<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรสาธารณสุขแอฟริกาใต้ติดไวรัสโคโรนา24,000คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ติดไวรัสโคโรนาแล้ว 24,000 ราย เสียชีวิต 181 รายนับแต่โควิด-19 เริ่มระบาดในประเทศเมื่อเดือนมีนาคม ขณะยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกทะลุ 700,000 รายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซเวลี ไมซ์ รัฐมนตรีสาธารณสุขแอฟริกาใต้ แถลงเมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 ว่าบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 24,104 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 181 ราย ยอดเจ้าหน้าที่ติดเชื้อคิดเป็น 5% ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศ เปรียบเทียบกับสัดส่วนของทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ สหภาพด้านแพทย์และสาธารณสุขมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงพยาบาล และความเพียงพอ, คุณภาพ และขนาดของชุดป้องกันเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมซ์เตือนว่า เขาจะดำเนินการกับผู้บริหารโรงพยาบาลที่ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของสถานที่ทำงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาธารณรัฐแอฟริกาใต้มีสถานการณ์รุนแรงที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยมีผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 521,318 ราย มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรวมทั้งทวีป และมีผู้เสียชีวิต 8,884 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อในแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อรายวันในระยะหลังจะเริ่มชะลอตัวลง ไมซ์กล่าวว่ายังเร็วไปที่จะสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขคาดการณ์กันไว้แล้วว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้อย่างเข้มงวดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ขณะนี้แอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 5 ของโลกรองจากสหรัฐ, บราซิล, อินเดีย และรัสเซีย โดยยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 18.5 ล้านรายตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 701,000 รายแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัส, บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข, แอฟริกาใต้, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2ac4b8bfc52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภริยาผู้นำขวาจัดบราซิลติดไวรัสด้วยอีกคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางมิเชล โบลโซนาโร สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของบราซิล ภริยาประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ถูกตรวจพบว่าติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วย หลังจากอยู่ร่วมบ้านกับสามีหัวขวาจัดของนางระหว่างถูกกักกันโรคนานกว่า 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร และนางมิเชล ภริยา ออกงานร่วมกันเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบประธานาธิบดีบราซิลแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า นางมิเชล โบลโซนาโร ภริยาวัย 38 ปีของประธานาธิบดี รับการตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่และผลออกมาเป็นบวก ขณะนี้สตรีหมายเลขหนึ่งมีสุขภาพดีและจะปฏิบัติตามระเบียบที่ได้รับการยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงเรื่องนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อ 5 วันก่อน ประธานาธิบดีโบลโซนาโรวัย 65 ปี บอกว่าเขาหายดีและกลับมาปฏิบัติภารกิจตามปกติแล้ว ผู้นำขวาจัดรายนี้ถูกวิจารณ์เรื่องผลงานการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ที่เขาเคยเปรียบเทียบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่เล็กๆ น้อยๆ นอกจากตัวเขาและภริยาจะติดเชื้อเองแล้ว รัฐมนตรีในรัฐบาลของเขา 5 รายก็ตรวจพบเชื้อเช่นกัน รายล่าสุดคือมาร์กอส พอนเตส รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ บราซิล