<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์รัฐประกาศขยับเวลาเปิด-ปิดสาขาลดความเสี่ยงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 เมษายน 2564 &amp;nbsp;เพื่อความต่อเนื่องของการให้บริการสาขาและลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่นั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และธนาคารสมาชิก (ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ธอท.) ) ได้มีมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 สำหรับงานบริการสาขา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ธนาคารอาจพิจารณาปิดสาขาบางแห่งชั่วคราว สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาด ตามประกาศของจังหวัดหรือรัฐบาล ซึ่งลูกค้ายังคงสามารถใช้บริการที่เครื่อง ATM หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ออนไลน์ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาที่ปิดการบริการทางเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปรับเวลาปิดสาขาทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 16 เมษายน 2564 นี้&amp;nbsp;
* สาขาในห้าง / สาขาที่เปิดให้บริการ 7 วัน ปิดไม่เกินเวลา 17.00 น.
* สาขาภายนอก ปิดไม่เกินเวลา 15.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จำกัดช่องให้บริการ และจำกัดจำนวนลูกค้าในสาขา เพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีสาขาใดมีพนักงานหรือลูกค้าติดเชื้อเข้าใช้บริการ&amp;nbsp;
* ให้แต่ละธนาคารปิดเพื่อทำการ Cleaning ฆ่าเชื้อทันที และเปิดทำการเมื่อเสร็จสิ้น
* พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ตรวจเชื้อ / และทำการกักตัวเอง ในที่พักทันที (Self &amp;ndash; Quarantine at Home) ในระยะเวลาตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
* จัดให้มีพนักงานปฏิบัติงานทดแทน ซึ่งเป็นพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องสัมผัสเชื้อ เข้าปฏิบัติหน้าที่แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นการร่วมมือกับภาครัฐ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ด้วย โดยธนาคารจะกลับมาให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ลูกค้า คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อ บสย. สำนักงานเขตต่าง ๆ และศูนย์ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. FA Center) ผ่าน Call Center ที่โทร. 0-2890-9999 ได้ในเวลาทำการตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเลข Call Center และเว็บไซต์ของสมาชิกสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ
- ธอส. โทร. 0-2645-9000 // www.ghbank.or.th
- ธ.ออมสิน โทร. 0-2299-8000 // www.gsb.or.th
- ธ.ก.ส. โทร.0-2555-0555 // www.baac.or.th
- EXIM Bank โทร.0-2271-3700 // www.exim.go.th&amp;nbsp;
- SME Bank โทร. 1357 // www.smebank.co.th
- Ibank โทร.1302 // www.ibank.co.th
- บสย. โทร.0-2890-9999 // www.tcg.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 11.30&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ปรับเวลาให้บริการ, สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, แบงก์รัฐ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077dbe3dd3cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดระลอกใหม่กระทบผู้โดยสารทอท.ทำใจปี67ถึงจะฟื้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ปรับประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยและทั่วโลก โดยได้ปรับประมาณการผู้โดยสารรวมปี 2564 ลงจากประมาณการครั้งก่อน เดือน พฤศจิกายน 2563 จำนวน33.4%และปรับประมาณการปริมาณเที่ยวบินรวมลง 25.0%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ โควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย ทำให้ผู้โดยสารในภาพรวมที่เดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ลดลงอย่างมากจากเดิมก่อนการระบาดระลอกใหม่ พ.ย.63 ที่มีผู้โดยสารภายในประเทศเฉลี่ยประมาณ 127,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงกลางเดือนม.ค.64 ผู้โดยสารลดลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 15,000 คนต่อวัน แม้ว่าในเดือนก.