<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียติดเชื้ออีก31,000 ดับ728 เร่งนำเข้าเครื่องผลิตออกซิเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฉุดไม่อยู่ อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 วันเดียวมากเกิน 31,000 คนเป็นครั้งแรก ส่วนยอดผู้ป่วยเสียชีวิตเมื่อวันอังคารทำสถิติใหม่เช่นกันที่ 728 คน ออกซิเจนขาดแคลนรัฐบาลสั่งนำเข้าเครื่องผลิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างประกอบหีบศพเร่งทำงานเพื่อจัดส่งหีบศพสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เสียชีวิต ที่ศาลาว่าการเมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก (Photo by Suryanto/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2564 ว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศเสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 728 คน และผู้ติดเชื้อรายใหม่ 31,189 คน เป็นจำนวนที่เพิ่มจากผู้เสียชีวิต 558 คน และผู้ติดเชื้อรายใหม่ 29,745 คนของวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนล่าสุดทำให้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 สะสมของประเทศเพิ่มเป็น 2,345,018 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 61,868 คน รัฐบาลอินโดนีเซียเตือนว่า การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะจากไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย อาจทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งเป็นมากกว่าวันละ 50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า รัฐบาลอินโดนีเซียแถลงในวันอังคารว่า กำลังจะนำเข้าเครื่องผลิตออกซิเจนจากสิงคโปร์ประมาณ 10,000 เครื่อง เพื่อใช้งานฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยโควิด โดยส่วนหนึ่งกำลังถูกส่งมาก่อนด้วยเครื่องบินสินค้าเฮอร์คิวลิส รัฐบาลยังได้เจรจากับประเทศอื่นๆ รวมถึงจีน เพื่อขอความช่วยเหลือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียสั่งการให้บริษัทผู้จัดส่งออกซิเจนทุกแห่งในประเทศ ส่งออกซิเจนให้โรงพยาบาลก่อนเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า โรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงจาการ์ตามีอัตราการครองเตียงสูงถึง 90% แล้ว แต่โรงพยาบาลอีกมากกว่า 12 แห่งในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย เตียงคนไข้เต็มหมดแล้วและไม่สามารถรับผู้ป่วยเพิ่มได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองสุราบายากล่าวว่า โรงพยาบาลไม่สามารถรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจได้อีกแล้ว และห้องไอซียูก็เต็มเช่นกัน บุคลากรทางการแพทย์ของที่นี่หลายคนล้มป่วยจากความเหนื่อยล้า บางคนก็ติดเชื้อไวรัส โรงพยาบาลกำลังหาอาสาสมัครมาทดแทนเจ้าหน้าที่ที่ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ของอินโดนีเซียเกือบ 1,000 คนเสียชีวิตเพราะโควิด-19 ซึ่งรวมถึงมากกว่า 12 คนที่ได้ฉัดวัคซีนครบแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส, ออกซิเจนขาดแคลน, อินโดนีเซีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e44ad3c2c5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! &#039;โดนัลด์ ทรัมป์&#039;และภริยา ติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ติดเชื้อจนได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกาศยกเลิกการหาเสียงที่ฟลอริดาและกักตัวที่ทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา เพิ่งมาร่วมการอภิปรายโต้วาทีกับโจ ไบเดน ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮไฮ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2563 ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตัวเขาและเมลาเนียได้รับผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวก ทั้งสองจะเริ่มกักตัวและเริ่มกระบวนการพักฟื้นทันที &amp;quot;เราจะผ่านพ้นเรื่องนี้ไปด้วยกัน&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบขาวได้ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปหาเสียงที่รัฐฟลอริดาของทรัมป์ช่วงค่ำวันศุกร์แล้ว ขณะที่นายแพทย์ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีแถลงว่า ทรัมป์ยังสบายดีและจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ทรัมป์และภริยาตรวจเชื้อไวรัสครั้งล่าสุดนี้ภายหลังมีรายงานว่า โฮป ฮิกส์ หนึ่งในที่ปรึกษาคนสนิท ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเมื่อวันพฤหัสบดี ฮิกส์ร่วมคณะเดินทางไปเมืองคลีฟแลนด์พร้อมกับทรัมป์เพื่อดีเบตกับโจ ไบเดน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และยังอยู่ร่วมในการปราศรัยหาเสียงที่รัฐมินนิโซตาเมื่อวันพุธด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนสนิทของทรัมป์รายนี้เดินทางไปพร้อมกับทรัมป์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันของทรัมป์ และยังโดยสารไปพร้อมกับทรัมป์บนเฮลิคอปเตอร์มารีนวัน ซึ่งมีความแออัดยิ่งกว่าเครื่องบิน ทำให้มีข้อสงสัยทันทีว่าประธานาธิบดีทรัมป์ และสมาชิกในคณะเดินทางของเขาอีกหลายคน อาจติดไวรัสโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อคืนวันพฤหัสบดี เมื่อทรัมป์ยืนยันข่าวว่าที่ปรึกษาคนนี้ติดไวรัส ทรัมป์บอกว่าเขาและภริยารับการตรวจเชื้ออยู่ เพราะทั้งคู่ใช้เวลาอยู่กับโฮ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปนานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การติดไวรัสโดยที่ยังเหลือเวลาอีกเพียง 32 วันในการหาเสียงเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ น่าจะทำให้ทรัมป์ต้องยกเลิกการเดินสายหาเสียงช่วงสุดสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ก่อนหน้านี้ผู้นำจากพรรครีพับลิกันรายนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าจัดการปราศรัยหาเสียงงานใหญ่โดยที่ผู้สนับสนุนเขาน้อยคนสวมหน้ากากอนามัย