<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งลักษณ์เฮ! ป.ป.ช.ตีตกข้อกล่าวหาออกกม.กู้เงิน2ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า เรื่องกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับคณะรัฐมนตรีรวม 35 คน กรณีร่วมกันมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศพ.ศ. ....และเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 169 และมาตรา 170 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมีนายณรงค์ รัฐอมฤตเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับพวกในฐานะคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ... น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และต่อมาสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน6 คนได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 169 วรรคหนึ่งและมาตรา 170 ประธานรัฐสภาจึงได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556&amp;nbsp; ส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 34/2557 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2557 ว่าร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 169 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสอง ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญมีผลให้ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นอันตกไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตร 169 และมาตรา 170 มาพิจารณา เนื่องจากเนื้อหาตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้เคยมีการตราไว้เป็นกฎหมายในทำนองเดียวกันมาหลายครั้งโดยรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในช่วงเวลาเดียวกันก็มีข้อความในทำนองเดียวกันกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และที่ผ่านมาไม่มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากับพวกเชื่อว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในการเสนอร่างพระราชบัญญัติของผู้ถูกกล่าวหากับพวกในฐานะคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารเป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาอันไม่ใช่หน้าที่ทั่วไปหรือตามที่กฎหมายกำหนด ตามองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157และมาตรา 123/1 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาและตรากฎหมาย มีอำนาจพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบหรือมีอำนาจการแก้ไขได้เป็นการตรวจสอบ ถ่วงดุลและคานอำนาจฝ่ายบริหารของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกการใช้อำนาจอธิปไตย และเป็นการกระทำของรัฐบาลที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาเป็นไปตามหลักทฤษฎีการกระทำของรัฐบาลซึ่งโดยหลักการศาลปกครองหรือศาลยุติธรรมจะไม่เข้าไปตรวจสอบ เว้นแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่าพระราชบัญญัติใดมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้ามีบทบัญญัติใดที่รัฐบาลเสนอมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ต้องรับผิดชอบในทางการเมืองในเรื่องกระบวนการถอดถอนหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการตั้งกระทู้ถามอันเป็นการตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะกรรมการป.ป.ช.จึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 1 ว่าการกระทำดังกล่าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-35 ไม่มีมูลความผิดตามที่กล่าวหา ให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป&amp;quot; นายวรวิทย์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59939</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตก, ป.ป.ช., พรบ.กู้เงิน2ล้านล้าน, ยิ่งลักษณ์, วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f3975cce6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม! ปปช.ตีตกปมรับทรัพย์สินเกิน3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สถาบันอิศรา ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. จัดงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการไต่สวน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีการยืมนาฬิกาเพื่อน 21 เรือน เป็นการรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาทตามกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ และมีมติออกมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอยืนยันมติ และจะให้เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงต่อสังคม รวมถึงเหตุผลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยต่อไป อย่างไรก็ดี ในการลงมติกรณีนี้ ตนขอถอนตัว ไม่ได้ร่วมลงมติด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องต่อเนื่องจากกรณีเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาเรื่องการยืมทรัพย์สินว่า มีการยืม 2 ลักษณะคือยืมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นหนี้สิน และยืมในเชิงนิติประเพณี โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้ และเรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดก่อน เคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด ประเทศไทยเคยมีกรณีการยืมทรัพย์สินประเภทรถยนต์จำนวนมาก อาทิ กรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถเบนท์ลี่ย์สีชมพูเข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จนมีการตรวจสอบ แต่นักการเมืองรายดังกล่าวก็ได้ชี้แจงว่ายืมมาจากเพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์ และได้คืนไปแล้ว จึงไม่ถือว่าทรัพย์สินที่ต้องยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ดังนั้นการวินิจฉัยเรื่องการยืมทรัพย์สินจึงยึดแนวคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ชุดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61 ป.ป.ช.เคยมีมติตีตกกรณีพล.อ.ประวิตรถือครองนาฬิกาหรูจำนวน 22 เรือน และแหวนเพชร เนื่องจากไม่ได้แสดงไว้ในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยระบุว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ และรับฟังได้ว่าเป็นการยืมนาฬิกาเพื่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44481</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตก, นาฬิกายืมเพื่อน, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล, รับทรัพย์สินเกิน3พัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d6630f3f18be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ปาดเหงื่อ!