ซึ่งมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2.6 ล้านรายแล้ว และเสียชีวิตเกิน 91,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรสนับสนุนการใช้ยาต้านมาลาเรีย ไฮดรอกซีคลอโรควิน เป็นยารักษาโควิด-19 เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และตัวเขากินยาชนิดนี้ด้วย แม้ว่าจะมีผลการศึกษามากมายชี้ว่ายานี้ไม่ช่วยรักษาโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี โบลโซนาโรยังคงอวดอ้างสรรพคุณของยาตัวนี้ระหว่างการปราศรัยไลฟ์สดประจำสัปดาห์ โดยบอกว่าต้องขอบคุณพระเจ้าเป็นอย่างแรก และขอบคุณไฮดรอกซีคลอโรควินเป็นอย่างที่สอง แต่เขาไม่ได้เผยว่าภรรยาของเขากินยานี้ด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน โบลโซนาโรยังเปิดเผยว่า เขากลับมารู้สึกไม่ค่อยสบายอีกเมื่อวาน และกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการป่วยที่เขาไม่เปิดเผย หลังจากตรวจเลือดและพบว่ามีอาการติดเชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73076</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนาโร, ติดไวรัส, บราซิล, มิเชล โบลโซนาโร, สตรีหมายเลขหนึ่งบราซิล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f242f15d19be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารบนเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ-ฝรั่งเศสติดโควิดระนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือสหรัฐยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่ามีลูกเรือ 550 นาย หรือราว 10% ของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนฝรั่งเศสมีลูกเรือของเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลเดอโกล 50 นายติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ขณะเทียบท่าฐานทัพเรือกวมของสหรัฐที่เกาะกวมเมื่อวันที่ 10 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือบรรทุกเครื่องบินธีโอดอร์รูสเวล์ของสหรัฐลำนี้เป็นศูนย์กลางของข่าวครึกโครมที่ทำให้นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์ ผู้บังคับการเรือโดนกระทรวงกลาโหมสั่งปลดเมื่อต้นเดือนเมษายน แล้วต่อมายังทำให้โธมัส ม็อดลี รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือ ลาออกจากตำแหน่งตามมาในวันอังคารที่แล้ว หลังจากถูกวิจารณ์ว่าด่วนปลดโครเซียร์ ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนกรณีที่เขาถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิว่าตัดสินใจผิดพลาดที่ทำจดหมายโอดครวญเรื่องการระบาดของโควิด-19 บนเรือแล้วจดหมายนี้เล็ดรอดถึงสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า คำแถลงของโฆษกกองทัพเรือสหรัฐที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันเสาร์เปิดเผยว่า ลูกเรือ 92% จากทั้งหมดราว 4,800 นายบนเรือรูสเวลต์ได้รับการตรวจเชื้อแล้ว และถึงวันนี้ มีลูกเรือ 550 นายติดเชื้อไวรัสนี้ อีก 3,673 นายไม่ติดไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้กล่าวอีกว่า ลูกเรือ 3,696 นายถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่โรงแรมและค่ายทหารต่างๆ บนเกาะกวม ที่เรือลำนี้เข้าเทียบท่านับแต่โครเซียร์เปิดเผยเรื่องไวรัสระบาดบนเรือเมื่อปลายเดือนมีนาคม และเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาอพยพลูกเรือทั้งหมดเพื่อทำการฆ่าเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายของโครเซียร์ถูกเผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกโครนิเคิลเป็นรายแรก โดยมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ และม็อดลี กล่าวเป็นนัยว่าการเปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อครั้งนี้เป็นความจงใจ และถือว่าละเมิดสายบังคับบัญชาของเพนตากอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอาทิตย์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศแล้วมากกว่า 530,000 คน เสียชีวิตแล้ว 20,608 คน เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่มากกว่าทุกประเทศในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลเดอโกล ซึ่งเป็นเรือธงของกองทัพเรือฝรั่งเศส กระทรวงกองทัพของฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า