<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการกางกฎหมายเทียบคดีโคเคน &#039;ลูกเลี้ยงกรณ์ - ยู่ยี่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์เฟซบุ๊คอธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับคดียาเสพติดของนายพันธิตร มหาเปารยะ หรือติ๊งค์ ลูกเลี้ยงนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรว่าการกระทรวงการคลัง กับคดีของนางชัชชญา เกวสต้า รามอส หรืออลิสา อินทุสมิต หรือยู่ยี่ มีข้อความว่า&amp;quot;ด้วยมีคนรู้จักคุ้นเคยกันดีมาขอให้ผมให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่องที่นายพันธิตร มหาเปารยะ หรือ ติ๊งค์ ถูกจับกุมในข้อหามีโคเคนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมจึงขอให้ความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการส่วนตัวในเรื่องนี้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายพันธิตร หรือติ๊งค์ มีโคเคนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครองปริมาณ 920 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณน้ำหนักโคเคนสุทธิ 200 มิลลิกรัม ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และปริมาณของยาเสพติด พ.ศ. 2546 ทำให้นายพันธิตร หรือติ๊งค์ ไม่มีมีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 มาตรา 19 เนื่องจากมีโคเคนไว้ในครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ แม้จะมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพก็ตาม และจึงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐานมีโคเคนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปริมาณโคเคนที่นายพันธิตร หรือติ๊งค์มีไว้ในครอบครองไม่เข้าข้อสันนิษฐานตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคสอง ที่จะถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เนื่องจากมีปริมาณสารบริสุทธิ์ไม่ถึง 100 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณีคดีของนางชัชชญา เกวสต้า รามอส หรือ อลิสา อินทุสมิต หรือ ยู่ยี่ ซึ่งมีผู้นำมาพูดเปรียบเทียบกับคดีนี้นั้น นอกจากนางอลิสาหรือยู่ยี่จะกระทำความผิดฐานมีโคเคนน้ำหนัก 251 มิลลิกรัม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังกระทำความผิดฐานนำโคเคน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย &amp;nbsp;ซึ่งความผิดฐานนำโคเคนเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้มีอัตราโทษที่สูงมาก คือ จำคุกตั้งแต่ 20 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2 ล้านบาทถึง 5 ล้านบาท ซึ่งในที่สุดแล้วศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกนางอลิสาหรือยู่ยี่ 15 ปี ปรับ 1.5 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
4. การกำหนดวงเงินประกันตัวในชั้นศาลจะเป็นเท่าใดนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยกระทำความผิดฐานใด ซึ่งได้มีการกำหนดวงเงินที่จะเป็นหลักประกันในการประกันตัวหรือปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ในบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งกำหนดขึ้นตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เพื่อให้ผู้พิพากษาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานกลางในการกำหนดหลักประกันการประกันตัวหรือปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วงเงินประกันตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันดังกล่าวกำหนดไว้ที่ 1 หมื่นบาท สำหรับการกระทำความผิดฐานมีโคเคนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตที่มีน้ำหนักสุทธิไม่ถึง 5 กรัม หากมีปริมาณโคเคนตั้งแต่ 5 กรัม แต่ไม่ถึง 20 กรัม วงเงินประกันก็จะเพิ่มเป็น 3 หมื่นบาท เป็นต้น ส่วนความผิดฐานนำโคเคนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จะกำหนดวงเงินประกันไว้สูงกว่ามากโดยกำหนดไว้ที่ 4 แสนบาท กรณีที่ปริมาณโคเคนไม่เกิน 1 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ถึงแม้ปริมาณโคเคนที่นายพันธิตรหรือติ๊งค์มีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 920 มิลลิกรัม จะมีมากกว่าของนางอลิสาหรือยู่ยี่ ที่มีโคเคนไว้ในครอบครองจำนวน 251 มิลลิกรัม ก็ตาม แต่วงเงินประกันตัวของนายพันธิตรหรือติ๊งค์จะต่ำกว่า เนื่องจากฐานความผิดที่ทั้ง 2 กระทำลงไปแตกต่างกันดังกล่าวมาแล้ว โดยความผิดที่นายพันธิตรหรือติ๊งค์กระทำลงไปมีอัตราโทษที่ต่ำกว่ามาก จึงทำให้วงเงินประกันตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันต่ำกว่าด้วย โดยกรณีของนายนายพันธิตรหรือติ๊งค์ วงเงินประกันตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันกำหนดไว้ที่ 1 หมื่นบาท ส่วนของนางอลิสาหรือยู่ยี่ วงเงินประกันกำหนดไว้ที่ 4 แสนบาท&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติ๊งค์ พันธิตร, ธนกฤต วรธนัชชากุล, พันธิตร มหาเปารยะ, ยู่ยี่, ลูกเลี้ยงกรณ์, อลิสา อินทุสมิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefefb8bc842.