กกต.ตีตกหมด5ข้อร้องเรียน&#039;บิ๊กตุ่-พปชร.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62- &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้มีหนังสือลงวันที่ 26 มิ.ย.แจ้งผลการพิจารณายกคำร้องใน 5 ประเด็นที่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปยังนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติซึ่งเป็นผู้ร้องได้รับทราบ มีรายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรณีที่ขอให้กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา &amp;nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรีพรรคไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 ข้อ 90และ ข้อ 91 โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า การลงมติเพื่อเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ดำเนินการโดยชอบแล้ว มีการเสนอชื่อ 3 คน ประกอบด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายอุตตม สาวนายน โดยในวันที่ 8 ก.พ. 62 ซึ่งเป็นวันที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคมีมติเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อกกต.นั้นมีหนังสือยินยอมของพล.อ.ประยุทธ์ให้เสนอชื่อได้ ดังนั้นการเสนอชื่อดังกล่าวจึงเป็นไปตามข้อบังคับพรรคข้อ 90 และข้อ 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 มาตรา 13 และ14 รวมถึงระเบียบกกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 ข้อ 114และ 115 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งต้องห้ามมิให้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า กกต.มีมติไปแล้วว่าการประกาศชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมาตรา 89 รวมถึงพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 13 และ 14 แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรณีพล.อ.ประยุทธ์ เปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม &amp;nbsp;เว็บไซต์ เข้าข่ายเป็นเจ้าของกิจการสื่อ มีผลให้ต้องห้ามเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น กกต.มีมติแล้วว่ายังไม่ถือว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชน จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4)ประกอบมาตรา 160(6)และมาตรา 98(3) รวมถึงมาตรา 264 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 .กรณีพรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมระดมทุนด้วยการขายโต๊ะจีนราคา 3 ล้านบาท ก็ไม่เข้าข่ายการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกันแม้จะกำหนดราคาโต๊ะจีนสูงแต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เข้าร่วมกิจกรรมระดมทุน โดยกฎหมายได้จำกัดวงเงินผู้สนับสนุนเอาไว้แล้ว กรณีดังล่าวจึงไม่ใช่เป็นการขายสินค้าในลักษณะแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ยังไม่เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5.กรณีร้องว่านายอุตตม สาวนายน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดตั้งแต่การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง &amp;nbsp;จัดประชุมตั้งพรรคการเมืองในส่วนของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรค จากนั้นเมื่อสภาพนิติบุคคลเกิดขึ้นเมื่อนายทะเบียนตามรับการจดจัดตั้ง ก็มีการเปิดรับสมัครสมาชิกในวันที่ 8 พ.ย. 61 &amp;nbsp;โดยนายอุตตม ได้ทำหนังสือแจ้งเรื่องการรับสมัครสมาชิกให้กกต.รับทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. 61 และในวันดังกล่าวนายอุตตมก็สมัครเป็นสมาชิกพรรคชำระค่าบำรุงตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสำนักงานกกต.เคยตอบข้อสอบถามพรรคอนาคตใหม่ว่าผู้ที่เข้าชื่อร่วมกันขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะเป็นสมาชิกต่อเมื่อได้ชำระค่าบำรุงพรรคแล้วดังนั้น การเป็นหัวหน้าพรรคของนายอุตตม จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และไม่เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองแต่อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองยังแจ้งว่าหากนายเรืองไกร มีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่การพิจารณาซึ่งน่าจะทำให้ผลการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงไปสามารถแจ้งให้พิจารณาได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39976</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., จรุงวิทย์ ภุมมา, ตีตก, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, บิ๊กตู่, ร้องยุบพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8736dd043cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านเงิบ! สภาฯตีตกญัตติสอบสรรหาส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - ที่บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. ว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบกลั่นกรองเรื่องการยื่นญัตติและตั้งกระทู้ต่างๆ ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรไปกลั่นกรองญัตติดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ได้ข้อสรุปว่า ไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯตามที่ฝ่ายค้านร้องขอมาได้ เพราะกระบวนการสรรหา ส.ว.เป็นอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังอยู่นอกเหนืออำนาจที่สภาฯจะไปตรวจสอบได้ เพราะหน้าที่ของสภาฯ คือการตรวจสอบกระบวนการทำงานของรัฐบาล แต่ คสช. ไม่ใช่รัฐบาล จึงไม่สามารถไปตรวจสอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่า ได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยยึดตามข้อกฎหมายแล้วพบว่า ไม่สามารถทำได้ ไม่เกี่ยวกับการเกรงใจไม่กล้าตรวจสอบ คสช. การทำงานของสภาฯ จะเกรงใจใครไม่ได้ ต้องยึดตามกฎหมาย ได้แจ้งเรื่องนี้ให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบแล้ว นายชวนแจ้งว่า ถ้ามีข้อกฎหมายและข้อบังคับรองรับก็ให้ยึดตามเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่เสนอมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39509</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ญัตติตั้งกมธ.สอบส.ว., ตีตก, ฝ่ายค้าน, รองประธานสภาฯ, ศุภชัย โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5cea761edf451.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
