<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุมรัฐมนตรีจี7ผวา ผู้แทนจากอินเดียติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดียอดเข้าร่วมประชุมจี 7 ที่กรุงลอนดอนแบบเผชิญหน้ากับรัฐมนตรีคนอื่นๆ ในวันพุธ หลังจากสมาชิกในคณะของเขา 2 คนถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ทั้งคณะต้องแยกกักตัว ขณะที่การประชุมเดินหน้าต่อตามกำหนดด้วยความระแวดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศภายในห้องประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจี 7 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม (Photo by Stefan Rousseau-WPA Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษกำลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มจี 7 นาน 3 วันที่กรุงลอนดอน โดยหวังว่าวงประชุมจี 7 ที่จัดครั้งแรกในรอบ 2 ปี จะเป็นโอกาสเริ่มต้นใหม่ของการทูตแบบพบกันตัวต่อตัว และเปิดช่องสำหรับโลกตะวันตกแสดงให้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการต่อกรกับภัยคุกคามจากจีนและรัสเซีย การประชุมครั้งนี้เป็นการโหมโรงก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำในเดือนมิถุนายน ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธว่า คณะผู้แทนของอินเดีย นำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ สุพรหมณยัม ชัยศังกระ มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมในฐานะแขกรับเชิญช่วงค่ำวันอังคารและตลอดทั้งวันพุธ แต่เขาเปิดเผยทางทวิตเตอร์เมื่อวันพุธว่า เขารู้ตัวเมื่อค่ำวันอังคารว่าอาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด และเพื่อป้องกันไว้ก่อน เขาจึงตัดสินใจร่วมการประชุมแบบทางไกลระหว่างแยกตัวกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของอังกฤษรายหนึ่งยืนยันว่า ผลตรวจเชื้อสมาชิกในคณะของอินเดีย 2 คนติดโควิด และทั้งคณะแยกกักกันโรค ซึ่งตามกฎของอังกฤษกำหนดไว้ 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะของอินเดียยังไม่ได้เข้าร่วมสถานที่จัดการประชุมหลัก การประชุมในวันพุธจึงจัดตามแผนเดิม ภาพจากที่ประชุมเมื่อวันอังคารนั้นเผยสภาพภายในที่รัฐมนตรีนั่งห่างกันโดยมีฉากพลาสติกกั้น และการถ่ายภาพหมู่นั้นรัฐมนตรีต้องอยู่ห่างกัน 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีภาพที่ชัยศังกระพบปะกับพริตี พาเทล รัฐมนตรีอังกฤษเชื้อสายอินเดียเมื่อวันอังคารด้วย ทั้งคู่สวมหน้ากากอนามัย โดยพาเทลไม่ต้องแยกกักกันโรคเพราะการประชุมจัดภายใต้กฎข้อบังคับอยู่แล้ว นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ รัฐมนตรีอินเดียได้พบปะนอกรอบกับแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐแบบตัวต่อตัวด้วย ทั้งคู่สวมหน้ากากอนามัย แต่บลิงเคนได้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดโควิด-19, ประชุมจี 7, รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย, สุพรหมณยัม ชัยศังกระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092b2b2312ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกษัตริย์เนปาลติดโควิดหลังร่วมเทศกาลกุมภเมลาที่อินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กษัตริย์องค์สุดท้ายของเนปาลและชายาติดเชื้อโควิด-19 ภายหลังเดินทางกลับจากร่วมเทศกาลกุมภเมลาของชาวฮินดูที่อินเดีย ซึ่งมีผู้แสวงบุญเข้าร่วมหลายล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีคยาเนนทรา พีร พิกรม ชาห์ (กลาง) พร้อมชายา ขณะมาเยือนวิหารทองคำในเมืองอมฤตสาร์ของอินเดีย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 (Photo by Sameer Sehgal/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 21 เมษายน กล่าวว่า อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีคยาเนนทรา พีร พิกรม ชาห์ อายุ &amp;nbsp;73 ปี และอดีตราชินี โกมาล รัชยา ลักษมี เทวี ชาห์ อายุ 70 ปี เดินทางกลับมาถึงกรุงกาฐมาณฑุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากไปร่วมเทศกาลฉลองกุมภเมลาที่อินเดียนาน 1 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พานี ราช ปาตัก เลขานุการของคยาเนนทรา ยืนยันเมื่อค่ำวันอังคารว่า ทั้งสองติดเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด-19 และกำลังกักกันโรคอยู่ที่นิรมาลนิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศกาลอาบน้ำในแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูที่จัดมานับแต่เดือนมกราคม มีผู้แสวงบุญชาวฮินดูเข้าร่วมเทศกาลนี้แล้วถึง 25 ล้านคน โดยมีแรงกดดันมากขึ้นให้ยุติเทศกาลนี้ เนื่องจากขณะนี้อินเดียกำลังเผชิญคลื่นการระบาดลูกที่ 2 ที่รุนแรงกว่าครั้งแรก และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกินวันละ 200,000 คนติดต่อกันหลายวัน โดยสร้างสถิติใหม่ในวันพุธด้วยยอดผู้ติดเชื้อเกือบ 300,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนเตือนว่า เทศกาลนี้อาจกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ &amp;quot;ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;quot; เพราะผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ให้รักษาระยะห่างสังคมเมื่อเดินทางกลับถึงเมืองและหมู่บ้านของตนทั่วอินเดียและในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โหรชาวฮินดูรายหนึ่งเสียชีวิตเพราะไวรัสโควิดนี้หลังจากเข้าร่วมเทศกาล และมีผู้เข้าร่วมติดเชื้อแล้วนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คยาเนนทราเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของเนปาล ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2544 หลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีพิเรนทรา พีร พิกรม ชาห์ ซึ่งเป็นพระเชษฐา โดนพระราชโอรสปลงพระชนม์หมู่พร้อมกับสมาชิกในราชวงศ์เกือบทั้งหมด แต่พระองค์ครองราชย์ได้เพียง 7 ปี ก็โดนรัฐสภาลงมติเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่อายุเก่าแก่ถึง 240 ปี แล้วเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบกึ่งสาธารณรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดโควิด-19, สมเด็จพระราชาธิบดีคยาเนนทรา พีร พิกรม ชาห์, อดีตกษัตริย์เนปาล, เทศกาลกุมภเมลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_608035ef43ef5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.อาร์เจนตินาติดไวรัสโควิด-19 แม้เคยฉีดวัคซีนสปุตนิก5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ ซึ่งเคยฉีดวัคซีนสปุตนิก 5 ครบ 2 โดส เมื่อต้นปีนี้ ประกาศว่าเขาติดไวรัสโควิด-19 แต่มีอาการเพียงเล็กน้อย ด้านสถาบันที่พัฒนาวัคซีนของรัสเซียระบุ สปุตนิก 5 ช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้นและไม่มีอาการรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ แถลงเปิดการประชุมสภาคองเกรสอาร์เจนตินาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 (Photo by Natacha Pisarenko - Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเฟร์นันเดซ ซึ่งอายุครบ 62 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประกาศข่าวว่า เขารับการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาและได้ผลออกมาเป็นบวก หลังจากเขาพบว่าตนเองมีไข้สูง 37.3 องศา และปวดศีรษะเล็กน้อย ต่อมาผลตรวจพีซีอาร์ยืนยันว่าเขาติดเชื้อโควิด-19 จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นันเดซกล่าวว่า เขาได้แยกกักตนเองแล้วก่อนหน้านี้เพื่อป้องกันไว้ก่อน ร่างกายของเขายังแข็งแรงดี และกำลังใจก็ดีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิทยุ 750 อ้างคำกล่าวของเฟร์นันเดซเมื่อวันเสาร์ว่า เขาไม่รู้ว่าติดเชื้อได้อย่างไร เขาเป็นคนที่ดูแลร่างกายอย่างดี และถ้าไม่ใช่เพราะวัคซีน เขาอาจจะเจอกับช่วงเวลาที่แย่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์โดยเฟเดริโก ซาเบดรา แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดี กล่าวว่า ผลการตรวจวินิจฉัยยืนยันว่าประธานาธิบดีติดเชื้อโควิด-19 สภาพการณ์ทางคลินิกไม่รุนแรงส่วนใหญ่เป็นเพราะการปกป้อง
จากวัคซีนที่ได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทำเนียบประธานาธิบดีว่า เฟร์นันเดซได้รับการฉีดวัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซีย โดยเขาฉีดเข็มที่ 2 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถาบันกามาเลยาของรัสเซียที่พัฒนาวัคซีนชนิดนี้ ออกแถลงการณ์ถึงประธานาธิบดีเฟร์นันเดซ ว่าสปุตนิกมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ 91.6% และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสขั้นรุนแรงถึง 100% &amp;quot;การฉีดวัคซีนทำให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีอาการรุนแรง&amp;quot; สถาบันนี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศลาตินอเมริกาที่มีประชากร 45 ล้านคนแห่งนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสมมากกว่า 2.3 ล้านคน เสียชีวิตแล้วมากกว่า 56,000 คน ถึงวันเสาร์มีคนได้รับวัคซีนแล้วมากกว่า 4.1 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98258</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนสปุตนิก 5, ติดโควิด-19, ประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ, ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069456a0974a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ร้อยเอกทอม&#039;ฮีโร่เดินระดมทุนวัย100ปี ติดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ร้อยเอกทอม มัวร์ วัย 100 ปี ที่เกาะวอล์กเกอร์เดินรอบสวนหลังบ้านระดมทุนได้กว่า 1,300 ล้านบาท ให้ระบบสุขภาพแห่งชาติอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว ติดเชื้อโควิด-19 ถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ร้อยเอกทอม มัวร์ พร้อมฮันนาห์ อินแกรม-มัวร์ ลูกสาว และหลานๆ ที่บ้านในเมืองมาร์สตันมอร์เทน หลังจากเดินครบ 100 รอบสนามสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563&amp;nbsp; (Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยเอกทอม มัวร์ ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวอังกฤษวัย 100 ปี เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจช่วงที่อังกฤษล็อกดาวน์เพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว โดยเดินรอบสนามหลังบ้านของเขาด้วยวอล์กเกอร์ครบ 100 รอบก่อนวันเกิดครบ 100 ปี เมื่อวันที่ 30 เมษายนปีที่แล้ว เพื่อระดมทุนให้กับระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) ใช้ต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนแรกนั้นเขาตั้งใจว่าจะระดมทุนให้ได้ถึง 1,000 ปอนด์ หรือราว 41,150 บาท แต่เรื่องราวของเขาได้รับความสนใจไปทั่วอังกฤษ จนระดมทุนได้ถึง 33 ล้านปอนด์ หรือราว 1,358 ล้านบาท หลังจากนั้นร่วมร้องเพลง &amp;quot;You&amp;#39;ll Never Walk Alone&amp;quot; ซึ่งเป็นเพลงที่ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตเพลงอังกฤษ และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงประดับยศอัศวินให้เขาเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮันนาห์ อินแกรม-มัวร์ ลูกสาวของร้อยเอกทอมเขียนทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคมว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณพ่อได้รับการรักษาเนื่องจากป่วยเป็นโรคปอดบวม และสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลตรวจโควิด-19 ของพ่อออกมาเป็นบวก ที่ผ่านมาคุณพ่อรักษาตัวอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งวันนี้ (31 มกราคม) คุณพ่อมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือพิเศษในการหายใจ จึงต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลโดยอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วย ไม่ได้อยู่ห้องไอซียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัวร์เข้ารักษาที่โรงพยาบาลในมณฑลเบดฟอร์ด ภาคกลางของอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่าตัวแทนของครอบครัวมัวร์เผยว่า เขายังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากอาการโรคปอดบวมของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษทวีตเมื่อวันอาทิตย์ว่า คุณสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั้งชาติ และขณะนี้เราทุกคนต่างอธิษฐานให้คุณหายป่วยในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า หนังสือพิมพ์เดอะซันพาดหัวว่า &amp;quot;ภาวนาเพื่อทอม&amp;quot; และหนังสือพิมพ์อังกฤษฉบับอื่นต่างลงเรื่องและภาพของกัปตันทอม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัปตันทอม, ติดโควิด-19, ร้อยเอกทอม มัวร์, ฮีโร่ระดมทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99b0e262613.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีโลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโกติดไวรัสโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตัวเขาติดไวรัสโคโรนาโรคโควิด-19 แต่มีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำฝ่ายซ้ายของเม็กซิโกวัย 67 ปีประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม ว่าเขาติดไวรัสนี้ แต่มีอาการเพียงเล็กน้อย และกำลังรับการรักษา เขามองในแง่ดีว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลเปซ โอบราดอร์ เป็นผู้นำประเทศคนล่าสุดที่ติดเชื้อไวรัสนี้ ซึ่งคร่าชีวิตชาวโลกแล้วมากกว่า 2.12 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 99 ล้านคน ผู้นำที่ติดเชื้อและล้มป่วยเป็นโรคนี้และรักษาหายแล้วมีอาทิ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล และนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เม็กซิโกมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 1.76 ล้านคนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 150,000 คน มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ, บราซิล และอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลเปซ โอบราดอร์ โดนวิจารณ์ว่าประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ช้าเกินไปในช่วงเริ่มต้นของการระบาด และตัวเขายังคงจัดการชุมนุมปราศรัยตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาไปเยือนรัฐซันลูอิสโปโตซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเขามักจับมือทักทายหรือกอดผู้สนับสนุน และแทบไม่เคยสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ รวมถึงในการแถลงข่าวประจำวัน ซึ่งเขาบอกว่าจะมอบหมายให้โอลกา ซันเชซ รัฐมนตรีมหาดไทย ทำหน้าที่แทนในสัปดาห์นี้ระหว่างที่เขาพักรักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเคยหัวใจล้มเหลวเมื่อปี 2556 และเคยผ่าตัดขยายหลอดเลือด เขายังเป็นโรคความดันโลหิตสูง ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำประชานิยมฝ่ายซ้ายยังบอกด้วยว่า เขาจะโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในวันจันทร์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เม็กซิโกจะซื้อวัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้เริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 โดยใช้วัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค นอกจากนี้เม็กซิโกยังอนุมัติการใช้งานวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า-ออกซ์ฟอร์ดแล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนกลุ่มแรกๆ คือผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขด่านหน้า โดยโลเปซ โอบราดอร์ เคยกล่าวไว้ว่า ตัวเขาจะรอจนถึงเดือนมีนาคม ที่่รัฐจะเริ่มฉีดวัคซีนแก่ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90948</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดโควิด-19, ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, ประธานาธิบดีเม็กซิโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e77d0b1e8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ชี้แจงไม่มีเจตนาปกปิดกรณีพนักงานขับรถติด COVID-19 เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63-นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ออก เอกสารข่าวชี้แจงเพิ่มเติม กรณีพนักงานขับรถโดยสารปรับอากาศ สาย 140 ได้รับการติดเชื้อโรคโควิด -19 ว่า 1. ขสมก.ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนา และไม่มีเหตุผลที่จะปกปิด เรื่องดังกล่าว เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2563 เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อกรมควบคุมโรค และได้ประสาน ผู้บริหารเขตการเดินรถที่ 5 เพื่อขอสัมภาษณ์พนักงานประจำรถ ที่ใกล้ชิดกับพนักงานขับรถที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 จำนวน 9 คน ณ อู่แสมดำ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สั่งกักตัวพนักงานทั้งหมดอยู่ที่บ้าน เพื่อสังเกตอาการ

2. เนื่องจากเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรก อีกทั้ง ขสมก.มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติ กรณีตรวจพบพนักงานติดเชื้อโรคโควิด-19 จึงทำให้ การแจ้งข้อมูลแก่ประชาชน และสื่อมวลชนมีความล่าช้า ซึ่ง ขสมก.ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

อย่างไรก็ตามขสมก.ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2563 ได้แก่ การพักการใช้งานรถโดยสารปรับอากาศ สาย 140 คันที่พนักงานขับรถผู้ติดเชื้อปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการฉีดพ่นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆภายในรถโดยสาร รวมทั้งการทำความสะอาดบริเวณท่าปล่อยรถ โรงอาหาร และห้องสุขา ของเขตการเดินรถที่ 5 อย่างสม่ำเสมอ

3. หากเกิดเหตุการณ์ กรณีเช่นนี้อีก ขสมก.จะรีบแจ้งกรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที พร้อมทั้งแจ้งสาธารณชนและผู้ใช้บริการรับทราบข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ติดโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df84419196c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียสอบอาญาเรือสำราญติดโควิดขึ้นฝั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจออสเตรเลียเปิดสอบสวนคดีอาญากรณีที่เรือสำราญรูบีปรินเซสเข้าเทียบท่าปล่อยผู้โดยสารหลายพันคนลงจากเรือเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งที่บนเรือมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งต่อมา 10 คนล้มป่วยเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือสำราญรูบีปรินเซสเทียบท่าที่โอเวอร์ซีส์แพนเซนเจอร์เทอร์มินัล นครซิดนีย์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม หนึ่งวันหลังนายกฯ สกอต มอร์ริสัน ประกาศห้ามเรือสำราญระหว่างประเทศเทียบท่าออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 กล่าวว่า ผู้โดยสาร 2,700 คนของเรือรูบีปรินเซสที่มีบริษัท คาร์นิวัลออสเตรเลียเป็นเจ้าของ ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือที่นครซิดนีย์เมื่อเดือนที่แล้ว และพากันเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตน ทั้งที่รัฐบาลออสเตรเลียมีคำสั่งห้ามเรือสำราญทุกลำเข้าเทียบท่าออสเตรเลียเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มิค ฟุลเลอร์ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า ผู้ดำเนินการเรือลำนี้จะถูกสอบสวนคดีอาญาฐานต้องสงสัยว่าแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพบนเรือ เช่นคนไข้ที่ป่วยและสุขภาพของลูกเรือ ต่อเจ้าหน้าที่ทางการและตามที่กฎหมายบังคับ โดยคลาดเคลื่อนจากความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใบอนุญาตระหว่างประเทศเพื่อเข้าท่าเรือนั้นอยู่บนคำรับประกันจากกัปตันเรือต่อเจ้าหน้าที่ทางการว่า เรือลำนี้ปลอดจากโรคติดต่อทางสัมผัส&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เมื่อเรือทอดสมอที่อ่าวซิดนีย์ในเดือนที่แล้ว ผู้โดยสารบางคนบนเรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ต่อมาพบว่ามีหลายร้อยคนบนเรือลำนี้ติดเชื้อโควิด-19 และมีคนเสียชีวิตแล้วถึงขณะนี้ 10 ราย ซึ่งรวมถึง 3 รายที่เสียชีวิตในรัฐนิวเซาท์เวลส์เมื่อคืนที่ผ่านมา ปัจจุบันเรือลำนี้ยังคงทอดสมอนอกชายฝั่งซิดนีย์พร้อมลูกเรือราว 200 คนที่มีอาการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุลเลอร์กล่าวว่า การสอบสวนเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะชี้ชัดว่ามีการละเมิดกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพของประเทศ หรือกฎหมายระดับรัฐ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นนี้กลายเป็นปัญหาทางการเมือง ผู้เชี่ยวชาญในประเทศหลายคนเรียกเรือสำราญพวกนี้ว่า &amp;quot;เรือมรณะ&amp;quot; และเมื่อปลายเดือนที่แล้ว มาร์ก แม็กโกแวน มุขมนตรีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เคยเรียกร้องให้กองทัพเรือเข้าสกัดกั้นเรือสำราญจากเยอรมนีลำหนึ่งไม่ให้เข้าฝั่ง ภายหลังพบคนบนเรือหลายรายติดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุลเลอร์กล่าวว่า ตำรวจต้องการตรวจสอบปูมเรือ และบริษัทคาร์นิวัลก็เสนอให้ความร่วมมือกับการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงบ่ายวันอาทิตย์ ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 5,687 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 139 คนส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 34 ราย ผู้ติดเชื้อเกือบ 10% มาจากเรือสำราญหลายลำที่เทียบท่าในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบรนแดน เมอร์ฟี หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์แก่รัฐบาล แถลงว่า อัตราการติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นไม่ถึง 5% หรือราว 1 ใน 5 ของตัวเลขเมื่อกลางเดือนมีนาคม เราจึงมั่นใจมากขึ้นว่า หากประชาชนปฏิบัติตามที่ภาครัฐร้องขอ เช่นการเว้นระยะห่าง ก็เชื่อว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบในหลายประเทศทั่วโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียใช้มาตรการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานหากไม่จำเป็น และจำกัดการรวมตัวกันในที่สาธารณะไม่ให้เกิน 2 คน ทั้งยังปิดพรมแดนระหว่างรัฐ ปิดร้านอาหาร, คลับ, สวนสาธารณะและสถานที่ออกกำลังกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายรัฐให้อำนาจตำรวจในการบังคับใช้กฎระเบียบ โดยสามารถปรับเงินก้อนโตและอาจส่งผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการกักกันโรคเข้าคุก ข้อมูลของทางการเผยว่า ถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจรัฐวิกตอเรียสั่งปรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎการเว้นระยะห่างแล้ว 142 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกร็ก ฮันต์ รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวไว้เมื่อสุดสัปดาห์ว่า แม้จะมีสัญญาณที่ดี แต่ชาวออสเตรเลียยังคงต้องใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไปอีกราว 6 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62207</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดโควิด-19, รูบีปรินเซส, ออสเตรเลีย, เรือสำราญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89d34904454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
