<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ้&#039; สวนกลับ &#039;ก้าวไกล&#039; ไม่แปรญัตติงบช่วยโควิดเลย ลั่นเลิกเล่นการเมืองหากใช้เงินผิดวัตถุประสงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีที่กมธ.งบประมาณฯในส่วนพรรคเพื่อไทยตัดสินใจโหวตโยกงบประมาณที่ถูกปรับลงไปไว้ในงบกลาง 1.63 หมื่นล้านบาทว่า หลังจากกรรมาธิการงบประมาณฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย โหวตงบที่ปรับลดเข้างบกลาง&amp;nbsp;1.63หมื่นล้านบาท จนถูกตั้งคำถาม เป็นการตีเช็คเปล่าให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมหรือไม่ เมื่อดูงบกลางปี 2564 ได้รับประมาณ 6.14 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ปัญหาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดจำนวน 4.03 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2565 มีงบกลางประมาณ 5.71 แสนล้านบาท แต่กลับไม่มีงบประมาณที่จะนำไปบรรเทาเยียวยาแก้ไขปัญหาโควิดเลย จึงเป็นเหตุให้กมธ.งบประมาณฝั่งพรรคเพื่อไทย มีมติโหวตเป็นเอกฉันท์ เพื่อให้นำเงิน 1.63 หมื่นล้านบาทไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า มั่นใจว่า จะไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่า เพราะการจะนำงบประมาณไปใช้ได้นั้น ผู้ขอรับงบ ผู้อนุมัติงบ จะต้องทำตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ที่ออกโดยสำนักงบประมาณ ในระเบียบดังกล่าว ระบุวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายไว้อย่างชัดเจน โดยทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอน ถ้าพบการทุจริตต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณที่ให้ไปทั้งหมดการันตีได้ว่าจะถูกนำไปช่วยประชาชนที่เกี่ยวกับปัญหาโควิดอย่างแน่นอน แม้ทางพรรคก้าวไกลจะออกมาระบุว่า ทำไมไม่โยกไปให้ในส่วนของท้องถิ่น ยอมรับว่าท้องถิ่นก็มีความจำเป็น แต่เงินเราก็มีจำกัด ส่วนที่ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาตอบโต้ตนนั้น ตนไม่อยากตอบโต้กลับ แต่ละพรรค แต่ละคนมีสิทธิ์คิด ตัดสินใจ ขอย้ำจุดยืนพรรคเพื่อไทยในการตัดปรับลดงบประมาณปี 2565 เห็นได้มาตั้งแต่กรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ขณะที่การแปรญัตติพรรคก้าวไกล ไม่เห็นมีการแปรญัตติไปช่วยโควิดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโหวตของกมธ.งบประมาณพรรคเพื่อไทย ที่เห็นตรงกับกรรมาธิการฯพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยนั้น คงเป็นเพราะส.ส.ทุกคนเห็นว่าขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนกับโควิดจริงๆ ขอย้ำว่าถ้ามีการนำงบประมาณในส่วนของงบกลางไปใช้ผิดระเบียบ ไม่ได้ใช้เกี่ยวกับโควิดถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ตนพร้อมเอาตำแหน่งส.ส.เป็นเดิมพัน ถ้ามีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีการนำงบกลางไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่ไม่ได้ช่วยประชาชนเรื่องโควิด ตนพร้อมลาออกจากส.ส.และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า กรณีโต้ตอบกันไปมากับนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะนายตรีรัตน์ ไม่เคยเป็นส.ส. พรรคเพื่อไทยให้โอกาสหลายครั้ง จะมาอ้างสิทธิ์เป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไร ทั้งที่สอบตกและออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่กลับมาว่าพรรคเพื่อไทย นายตรีรัตน์ไม่มีราคาทางการเมือง แต่กลับเข้ามาในคลับเฮาส์และอ้างว่าตัวประชาชน จึงถามว่าเป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็นส.ส. ทั้งที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยแต่กลับมาด่าพรรค ที่อ้างว่าออกไปเพราะเลือดไหล จะเลือดไหลได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็นส.ส. ทำไม นายตรีรัตน์ออกไปแล้วต้องมาด่าพรรค หากใครดีเลวก็ว่าไป พรรคทำอะไรให้เสียหาย อย่าลืมว่าคนรู้จักวันนี้เพราะลงสมัครส.ส.ในนามพรรค และพรรคเคยอุ้มชู ดังนั้นอย่าเนรคุณพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ในกลุ่มคลับเฮ้าส์ มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อ งบกลางชนวนเหตุ เพื่อไทย ก้าวไกล ขัดแย้ง โดยมีส.ส.เพื่อไทย ส.ส.