<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วน!เจ้าของแพมหาชัยติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป่วนติดโควิดในประเทศ 1 ราย! เป็นเจ้าของแพปลาตลาดกุ้งมหาชัยวัย 67 ปี ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ-มีลูกจ้างเมียนมา พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 18 ราย ศบค.ไฟเขียวจัดงานปีใหม่ ย้ำผู้จัด-คนร่วมงานเข้มงวดมาตรการป้องโควิด ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสม สธ.ประกาศเชียงรายปลอดเชื้อแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่ผ่านมา โดยขอให้ทุกฝ่ายเข้มงวดเรื่องการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ขณะนี้ใกล้ช่วงปีใหม่ จึงขอให้เพิ่มความเข้มงวดและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่กระทำความผิดต่างๆ หรือฝ่าฝืนที่สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดโรคจะต้องเข้มงวดเรื่องกฎหมาย และต้องทำความเข้าใจกับภาคประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังเน้นย้ำเรื่องของความตื่นตระหนกของประชาชนว่าต้องพยายามควบคุมและทำความเข้าใจไม่ให้ตื่นตระหนก ต้องสร้างความเชื่อมั่นโดยเร็ว โดยยกกรณีที่เคยเกิดขึ้นใน จ.ระยอง มาเทียบเคียงกับกรณีที่ท่าขี้เหล็ก ที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกจังหวัด เพื่อให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สามารถท่องเที่ยวภายในประเทศไทยได้ โดยปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างดี รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการรบันทึกข้อมูลลงในไทยชนะ อยากขอความร่วมมือประชาชน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมาหลายมาตรการ ดังนั้น จะต้องไม่ให้มีการแพร่ระบาดอีกรอบจนทำลายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ต้องการให้มีการท่องเที่ยวเพื่อมาช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20 ราย มาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐทั้งหมด ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 4,281 ราย หายป่วยสะสม 3,989 อยู่ระหว่างรักษาตัว 232 ราย ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 74,526,806 เสียชีวิตสะสม 1,655,044 ราย ทั้งนี้ ปลัด สธ.ได้ สรุปมาตรการเรื่องของการดูแลด้านสาธารณสุขตามแนวชายแดน โดยจากกรณีท่าขี้เหล็ก มีผู้ติดเชื้อสะสม 67 ราย ส่วนกรณีคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน ได้มีการนำเสนอข้อจำกัดและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้ที่ประชุมรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีแนวทางพูดคุยกันว่า ในเทศกาลปีใหม่ เราสนับสนุนให้มีการจัดงานรื่นเริงได้ แต่ผู้จัด ผู้ร่วมงาน จะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด โดยมีการเสนอแนะรูปแบบต่างๆ ออกมา เช่น การจำกัดจำนวนผู้ชม ผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 50% ของพื้นที่ กำหนดพื้นที่ต่อจำนวนผู้ร่วมงานไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตรต่อคน และแม้พื้นที่จะกว้างอย่างไร แต่จะให้เกิดความแออัดไม่ได้ โดยมีการยกตัวอย่างรูปแบบการจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศอังกฤษ มีการนำแผงเหล็กมากั้นไว้เป็นล็อกๆ เพื่อให้กลุ่มคนที่มาด้วยกันได้อยู่ในล็อกเดียวกัน เพราะหากมีผู้ติดเชื้อจะสามารถควบคุมได้&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว และว่า ปลัด สธ.ยังได้รายงานต่อที่ประชุมเรื่องความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนของโลกว่ามีหลายการทดลอง คืบหน้า 62-95% ส่วนของไทยมีแผนการจัดหาวีคซีน 50% ของจำนวนประชากร หรือ 33 ล้านคน จัดซื้อจัดหากับบริษัท แอสตราเซเนกา-ไฟเซอร์-ไซโนแวค จำนวน 26 ล้านโดส ขณะที่นายกฯ ได้กำชับให้มีการสนับสนุนการวิจัยวัคซีนในไทยด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้นำเสนอที่ประชุมทราบว่า มีการปรับวันตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้เข้ารับการกักตัวในสถานกักกันตัวของรัฐ จากเดิมที่จะตรวจเชื้อ 2 ครั้ง คือครั้งแรก วันที่ 3-5 และครั้งที่สอง 11-13 แต่เมื่อมีการพูดถึงเรื่องการลดเวลากักตัวจาก 14 วัน เป็น 10 วัน จึงคิดวิธีตรวจโรคใหม่ โดยปรับเป็น 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 คือวันแรก, ครั้งที่สอง 9-10 และครั้งที่สาม 13-14 โดยได้มีการดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค. และจะวิเคราะห์ประเมินผลในวันที่ 1-15 ม.