<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพทย์ชนบท’ขีดเส้นรบ. ฉีดวัคซีน15ล้านโดส/ด.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.มั่นใจสัปดาห์นี้คนที่มีนัดฉีดวัคซีนจะได้รับนัดหมายให้ไปฉีดตามนัด สธ.ยืนยันวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิผลลดการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษได้ร้อยละ 71-91 ขณะที่แอสตร้าฯ &amp;nbsp;ส่งมอบวัคซีนให้ไทยครบ 6 ล้านโดสในสัปดาห์นี้ตามแผนจัดหาวัคซีน 61ล้านโดส &amp;quot;แพทย์ชนบท&amp;quot; เสนอทางรอดเดียวต้องฉีดวัคซีนให้ได้เดือนละ 15 ล้านโดส ถ้าทำไม่ได้ &amp;quot;รัฐบาลประยุทธ์&amp;quot; ต้องออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 มิถุนายน &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ในส่วนของการฉีดวัคซีนวันที่ 27 มิ.ย. มีการฉีดทั้งสิ้น 93,577 โดส ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีทั้งสิ้น 9,147,512 โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 2-3 วันที่ผ่านมาตัวเลขการฉีดวัคซีนมีจำนวนน้อย ขอความชัดเจนว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้าหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วัคซีนจะทยอยได้มาไม่ได้มาทีเดียวล็อตใหญ่ มีการกระจายการฉีดออกไปตามจำนวน ซึ่งล็อตล่าสุดที่เพิ่งมาเมื่อวันที่ 25-26 มิ.ย.ที่ผ่านมา เชื่อว่าภายในต้นสัปดาห์นี้คนที่มีนัดฉีดอยู่ก็จะได้รับการนัดหมายให้ไปฉีดวัคซีนตามนัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับในเดือน มิ.ย.นี้ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้ครบ 10 ล้านโดส ขณะนี้เหลือเพียง 900,000 โดสเท่านั้น เชื่อว่าสามารถทำได้ อย่างไรก็ตามต้องเร่งการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด โดยเฉพาะ 2 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มป่วย 7 โรคเรื้อรัง ภายในเดือน ก.ค.-ส.ค. พร้อมย้ำว่าการฉีดวัคซีนให้ได้รวดเร็ว ช่วยลดอัตราความรุนแรงของโรค ลดอัตราการเสียชีวิต ขณะเดียวกันมีข่าวดีว่าภายในเดือน ก.ค. อย.จะอนุมัติให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สามารถเดินหน้าผลิตยารักษาผู้ป่วยโควิด จากเดิมใช้ชื่อยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยา &amp;ldquo;ฟาเวียร์&amp;rdquo; ได้แล้ว โดยคาดว่าเริ่มเดินหน้าผลิตในเดือน ส.ค. จำนวน 2 ล้านเม็ด และยังมียาที่นำเข้ามาร่วมเสริมอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่า คณะกรรมการวิชาการในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้สรุปผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีน Coronavac ของบริษัทซิโนแวค ในการป้องกันการติดเชื้อจากการใช้จริงในประเทศไทยช่วง เม.ย.-พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ)​ พบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มอย่างน้อย 14 วัน มีประสิทธิผลในการลดการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อัลฟาได้ร้อยละ 71-91 โดยแยกการศึกษาในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่จังหวัดภูเก็ต มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อร้อยละ 90.7 ศึกษาที่จังหวัดสมุทรสาคร มีประสิทธิผลร้อยละ 90.5 ส่วนการศึกษาในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข จากเหตุการณ์การติดเชื้อที่จังหวัดเชียงราย พบวัคซีนมีประสิทธิผลร้อยละ 82.8 และจากฐานข้อมูลกรมควบคุมโรค ศึกษาในบุคลากรสาธารณสุข พบมีประสิทธิผลร้อยละ 70.9 โดยคนที่ได้รับวัคซีน ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากโควิด ส่วนประสิทธิผลต่อสายพันธุ์เดลตาที่พบการระบาดเพิ่มมากขึ้น อยู่ระหว่างการศึกษารวบรวมข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนในการใช้จริง (Real World Study) ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ พบผลสอดคล้องกันว่า วัคซีนโคโรนาแวคมีประสิทธิผลสูงเพียงพอในการป้องกันโควิด-19 โดยสามารถลดการติดเชื้อโควิด-19 ได้ระหว่างร้อยละ 71-91 และลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ 95 ในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วอย่างน้อย 14 วัน&amp;quot; นพ.