<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรแพทย์ไทย ติดเชื้อไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขเผย บุคลากรทางการแพทย์ของไทยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หลังดูแลผู้ป่วยโดยไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฏิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลอาจไม่เข้มแข็ง เตรียมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ประชุมแพทย์ และ รพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;17 ก.พ.นี้ กำชับป้องกันเคร่งครัด ผงะ! ซูเปอร์โพลเผยประชาชนส่วนใหญ่กลัวปัญหาปากท้องมากกว่าโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า สาระสำคัญคือผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ได้กลับบ้านอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอายุ 56 ปี ทำให้ยอดกลับบ้านมีจำนวน 14 ราย แต่ล่าสุดได้พบผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อรายใหม่ เป็นหญิงไทยอายุ &amp;nbsp;35 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ปวยที่รักษาตัวโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส และผู้ป่วยรายใหม่นี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่เข้าข่ายติดตามเฝ้าระวัง ซึ่งเกิดอาการมีไข้ เลยนำตัวไว้ห้องแยกโรคตรวจหาเชื้อ ผลออกมาเป็นบวกจึงรับไว้รักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ติดเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยรายใหม่นี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้สัมผัสผู้ป่วย ซึ่งปกติมีความเสี่ยงมากกว่าประชาชนทั่วไป ซึ่ง สธ.ได้มีการติดตามตรวจบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ อีก &amp;nbsp;24 ราย แต่ไม่พบเชื้อ ไม่มีอาการป่วย ประกอบกับผู้ป่วยรายใหม่ อาศัยอยู่ลำพังคนเดียว จึงไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเจอผู้ป่วยรายหนึ่งจะมีการสำรวจ การสัมผัสคนรอบช้าง และจะถูกนำมาแยก และติดตามผล ผู้ป่วยรายนี้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีผู้ใกล้ชิด 24 ราย ซึ่งการตรวจและติดตาม ไม่พบผิดปกติ แต่เราจะติดตาม 14 วัน และเมื่อเราสอบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าผู้ป่วยรายใหม่ ไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฏิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อใน รพ.อาจไม่เข้มแข็ง และนี่อาจเป็นการป้องกันรายบุคคลที่ไม่ดีพอ สังเกตได้จากอีก 24 คนไม่เป็นไร แต่คนนี้อาจได้รับเชื้อทางใดทางหนึ่ง จึงขอให้แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงระมัดระวังป้องกัน &amp;nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับ จะมีหนังสือสั่งการสถานพยาบาลรัฐเอกชน อบรมเข้ม จัดร่วมกัน ชมรมโรคติดเชื้่อโรงพยาบาลในประเทศไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า การติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์เกิดขึ้นแล้วกับประเทศจีน จากรายงานคณะกรรมการสุขภาพจีนเมื่อวันที่ 14 ก.พ. พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาดไวรัสโคโรนา 19 จนถึงวันที่ &amp;nbsp;11 ก.พ. จีนมีบุคลากรทางการแพทย์ 1,716 รายที่ติดเชื้อ คิดเป็น 3.8 % ของผู้ติดเชื้่อทั้งหมดของจีน และมีบุคลากรแพทย์เสียชีวิต 6 ราย คิดเป็น 0.4% &amp;nbsp;ของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตของจีน ดังนั้น สธ. กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ชมรมป้องกันผู้ติดเชื้อ รพ.ในประเทศ จึงเน้นให้ รพ.ดำเนินมาตรการป้องกันผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และขอให้บุคลากรทุกระดับและทุกสถานพยาบาลที่ดูแลป่วยไวรัสโคโรนา 19 ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดูแลตนเองที่เหมาะสม รวมถึง รพ.เองก็ต้องมีอุปกรณ์และระบบป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสม และทบทวนระบบป้องกันอย่างสม่ำเสมอ สธ.จะมีการอบรมการป้องกันติดเชื้่ออีกครั้งในวันที่ &amp;nbsp;17 ก.พ. โดยเน้นสถานพยาบาลที่มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ดำเนินการป้องกันอย่างเคร่งครัด ตลอดจนสถานพยาบาลทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ก็ต้องดำเนินมาตรการเคร่งครัดด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