ค.64 เพื่อนำข้อมูลตรงนี้มาพิจารณาว่าจะปรับลดการกักตัวเหลือ 10 วันได้หรือไม่ โดยเรื่องนี้เป็นขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข หากมีความพร้อมในเรื่องทิศทางจะเป็นอย่างไรนั้น เดือนหน้าคงจะมีการนำข้อมูลมาเพิ่มเติม ส่วนจะใช้เมื่อไหร่นั้น จะต้องให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เป็นผู้อนุมัติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในการประชุม ศบค. วันนี้มีหลายมาตรการที่ต้องเตรียมไว้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะมีความเป็นห่วงและกังวล ซึ่งได้กำชับให้มีความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะตามแนวชายแดนทุกช่องทาง โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ต้องมีมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ที่จะทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัย เพราะช่วงปีใหม่ถือเป็นช่วงที่ทุกคนมีความสุข อยากเห็นภาพทุกคนมีความสุข ไม่อยากให้หลังปีใหม่ทุกคนเกิดความทุกข์จากการติดเชื้อโควิด ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มาตรการในช่วงปีใหม่มีอยู่แล้ว ปัญหาที่ผ่านมาคือคนไม่ทำตามมาตรการ อย่าลืมว่าทุกการจัดกิจกรรมต้องมีการขออนุญาต โดยเฉพาะงานที่มีคนมาร่วมจำนวนมาก ซึ่งผู้จัดงานต้องเสนอขั้นตอนทุกอย่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ก็ต้องดูข้อเสนอและไปเทียบกับระเบียบที่ตั้งเอาไว้ หากอยู่ในระเบียบก็อนุญาตอยู่แล้ว ที่เป็นปัญหาคือการทำนอกกรอบ ไม่เป็นไปตามที่อนุมัติไว้ ดังนั้น ถ้าทุกคนทำตามที่ขอไว้ ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่างพอสมควร ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนมีสัญชาตญาณที่จะป้องกันเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะเข้าใจมาตรการป้องกันกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าทุกกิจกรรมในช่วงปีใหม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ โดยผู้จัดต้องขออนุญาตและส่วนใหญ่ก็จะอนุญาตอยู่แล้ว&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า มีผู้ที่เข้ารับการกักตัวครบ 14 วัน และผลตรวจไม่พบว่าติดเชื้อและไม่มีอาการป่วยใดๆ สามารถกลับบ้านได้อีก 28 คน รวมทั้งมีผู้กักตัวรอดูอาการในสถานกักตัว 11 แห่งในจังหวัดอีกจำนวน 228 คน ทั้งนี้ จากการที่ จ.เชียงราย ไม่พบผู้ป่วยนอกสถานที่กักตัวเป็นเวลา 14 วัน กรมควบคุมโรคจึงประกาศให้ จ.เชียงราย เป็นจังหวัดที่ไม่มีไวรัสโควิด-19 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นพ.ชาติชาย กิติยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร แถลงว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 1 คน เป็นหญิงไทย อายุ 67 ปี มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 18 คน เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 6 คน เบื้องต้นผลเป็นลบ ส่วนอีก 2 คน เป็นลูกจ้างชาวเมียนมา เพิ่งตามตัวพบและตรวจหาเชื้อ ขณะนี้อยู่ระหว่างค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างด้าว และส่วนตัวไม่ชอบใส่หน้ากากอนามัย จึงขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ป่วยรายนี้เป็นเจ้าของแพปลาในตลาดกุ้ง ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. โดยมีอาการปวดเมื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น จึงไปตรวจที่ รพ.มหาชัย และเมื่อมีผลการตรวจยืนยันโรงพยาบาลจึงแจ้งผู้ป่วยและนำส่งไปที่ รพ.สมุทรสาครเพื่อกักตัว เจ้าหน้าที่และหน่วยงานสาธารณสุข อยู่ระหว่างสอบสวนโรค ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครสั่งปิดตลาดกุ้งเพื่อทำความสะอาด 1 วัน และปิดแพปลาเพื่อทำความสะอาด 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชาติชายกล่าวว่า อาการของผู้ป่วยพบว่าไม่รุนแรง ไม่มีไข้ ถือเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ เนื่องจากไทม์ไลน์ไม่เคยมีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ และใช้ชีวิตประจำวันที่ตลาดแพกุ้ง บ้านของตัวเองและบ้านของแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87194</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดโควิดในประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าของแพมหาชัยติดโควิด, โควิด 19, โควิด-19, ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb6a776dd32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงวัย 51 ติดโควิด แม้ไม่ได้ไปท่าขี้เหล็ก เพราะใส่หน้ากากใต้ปากในที่ขุมชน  ยังน่าห่วงมีคนไทยทำงานร.ร.1G1หลายร้อยคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;7 ธ.ค.63- ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป พร้อมนพ. ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และพลตรี จักรพงษ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 มาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 บริเวณพื้นที่ด่านชายแดน และการรักษาผู้ป่วยโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 534,677 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมรวมเป็น 67,385,285 ราย เสียชีวิตรวม 1,541,638 ราย ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางประเทศในเอเชีย ประเทศไทยยังควบคุมได้ดี โดยสถานการณ์ของประเทศไทยวันนี้มีผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่จำนวน 21 ราย สัญชาติไทย 15 ราย และต่างชาติ 6 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันทั้งหมด คือ เมียนมา 9 ราย สหราชอาณาจักร 4 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย สิงคโปร์ 2 ราย เอสโตเนีย อินเดีย เยอรมนี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.