอยากเรียนว่าเราไม่อยากให้ใครเสียชีวิต ทุกครั้งที่ต้องรายงานผู้เสียชีวิต เราก็เสียใจกันหมด นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตฝากเตือนประชาชนเรื่องการบริโภคข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องยาวนาน บางครั้งทำให้เกิดภาวะเครียดสะสม ภูมิคุ้มกันต่ำ จนเกิดภาวะรุนแรงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีโอกาสหรือไม่ที่จะล็อกดาวน์พื้นที่บางจังหวัด พญ.อภิสมัยกล่าวว่า เรื่องล็อกดาวน์นั้น ในวันพฤหัสบดีที่ 29 เม.ย. จะมีการทบทวนมาตรการในเรื่องของพื้นที่ โดยจะพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร จะล็อกดาวน์หรือไม่ ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้หารือกับ ศบค. และในช่วง 1-2 วันนี้คงจะได้เห็นมาตรการการปรับความเข้มข้นมากขึ้นในบางพื้นที่แต่ละกิจการ กิจกรรมแต่ละจุด จึงขอให้ทุกคนได้ติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย &amp;nbsp;
บิ๊กตู่เร่งสปีดซื้อวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ประธานคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เพื่อหารือแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ก่อนวันที่ 28 เม.ย. นายกฯ จะมีการหารือภาคเอกชน หลังจากแสดงความประสงค์ในการจัดหาวัคซีนร่วมกับภาครัฐเพื่อกระจายสู่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้หารือทีมที่ปรึกษา เรื่องยกระดับการกระจายวัคซีนเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายดังนี้ 1.ผลักดันให้มีการจัดหาวัคซีนให้ได้เพิ่มมากขึ้นในทุกวิถีทาง โดยมีเป้าหมาย 10-15 ล้านโดสต่อเดือน 2.ปรับโครงสร้าง มีการจัดกลุ่ม แบ่งงาน ผสมผสานการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ชัดเจน โดยต้องให้มีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง ผลักดันแนวหน้าในการฉีดวัคซีนให้เป็นเชิงรุก เพื่อแบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลและสาธารณสุข 3.จัดให้มีศูนย์ฉีดวัคซีนทางเลือก โดยใช้สถานที่ที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประชุม ศูนย์กีฬา โรงแรม เพื่อลดภารกิจของโรงพยาบาลหลัก และสาธารณสุข 4.ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฉีดให้ได้ 300,000 โดสต่อวัน หรือมากกว่า และเป้าหมายฉีดให้ประชาชน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้หรือเร็วกว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้มีการปรับปรุงการคัดกรอง และระบบการเข้ารับการรักษาพยาบาลให้มีช่องทาง และการขนส่งเคลื่อนย้ายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงว่า การจัดการสถานการณ์ในขณะนี้ นายกฯ ได้สั่งการแล้วว่า ในส่วนของการนำผู้ป่วยเข้ามาสถานพยาบาล จากช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา นายกฯ ให้กองทัพจัดรถไปรับด้วย ดังนั้นขณะนี้ผู้ป่วยที่ตกค้างประมาณพันกว่าคนได้เริ่มเข้าไปที่สถานพยาบาลแล้วประมาณ 800 กว่าคน และยังคงมีการดำเนินการอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานรับผิดชอบในส่วนของการคัดกรอง แต่กรณีที่มีการพบผู้ป่วย สายด่วนที่มีอยู่เมื่อโทร.เข้าไปแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ไปรับมาจากที่บ้านและไปเข้าที่จุดคัดกรอง ซึ่งมีการจัดสถานที่ไว้ เช่น ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม เป็นจุดที่จะนำผู้ป่วยเข้ามาและคัดกรอง ส่วนคนที่มีอาการคัดกรองแล้วเป็นระดับสีเหลือง ต้องเข้าสำหรับผู้ที่มีอาการหนัก หรืออยู่ในกลุ่มสีแดง ต้องเข้าโรงพยาบาลแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการจัดหาวัคซีน ซึ่งต้องมีการคุยกับภาคเอกชนด้วยว่าจะช่วยได้อย่างไร ขอย้ำว่าวัคซีนที่จะเข้ามาในช่วง 3 เดือนข้างหน้า 26 ล้านโดส จะเพียงพอสำหรับการฉีดเข็มแรกให้กับประชาชน จำนวน 26 ล้านคน และจะมีเพิ่มเข้ามาจากซิโนแวคอีก 1 ล้านโดส ฉะนั้นขอให้มั่นใจว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เราตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อยๆ ประมาณ 30 ล้านคน ซึ่งวัคซีนที่มีเพิ่มเติมเข้ามา นอกจากซิโนแวคและแอสตราเซเนกา จะมีจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนไฟเซอร์และยี่ห้ออื่นๆ จะมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่จะขึ้นทะเบียนและนำเข้ามา