มีลูกเรือของชาร์ลเดอโกล 50 นายติดไวรัสโคโรนา เรือลำนี้กำลังมุ่งหน้ามายังเมืองท่าตูลงทางใต้ของฝรั่งเศส คาดว่าจะถึงท่าวันอาทิตย์ เพื่อเคลื่อนย้ายลูกเรือที่ติดเชื้อมากักกันโรคบนบก โดยมีลูกเรือ 3 นายถูกส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์อพยพล่วงหน้ามายังโรงพยาบาลในเมืองตูลงเพื่อป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ กระทรวงกองทัพหรือกระทรวงกลาโหมเดิม แถลงว่า ลูกเรือที่ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 บนเรือลำนี้ ไม่มีรายใดที่อาการแย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ฝรั่งเศสยังระบุไม่ได้ว่าต้นตอการแพร่เชื้อไวรัสบนเรือลำนี้มาจากที่ใด แต่ตอนนี้ลูกเรือสวมหน้ากากอนามัยกันทุกนาย เอเอฟพีกล่าวด้วยว่า เมื่อเรือเทียบท่าตูลง ลูกเรือทุกนายจะได้รับการตรวจเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยืนยันแล้ว 130,730 ราย เสียชีวิตมากกว่า 13,800 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัส, ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์, เรือบรรทุกเครื่องบิน, เรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลเดอโกล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92e3dc51381.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยอดีตผู้บังคับการเรือรูสเวลต์ติดโควิด-19 ด้วยอีกคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์ อดีตผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบินธีโอดอร์รูสเวลต์ของสหรัฐที่โดนเพนตากอนสั่งปลดเพราะกระโตกกระตากเรื่องลูกเรือติดเชื้อโควิด-19 ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้ด้วยเช่นกัน ตามรายงานของสื่อสหรัฐที่อ้างคนใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ขณะมาถึงอ่าวเพิร์ลของฮาวาย เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวที่ว่านาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์ อดีตผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยนี้ รายงานโดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 หลังจากไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวปกป้องการตัดสินใจปลดนายทหารผู้นี้พ้นตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เอสเปอร์บอกกับสถานีเอบีซีว่า โธมัส ม็อดลี รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือ ตัดสินใจอย่างยากลำบากในการปลดโครเซียร์พ้นตำแหน่งผู้บังคับการเรือรูสเวลต์ ซึ่งขณะนี้เทียบท่าอยู่ที่เกาะกวม และเมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับรายงานที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้กองทัพปลดนายทหารผู้นี้ เอสเปอร์ก็ชี้แจงว่าเป็นการตัดสินใจของม็อดลีเอง ซึ่งตัวเขาก็สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งปลดผู้บังคับการนายนี้เรียกเสียงประณามอย่างกว้างขวางว่าเป็นการลงโทษที่ไม่ยุติธรรมและใจจืดใจดำ โครเซียร์เป็นนายทหารที่ได้รับความเคารพนับถือ เขาห่วงใยสวัสดิภาพของลูกเรือเมื่อพบว่าเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสบนเรือ และได้ทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาขอให้เร่งอพยพลูกเรือขึ้นไปกักกันบนบกที่เกาะกวม แต่จดหมายที่เขาส่งถึงผู้บังคับการหลายคนเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้ทำสงคราม ลูกเรือไม่สมควรต้องตาย&amp;quot; เขาเขียนในจดหมายที่เล็ดรอดถึงสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนหลายคนตำหนิโครเซียร์ว่าทำผิดพลาด ม็อดลีระบุขณะแถลงข่าวปลดเขาว่า โครเซียร์แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่แย่ที่สุดท่ามกลางวิกฤติ ทำให้ครอบครัวของลูกเรือรูสเวลต์ต้องกังวลโดยไม่จำเป็น และบั่นทอนสายการบังคับบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ก็กล่าวถึงการปลดโครเซียร์ ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ ว่าเขาสนับสนุนการตัดสินใจนี้ โดยบอกว่าโครเซียร์ไม่ควรกล่าวแบบนั้นในจดหมาย เป็นเรื่องที่แย่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของนิวยอร์กไทมส์กล่าวถึงผลการตรวจเชื้อไวรัส โดยอ้างอดีตเพื่อนร่วมชั้นของโครเซียร์ในโรงเรียนทหารเรือสหรัฐว่า