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; โพสต์ในฐานะพ่อเลี้ยงขอโทษแทน &#039;ติ๊งค์&#039; หวังสังคมให้โอกาสหลังสิ้นสุดคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 61 - นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความหลังนายพันธิตร (ติ๊งค์) มหาเปารยะ บุตรชายนางวรกร จาติกวณิช ภรรยา ถูกจับในข้อหายาเสพติดว่า &amp;quot;ต้องขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและภรรยานะครับ ในฐานะคนในครอบครัวเดียวกัน ในเมื่อติ๊งได้ออกมาขอโทษและให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงตัวเอง เราก็ต้องให้โอกาสและความช่วยเหลือ นอกจากนั้นก็คือปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายตามปกติ เมื่อคืนเขาก็นอนในห้องขังอยู่หนึ่งคืน คงจะได้คิดอะไรบ้าง และเท่าที่ทราบเจ้าตัวเขาก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยดี วันนี้หากศาลกรุณาเราก็คงไปประกันตัวเขาออกมาและรอฟังคำสั่งศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ติ๊งเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ผมอยากจะขอโทษแทนน้องเขา บทเรียนครั้งนี้น่าจะทำให้เขาโตขึ้น และหวังว่าสังคมจะให้โอกาสเขาในอนาคต หลังจากกระบวนการทางกฏหมายต่างๆ สิ้นสุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีข้อเสนอแนะใด ที่ผมในฐานะพ่อเลี้ยงและหัวหน้าครอบครัวคนหนึ่งพึงกระทำอีก ผมพร้อมเปิดใจรับฟังนะครับ ด้วยความขอบคุณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8496</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ติ๊งค์ พันธิตร, พ่อเลี้ยง, วรกร จาติกวณิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9b7a80daf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกัน &#039;ติ๊งค์ พันธิตร&#039; ลูกเลี้ยง &#039;กรณ์&#039; หลังตร.ยื่นฝากขังถูกจับพกโคเคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ควบคุมตัวนายพันธิตร มหาเปารยะ หรือติ๊งค์ อายุ 26 ปี บุตรชายของนางวรกร จาติกวณิช ภรรยาของนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลังและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็นบุตรเลี้ยงของนายกรณ์ ผู้ต้องหาคดีมีโคเคน ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครองฯ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 พ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 4 ปาก, รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2561 เวลา 04.10 น. เจ้าพนักงานตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายพันธิตร ผู้ต้องหา บริเวณที่เกิดเหตุ พบผู้ต้องหานั่งรถแท็กซี่ผ่านมามีท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงได้ขอตรวจค้นโดยผู้ต้องหายินยอม ปรากฏว่าพบยาเสพติดให้โทษของกลางเป็นโคเคน ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 จำนวน 1 ถุง หนัก 0.920 กรัม บรรจุในซองพลาสติกใส ซึ่งผู้ต้องหาซุกซ่อนอยู่ที่กระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าสะพายของผู้ต้องหา สอบถามแล้วผู้ต้องหารับว่ายาเสพติดของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง ซื้อมาในราคาประมาณ 1,000 บาท จึงได้แจ้งข้อหาและจับกุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในชั้นจับกุมและสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดบริเวณหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวง-เขตคลองเตย กรุงเทพฯ การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7 (2),17 วรรคแรก, 69 วรรคแรก และ 102&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีเพื่อนของนายพันธิตรเดินทางมาให้กำลังใจด้วย ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวนายพันธิตร ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้นายพันธิตรได้ประกันตัวไปโดยตีราคาหลักทรัพย์ 10,000 บาท และให้รายงานตัวหลังครบฝากขังครั้งที่ 4 (49 วัน) วันที่ 21 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8495</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, ติ๊งค์ พันธิตร, พันธิตร มหาเปารยะ, ลูกเลี้ยงกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aebdf4ea2437.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