วิดีโอคอนเฟอเรนซ์จันทร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ และโฆษกของ สธ. กล่าวว่า หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทาง สธ.จะมีการทำวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ประชุมแพทย์และ รพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;17 ก.พ.นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่สุดของบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เชื้อโรค และเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ การทำงาน ซึ่งขณะนี้เรามีกำลังคนทางการแพทย์ 2 แสนทั้งประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับเวรเปลขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค และการยกระดับรับมือกับ ของ สธ.ต้องทำงานล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในการเปลี่ยนระยะของโรค เพื่อที่เราจะได้ก้าวหน้ารับมือได้ ดังนั้น ขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของ สธ.เห็นว่าการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เหมือนกองทัพต่อสู้เชื้อโรค จึงได้เสนอให้มีการตั้งงบกลางตอบแทนทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานล่วงเวลาขณะนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยยังรายงานความคืบหน้าผู้ป่วยหนัก 2 ราย ที่นำพลาสมาของแท็กซี่ที่ติดเชื้อและหายแล้ว ซึ่งถือว่ามีภูมิต้านทานโรคมาใช้กับผู้ป่วยหนัก 2 รายดังกล่าว ว่าจีนก็นำวิธีการนี้มาใช้ และอยู่ในกระบวนการรักษาไปศึกษาไป โดยผู้ป่วย 2 รายนี้เราได้ร่วมกับสภากาชาดไทยเอาพลาสมาคนที่หายแล้วไปรักษา พบว่าไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นชัดเจน อาจจะมาจากเหตุผลว่าพลาสมาที่นำมาใช้ยังไม่รู้ภูมิคุ้มกันอยู่มากน้อยแค่ไหน และการใช้พลาสมา ที่เคยติดเชื้อ ยังไม่เคยมีรายงานผลการรักษามาก่อน แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดผู้ป่วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้จึงได้นำเครื่องเอ็กโมหรือปอดเทียมมาใช้กับผู้ป่วยอาการหนัก เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยมีเวลาฟื้นตัวรักษาตัวเอง ขณะเดียวกันเราก็ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้มีการนำเข้ายาหลายตัวที่มีการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบ้านเรา สั่งนำเข้ามาใช้รักษาผู้ป่วย ในรายที่มีอาการหนัก ยาจะมาถึงได้วันนี้ ยาดังกล่าวเป็นกลุ่มต้านไวรัส &amp;nbsp;รักษาฟลาวิราเวียร์ หรือเป็นยาที่ใช้การรักษาระดับที่สอง หลังจากใช้ยารักษาอาการระดับแรกแล้วไม่ได้ผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ถึงวันที่ 15 ก.พ. เวลา 08.00 น. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 804 ราย คัดกรองจากสนามบิน 54 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 750 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว และอยู่ระหว่างติดตามอาการ 685 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 119 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ทั่วโลกใน 27 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 67,100 ราย เสียชีวิต 1,526 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 66,492 ราย เสียชีวิต 1,523 ราย
คัดกรองสะสม 393,788 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเรือเวสเตอร์ดัม เมื่อวานนี้ได้เดินทางเข้าประเทศมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด 9 ราย เป็นชาวต่างชาติ 8 ราย คนไทย 1 ราย ตรวจคัดกรองไม่มีไข้ ชาวต่างชาติเดินทางกลับประเทศ ส่วนคนไทยดูแลติดตามเฝ้าระวังตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 3-23 มกราคม 2563 ได้เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563 ขยายเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงราย และตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2563-14 กุมภาพันธ์ 2563 คัดกรองเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศจีน สะสมทั้งสิ้น 799 เที่ยวบิน รวมคัดกรองผู้เดินทางและลูกเรือสะสม 64,357 ราย ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ได้คัดกรองพื้นที่ ณ ท่าเรือ 5 แห่ง (กรุงเทพมหานคร ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือภูเก็ต และท่าเรือสมุย) มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสมรวม 44,200 ราย และด่านพรมแดนทางบก มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสม 393,788 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง การควบคุมโรคโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,302 ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปัญหาสุขภาพของตนเองหรือคนใกล้ชิดที่ติดต่อจากไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 พบว่า เพียงร้อยละ 1.9 เท่านั้นที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 รองลงมาหรือร้อยละ 30.7 ระบุไม่เกี่ยวข้องกัน และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.4 ระบุยังไม่มีปัญหาสุขภาพอะไรที่น่ากลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาโรคระบาด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.2 ระบุรัฐบาลใส่ใจมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือร้อยละ 25.2 ระบุปานกลาง ในขณะที่ร้อยละ 3.6 ระบุใส่ใจน้อยถึงไม่ใส่ใจเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.9 พอใจมากถึงมากที่สุดต่อหน่วยงานต่างๆ ในการควบคุมโรคระบาด ในขณะที่ร้อยละ 21.7 พอใจปานกลาง และร้อยละ 9.4 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย
กลัวปัญหาปากท้องมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 กลัวปัญหาปากท้อง กลัวไม่มีจะกิน หากินขัดสน มากกว่ากลัวปัญหาโรคระบาด โคโรนา (โควิด-19) ในขณะที่ร้อยละ 22.6 กลัวโรคระบาด โคโรนา (โควิด-19) มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า การตื่นตัวดูแลสุขภาพแต่ไม่ตื่นตระหนกเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าตื่นตระหนกเกินเหตุเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าโรคระบาด เพราะอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวง และอาจจะซ้ำเติมความเสียหาย ความเดือดร้อนของประชาชนด้านอื่นๆ ได้ ในเวลานี้ที่ควรเน้นในการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ต่อสาธารณชนมีเพียง 3 อย่างที่ควรสื่อสารกับประชาชนต่อเนื่องคือ 1.หมั่นล้างมือ ไม่เอามือลูบหน้าปะจมูก อาบน้ำเมื่อกลับถึงบ้าน ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่มีคนหนาแน่น 2.ถ้ารู้สึกตัวไม่สบายควรรีบรักษาหาหมอตามปกติ และ 3. หน่วยงานต่างๆ ตื่นตัวยกระดับควบคุมโรคเหมือนที่กำลังทำอยู่ได้สร้างความพอใจให้กับประชาชนแล้วจึงจะไม่ส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาปากท้องและการทำมาหากินขัดสนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนนท์ กลินทะ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และล่าสุดหลายประเทศได้แนะนำให้ประชาชนลดการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ โดยไม่จำเป็น ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางและปริมาณการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของผู้โดยสาร ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-โซล จากเดิมทำการบิน 5 เที่ยวบินต่อวัน ปรับเปลี่ยนเป็นทำการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-28 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-ปูซาน ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 และวันที่ 5-6 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ จากเดิมทำการบิน 5 เที่ยวบินต่อวัน ปรับเปลี่ยนเป็นทำการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์-27 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของตารางการบินที่ปรับปรุงใหม่ รายละเอียดเที่ยวบินที่ทำการบินและเที่ยวบินที่ปรับลดได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร.0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57285</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, บุคลากรแพทย์ไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ใส่หน้ากาก, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e47fa4192db4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอราชวิถี&#039;เจ๋งใช้ยาต้านเอชไอวี-ไข้ไหวัดใหญ่ช่วยผู้ติดเชื้อโคโรนาดีขึ้นใน48ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.63-นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019 ว่า สามารถคิดค้นวิธีการรักษาผู้ป่วยติดไวรัสโคโรนาที่มีอาการรุนแรงอาการดีขี้นใน 48 ชั่วโมง ผลแล็บเป็นลบโดยใช้ยาที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรมเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวีหรือยาต้านไวรัสเอดส์ควบคู่กับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผลสำเร็จในการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ และยาต้านไวรัสเอดส์ กำจัดไวรัสโคโรนาจากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจและอาการดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง &amp;nbsp;ถือเป็นความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 เป็นหญิงชาวจีนมาจากเมืองอู่ฮั่นอายุ71 ปีที่เข้ารับการรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลหัวหินและส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีเมื่อวันที่29 ม.ค.63 แพทย์พบว่ามีอาการรุนแรงจึงตัดสินใจใช้ยาOseltamivir ที่เป็นยาต้านไวรัสหวัดที่เคยใช้รักษาโรคเมอร์สโดยใช้ร่วมกับยาLopinavir และRitonavia ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอดส์จนผู้ป่วยรายนี้อาการดีขึ้นผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นลบภายใน48 ชั่วโมงถือเป็นความสำเร็จของแพทย์ไทยที่สามารถคิดค้นตัวยานี้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อได้สำเร็วได้รายงานไปยังนิตยสารทางการแพทย์ของโลกเพื่อบันทึกความสำเร็จและจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาผู้ป่วยต่อไปซึ่งยาทั้ง2 กลุ่ม3 ชนิดนี้ใช้ได้ผลกับผู้ป่วยที่มีอารการรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช, ยาต้านไวรัสเอชไอวี, รพ.ราชวิถี, รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e368d06586b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เข้าทำเนียบฯทำงานปกติหลังลาป่วยไข้หวัดลุยถกครม.เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31ม.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลแล้วตั้งแต่ในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดเล็กน้อย จึงต้องงดภารกิจและไม่ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล จนทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ จนพล.