<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ติ๋ว อรสา’เผยนาทีเฉียดตาย เส้นเลือดในสมองแตก หวิดเป็นอัมพาตครึ่งซีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติ๋ว-อรสา พรหมประทาน นักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถ มาเปิดเส้นทางในวงการที่แสนยาวนานกว่า 50 ปี จากเด็กหญิงกำพร้าสู่นางร้ายแถวหน้าในวงการ พร้อมเผยนาทีเฉียดตายเส้นเลือดในสมองแตก หวิดเป็นอัมพาตครึ่งซีก ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่มี บูม สุภาพร และ ชมพู่ ก่อนบ่าย&amp;nbsp; เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : กลัวมาก เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาใช้เงินหมดไปเยอะ ไหนจะไม่สบาย ไหนจะต้องเลี้ยงลูกหมา คือไม่มีเงินเข้ามาเลย ต้องดึงเงินเก็บมาใช้เป็นหลักล้านแล้ว เพราะแต่ละเดือนจะมีค่าใช้จ่าย 4-5 หมื่นเป็นอย่างต่ำ ถามว่ามีขายอะไรไปบ้างไหม ก็มีบ้าง ก็มีไลฟ์ขายเสื้อ กระเป๋า รองเท้า บางทีก็ทำอาหารเองแล้วก็ไลฟ์ขาย มันก็เพลินดี และทำให้มีรายได้บ้าง ตอนไลฟ์ก็มีแม่ มีโย มีน้องขวัญ มี &amp;ldquo;แม่อี๊ด&amp;rdquo; ดวงใจ มี &amp;ldquo;ก้อย&amp;rdquo; ทาริกา แม่จิ๋ม มยุรฉัตร&amp;nbsp; แก๊งค์เราเรียกว่าเป็นแก๊งนางพญาหงส์หยก เพราะเจอกระจกไม่ได้ต้องส่อง ต้องโพสต์ท่าตลอด เวลาอยู่ด้วยกัน ก็แย่งกันพูดคุยไม่มีใครยอมใคร เพราะกลุ่มเราสนิทกันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าก่อนหน้านี้เคยสลบไปนาน 7 วัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่ คือเราแสวงบุญที่อินเดีย ไปสีสังเว แล้วเราก็ไปเส้นโลหิตแตกที่โน่น เป็นเหตุการณ์ปลายปี 2551 ขณะที่เรานั่งรถไปสีสังเว อากาศมันก็หนาวบ้าง ร้อนบ้าง แล้วต้องตื่นเช้า เวลานั่งรถก็นั่งไกล๊ไกล พระอาจารย์ก็ถามว่ามาครั้งแรกหรือ เราก็ตอบว่าเจ้าค่ะ ท่านก็เลยให้มาพูดถึงความรู้สึก เราก็ออกไป อ้าปากพูดได้คำเดียวว่า &amp;ldquo;เพิ่งมาแสวงบุญครั้งแรกที่สีสังเว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตอนที่พูดจู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวมากเหมือนฟ้าผ่า จากนั้นก็เหงื่อแตกเพื่อนๆ ก็มาประคองให้เราไปนั่งเก้าอี้ พอนั่งเก้าอี้เรารู้สึกไม่ไหว วิงเวียนเหมือนธาตุไฟแตก ปวดท้องหนัก ท้องเบา แล้วก็อาเจียน ซึ่งตอนนั้นเราอยู่ในรถ ยังต้องเดินทางอีกประมาณ&amp;nbsp; 6 ชั่วโมงจะถึงโรงแรม เพื่อนๆ และไกด์ก็โทรหาหมอในกรุงเทพ โทรหาหมอในอินเดีย พอถึงโรงแรมหมอที่อินเดียก็มา เราก็นอนที่โซฟา ไม่มีแรง ก็มีคุณดวงตา และคุณทาริกาดูแลเราอยู่ หมอมาถึงมือขวาก็คว้าเข็มฉีดยา&amp;nbsp; อีกมือหนึ่งก็คว้าขวดจากกระเป๋ากางเกง