บริหารซิงเกิลคอมมานด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสภาพัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่จะมีการพูดคุยกับภาคเอกชนในวันพุธนี้คือ ขอความร่วมมือว่าจะจัดสถานที่ในการฉีดอย่างไร เพราะเราตั้งเป้าว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้า จะต้องมีการฉีดให้ได้อย่างน้อยๆ วันละ 3 แสนคนทั่วประเทศ ทั้งนี้ นายกฯ ได้พูดในที่ประชุมและสั่งการแล้วว่าเราต้องจัดหาวัคซีนให้ได้เพิ่มเติมประมาณ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อฉีดประชาชนให้ได้ 50 ล้านคน และอีกเรื่องที่มีการหารือคือ ศูนย์ซิงเกิลคอมมานด์ ซึ่งเรื่องนี้จะให้มีการบริหารจัดการในลักษณะซิงเกิลคอมมานด์ ทั้งหมดนี้ต้องรอผลการหารือกับเอกชนในวันที่ 28 เม.ย. ทั้งนี้ จะให้ธนาคารกรุงไทยไปสำรวจทั้งหมดว่าประชาชนที่มีความต้องการจะฉีดวัคซีนจำนวนเท่าไหร่ อย่างไร เพราะในระบบของหมอพร้อมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่มีข้อมูลในสถานพยาบาล แต่กรุงไทยจะเป็นตัวที่มาเสริมในการทำงานของภาพรวมในการบริหารจัดการวัคซีนทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลได้เตรียมการเรื่องนี้เป็นอย่างดี คนไทยกว่า 50 ล้านคน จะได้รับการฉีดวัคซีนภายในปี 2564 นี้อย่างแน่นอน และงบประมาณมีเพียงพอที่จะจัดหาวัคซีนได้อีกมาก ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นั้น ได้มอบหมายให้ ศบค.เร่งดำเนินการในแต่ละด้าน และรายงานกลับมาถึงนายกฯ ภายในสัปดาห์หน้า โดยแสดงตัวเลขความเพียงพอในทุกมิติ เช่น จำนวนผู้เข้ามาคัดกรอง จำนวนเตียงที่ว่าง จำนวนยาที่ใช้รักษา จำนวนอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวนการฉีดวัคซีน เป็นต้น และให้ ศบค.รายงานให้ประชาชนทราบทุกวัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โดยนายกฯ ได้ขอความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ยังคงมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์โควิดได้ภายใน 2 สัปดาห์ เนื่องจากในขณะนี้แม้จะมีผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่จำนวนของผู้ที่รักษาหายเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวันเช่นกัน ขอให้ประชาชนยังคงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลดูแลสถานการณ์ตรงนี้ได้ ส่วนแผนการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาจะยังคงเป็นไปตามแผนเดิมคือ ในเดือน ก.ค.จะเปิดบางส่วน บางพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวที่รับการฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทำเนียบรัฐบาลตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่มีผลเลือดเป็นบวก จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย พนักงานขับรถของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผลตรวจเมื่อวันที่ 23 เม.ย. หัวหน้าแม่บ้าน ผลตรวจวันที่ 25 เม.ย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก.4 บก.ส.3 ผลตรวจเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งด่วนให้ผู้อำนวยการสำนักที่รับผิดชอบ สำรวจว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดที่สัมผัสใกล้ชิดสูงกับผู้ติดเชื้อทั้ง 3 คน หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง และขอให้แยกชื่อผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อทำการกักตัว โดยขอให้ผู้ที่เสี่ยงสูงกับผู้ที่มีความเสี่ยง กักตัวไว้ก่อน 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกลเปิดเผยว่า เมื่อทราบว่าคนขับรถติดเชื้อ ตนได้ตรวจหาเชื้อทันทีเช่นกัน โดยผลออกมาเป็นลบ และได้ทำการตรวจครั้งที่ 2 ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ผลออกมาเป็นลบ แต่ได้กักตัว 14 วัน อยู่ที่บ้านพัก จ.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ฝ่ายสอบสวนโรคได้ทำการสอบสวนโรคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเป็นห่วงว่าจะมีการแพร่กระจายของเชื้อออกไปอีก โดยเฉพาะในทำเนียบรัฐบาล ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะมีการตรวจเช็กอยู่ตลอดเวลา แต่เพิ่งได้รับวัคซีนเพียงเข็มแรกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด เรื่องการปฏิบัติงานภายในที่พักและปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) อย่างต่อเนื่องสูงสุด (จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95) ระหว่างวันที่ 26 เม.ย.-14 พ.ค.