อ.ประยุทธ์ต้องออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวยืนยันว่ามีอาการไข้หวัดเล็กน้อยเท่านั้นและต้องหยุดพักผ่อนตามคำสั่งแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2563 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกเลิกภารกิจที่จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถาบันบำราศนราดูร แต่จะทำงานอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้าตลอดทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนเป็นประธานประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า วันนี้ต้องคุยถึงเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชี้แจงและการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เนื่องจากฝ่ายค้านจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นเราทำอะไรไว้บ้าง และเชื่อว่าทุกคนจะเตรียมข้อมูลได้ โดยเราต้องการให้เขาทราบว่าเราได้ทำอะไร&amp;nbsp; และเรื่องที่อยากให้เตรียมไว้ด้วยคือ มาตรการทางด้านเศรษฐกิจและในเรื่องของการค้าการลงทุน ทั้ง 2 เรื่องนี้ใช้เป็นข้อมูลในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะได้ชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจครั้งนี้ นายสมคิด จตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยรายงานข่าวแจ้งว่านายสมคิดได้ลาป่วย แต่ไม่ได้แจ้งว่าเป็นอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กคณะทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ภาพพล.อ.ประยุทธ์กำลังประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจบนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;นายกฯ เป็นประธานการประชุม ครม.เศรษฐกิจ หารือมาตรการต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ กรณีไวรัสโคโรนา&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เศรษฐกิจ, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33a917b86a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์รับมิือ&quot;โคโรนา&quot;ในพิพิธภัณฑ์-อุทยานฯ ปวศ.ทั่วประเทศ     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;วันที่ 30 ม.ค.นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงได้ดำเนินมาตรการรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาอย่างเร่งด่วน โดยให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาให้แก่ผู้เข้าชมและผู้รับบริการ ซึ่งหน่วยงานได้ดำเนินการติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณประตูทางเข้า - ออก บริเวณห้องน้ำ และตามจุดต่าง ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ที่จับประตู ราวบันได และเคาน์เตอร์ให้บริการ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และลดอัตราเสี่ยงการติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ได้ให้หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรายงานมาตรการรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจะได้สรุปผลการดำเนินงานรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32c16788f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์รับมือ&quot;โคโรนา&quot; ในพิพิธภัณฑ์-อุทยานฯประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;เมื่อวันที่ 27 ม.ค. - นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-8.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงได้ดำเนินมาตรการรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาอย่างเร่งด่วน โดยให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาให้แก่ผู้เข้าชมและผู้รับบริการ ซึ่งหน่วยงานได้ดำเนินการติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณประตูทางเข้า - ออก บริเวณห้องน้ำ และตามจุดต่าง ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ที่จับประตู ราวบันได และเคาน์เตอร์ให้บริการ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และลดอัตราเสี่ยงการติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ได้ให้หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรายงานมาตรการรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจะได้สรุปผลการดำเนินงานรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, พิพิธภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32c16788f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสาธารณสุขเผยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มอีก 6 ราย เป็นชาวจีนทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค. 63- นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;แถลงข่าวถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ขณะนี้ยังคงยืนยันว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จำนวน 8 ราย ซึ่งอาการหายดีอนุญาตกลับบ้านได้ 5 ราย เหลืออีก 3 รายรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล &amp;nbsp;ล่าสุดพบผู้ป่วยใหม่ 6 ราย ผลตรวจ 2 ครั้งพบเชื้อไวรัส แต่ยังต้องยืนยืนอีกครั้ง ซึ่งได้อยู่ห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว โดย 6 ราย แบ่งเป็น 5 รายมาจากหัวเป่ย ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่ลูก และญาติ และมาจากฉงชิ่งอีก 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สธ.