พ.64 ผู้โดยสารเริ่มฟื้นตัวกลับมามีจำนวนประมาณ 37,000 คนต่อวันแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ทอท.คาดว่าจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารจะกลับมามีปริมาณเท่ากับปี62 ก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 67 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) และ S&amp;amp;P Global จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารในภาพรวมที่เดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ลดลงอย่างมีนัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย ทอท.ได้ปรับประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศ ระหว่างปีงบประมาณ 64 - 67 โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 64 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 335,459 เที่ยวบิน ลดลงจากการประมาณการครั้งก่อน เดือนพ.ย.63 25.0 %และน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 62 ก่อนโควิด 62.6 %และมีผู้โดยสารรวม 31.90 ล้านคน ลดลงจากการประมาณการครั้งก่อนพ.ย.63 33.4%และน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 62 ก่อนโควิด 77.5% ปีงบประมาณ 65 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 547,226 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 73.17 ล้านคน ปีงบประมาณ 66 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 824,915 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 128.85 ล้านคน และปีงบประมาณ 67 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 923,925 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 146.40 ล้านคน หรือคาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะกลับสู่ระดับเดียวกับปี 62 ในปี 67 ซึ่งประมาณการดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ IATA และ S&amp;amp;P Global&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ทอท., ปริมาณการจราจรทางอากาศ, สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e1127c03ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธรณ์&#039;ชี้อัดฉีดเงินกระตุ้นท่องเที่ยวแบบเดิมๆไม่ได้ผลแนะหันมาเน้นสุขภาพ-รักธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค.63 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ไม่ได้พูดถึงโควิดมานาน สถานการณ์โลกยังลำบาก ผู้ป่วยรวม 19.1 ล้าน เดิมทีผมคิดว่าคงเกิน 10 แต่ไม่น่าถึง 20 แต่ถึงตอนนี้คงเกินแน่นอน ได้แต่หวังว่าจะไม่ถึง 30 ครับ
ตัวเลขสูงเช่นนี้เพราะหลายประเทศพีคกว้างมาก เช่น ฟิลิปปินส์ เคยคิดว่าน่าจะพีคช่วงพค.-มิย. แต่ตอนนี้กลับสูงกว่าเดิม
อินเดียเป็นอีกประเทศที่เพิ่มขึ้นตลอด จนยังหายอดพีคไม่เจอ ตอนนี้บวกวันละเกิน 5 หมื่น วันนี้บวกเกิน 6 หมื่นเป็นวันแรก (ตอนเขียนบวกเกิน 6.2 หมื่นครับ)
และหากเป็นเหมือนบางประเทศก่อนหน้านี้ ตัวเลขจะเพิ่มยาวเป็นเดือนๆ
อเมริกาเป็นตัวอย่าง บวกเพิ่มวันละเกิน 4 หมื่นมาตั้งแต่ปลายมิถุนายน ผ่านไป 6 สัปดาห์ ยังไม่เคยมีตัวเลขต่ำกว่า 4 หมื่นเลย และผู้ป่วยสะสมคงเกิน 5 ล้านในคืนนี้
สำหรับประเทศที่เคยคล้ายไทย เช่น ออสเตรเลีย เจอเวฟสองเข้าไป แรงกว่าเวฟแรก เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ดูกราฟจะเห็นชัด (ผมใส่ไว้ในคอมเมนต์ เพราะช่วงนี้เฟซถามตลอด โพสต์ไม่ได้จ้ะ)
ลักษณะแบบนี้เลยยิ่งยากบอกว่าจะมีเวฟไหนตามมาอีกหรือเปล่า เพราะต้องเปิดบ้างปิดบ้างสลับกันไปมา
ผลกระทบแบบนี้ทำให้ท่องเที่ยวระหว่างประเทศคงหยุดยาวอีกนาน เดิมทีใครๆ ก็หวังกับไตรมาส 4 แต่ตอนนี้ไม่แน่ครับ หรือถึงเปิดได้ก็คงช่วงสั้นมาก
ดูจากสถานการณ์นี้ ททท.ก็คงเน้นไทยเที่ยวไทยเต็มกำลัง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผลกระทบเศรษฐกิจยิ่งมากขึ้น การส่งออกก็ติดขัดเพราะประเทศคู่ค้าเปิดๆ ปิดๆ
การขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆ เช่น ยอดใช้น้ำมันลดลง 16% ฯลฯ
เพราะนทท.ต่างชาติเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศก.ไทยมาตลอด นั่งรถลงเรือไปมา เข้าร้านอาหารร้านขายของ
สถานการณ์ศก.ไม่แน่นอน ทำให้คนกลัวและอยากเก็บเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน การกระตุ้นเที่ยวไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ผมคิดว่าการกระตุ้นแบบเดิมๆ เช่น อัดฉีดเงินให้คนไปเที่ยว อาจไม่ได้ผลเท่าที่คาด เพราะคนส่วนหนึ่งต้องการเงินเลี้ยงชีพ/งานให้ทำ ไม่ใช่ต้องการเงินไปเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องใช้วิธีนั้นโดยคาดหวังให้น้อยลง เสริมวิธีอื่นๆ เข้าไป โดยต้องมีหลายแบบเพื่อกระตุ้นคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จะเอาแบบทีเดียวบูมคงยาก
การหันมาเน้นเรื่องสุขภาพ/รักธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่ง
หากดูในตปท. มีหลายอย่างที่ทำได้ เช่น ฟิจิ/มัลดีฟส์มีหลายรีสอร์ทที่เปิดแพคเกจให้แขกมาช่วยดูแลปะการัง ฯลฯ
(ไอเดียนี้ผมนำไปใช้ที่พีพี/มัลดีฟส์ มีแขกที่มาพักสนใจมาร่วมตลอดครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกือบทั้งหมดเป็นต่างชาติ สำหรับคนไทยอาจเป็นช่วงเริ่มต้น ยังมีน้อยแต่ควรวางรากฐานไว้)
อุปสรรคสำคัญเท่าที่ตามดูมา คือเรายังยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ แก้ปัญหาแบบเดิมๆ ทั้งที่สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก การเพลย์เซฟแบบยุคก่อนกำลังเริ่มไม่ได้ผล
ไม่ได้จะติเตียนอะไร เพราะทราบดีว่าททท./ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่อยากให้กล้าสักหน่อย ลองวิธีที่หลุดกรอบเดิมบ้าง ผสมผสานไปกับแนวทางเดิม อาจได้ผลมากขึ้น
ในส่วนของภาคเอกชน ตอนนี้กำลังล้า บ้างที่เหลือแรงอยู่ก็พยายามหารายได้สุดตัวในช่วงที่คนยังพอเที่ยวไหว แต่ถ้าสถานการณ์ลากไปอีก 5-6 เดือน คนไทยก็เที่ยวไทยไม่ไหวแล้ว ถึงตอนนั้นก็ใกล้ทางตัน
มันไม่ใช่หมายความว่าควรถอดใจ แต่เขียนเพราะอยากบอกว่าหากต้องการ S-curve เหมือนที่เคยคิดๆ กัน ตอนนี้แหละคือช่วงต้องลงมือ
S ตัวนี้ไม่ใช่จะสร้างรายได้ฉับพลันในตอนนี้ แต่หมายถึง 5-6 เดือนหน้าเรายังพอมีหนทางอยู่ต่อได้
วันนี้เพิ่งให้สัมภาษณ์เด็กๆ รุ่นน้อง ก็พูดเรื่องนี้แหละ new S ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทหรือองค์กรใหญ่
แต่มันยังหมายถึงรายย่อย และหมายถึงส่วนตัวแต่ละคนว่าจะมองช่องทางอย่างไร
จบง่ายๆ ด้วยการราตรีสวัสดิ์ และหวังว่าเพื่อนธรณ์จะลองพิจารณาให้รอบคอบ คิดให้ดี หาข้อมูลให้เยอะ อ่านในสิ่งที่มีประโยชน์และนำมาใช้กับตัวเองได้
สถานการณ์ข้างหน้ามองไปแล้วไม่ง่าย การหาทางออกจากห้องมืด ไม่ใช่การยืนอยู่นิ่งๆ แล้วรอความหวังว่าจะมีคนมาเปิดไฟให้ แต่ต้องค่อยๆ เดินไปข้างหน้า คลำหาบานประตูและเปิดออกไปเองครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ผลกระทบเศรษฐกิจ, มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d474b690de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยไทยติดโควิดเพิ่ม4ราย จากสหรัฐ3 ไต้หวัน1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

27 ก.ค. 63- เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 4 รายในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,295&amp;nbsp; ราย หายป่วยสะสม3,111&amp;nbsp; ราย ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล126 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่จากสหรัฐอเมริกา 3รายและไต้หวัน 1ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1e59a3defee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกพร้อมใจขาขึ้น!&#039;หมอธีระ&#039;เตือนปลดล็อกระยะ6ความเสี่ยงสูงมากจากการชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.ค.63-รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภาพรวมทั่วโลก...ติดเชื้อขาขึ้น 24 กรกฎาคม 2563
วันเดียวติดเพิ่มไปเกือบสามแสนคน...สูงกว่าช่วงมีนาคมถึง 10 เท่า
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 296,664 คน รวมแล้ว 15,619,081 คน การเพิ่มแบบบ้าคลั่งเช่นนี้จะทำให้เพิ่ม 1 ล้านคนภายใน 3 วันนิดๆ เท่านั้น
อเมริกา ติดเพิ่มทำลายสถิติ 79,527 คน รวมแล้ว 4,164,322 คน ที่น่าห่วงคือจำนวนการตายที่เกินพันคนต่อวัน แค่เมื่อวานวันเดียว 1,289 คน
ตัวเลขนี้มีความหมาย...อาจเป็นสัญญาณที่บ่งถึงขีดจำกัดของระบบสุขภาพที่จะรองรับ...และช่วยเตือนประเทศอื่นๆ เช่นกันว่า อัตราการตายที่บางคนบอกว่าน้อยๆ นั้น เพราะจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสมในรพ.ของประเทศยังไม่ถึงจุดวิกฤตินั่นเอง โรคระบาดอย่าง COVID-19 นั้นแพร่ได้เร็ว คุมได้ลำบาก แถมแพร่ได้ตั้งแต่ช่วงที่คนติดเชื้อยังไม่มีอาการ คงต้องระวังให้ดี
