<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกไม่รอลงอาญา! แก๊งโจ๋ยกพวกตีกันในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ห้องพิจารณาคดีที่ 18 ผู้พิพากษาจำนวน 3 ท่าน ได้ขึ้นบัลลังก์พิจารณาคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ1171/2563 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์ นางสาวบัญชลี หรือไอซ์ ฤทธิรงค์ ที่ 1 กับพวกรวม 10 คน จำเลย ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 โดยมีผู้ต้องหาจำนวน 17 คนบุกเข้าไปภายในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯและห้องฉุกเฉิน ใช้ไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก เก้าอี้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ ตีและขว้างปาคู่อริ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เก้าอี้ และทรัพย์สินอย่างอื่นได้รับความเสียหายมูลค่า 39,803 บาท ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นฯ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปฯ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันที่ 15 กันยายน 2563 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ฟ้องผู้ต้องหา ในข้อหา ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดต่อร่างกาย &amp;nbsp;ทำให้เสียทรัพย์ บุกรุก ศาลได้ตัดสินพิพากษาจำเลยจำนวน 7 คน ที่รับสารภาพจากจำเลยจำนวน 17 คน จำเลยที่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี 6 เดือน ถึง 7 ปี 6 เดือน เนื่องจากจำเลยบางคนเคยกระทำความผิดมาก่อน ศาลได้พิพากษาเพิ่มโทษ ทุกคนศาลให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญา และในวันนี้อัยการได้ฟ้องจำเลย 10 คนที่ให้การปฏิเสธต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ มีจำเลย 4 คน ให้การรับสารภาพ ส่วนอีก 6 คน ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า เข้าไปเพื่อห้ามเพื่อนที่ก่อเหตุ ศาลจึงต้องจำหน่ายคดีที่จำเลยปฏิเสธ ให้อัยการโจทก์แยกฟ้องเข้ามาใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81824</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ตีกันในโรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96807519448.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัว 4 โจ๋บุกโรงพยาบาลชกหมอ ส่งฝากขังศาลสมุทรปราการ เหลืออีก 2 จ่อมอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้ทำการเบิกตัว 4 ผู้ร่วมก่อเหตุมาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ ประกอบด้วย 1.นายนิพนธ์ บุตรสาร อายุ 22 ปี 2.นายกานต์ หรือออม แสงชัน อายุ 22 ปี 3.นายวิชัย&amp;nbsp;อยู่เล็ก อายุ 24 ปี และ 4.เยาวชนชายอายุ 17 ปี&amp;nbsp;โดยมีบรรดาเพื่อนๆของผู้ต้องหาพากันเดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจที่หน้าห้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เจ้าของคดี ได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนก่อนคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดส่งฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการและคัดค้านการประกันตัว ในข้อกล่าวหา&amp;nbsp;ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ&amp;nbsp;และบุกรุกสถานพยาบาลในเวลากลางคืน ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนชาย 17 ปี ถูกแจ้งข้อหาบุกรุกสถานพยาบาลในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ในส่วนของผู้ต้องหากลุ่มมหาวงศ์ ที่ร่วมกันก่อเหตุในโรงพยาบาลมีรายงานจากเดิม 18 คนนั้น ทางด้านตำรวจได้สอบปากคำและขยายผลประกอบกับหลักฐานจากภาพวงจรปิดพบว่ามีผู้ต้องหาเพิ่มรวมเป็น 24 คนรวมผู้เสียชีวิตด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 22 ราย เหลือเพียง 2 รายที่คาดว่าจะเข้ามอบตัวในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มของซอยโรงเหล็กเบื้องต้นจากข้อมูลของทางตำรวจพบว่ามี 5 คนที่อยู่ในเหตุการณ์และถูกจับกุมตัวไปแล้ว 1 คนคือนายธนพล หรือแจ๊ค มือแทงนายคิวจนถึงแก่ความตาย ส่วนรายอื่นๆ เบื้องต้นทางด้านตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาและอยู่ระหว่างประสานเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยขณะนี้มีรายงานว่าไปหลบซ่อนตัวกับญาติที่จังหวัดจันทบุรีเนื่องจากหวาดกลัวฝ่ายตรงข้ามจะล้างแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พล.ต.ต.ธนายุตม์&amp;nbsp;วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จะเดินทางมาตรวจสำนวนและคุมการปฎิบัติด้วยตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72201</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ชกหมอ, ตีกันในโรงพยาบาล, ทะเลาะวิวาท, บุกรุกสถานพยาบาล, สภ.สำโรงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17f05b2e194.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เตือนนักเลงอันธพาลตีกันในโรงพยาบาล ติดคุกทันทีไม่รอลงอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 -&amp;nbsp;นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับรายงานจากนายแพทย์ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง กรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ศาลจังหวัดอ่างทองได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ลงโทษจำคุกผู้ก่อเหตุภายในห้องฉุกเฉินทั้ง 3 คน คนละ 3 ปี แต่ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วนผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินจำนวน 8 คน ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ให้รับโทษจำคุกคนละ 6 เดือน แต่ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 3 เดือน ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลอันเป็นสาธารณสถานที่มีไว้สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยเจ็บ ไม่ควรที่ผู้ใดจะล่วงละเมิดเข้าไปทำลายความสงบเรียบร้อย เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรวม จึงไม่สมควรรอการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงสาธารณสุขยืนยันจะดำเนินคดี ไม่มีการยอมความกับผู้ก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่โรงพยาบาล และขอความร่วมมือประชาชนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง เพื่อให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรง แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ได้ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่&amp;rdquo; นายแพทย์สุขุมกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีกันในโรงพยาบาล, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e60727ed3f65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้จำคุกตีกันในรพ. ไม่เข็ดเจอไม้แข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการชี้ศาลสั่งจำคุกโจ๋ตีกันในโรงพยาบาลเป็นคดีตัวอย่างป้องปรามเหตุ เตือนหากทำเครื่องมือแพทย์เสียหายต้องฟ้องยึดทรัพย์ชดใช้ด้วย มั่นใจเทศกาลปีใหม่นี้ทุกคนหลาบจำไม่ไปก่อเหตุใน รพ. เพราะศาลจะไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมนี้ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดอ่างทองมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันที่โรงพยาบาลอ่างทอง ว่า ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาและสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวคำพิพากษาจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่น 8 ซึ่งตนเป็นนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าวอยู่นั้น พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้นำข่าวที่ศาลสั่งลงโทษจำคุกผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาลขึ้นหารือในห้องอบรม ซึ่งในหลักสูตรมีผู้เรียน 150 คน มีแพทย์ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงเรียนหลักสูตรดังกล่าวอยู่กว่า 70 ท่าน ก็มองว่าเหตุที่เกิดในสถานพยาบาลจะทำให้ประชาชนที่มาใช้บริการไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีวัยรุ่นที่ส่วนมากจะเมาในช่วงเทศกาลทะเลาะ ทำร้ายกัน เมื่อมีคนบาดเจ็บมารักษาที่โรงพยาบาลก็ยังมีการตามมาทำร้ายกันในโรงพยาบาลอีก ทั้งที่สถานที่ดังกล่าวควรเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ผ่านมาเราจะเห็นข่าวแบบนี้ค่อนข้างบ่อยขึ้น แพทย์ทั้งหลายที่เรียนในหลักสูตรดังกล่าวก็มีความเห็นเรียกร้อง ขอให้โรงพยาบาลเป็นที่ที่ปลอดภัย ไม่ใช่แต่เพียงแพทย์ สำหรับประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นอัยการและเรียนหลักสูตรดังกล่าว ได้ขึ้นกล่าวว่า ในเรื่องกฎหมายขอให้มั่นใจว่าเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด อย่างคดีที่โรงพยาบาลอ่างทองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง จะเห็นว่าคดีนี้ เหตุเกิดช่วงเดือนพฤศจิกายน อัยการฟ้องไป ศาลก็มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญาในช่วงต้นเดือนธันวาคม ก็ถือว่ารวดเร็ว ตรงนี้เราอาจจะดูในเรื่องของความร่วมมือ และในเรื่องของการเร่งรัดผลคดีให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็อยากจะฝากเตือนกลุ่มวัยรุ่นว่า ในช่วงเทศกาลมีการเฉลิมฉลองหรือสนุกกันได้ แต่ควรอย่าเลยเถิดจนมีเรื่องทำร้ายร่างกายกัน และขอให้เคารพสถานที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาล ต้องลองคิดดูให้ดีว่าเครื่องมือแพทย์บางชิ้นนั้น ที่อยู่ในห้องฉุกเฉินมีมูลค่า 40-50 ล้านบาทก็มี แล้วถ้าไปก่อเหตุทำให้เครื่องมือเสียหาย ตามหน้าที่แล้วอัยการก็จะต้องเรียกค่าเสียหายผู้กระทำเพื่อให้ชดใช้ คราวนี้เรื่องก็จะลามไปเป็นภาระแก่ผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่น ทรัพย์สินที่มีไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่นา ที่อยู่อาศัย ก็อาจจะถูกยึดมาใช้หนี้ จึงอยากฝากด้วยความห่วงใย ว่าไม่มีเรื่อง ไม่ตีกัน ดีที่สุด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์กล่าวอีกว่า คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่าง ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่มีการเผยแพร่ข่าวที่เป็นบทเรียนแก่สังคม เพื่อที่ผู้ที่จะก่อเหตุจะได้รู้และเปลี่ยนใจไม่กระทำความผิด เพราะคุณก็จะได้รู้ผลคดี ไม่ใช่รู้แต่ว่ามีเรื่อง ว่ามีเหตุแล้วเงียบหาย วัยรุ่นและผู้ปกครองก็จะได้ตระหนักรู้ ระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น ทุกคนจะได้มีสติ หมอหรือพยาบาลนั้นเวลาที่จะต้องมีการกู้ชีพคนไข้ในห้องฉุกเฉิน เขาจะไม่ระวังตัว เพราะว่าจะต้องจดจ่ออยู่กับการกู้ชีพชีวิตคน ถ้ามีคนบุกเข้าไปและพยายามจะทำร้ายคนไข้ แล้วหมอหันหลังอยู่ก็ลองคิดดูว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 วัยรุ่น 2 กลุ่มยกพวกไปทำร้ายกันที่โรงพยาบาลอ่างทอง หลังจากทั้ง 2 กลุ่มไปเที่ยวที่สถานบันเทิง แล้วมีเรื่องทำร้ายร่างกายกันจนได้รับบาดเจ็บ มารักษาตัวที่ รพ. แต่คู่อริไม่ยอมจบ ตามมาหาเรื่องถึงหน้าห้องฉุกเฉินต่อหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่ของ รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลสั่งจำคุกจำเลยทั้ง 8 คน คนละ 6 เดือน จำเลยทั้ง 8 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 เดือน พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลอันเป็นสาธารณสถานที่มีไว้สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยเจ็บ ไม่ควรผู้ใดจะล่วงละเมิดเข้าไปทำลายความสงบเรียบร้อย โดยเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรวม จึงไม่สมควรรอการลงโทษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยด้วยว่า ยังมีอีกประมาณ 6-7 กรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน อยู่ระหว่างการนำสำนวนเข้าสู่การพิจารณาคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีกันในโรงพยาบาล, พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df6324338060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