ก้าวไกล นักวิชาการ และบุคคลภายนอก เข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนหลายคน รวมไปถึงนายตรีรัตน์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น จนนายยุทธพงศ์ ตอบโต้นายตรีรัตน์ อย่างดุเดือดมาแล้วรอบหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายตรีรัตน์ ได้เขียนข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ปากบอกประยุทธ์ ไร้ประสิทธิภาพ ปากบอกประยุทธ์ต้องลาออก ปากออกมาแถลงด่าทุกอาทิตย์ ก็คงเป็นเพียง ละครตบตาประชาชน สุดท้ายก็เอางบที่โกหกว่าจะช่วยชาติประหยัดเงิน ไปต่ออายุให้ประยุทธ์บริหารต่อ บอกตรงๆว่าโคตรผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกราบขอโทษทุกท่าน ที่ผมเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการตัดงบประมาณ&amp;nbsp;1.6 หมื่นล้าน(ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการงบ โดยไม่สังกัดพรรค) เพราะคิดว่าจะสามารถช่วยประหยัดภาษีให้พี่น้องประชาชนได้ โดยไม่คิดว่า 1.6 หมื่นล้าน ที่ถูกตัดไปจะถูกพลิกนำไปให้ประยุทธ์ใช้ตามอำเภอใจ&amp;nbsp; ถ้าผมได้เป็นส.ส.แล้วต้องหักหลังประชาชน ผมขอสอบตกดีกว่าครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112209</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ65, งบประมาณปี 65, ตีเช็คเปล่า, พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a5382b307d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้โม้เงินกู้แค่3วันท้ายนไม่ไว้วางใจแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดับฝันฝ่ายค้าน วิปรัฐบาลเสียงแข็งประชุมสภาเห็นชอบ 3 พ.ร.ก.โควิดแค่ 3 วัน ลั่นไม่ใช่ญัตติซักฟอก กร้าวหากไม่พอใจก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเลย &amp;quot;เทพไท-ปชป.&amp;quot; เตรียมอภิปราย อ้างหวั่นรัฐบาลตีเช็คเปล่า ใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงก่อนสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 โดยท่าทีของฝ่ายค้านต้องการขอเวลาการอภิปรายมากกว่า 3 วัน ไม่ใช่แค่ 27-29 พ.ค.เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่วิปฝ่ายค้านขออภิปราย พ.ร.ก. 3 ฉบับ 10 วัน ว่าฝ่ายค้านคงเสนอความเห็นตามความรู้สึก แต่โดยข้อเท็จจริง การประชุมสภาต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่ซ้ำประเด็นต้องอภิปรายสลับกัน ประธานสภาฯ สามารถยุติการอภิปรายได้ หรือที่ประชุมเสนอปิดอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นจำนวนวันที่จะอภิปรายต้องมีการหารือกันก่อน ซึ่งพระราชกำหนดทั้ง 3 ฉบับนั้น เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ฝ่ายค้านมีหน้าที่ในการพิจารณาว่าจะยืนยันอนุมัติหรือไม่ พ.ร.ก. 3 ฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และสามารถอภิปรายถึงรายละเอียดของแผนงานว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถึงมือประชาชนหรือไม่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และอีกประการคือการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับได้ดำเนินการไปแล้ว หากฝ่ายค้านไม่อนุมัติก็ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการที่ได้ทำมาแล้ว ดังนั้นฝ่ายค้านอย่าหลงประเด็น แต่ขอให้เตรียมอภิปรายได้เต็มที่โดยต้องอยู่ในกรอบดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญฝ่ายค้านยังสามารถติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ผ่านกรรมาธิการชุดต่างๆ หากพบความบกพร่อง ผิดพลาด ทุจริตคอร์รัปชัน ก็สามารถยื่นให้องค์กรอิสระต่างๆ ตรวจสอบตามหลักธรรมาภิบาลได้ นอกจากนี้ ฝ่ายค้านก็ยังมีดาบอาญาสิทธิ์กล่าวคือสามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ทันที แต่โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว สนับสนุนให้มีการอภิปรายในสภามากกว่า เพราะมีสิทธิ์พูดสลับกันทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายค้านเข้มแข็ง &amp;nbsp;มีข้อมูลดี ก็จะเกิดประโยชน์ในการตรวจสอบและถ่วงดุล เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งวิปรัฐบาลจะได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้&amp;rdquo; นายชินวรณ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แม้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะใช้เอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส.ในการอภิปราย ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อ พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยจะต้องขออนุญาตจากที่ประชุม ส.ส.ของพรรคก่อน เพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ มีวงเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมากเป็นประวัติการณ์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดประกอบ พ.ร.ก.เหล่านี้ เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า จึงจำเป็นต้องอภิปรายซักถามข้อสงสัยให้รัฐบาลได้ชี้แจงรายละเอียด เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศที่ต้องรับภาระหนี้สินทั้งหมดได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กำหนดวันประชุม 3 วันนั้น นายเทพไทกล่าวว่า น่าจะเพียงพอสำหรับการประชุมในครั้งนี้ โดยเปิดให้มีการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ เพราะช่วงวิกฤติโรคโควิด-19 ส.ส.จำนวนมากลงพื้นที่ช่วยรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายแง่มุม น่าจะนำมาสะท้อนปัญหาเพื่อเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เชื่อว่า ส.ส.ทุกคนจะเน้นการอภิปรายที่มีคุณภาพ ถ้าไม่มีการประท้วงหรือตีรวนกันจาก 2 ฝ่ายให้เสียบรรยากาศของการประชุม ก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งต้องเปิดการประชุมตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. แต่ถ้ารัฐบาลยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว ก็สามารถขยายเวลาประชุมได้ถึงเวลา 24.00 น. แต่หากการประชุมไม่จบภายใน 3 วัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถใช้ดุลพินิจขยายเวลาการประชุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก @Patricia Mongkhonvanit แจงถึงเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ฯ โดยย้ำว่า 1.รัฐบาลกู้ 1.9 ล้านล้านจริงเหรอ? ไม่จริงค่ะ พ.ร.ก.ที่รัฐบาลออกมามีอยู่ 3 ฉบับ แบ่งเป็น 1.พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้าน 2.พ.ร.ก. Softloan 500,000 ล้าน 3.พ.ร.ก. Bond Stabilization Fund BSF 400,000 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าถ้าบวกกันจะมีมูลค่ารวม 1.9 ล้านล้าน แต่มีเพียง พ.ร.ก. ฉบับที่ 1 ฉบับเดียวเท่านั้นที่จะใช้เงินกู้ ส่วนอีก 2 ฉบับ เป็นการใช้สภาพคล่องของ ธปท.ค่ะ ดังนั้น การบอกว่ารัฐบาลกู้เงิน 1.9 ล้านล้าน เป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกต้องค่ะ 2.รัฐบาลจะกู้เงินจากที่ไหน? รัฐบาลมีเครื่องมือในการกู้เงิน ทั้งเครื่องมือระยะยาว เช่น การขายพันธบัตร ตั้งแต่อายุ 5-50 ปี ให้นักลงทุนสถาบัน การขายพันธบัตรออมทรัพย์ให้ประชาชน การกู้จากองค์การระหว่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และเครื่องมือระยะสั้น เช่น การออกตั๋วเงินคลัง การกู้เงินผ่านสถาบันการเงินในรูป PN หรือ Term loan&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.รัฐบาลกู้เงินมา 1 ล้านล้านแล้วหรือยัง? ยังค่ะ รัฐบาลจะทยอยกู้เงินตามความต้องการใช้เงิน ซึ่งในขณะนี้มีเพียง 2 โครงการเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินกู้ คือการเยียวยาประชาชน และเกษตรกร ในปัจจุบัน ได้ทำการกู้เงินไปแล้ว 170,000 ล้านบาท ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงินและพันธบัตรออมทรัพย์ เครื่องมืออื่นจะทยอยตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.จำเป็นต้องกู้ทั้ง 1 ล้านล้านไหม? อาจจะไม่จำเป็น ทั้งนี้ จะต้องกู้เป็นจำนวนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้เงิน ถ้า COVID ทำให้เศรษฐกิจฟุบนาน งบประมาณปี 2564 ใช้ไม่เพียงพอในการดูแลประชาชนและเศรษฐกิจ ก็อาจจะต้องกู้จนครบจำนวน 1 ล้านล้าน แต่ถ้าพวกเราช่วยกันแล้วคุมโรคอยู่ ทุกๆ อย่างค่อยๆ ผ่อนคลาย เศรษฐกิจเริ่มหมุน คนกลับมามีรายได้ เงินงบประมาณ 2564 ดูแลได้อย่างเพียงพอ ก็อาจจะไม่ต้องกู้จนครบ 1 ล้านล้านบาทก็เป็นได้ เป็นต้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66197</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตีเช็คเปล่า, ประชุมสภา, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13799998d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