ยังคัดกรองรายที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจำนวน 136 ราย คัดกรองจากสนามบิน 29 ราย มาโรงพยาบาลเอง 107 ราย และกลับบ้านแล้ว 55 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุมกล่าวว่านายกฯ เน้นให้ดูแลสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ และให้ทำงานบูรณาการร่วมกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่มาช่วยดูแลกันทั้งหมด ทั้งท่านอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และยังได้รับความร่วมมือกับทหาร ตำรวจ และตอนนี้ยังเน้นการดูแลโดยจิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นมอบให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) ประสานกับจังหวัดดูแลสถานที่ บ้านพักพี่น้องประชาชน และแหล่งชุมชนต่างๆ รวมไปถึงผู้ให้บริการคนขับรถสาธารณะ ขับรถแท็กซี่ รวมถึงการบริการนวดผ่อนคลาย ซึ่งหากพบว่าคนจีนที่มาใช้บริการมีอาการผิดปกติต้องรีบให้คำแนะนำ หรือติดต่อมายังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โทรสายด่วน 1422 อีกทั้ง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังพัฒนาห้องปฏิบัติการทั่วประเทศในการทำ Real-time PCR ให้ผลภายใน 3 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55693</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 คน, ชาวจีน, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, ปลัดสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf7c75ee1ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานฑูตเตือนคนไทยในจีนเลี่ยงสถานที่แออัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง รายงาน เรื่อง การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า คณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ม.ค. เวลา&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;น. ทั่วทั้งประเทศจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;830&amp;nbsp;ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก&amp;nbsp;177&amp;nbsp;ราย เสียชีวิต&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ราย

นอกจากนี้ยังมี&amp;nbsp;9,507&amp;nbsp;รายที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้เข้ารับการสังเกตอาการแล้ว ผลปรากฏว่ามีผู้ไม่ได้ติดเชื้อไวรัส จำนวน&amp;nbsp;1,087&amp;nbsp;ราย และมีบุคคลที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบและเฝ้าสังเกตอาการจำนวน&amp;nbsp;8,420&amp;nbsp;ราย

เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ม.ค. เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. รัฐบาลจีนได้ประกาศระงับระบบคมนาคมสาธารณะที่จะออกจากนครอู่ฮั่น ได้แก่ เครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร และเรือ รวมถึงปิดทางหลวงระหว่างเมือง และขอความร่วมมือไม่ให้ประชาชนเดินทางออกจากนครอู่ฮั่นหากไม่มีความจำเป็น

สถานเอกอัรราชฑูตฯ จึงขอแจ้ง ดังนี้ 1.ขอให้ชาวไทยในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในนครอู่ฮั้นและพื้นที่ใกล้เคียงติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานทาการของจีนอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือสถานที่ที่มีมลภาวะเป็นพิษ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รักษาร่างกายให้อบอุ่นเสมอ และหากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจติดขัด ขอให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการโดยทันที

2.ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่ออย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งชาติ&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีนที่&amp;nbsp;http://www.nhc.gov.cn/wjw/index.shtml

3.ขอให้ชาวไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในนครอู่ฮั่นหรือมณฑลหูเป่ยในขณะนี้ โปรดลงทะเบียนแจ้งชื่อและข้อมูลการติดต่อผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;http://thaiconsulpek.mikecrm.com/UP1YCSG&amp;nbsp;เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถติดต่อหรือแจ้งข้อมูลข่าวสารในกรณีเกิดสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน

4.กรณีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;157-2731-2531&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55496</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปักกิ่ง, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, สถานฑูตไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d14d910cd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