ส่วนสำลีก็อยู่กระเป๋าเสื้อ เราก็ตกใจ ตุ๊กดวงตาก็บอกเราว่า&amp;rdquo; ฉีดได้เจ๊ อันนี้เป็นยาห้ามอาเจียน&amp;rdquo; พอฉีดไป รุ่งขึ้นเราก็อาการดีขึ้น เพื่อนก็ไป เขาคิชกุฏกัน ส่วนเราก็อยู่โรงแรมได้วันหนึ่ง วันถัดมาเราก็กลับมาที่กรุงเทพ อยู่ที่บ้านได้ 1 วันปรากฎว่ามีเพื่อนโทรชวนให้มาเช็คร่างกายกับคุณหมอเพราะเห็นที่อินเดียเราอาการไม่ค่อยดี เราก็ตกลงแต่งตัวไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลเขาก็เช็คร่างกาย เราอยู่โรงพยาบาลวันหนึ่งก็แล้ว พอวันที่สองเราก็บอกที่โรงพยาบาลว่าเราอยู่ต่อไม่ได้แล้ว เพราะมีละครรออยู่ ละครจะต้องปิดกล้อง ซึ่งทางโรงพยาบาลก็บอกว่าเราไปไม่ได้ หลังจากนั้นเราก็วูบไปไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตื่นมาอีกทีหนึ่งปรากฎว่านอนอยู่ในห้องไอซียูแล้ว เราก็ตกใจ นอนอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 1 เดือน อยู่ในไอซียู 2 อาทิตย์ อีก 2 อาทิตย์อยู่ที่โรงพยาบาล คือพอลืมตาขึ้นมาข้างขวาเรากระดิกไม่ได้เลย เราก็ตกใจ ร้องไห้โฮ คือเลือดคั่งในสมอง ทางพยาบาลก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวทำกายภาพก็หาย ตอนที่ทำกายภาพเขาต้องมาทำกายภาพให้เราที่เตียง ต้องทำทุกวันวันละ3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น เพราะตอนนั้นเราลุกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนๆ ว่าอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : ตอนที่เราฟื้นมา เพื่อนๆ ก็มาเล่าว่า นึกว่าเธอเป็นผักไปแล้ว นึกว่าจะไม่รอดไปแล้ว คือตอนที่เราวูบก็เหมือนเราหลับ ไม่เห็นอะไร ไม่ได้ไปไหน ตื่นมาก็เห็นพวกเธอ ถามว่าตอนนั้นกลัวไหม ก็ไม่ได้กลัวอะไร เขาเรียกให้ทำกายภาพบำบัดเราก็ทำ&amp;nbsp; และการทำกายภาพบำบัดมันเจ็บปวดทรมาน ยกแขนก็ไม่ขึ้น เขาก็เอาเลเซอร์มาจี้ แล้วก็ต้องหัดหยิบเข็ม และต้องหัดพูดใหม่ เพราะตอนนั้นพูดก็ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นได้กำลังใจจากใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : เราต้องช่วยตัวเอง เพราะเราไม่มีใคร เราไม่อยากให้ใครมาลำบาก กำลังใจของเราก็คือการที่เราต้องทำให้ได้ ต้องช่วยตัวเองให้ได้ ต้องอยู่ให้ได้ ถ้าเราทำไม่ได้ เราจะอยู่ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำกายภาพนานไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : นาน ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่&amp;nbsp; ต้องหัดเดิน หัดนั่ง ไปหัดขับรถใหม่ ต้องทำใหม่หมดทุกอย่าง ทุกวันนี้ต้องออกกำลังกายด้วยการเดิน แกว่งแขน อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่อย่างนั้นร่างกายจะยึดหมด คือก่อนที่เราจะป่วย เราชอบเล่นกีฬาทุกชนิด คุณหมอก็แนะนำมาเราก็เอามาปรับมาใช้บ้าง แรกๆ ก็มีทานยา ตอนนี้ก็ห่างๆ ไปบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่นอนเป็นผักเคยคิดถอดใจบ้างไหม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : ไม่มีเลย ไม่เคยคิดถอดใจ มีความรู้สึกว่าเราทำมาได้ทุกวันนี้ ถ้าเรามีชีวิตอยู่เราต้องลุกให้ได้ เราไม่เคยท้อ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เกิดอะไรเราต้องไม่ท้อ วันนี้เราลุกไม่ได้ อีกวันหนึ่งเราต้องลุกได้ คนอื่นไม่ใช้เราก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง&amp;nbsp; ตอนที่เราเล็กๆ เราขี้แยมาก เพราะคุณพ่อ คุณแม่เสีย แต่เราต้องสู้เราต้องเป็นที่พึ่งของน้องๆ พี่ๆ เกิดอะไรขึ้นอย่าไปยอม เราต้องสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าวงการได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : เดิมเป็นคนพิษณุโลก ตอนอายุ 14 เราก็มาอยู่กรุงเทพ ช่วงนั้นคุณพ่อคุณแม่เสียแล้ว &amp;nbsp;หนังสือเราก็ได้เรียนแค่ ม.6 ยังไม่จบดี ก็โดนหลอกมาอยู่กับคุณอาที่ร้านเสริมสวย เราก็หัดทำเล็บหัดสระผม ปรากฎว่าแขกติด แล้วร้านนี้เขามีชื่อเขาทำผมให้ดารา คือคุณเพชรา คุณเพชราก็มาทำผม สระผม แล้วคุณเพชราเขาก็บอกว่าพี่ดา ไอ้ติ๋วนี่หน่วยก้านดีนะ น่าจะส่งประกวด คุณอาก็บอกว่าไม่เอาหรอก ดำก็ดำ และเหมือนม้าดีดกระโหลก คุณเพชราก็บอกว่าเอาเถอะ จับมันไปขัดสีฉวีวรรณมันก็ประกวดได้ สรุปก็ได้ไปประกวด แต่ก่อนเข้าประกวดเงินเราก็ไม่ค่อยมี แต่เราต้องสวย&amp;nbsp; คุณอาก็บอกว่าอย่างกวาดอย่าถู เดี๋ยวตาตุ่มดำ&amp;nbsp; เดี๋ยวข้อศอกดำ และเวลาอยู่หน้ากระจกก็คอยมองอย่าขมวดคิ้ว อย่าเลิกหน้าผากเดี๋ยวหน้าผากย่น สมัยนั้นไม่ต้องไปสปา คุณอาก็ไปซื้อลิ้นทะเลมาขูด และซื้อนมตราหมีมากระป๋องหนึ่ง เอามาทาตัวเราทั้งตัว แล้วเขาก็พาไปแว๊กขน พออายุ 17 เราประกวดนางสาวไทย ตอนนั้นประกวดเป็นร้อยเหมือนกัน เราก็ผ่านเข้ารอบ 10 คน พอประกวดเสร็จก็มีแมวมองมาเห็น ได้เป็นนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2516 เล่นเรื่อง &amp;ldquo;เจ็ดดอกจิก&amp;rdquo; เป็นเรื่องแรก เล่นคู่กับคุณกรุงศรีวิไล และ ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็นนางเอกบู๊ แต่เราเล่นบู๊ท่าจะไม่รอดเพราะแขนขาไม่มีแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ภาพคนจำเป็นนางร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : หลังจากเล่นหนังไป 2-3&amp;nbsp; ปี ก็ได้เล่นละคร พอมาเล่นละคร