โครเซียร์เริ่มมีอาการติดเชื้อก่อนที่เขาจะลงจากเรือเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอที่ถ่ายช่วงขณะที่โครเซียร์ลงจากเรือลำนี้ โดยลูกเรือนับพันนายส่งเสียงให้กำลังใจเขา คลิปนี้แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว บางคนยกย่องผู้บังคับการเรือนายนี้ว่าเป็นวีรบุรุษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสเปอร์ปฏิเสธจะตอบคำถามว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของเพนตากอนเห็นด้วยกับคำสั่งปลดโครเซียร์หรือไม่ โดยอ้างว่าเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า กว่าครึ่งหนึ่งของลูกเรือ 4,800 คนของรูสเวลต์ได้รับการตรวจไวรัสแล้ว และเท่าที่ตรวจมาพบว่ามีลูกเรือ 155 คนติดเชื้อ แต่ไม่มีใครป่วยถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวคราวของการปลดผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เกิดในช่วงยามที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐต้องดิ้นรนรักษาความพร้อมรบทางอากาศ, ทางทะเล และภาคพื้นดินของสหรัฐทั่วโลกท่ามกลางภาวะโรคระบาดใหญ่ เอสเปอร์ยอมรับว่า สหรัฐต้องยกเลิกการฝึกซ้อมทางทหารและจำกัดการฝึกฟื้นฐาน แต่ก็เชื่อว่ายังจัดการทุกอย่างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกกับเอบีซีโดยยกตัวอย่างว่า ปัญหาที่ท้าทายกองทัพคือการรักษาระยะห่างทางสังคม ซึ่งเป็นไปไม่ได้หากต้องอยู่ภายในเครื่องบินทิ้งระเบิดที่แออัดหรือในเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่มีพื้นที่จำกัด แต่โดยรวมแล้ว กองทัพเตรียมพร้อมล่วงหน้าอยู่แล้วในการรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพของทหารกับความพร้อมรบของกองทัพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัส, นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์, ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์, เรือบรรทุกเครื่องบิน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e849b9d77fda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบชนพื้นเมืองแอมะซอนบราซิลติดเชื้อโควิดรายแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;น่าเป็นห่วง หน่วยงานด้านสาธารณสุขของบราซิลยืนยันเมื่อวันพุธว่า พบสมาชิกชนเผ่าพื้นเมืองในป่าแอมะซอนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรก เป็นหญิงชนเผ่าโคคามาที่ทำงานด้านสาธารณสุขและติดเชื้อจากหมอชาวบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานด้านสาธารณสุขชนพื้นเมืองในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขของบราซิลเปิดเผยกรณีการติดเชื้อรายแรกของสมาชิกชนเผ่าพื้นเมืองแอมะซอนที่มีมากกว่า 300 เผ่าของบราซิล ที่สร้างความหวาดกลัวว่าโรคระบาดใหญ่นี้จะส่งผลกระทบต่อเผ่าชนพื้นเมืองที่มีความเปราะบางต่อโรคติดต่อจากภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคมว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นหญิงวัย 20 ปีชาวเผ่าโคคามา เธอทำงานให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขในเขตเทศบาลซานโตอันโตนีโอดูอีซา ที่อยู่ใกล้ชายแดนโคลอมเบีย-บราซิล ทางการบราซิลกล่าวว่า นายแพทย์ชาวบราซิลที่เธอทำงานด้วยถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภายหลังกลับจากพักผ่อนวันหยุดในเมืองทางใต้ของบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า นายแพทย์ผู้นี้ทำงานกับชนเผ่าติคูนัส ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าขนาดใหญ่ที่สุดในป่าแอมะซอน มีสมาชิกมากกว่า 30,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าแอมะซอนตอนบนใกล้ชายแดนโคลอมเบียและเปรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเลขาธิการพิเศษด้านสาธารณสุขของชนพื้นเมือง กระทรวงสาธารณสุขบราซิล กล่าวว่า หญิงชนพื้นเมืองรายนี้ยังไม่มีอาการของโรค เธอและครอบครัวถูกแยกโรคแล้วและกำลังถูกเฝ้าสังเกตอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเป็นคนเดียวที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 15 คน และคนไข้ 12 คนที่ถูกตรวจภายหลังพบว่าแพทย์ผู้นี้ติดไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูอิซ เอนริเก มันเดตตา รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า สุขภาพของชนพื้นเมืองเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมากในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา ทางการต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยเฉพาะในชนเผ่าที่โดดเดี่ยวที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวเตือนว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นอันตรายต่อชีวิตชนพื้นเมือง 850,000 คนในบราซิล ชนพื้นเมืองเหล่านี้เคยล้มตายไปมากกว่า 95% เพราะโรคติดต่อที่ชาวยุโรปนำเข้าไปแพร่เชื้อช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา อาทิ โรคฝีดาษ, มาลาเรีย จนถึงไข้หวัดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเดตตาเผยด้วยว่า แม้แต่ในทุกวันนี้ เมื่อพวกผู้นำชนเผ่ากลับจากการเดินทางไปต่างแดน พวกเขาก็จะต้องกักกันตนเองนาน 2 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงการนำโรคติดต่อจากภายนอกเข้าสู่ชุมชนของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บราซิลมีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยืนยันแล้ว 6,931 ราย เสียชีวิต 244 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนเผ่าพื้นเมืองแอมะซอน, ติดไวรัส, บราซิล, เผ่าโคคามา, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วไง แพทย์รัสเซียคนดังเพิ่งจับมือ&#039;ปูติน&#039; ก็ติดไวรัสด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายแพทย์ใหญ่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคอมมูนาร์กาในกรุงมอสโกที่เพิ่งพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน ประกาศว่าเขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย ด้านทำเนียบเครมลินยืนยันท่านผู้นำยังสุขภาพแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์เดนิส พร็อตเซนโก (ซ้าย) จับมือประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่มาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลของเขาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคมกล่าวว่า นายแพทย์เดนิส พร็อตเซนโก ให้การต้อนรับประธานาธิบดีปูติน ขณะมาเยี่ยมชมโรงพยาบาลซึ่งเป็นศูนย์หลักของการรักษาคนไข้โควิด-19 ในกรุงมอสโก เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม ซึ่งปรากฏภาพข่าวที่ปูตินสวมชุดป้องกันอย่างรัดกุมสีเหลืองสดขณะเข้าเยี่ยมภายในโรงพยาบาล แต่ภาพถ่ายที่ทั้งคู่พบปะกันนั้น ผู้นำรัสเซียและนายแพทย์ผู้นำจับมือทักทายกันโดยไม่มีเครื่องป้องกันใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร็อตเซนโกยืนยันเมื่อวันอังคารว่า เขาติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ด้วย แต่เขายังสบายดี พร้อมกับโพสต์ภาพถ่ายตัวเขาสวมหน้ากากอนามัยลงในเฟซบุ๊ก บอกว่าเขากำลังแยกตนเองอยู่ในห้องทำงานและจะทำงานต่อไปตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน รีบชี้แจงต่อสื่อรัสเซียว่า ประธานาธิบดีปูตินวัย 67 ปี รับการตรวจเป็นประจำอยู่แล้วและไม่มีเหตุผลให้ต้องกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์พร็อตเซนโกกลายเป็นคนมีชื่อเสียงจากการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ในรัสเซีย เขาโพสต์เฟซบุ๊กเป็นประจำทุกวันเพื่อแจ้งให้ชาวรัสเซียรับรู้ความคืบหน้าในการทำงานและคนไข้ของโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอังคาร รัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 500 คนในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดใน 1 วัน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,337 ราย และเสียชีวิต 17 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่รัสเซียเริ่มพบการแพร่ระบาด ทำเนียบเครมลินก็วัดอุณหภูมิทุกคนที่เข้าร่วมงานกิจกรรมพร้อมกับประธานาธิบดี และร้องขอนักข่าวที่รู้สึกไม่ค่อยสบายให้อยู่กับบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัส, นายแพทย์เดนิส พร็อตเซนโก, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, ผู้นำรัสเซีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e835bf6ddf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