นึกถึงบ้านเรา เห็นข่าวแพลมออกมาว่าจะยอมรับได้หากให้คนติดเชื้อ 30-50 คนต่อวัน ถือเป็นความคิดที่ตั้งบนความประมาท และประเมินไวรัสตัวนี้ต่ำเกินไป ระวังให้ดีแล้วกัน
บราซิล ติดเพิ่มเยอะมากเช่นกัน 59,961 คน รวมแล้ว 2,287,475 คน
อินเดีย ติดเพิ่มถึง 48,446 คน รวมแล้ว 1,288,130 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 5,848 คน รวมแล้ว 797,038 คน
กลุ่มประเทศยุโรปก็ติดเพิ่มกันหนักหน่วงขึ้น หลายประเทศยึดหลักพันถึงหลายพันกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศสและสเปนที่อาจบ่งถึงระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น
ส่วนอิหร่าน ปากีสถาน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็หลักพัน และเพิ่มมากกว่าวันก่อนๆ
ในขณะที่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ เพิ่มกันทีละหลายร้อยต่อวัน
จีน เกาหลีใต้ เกาะหลักสิบ โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน
...สรุปว่า ข้อมูลวันนี้ ทั่วโลกพร้อมใจกันเป็นขาขึ้น...
ถ้าให้บอกกับทางรัฐ ท่านนายกรัฐมนตรี ครม. ศบค. และสมช. สักประโยคหนึ่งจะบอกอะไรดี?
หากเป็นผม...ผมจะขอเรียนกระซิบบอกท่านว่า
&amp;quot;ถ้าดูสถานการณ์ตอนนี้ และหากจะปลดล็อคระยะที่ 6 ตามที่แจ้งมาวันก่อน ผมคิดว่าสิ่งที่จำเป็นมากในสังคมไทยตอนนี้คือ การสร้างระบบบริการตรวจคัดกรองโรคในพื้นที่ชุมชนสำหรับประชาชนชาวไทยให้มีจำนวนเพียงพอทุกจังหวัด และเข้าถึงได้ง่าย&amp;quot;
ความเสี่ยงตอนนี้สูงมากๆ จากปัจจัยการเมืองการชุมนุมในประเทศ และจากการอนุญาตให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆ จากต่างประเทศเข้ามา
ถ้าไม่ทำระบบที่เรียนเสนอมาข้างต้นให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ จะจัดการลำบากมาก
สำหรับคนไทย...ยังเน้นย้ำคำแนะนำเดิม เตือนกันให้เบื่อไปข้างนึง แต่อยากขอให้พวกเรามีสติเสมอในการดำเนินชีวิตประจำวัน
#ใส่หน้ากากเสมอ
#ล้างมืือบ่อยๆ
#อยู่ห่างคนอื่นๆหนึ่งเมตร
#พูดน้อยลงเลี่ยงการตะโกน
#พบปะคนน้อยลงสั้นลง
#เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร
#คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว
#หากไม่สบายให้รีบไปตรวจรักษา
ผมคิดว่า...ใกล้มากแล้วครับ...แต่ถ้าเราไม่ประมาท เราจะยันมันไว้ให้ไม่วิกฤติได้ ขึ้นอยู่กับมือพวกเราทุกคน
ประเทศไทยต้องทำได้
ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72359</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ม็อบนักศึกษา, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่5รายกลับจากประเทศซาอุ ไร้ผู้ติดเชื้อในประเทศ25วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 &amp;ndash; ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงแถลงสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 &amp;nbsp;พบ ผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย จากสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชายไทย กลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย &amp;nbsp;ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศ และไม่มีผู้เสียชีวิต หายป่วยแล้ว 3,008 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,146 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย 5 ถือว่าเป็นอีรกวันที้ไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกันรวม 25 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec42b3715d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิดใหม่4รายกลับมาจากอินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.&amp;nbsp; แถลงสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19&amp;nbsp; ในประเทศไทย ประจำวันที่12มิ.ย.2563 พบว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย&amp;nbsp; จากสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้(กลับมาจากประเทศอินเดีย)&amp;nbsp; หายป่วยแล้ว 2,987 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,129 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิตสะสม 58 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, นพ.ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.).</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee3114297add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