เรื่องแรกก็เป็นนางอิจฉา&amp;nbsp; ถามว่าตัดสินใจนานไหม ไม่นาน เพราะเราต้องเล่นได้ทุกอย่าง เล่นตัวดีไม่ได้ ก็เล่นเป็นตัวร้าย สมัยก่อนเล่นละครจะดุและร้ายมาก ไปตลาดแม่ค้าไม่ขายของให้เลยนะ เดินไปไหนก็มีแต่คนไม่ชอบหน้า&amp;nbsp; อย่าว่าแต่แม่ค้า ผู้ชายยังไม่ชอบหน้าเราเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เล่นร้ายจนผู้ชายกระเจิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : เรียกว่าเขาอินในละคร คือเราร้ายในบท ตัวจริงเราไม่ร้ายนะ เรื่องของเรื่องคือเรามีเดทไปกินข้าว แล้วผู้ชายคนนี้เราก็ชอบด้วย เพราะเขาอยู่ในเครื่องแบบ เราชอบผู้ชายในเครื่องแบบ คือเขาก็ดูละคร ระหว่างทานข้าว เขาก็พูดว่า คุณดุมากเลยนะ แทงผัวตาย แล้วอย่างนี้ใครจะเป็นแฟนคุณได้ เราก็งง ก็บอกเขาว่า &amp;ldquo;อันนั้นในละคร อย่าอินขนาดนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหนุ่มมาจีบเยอะไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : สมัยก่อนมีหนุ่มเยอะ มีไฮโซพาไปทานข้าวที่ดุสิตธานี คือสมัยก่อนดุสิตธานีเปรี้ยวสุดละ เราก็ไปดินเนอร์ แล้วเราก็พาเพื่อนไป เพื่อนก็แนะให้จิ้มเมนูที่แพงที่สุด พอทานอาหารเสร็จ ก็ย้ายไปนั่งที่เทียร่า เราก็ต้องสั่งดริ๊งค์ เราก็จิ้มอันที่แพงที่สุด ระหว่างที่จะดื่ม คือเราก็ดื่มไม่เก่ง แต่เพื่อนดื่มเก่ง ปรากฎว่าเพื่อนไม่ได้ดื่ม แต่เพื่อนเทเหล้าทิ้งที่กระถางต้นไม้ด้านหลัง แต่เราไม่รู้เราดื่มจริงเราก็เลยเมา เพื่อนก็เลยพาเราไปห้องน้ำสอนให้ล้วงคอ คือผู้ชายเขาก็ไม่รู้ หลังจากดื่มได้สักพักเขาก็คิดว่าเราคงเมาได้ที่ เราก็เลยเตรียมตัวกลับบ้าน ผู้ชายก็ชวนไปดื่มกาแฟต่อที่บ้านเขา แต่เราก็ปฏิเสธไป คือไปทานข้าวทีนึงหมดไป 3-4 หมื่น เราก็คิดว่าเขาคงจะเข็ด ปรากฎว่าเขาก็ไม่เข็ดนะ เขาก็นัดเราอีกเราก็ทำเหมือนเดิม และทุกครั้งเราจะเอารถไปเอง ไม่เคยไปรถคนอื่น คือกลัวเขาไม่ส่งเดี๋ยวเรากลับบ้านไม่ได้ ถ้าเขาขับรถไปบ้านเขาแล้วเราจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะแบบนี้เลยครองตัวเป็นโสดมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติ๋ว อรสา : ไม่ได้ครองโสด ก็มีบ้าง แต่ทุกวันนี้ไม่มีใคร ก็ต้องอยู่คนเดียว อยู่กับแก๊งค์เพื่อน ถามว่าเคยมีเผลอใจรักใครบ้างไหม ก็มีบ้าง เพราะบางทีเราก็ไปชอบคนที่มีเจ้าของ คนที่ยังไม่มีเจ้าของเราก็ดันไม่ชอบ แต่เราก็ทำใจได้ เพราะเป็นของๆ เขา เราก็ทำใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติ๋ว อรสา, ติ๋ว-อรสา พรหมประทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e9e5fbb5f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