โรคติดต่อฯ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เกี่ยวข้องกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา อยู่ในระบบการควบคุมสอบสวนโรครวม 38 ราย โดย 20 รายเข้ามาตามระบบและตรวจพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (Local Quarantine) ลักลอบเข้าประเทศ 16 ราย และมีเพียง 2 รายติดเชื้อในประเทศ คือ ชายอายุ 28 ปี &amp;nbsp;จ.เชียงราย และหญิงอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี เมื่อแบ่งตามรายจังหวัด เชียงใหม่ 5 ราย เชียงราย 26 ราย (รายเก่ามี 20 ราย ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมอีก 6 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด รอตรวจสอบและแถลงโดยจังหวัด) กทม. 3 ราย พิจิตร พะเยา ราชบุรี และสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ผู้เดินทางกลับมาจากการทำงานในโรงแรม 1G1 จ.ท่าขี้เหล็ก เพราะมีการระบาดของโควิดและทางการปิดสถานบันเทิง ลักษณะสถานบันเทิงครบวงจร เป็นห้องแอร์อากาศปิด มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากาก ทำให้มีความเสี่ยงในการรับและแพร่เชื้อต่อสูง โดยมีคนไทยไปทำงานหลายร้อยคน เมื่อมีการปิดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 พบการระบาดในพื้นที่ ทำให้พนักงานคนไทยได้ทยอยเดินทางกลับมา และพบบางคนติดเชื้อ ไม่แสดงอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ความคืบหน้าการสอบสวนการติดเชื้อภายในประเทศของหญิงอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี นั้น เนื่องจากบนเครื่องบิน ผู้ป่วยรายนี้นั่งห่างจากผู้ป่วย จ.พิจิตร และกทม. 8 แถว มีการใส่หน้ากาก จึงไม่น่าเป็นสาเหตุของการรับเชื้อ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง พบว่าทั้ง 3 ราย มีการสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง โดยใส่หน้ากากไว้ใต้จมูกและปาก ดังนั้น สถานที่รับเชื้อน่าจะเป็นพื้นที่นั่งรอก่อนขึ้นเครื่องซึ่งสนามบินได้ปรับระบบทำความสะอาด และย้ำเตือนผู้โดยสารให้สวมหน้ากากให้ถูกต้อง ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 โดยกทม.และปริมณฑล รับผู้ติดเชื้อได้ 230-400 รายต่อวัน ทั้งประเทศรองรับได้ 1,000-1,700 รายต่อวัน มีเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะมากกว่า 1 หมื่นเตียง ส่วนเหตุการณ์ชายแดนใน3 จังหวัด คือ จ.เชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มีเตียงรองรับ 60 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วย 26 ราย ยังรองรับได้ และเตรียมเตียงจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอีก 300 เตียง, จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์มี 51 เตียง และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและเอกชนโดยรอบรองรับอีกกว่า 120 เตียง และ อ.แม่สอด จ.ตาก โรงพยาบาลแม่สอด มี 120 เตียง ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่รับมือได้ เช่นเดียวกับยา อุปกรณ์ เวชภัณฑ์หน้ากาก แอลกอฮอล์ล้างมือ บุคลากรทางการแพทย์ มีความพร้อมทั้งหมด สิ่งสำคัญคือขอให้ผู้ป่วยให้ประวัติที่แท้จริงจะช่วยให้วินิจฉัยรักษาได้รวดเร็ว เนื่องจากการปกปิดทำให้คนรอบข้าง ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยง และตรวจวินิจฉัยรักษาได้ล่าช้า สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 เพศชายอายุ 70 ปี ที่โรงพยาบาลแม่สอดยังไม่เสียชีวิต ขณะนี้ยังใส่ท่อหายใจ ให้ยารักษา และรักษาแบบประคับประคอง ทำให้อาการดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พลตรี จักรพงษ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) กล่าวว่า ศปม.ได้ร่วมกับตำรวจ พลเรือน อาสาสมัคร และฝ่ายปกครอง ปฏิบัติงานสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่เมืองหน้าด่าน โดยพื้นที่ชายแดนมีระยะทางยาวมากกว่า 2,400 กิโลเมตร ได้มีมาตรการเพิ่มเติม เช่น ตรวจจับด้วยกล้องวงจรปิด โดรน กล้องยูวีของกองทัพอากาศ การวางเครื่องกีดขวาง เพื่อจำกัดและยับยั้งการลักลอบเข้าผิดกฎหมาย และร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านช่วยสกัดกั้นหรือส่งข่าวแจ้งเบาะแส เพื่อสกัดกั้นทันเวลา และวางจุดตรวจสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่าจะลักลอบเข้าเมือง &amp;nbsp;รวมทั้งการตรวจสถานสถานประกอบการ โรงงานต่างๆ ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการลักลอบเข้าเมือง แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1138, 1559 และ 191&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86197</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ติดโควิดในประเทศ, ท่าขี้เหล็ก, โรงแรม1G1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdf6d3b9b32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