เกียรติภูมิ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;ประกาศวันนี้ว่า ขณะนี้บริษัทได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว 4.7 ล้านโดส และจะทำการส่งมอบวัคซีนครบ 6 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ ตามแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า &amp;quot;แอสตร้าเซนเนก้ามีความยินดีที่ได้เห็นการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศไทยคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าหากเราร่วมมือกัน ในไม่ช้าก็จะสามารถควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ แอสตร้าเซนเนก้ามุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอสตร้าเซนเนก้าจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้จะเริ่มส่งออกวัคซีนไปยังประเทศต่างๆ ในต้นเดือนกรกฎาคม โดยหนึ่งในสามของกำลังการผลิตวัคซีนภายในประเทศได้ถูกสำรองไว้เพื่อผลิตวัคซีนให้กับประเทศไทย ตามคำสั่งซื้อรวม 61 ล้านโดส ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของวัคซีนจำนวน 180 ล้านโดสที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ส่วนกำลังการผลิตที่เหลืออีกประมาณสองในสามจะจัดสรรให้กับการผลิตวัคซีนเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ชมรมแพทย์ชนบท&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า ข้อเสนอชมรมแพทย์ชนบทฉบับที่ 2 : วัคซีนต้องมีให้ฉีดเดือนละ 15 ล้านโดส ประเทศไทยจึงจะรอด ตามแผนเดิมรัฐบาลตั้งการเป้าการจัดหาวัคซีนไว้ชัดเจนว่า มิถุนายนวัคซีนยังมีน้อย แต่ตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นไป รัฐบาลจะได้แอสตร้าฯ เดือนละ 10 ล้านโดส และซิโนแวก 3-5 ล้านโดส รวมเป็น 13-15 ล้านโดส ซึ่งดูเป้าแล้วจะอุ่นใจสักนิด แต่มาวันนี้ แอสตร้าฯ จากสยามไบโอไซเอนซ์มีกำลังการผลิตที่น่าจะคงที่แล้วคือ เดือนละ 15 ล้านโดส (ลดลง 25% จากเดิมที่บอกไว้ที่ 20 ล้านโดสต่อเดือน) จำนวนเดือนละ 15 ล้านโดสที่ผลิตได้นี้ จะส่งมอบให้รัฐบาลไทยเพียงเดือนละ 4 ล้านโดส ส่วนที่เหลือจะต้องส่งออกตามสัญญา ความฝันที่เดือนละ 10 ล้านโดส จึงหดหายได้มาเพียง 40% เท่านั้น เล่นเอายอดจัดสรรวัคซีนเดือนกรกฎาคมที่จะถึงในไม่กี่วันนี้ ไม่ลงตัว จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งยอดจัดสรรมาที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนซิโนแวคนั้นดูชิวๆ ขอให้รัฐบาลไทยจ่ายเงินประเทศจีนเขาพร้อมส่ง ดังข่าวการสั่งซื้อซิโนแวคอีก 28 ล้านโดส การสั่งเพิ่มซิโนแวคมากกว่า 5 ล้านโดสต่อเดือน จึงเป็นไปได้แน่ แต่ที่แย่คือประสิทธิภาพของซิโนแวคที่ต่ำกว่าวัคซีนอื่นใดสำหรับวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสันนั้น หากไม่นับ lot เล็กที่มหามิตรอเมริกาอภินันทนาการทางการตลาดให้ ก็ต้องรอไม่ก่อนตุลาคม 2564 ซึ่งถึงตอนนั้นไทยคงระบาดจนย่ำแย่ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบทได้คุยกันอย่างหนัก เราเห็นบุคลากรทางการแพทย์ ท้องถิ่น ท้องที่ และ อสม. ต่างก็สู้ยิบตาควบคุมโรคในพื้นที่จนอ่อนล้า งานรักษาพยาบาลบนหอผู้ป่วยและ ICU ก็เหนื่อยแสนสาหัส ทางรอดของประเทศก็ยังอยู่ที่ &amp;ldquo;วัคซีน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ไม่ใช่การล็อกดาวน์ เราจะล็อกดาวน์ตัวเองไปได้กี่สัปดาห์ เศรษฐกิจก็จะล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยได้มาถึงจุดวิกฤติ เราจะยอมรับการมีวัคซีนฉีดเพียงไม่ถึง 10 ล้านโดสต่อเดือนไม่ได้อีกแล้ว ทั้งๆ ที่เราฉีดได้มากกว่า 15 ล้านโดสต่อเดือน นี่คือเป้าหมาย คือความอยู่รอดของประเทศ และคือตัววัดความสามารถและประสิทธิภาพของรัฐบาลจะสอบตกถูกไล่ออกก็อยู่ที่ข้อสอบข้อนี้ แต่ถ้าสอบตกคนไทยทั้งประเทศก็พลอยตกเหวไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้เราคงต้องทำใจว่า &amp;ldquo;มันสายเกินไปแล้วสำหรับคนไทยที่จะสามารถเลือกวัคซีนได้&amp;rdquo; เกราะจะบางหรือปานกลางก็ต้องแย่งฉวยใส่กันป่วยกันตายไปก่อน วัคซิเนชันและวิคตอรีที่แท้จริง &amp;nbsp;ต้องฉีดวัคซีนเดือนละไม่ต่ำกว่า 15 ล้านโดส โดยต้องพยายามให้เป็นซิโนแวคให้น้อยที่สุด นี่คือทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ รัฐบาลประยุทธ์จะผลักดันให้เป็นจริงได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ก็ควรจะพิจารณาตนเองลาออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107971</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีน 61ล้านโดส, ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ, นัดฉีดวัคซีน, ศบค., ส่งมอบวัคซีนให้ไทยครบ 6 ล้านโดส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d994b7da3fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