ใช้อาคารนิมิบุตรเป็นศูนย์แรกรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมเปิดศูนย์แรกรับผู้ป่วยโควิด-19 ว่า หลังจากได้ลงพื้นที่สำรวจสถานที่ 2 แห่งเพื่อจัดตั้งศูนย์แรกรับ พบว่า สนามกีฬาอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก สภาพยังไม่สมบูรณ์ จึงใช้อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ในการจัดตั้งศูนย์แรกรับ จำนวน 300 เตียง คาดว่าจะเปิดได้ใน 2-3 วันนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลในมือแพทย์โดยเร็วที่สุด ลดการสะสมของผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ติดเชื้อติดต่อสายด่วนเพื่อเข้าระบบการจัดหาเตียงก่อน แต่หากรอแล้ว 3-4 วันยังไม่ได้เตียง ให้มาที่ศูนย์แรกรับด้วยตัวเองหรือให้ญาติพามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เวลา 15.00 น. นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค ชี้แจงกรณีที่มีหญิงสาววัย 23 ปี เสียชีวิตภายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 เพียง 2 วัน ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการฉีดวัคซีนหรือไม่ ขอให้รอผลชันสูตรอย่างละเอียดก่อน คณะกรรมการพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนจะนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาพิจารณาประกอบกันเพื่อวินิจฉัยหาข้อสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางของบริษัทแห่งหนึ่งเข้ารับการฉีดวัคซีนของซิโนแวคเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร จากนั้นในวันที่ 22 เม.ย. ไปทำงานปกติ แต่ช่วงบ่ายมีอาการอาเจียน วิงเวียนศีรษะ จึงลางานมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี จนกระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 23 เม.ย. ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่จะต้องมีการสอบสวนโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเรื่องชันสูตรโดยละเอียด จึงจะสามารถวินิจฉัยสาเหตุที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่อาการไม่พึงประสงค์มักเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ หลังได้รับวัคซีน แต่กรณีนี้เกิดขึ้นข้ามวันไปวันที่ 2 แล้ว ซึ่งไม่ได้ตัดประเด็นทิ้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน 2 ราย แต่เมื่อมีผลชันสูตรออกมาแล้วยืนยันได้ว่าไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีน และทั่วโลกยังไม่เคยพบการเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในขณะนี้แม้ว่าจะชะลอตัวลง แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงเกินวันละ 2,000 ราย จึงยังสรุปว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศดีขึ้นไม่ได้ เพราะสถานการณ์อาจมีการแกว่งตัวเหมือนในต่างประเทศ ซึ่งหวังว่าการแพร่ระบาดจะลดลงเป็นระฆังคว่ำ ทั้งนี้ ยังไว้วางใจไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนที่จะปฏิบัติตัวตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100837</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อรายใหม่, วัคซีนโควิด, ศบค., สถานการณ์ดีขึ้น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มมาตรการเข้ม, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086cdc0c25ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
