<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ160ศพแล้ว อินโดนีเซีย-ติมอร์ฯเร่งค้นหาผู้สูญหายจากน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกหลายสิบชีวิตหลังจากฝนกระหน่ำจากอิทธิพลพายุก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินโคลนถล่มหลายหมู่บ้านบนเกาะตะวันออกสุดของอินโดนีเซียและในติมอร์เลสเต ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตรวมสองประเทศถึงวันอังคารพุ่งเกิน 160 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมค้นหาและกู้ภัยค้นหาผู้สูญหายใต้กองโคลนในหมู่บ้านเนเลลามาดิเก ในอำเภอโฟลเรสตะวันออก จังหวัดนูซาเตงการาตะวันออก ของอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ (Photo by Indonesian Search and Rescue Agency/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุไซโคลนเขตร้อนเซอโรจาทำให้ชุมชนเล็กๆ หลายชุมชนกลายสภาพเป็นทุ่งโคลนเนื่องจากน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่ม ชาวบ้านราว 10,000 คนต้องอพยพไปอยู่ตามศูนย์พักพิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีอ้างคำแถลงของสำนักงานบรรเทาหายนภัยของอินโดนีเซียเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 130 คนตามกลุ่มเกาะอันห่างไกลทางตะวันออกสุดของประเทศ ใกล้กับติมอร์เลสเต ส่วนที่ติมอร์เลสเตนั้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 34 คนนับแต่เกิดน้ำท่วมเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมค้นหาและกู้ภัยในอินโดนีเซียกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาประชาชนอีกมากกว่า 70 คนที่ยังสูญหาย โดยพวกเขาต้องใช้เครื่องจักรขุดเปิดซากปรักหักพังที่กองเป็นภูเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินโดนีเซียและติมอร์เลสเต หรือติมอร์ตะวันออก กำลังดิ้นรนจัดหาที่พักพิงรองรับผู้อพยพพร้อมกันกับต้องพยายามป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยอินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 1.53 ล้านคน และเสียชีวิตเกิน 41,800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร ติมอร์ตะวันออกยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เป็นรายแรกของประเทศนับแต่พบผู้ติดเชื้อเมื่อปีที่แล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว 766 คน ผู้ตายคนนี้เป็นหญิงอายุ 44 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติมอร์ตะวันออก, ติมอร์เลสเต, น้ำท่วมโคลนถล่ม, พายุเซอโรจา, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c095f24b80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดพุ่งเกิน100ศพ สังเวยน้ำท่วมดินถล่มอินโดนีเซีย-ติมอร์ตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝนตกหนักต่อเนื่องเมื่อสุดสัปดาห์ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในภาคตะวันออกของอินโดนีเซียและติมอร์เลสเต จำนวนผู้เสียชีวิตรวมกันในวันจันทร์เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 100 คนแล้ว และยังสูญหายอีกหลายสิบชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหนึ่งในอำเภอเลมบาตา จังหวัดนูซาเตงการาตะวันออก ของอินโดนีเซีย พังเสียหายหลังน้ำท่วมฉับพลันเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 (Photo by Rayu Zanita/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีวันจันทร์ที่ 5 เมษายน กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากฝนตกหนักยาวนานที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มหลายจุดอยู่บนเกาะโฟลเรสทางตะวันออกสุดของอินโดนีเซีย เรื่อยไปถึงติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นประเทศเกาะขนาดเล็กมีประชากรเพียง 1.3 ล้านคน อยู่ระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานบรรเทาหายนภัยของอินโดนีเซียกล่าวว่า ถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 70 คน สูญหายอีก 70 คน ขณะที่รายงานบีบีซีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียว่ายอดเสียชีวิตในอินโดนีเซียมี 80 คน สูญหายอีกหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราดิตยา จาตี โฆษกสำนักงานบรรเทาหายนภัยของอินโดนีเซีย กล่าวว่า โคลนและสภาพอากาศรุนแรงเป็นความท้าทายที่หนักหน่วงมาก และเศษซากปรักหักพังที่กองสุมก็เป็นอุปสรรคต่อทีมค้นหาและกู้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ติมอร์ตะวันออก เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 คน จำนวนมากอยู่ในกรุงดิลีที่ถูกน้ำท่วม บริเวณด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีกลายเป็นบ่อโคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากในวันพรุ่งนี้ ขณะที่พายุไซโคลนซึ่งกำลังเพิ่มความรุนแรงเคลื่อนเข้าสู่ฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย ทำให้คลื่นทะเลสูงถึง 6 เมตร และเป็นอุปสรรคต่อการเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอำเภอโฟลเรสตะวันออก โคลนถล่มทำลายบ้านหลายหลัง, สะพานหลายแห่งและถนนหลายสาย คลื่นลมแรงเป็นอุปสรรคต่อทีมช่วยเหลือในการเข้าถึงพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย แถลงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ประสบกับหายนภัยครั้งนี้ และเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่สภาพอากาศรุนแรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้สั่งการให้ความพยายามบรรเทาหายนภัยดำเนินการอย่างรวดเร็วและทำอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นการให้ความช่วยเหลือด้านบริการสุขภาพ, ความพร้อมบริการด้านลอจิสติกส์และความจำเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ไร้ที่อยู่ และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน&amp;quot; ผู้นำอินโดนีเซียกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัลฟอนส์ ฮาดา เบธาน ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยโฟลเรสตะวันออก กล่าวว่า มีชาวบ้านจำนวนมากอพยพไปอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราว แต่ละกิ่งอำเภอมีชาวบ้านมาหลบภัยหลายร้อยคน แต่อีกจำนวนมากเลือกที่จะอยู่บ้าน คนเหล่านี้ต้องการยา, อาหารและผ้าห่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เกาะเลมบาตาที่อยู่ทางตะวันออกของเกาะโฟลเรส พื้นที่บางส่วนของบางหมู่บ้านโดนโคลนถล่ม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องใช้เครื่องมือหนักเปิดถนน มีภาพถ่ายที่ชาวบ้านเดินฝ่าโคลนและบ้านที่พังถล่มบางส่วนเพื่ออพยพผู้ประสบภัยด้วยเปลหาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ติมอร์ตะวันออกก็มีประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัยราว 2,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหภาพยุโรป (อียู) แถลงว่า อียูพร้อมจะเสนอความช่วยเหลือแก่ติมอร์ตะวันออก หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าติมอร์เลสเต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่ติมอร์เลสเตกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหมู่ประชากร ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งต่อทรัพยากรและต่อประชาชนชาวติมอร์&amp;quot; แถลงการณ์ของอียูกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติมอร์ตะวันออก, น้ำท่วมฉับพลัน, อินโดนีเซีย, เกาะโฟลเรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ac7cc072c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติมอร์ตะวันออกลงนามข้อตกลงกำหนดเขตแดนทะเลกับออสเตรเลีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลติมอร์ตะวันออกและรัฐบาลออสเตรเลียลงนามสนธิสัญญาที่ยุติข้อพิพาทยาวนานนับทศวรรษเรื่องเขตแดนทางทะเลแล้วเมื่อวันอังคาร ปลดล็อกการพัฒนาแหล่งพลังงานนอกชายฝั่งที่คาดว่าจะสร้างรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แผนที่แสดงเส้นเขตแดนทางทะเลที่กำหนดกันใหม่ (สีเขียว) เครดิตภาพ BBC / AUSTRALIAN GOVERNMENT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ว่าสนธิสัญญาที่ลงนามกันที่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์กเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐนั้น&amp;nbsp; ได้รับการคาดหมายว่าจะเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อติมอร์ตะวันออกหรือติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของเอเชีย ด้วยการร่วมแบ่งปันรายได้จากแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่ง เกรตเตอร์ซันไรส์ ในทะเลติมอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูลี บิชอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวกับภายหลังพิธีลงนามว่า ติมอร์ตะวันออกได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายจากข้อตกลงฉบับนี้ &amp;quot;เรากำลังพูดถึงรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากโครงการทรัพยากร&amp;quot; เธอกล่าวกับผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมินกันว่า แหล่งพลังงานใต้ทะเล เกรตเตอร์ซันไรต์ ซึ่งค้นพบเมื่อปี 2517 น่าจะมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าระหว่าง 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์ แหล่งพลังงานนอกชายฝั่งแห่งนี้อยู่ห่างจากติมอร์เลสเตทางตะวันออกเฉียงใต้ 150 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองดาร์วินของออสเตรเลียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 450 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮอร์เมเนกิลโด ออกุสโต กาบรัล เปเรรา รัฐมนตรีกระทรวงปักปันเขตแดนของติมอร์ตะวันออก กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งก๊าซผ่านท่อส่งที่จะต่อมาถึงชายฝั่งตอนใต้ของประเทศ จะเป็นตัวพลิกเกม โครงการเช่นนี้จะส่งผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจสังคมของติมอร์ตะวันออก ซึ่ง 65% ของประชากร 1.5 ล้านคนเป็นคนวัยหนุ่มสาวที่กำลังต้องการงานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการที่กำกับดูแลการเจรจาต่อรองทำสนธิสัญญาฉบับนี้จะเผยแพร่รายงานว่าด้วยทางเลือกต่างๆ ในการพัฒนาแหล่งพลังงานเกรตเตอร์ซันไรส์ภายในเวลาอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติมอร์ตะวันออกและออสเตรเลียมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลกันมานับแต่ติมอร์ตะวันออกเป็นเอกราชจากอินโดนีเซียเมื่อปี 2545 ข้อตกลงที่ลงนามกันเมื่อวันอังคารเป็นผลงานชิ้นแรกภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลของยูเอ็น ที่ใช้เป็นเครื่องมือพิเศษสำหรับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติมอร์ตะวันออก, ติมอร์เลสเต, ทะเลติมอร์, สนธิสัญญา, ออสเตรเลีย, เกรตเตอร์ซันไรส์, เขตแดนทางทะเล, แหล่งพลังงานนอกชายฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fe0123ca01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