ตัวเขาเองก็ส่งสัญญาณสับสนปนเปว่าประชาชนควรสวมแมสก์เพื่อป้องกันไวรัสหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่าชาติใดในโลก โดยมีจำนวนสะสมเกิน 7.27 ล้านราย จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 34.28 ล้านราย และมีคนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 207,000 ราย จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 1.02 ล้านราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76bb6bbde50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 23:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 23:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์แซงอินโดนีเซีย ติดโควิดมากสุดในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศอีก 3,561 ราย ซึ่งทำให้ยอดสะสมแซงหน้าอินโดนีเซียเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนแล้ว ที่ 119,460 ราย ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจเผยจีดีพีไตรมาสสองหดตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ทำให้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเต็มตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคลากรทางการแพทย์ตรวจเชื้อโควิด-19 ให้ประชาชนภายในสนามบาสเกตบอลในเมืองนาโวตัส เขตเมโทรมะนิลา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ระบุว่า ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันเพิ่มอีก 3,561 ราย และเสียชีวิตอีก 28 ราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 119,460 ราย และผู้เสียชีวิตรวมเป็น 2,150 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อของฟิลิปปินส์มากกว่าอินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมถึงวันพฤหัสบดีที่ 118,753 ราย และเสียชีวิต 5,521 ราย ส่วนประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีผู้ติดเชื้อมากรองลงมาคือสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อแล้ว 54,555 ราย เสียชีวิต 27 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฟิลิปปินส์เพิ่งกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งกับกรุงมะนิลาและ 4 เมืองปริมณฑลเป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ แม้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของสำนักสถิติของฟิลิปปินส์เมื่อวันพฤหัสบดีตอกย้ำถึงผลกระทบจากโรคระบาดนี้ว่า ตัวเลขจีดีพีของประเทศไตรมาสที่ 2 นั้นหดตัวลง 16.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นการหดตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์นับแต่เริ่มมีการบันทึกเมื่อปี 2524&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหดตัวของจีดีพีไตรมาสที่ 2 เกิดขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งหดตัว 0.7% และถือเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกของฟิลิปปินส์ในรอบ 3 ทศวรรษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73668</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส, ฟิลิปปินส์, อันดับหนึ่งอาเซียน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2c2ddcb1f82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียติดโควิดมากอันดับ2ของโลก โฆษกปูตินป่วยด้วยอีกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในรัสเซียมากแซงหน้าสเปนและอังกฤษขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลกแล้ว หลังจากติดเชื้อวันละเกินหมื่นรายติดต่อกันนานกว่าสัปดาห์ ล่าสุดโฆษกประจำตัวประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ป่วยโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน (ซ้าย) ติดตามประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เข้างานแถลงข่าวถาม-ตอบประจำปีที่กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางการรัสเซียรายงานเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม ว่ามีผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มอีก 10,899 คนช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 232,243 ราย มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสหรัฐที่มีผู้ติดเชื้อแล้วถึง 1,347,936 ราย และมากกว่าสเปนที่มีผู้ติดเชื้อ 227,436 ราย และอังกฤษที่มีผู้ติดเชื้อ 224,332 ราย รัสเซียยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 107 ราย ทำให้ยอดรวมเป็น 2,116 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นวันละเกิน 10,000 รายมานานกว่าสัปดาห์เป็นผลจากการตรวจเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยถึงขณะนี้รัสเซียตรวจเชื้อแล้ว 5.8 ล้านราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตที่น้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่อัตราติดเชื้อใกล้เคียงกันนั้น ทางการรัสเซียอ้างว่า การแพร่ระบาดในรัสเซียเกิดช้ากว่า ทำให้ได้เรียนรู้บทเรียนจากชาติยุโรปตะวันตก โดยรีบแยกกักกันนักเดินทางและกลุ่มเสี่ยง และดัดแปลงโรงพยาบาลไว้รองรับผู้ป่วย รวมถึงการตรวจและกักกันผู้ที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันเดียวกันเผยด้วยว่า ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกส่วนตัวของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เปิดเผยกับสำนักข่าวทาสส์และอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซียว่า เขาป่วยและกำลังรับการรักษาในโรงพยาบาล สื่อรัสเซียยืนยันว่าเขาติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปสคอฟวัย 52 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรัสเซียรายที่ 4 ที่ติดโควิด-19 ต่อจากนายกฯ มิคาอิล มิชุสติน, รัฐมนตรีวัฒนธรรม โอลกา ลูย์บีโมวา และวลาดิมีร์ ยาคุสเชฟ รัฐมนตรีการก่อสร้าง แต่เขาเผยกับทาสส์ว่า เขาไม่ได้สัมผัสติดต่อกับปูตินโดยตรงมานานกว่า 1 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำรัสเซียพักอยู่ที่บ้านของเขานอกกรุงมอสโกมานานหลายสัปดาห์ และจัดการประชุมและแถลงข่าวผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล เมื่อวันจันทร์ ปูตินเพิ่งประกาศผ่อนคลายการล็อกดาวน์ทั่วประเทศในวันอังคาร โดยยกเว้นกรุงมอสโกที่ยังล็อกดาวน์ไปถึงสิ้นเดือนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดมิตรี เปสคอฟ, ติดเชื้อไวรัส, รัสเซีย, โควิด-19, โฆษกปูติน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5ebab3dc89c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ติดไวรัสเพิ่ม 1,111 ราย นายกฯสั่งขยายมาตรการถึงมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 1,111 คนเมื่อวันอังคาร ยอดรวมใกล้แตะหลักหมื่นแล้ว นายกฯ ลี เซียนลุง ตัดสินใจขยายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดออกไปถึงต้นเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอพักแรงงานต่างชาติ เอส11 พังโกล ในสิงคโปร์ ที่ถูกแยกกักกันโรค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน เผยว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสิงคโปร์อีก 1,111 คน ยอดสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 9,125 คน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่อาศัยในหอพักแรงงานที่แออัด ซึ่งอาคาร 19 หลังอยู่ภายใต้มาตรการกักกันโรคแล้ว และแรงงานหลายพันคนถูกย้ายไปพักที่อื่นเช่นอพาร์ตเมนต์ว่างเพื่อลดความเสี่ยง ในกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่พบเป็นการแพร่เชื้อในหมู่ชาวสิงคโปร์หรือผู้มีถิ่นพำนักถาวร 20 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 11 คนเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง แถลงทางโทรทัศน์ช่วงเย็นวันเดียวกันว่า รัฐบาลจะขยายเวลาบังคับใช้มาตรการปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น ซึ่งเริ่มใช้เมื่อต้นเดือนนี้ ออกไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน จากเดิมที่จะครบกำหนดวันที่ 4 พฤษภาคม และจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการด้วย ลียอมรับว่าจะมีคนจำนวนมากผิดหวังกับการขยายมาตรการ และภาคธุรกิจและแรงงานจะได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่เขาหวังให้ประชาชนเข้าใจว่า ความเจ็บปวดระยะสั้นนี้เพื่อควบคุมไวรัส ปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ที่จะทำให้สิงคโปร์ได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อินโดนีเซียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 375 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 7,135 คน แต่อินโดนีเซียเพิ่งตรวจเชื้อแค่ราว 46,700 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 26 คน ยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็น 616 คน มากที่สุดในอาเซียน ส่วนฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 140 คน ยอดสะสมเป็น 6,599 คน เสียชีวิตเพิ่ม 9 คน ยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็น 437 คน และมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 57 คน ยอดสะสม 5,482 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 คน รวมเป็น 92 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63868</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส, นายกฯ ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef7c97728d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์หนักสุดอาเซียน ยอดติดโควิดแซงมาเลเซียแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เผยยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มเป็นเกือบ 5,000 รายแล้วเมื่อวันจันทร์ มากสุดในอาเซียนแซงหน้ามาเลเซีย ส่วนอินโดนีเซียเสียชีวิตมากสุด จ่อ 400 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารยืนรักษาการณ์ด้านนอกโบสถ์หลังหนึ่งในกรุงมะนิลา ที่ถูกปิดไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมพิธีอีสเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 ว่า ฟิลิปปินส์มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 18 ราย ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 315 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 284 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 4,932 ราย มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนแทนที่มาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาเลเซีย เจ้าหน้าที่รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 134 ราย จำนวนรวมเพิ่มเป็น 4,817 ราย และมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชาวมุสลิมที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อในประเทศ ส่วนยอดเสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 77 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอินโดนีเซียประกาศว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่มากถึง 316 รายเมื่อวันจันทร์ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 4,557 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 26 ราย ทำให้ยอดสังเวยโควิด-19 ในอินโดนีเซียมีมากถึง 399 ศพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นในอาเซียนข้อมูลยังคงเดิม โดยสิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,532 ราย เสียชีวิต 8 ราย, เวียดนามติดเชื้อ 265 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต, บรูไนติดเชื้อ 436 ราย เสียชีวิต 1 ราย, กัมพูชาติดเชื้อ 122 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต, เมียนมาติดเชื้อ 41 ราย เสียชีวิต 4 ราย และลาวติดเชื้อ 19 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส, ฟิลิปปินส์แซงมาเลเซีย, อาเซียน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e946173158b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
