<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.นัดถกด่วน เคาะคำวินิจฉัยกลางก่อน17มี.ค./พปชร.-ปชป.หารือท่าที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตา! ตุลาการศาล รธน.นัดประชุมด่วนจันทร์นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขียนคำวินิจฉัยกลางหวังให้ทันก่อนรัฐสภาโหวตวาระสาม 17 มี.ค. แต่จะไม่เขียนว่าทำประชามติหลังโหวตวาระสามได้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กุนซือชวน&amp;quot; ยืนยันเดินหน้าโหวตแก้ไข รธน.วาระ 3 &amp;quot;พปชร.-ปชป.&amp;quot; รอประชุมพรรค 16 มี.ค.นี้ก่อนแสดงจุดยืน แต่ ภท.ย้ำเดินหน้าโหวตวาระ 3 โฆษกเพื่อไทยจวก ส.ว.- ส.ส.รัฐบาลสมคบคิดไม่แก้รธน. ขู่ปลุก ปชช.ให้ตื่นรู้ คนเดือนพฤษภา 35 อัดรัฐบาลหมดความชอบธรรม เตือน &amp;quot;3 ป.&amp;quot; อย่าประมาท ปชช. จะซ้ำรอยเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมด่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.นี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ ในการจัดทำคำวินิจฉัยกลางในคำร้องคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ที่ออกมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า เบื้องต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันนอกรอบหลายคน ยอมรับว่าแปลกใจและคาดไม่ถึง ที่หลังมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วมีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้งส.ส., ส.ว., นักวิชาการ, นักกฎหมาย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มติศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วยความเห็นที่แตกต่างกันมาก ทำให้ เบื้องต้นตุลาการคุยกันว่าจะทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้เร็วที่สุด ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อนำไปเผยแพร่โดยเร่งด่วน โดยหากเป็นไปได้ ก็จะพยายามเร่งทำออกมาให้ทันก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 17 มี.ค.นี้ ที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม เพื่อจะได้พอเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษาก่อนการพิจารณาดำเนินการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่เมื่อยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่ของบุคคลหลายฝ่าย การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันจันทร์นี้ ที่ประชุมก็จะนำคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคน โดยเฉพาะเสียงข้างมาก 8 เสียงมาวางแนวเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมา ซึ่งยอมรับว่าใน 8 เสียงเอง ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดกันอยู่ แต่วงประชุมเราจะคุยกันให้สะเด็ดน้ำ แล้วเร่งเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาโดยเร็ว&amp;quot; ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวผู้นี้กล่าวอีกว่า คำวินิจฉัยกลางที่จะออกมา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีการระบุว่าการทำประชามติต้องทำในช่วงก่อนรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก หรือให้ทำหลังรัฐสภาผ่านวาระสามไปแล้วถึงค่อยไปทำประชามติ เพราะการวินิจฉัยคำร้องคดีดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นญัตติตามที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันมาเท่านั้น ศาลจึงวินิจฉัยตอบไปว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ไม่มีปัญหาข้อถกเถียงกัน ก็มีความเป็นไปได้ ที่ตุลาการศาล รธน.อาจจะพยายามเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาเพื่อให้รู้เป็นแนวว่าการทำประชามติ ควรทำช่วงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับว่ากระบวนการที่รัฐสภาทำตอนนี้ว่าไปแล้วมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำสองขยัก คือแก้ 256 ด้วย และให้ทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ซึ่งหากจะนำร่างที่รัฐสภาทำอยู่ไปถามหลังผ่านวาระสาม มันคือการทำไปก่อนแล้วถึงค่อยไปถามประชาชนทีหลัง พูดกันตรงๆ เหมือนศรีธนญชัย เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการแก้ 256 เพื่อให้ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ใช่การแก้เล็กน้อย แต่มันคือการร่างใหม่เลย ยกตัวอย่างไปเขียนไว้หมดแล้วว่า ส.ส.ร.ให้มาจากไหน คือไปทำเสร็จมาก่อนแล้วค่อยไปถามประชาชนทีหลัง แบบนี้มันใช่การแก้ไขรายมาตราหรือไม่ เพราะมันคือการแก้เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ&amp;quot; แหล่งข่าวตุลาการศาลรธน.รายหนึ่งระบุ
&amp;quot;ชวน&amp;quot;เดินหน้าโหวตวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 ในคำร้องคดีดังกล่าว พบว่า 1 เสียงที่เป็นเสียงข้างน้อยคือนายจิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา แม้จะเป็นตุลาการเสียงข้างน้อย แต่เป็นเสียงข้างน้อยที่ลงมติว่า ไม่สามารถแก้ไขมาตรา 256 ได้ เพราะมาตรา 256 เป็นบทบัญญัติเพื่อให้แก้ไข รธน.รายมาตราเท่านั้น ไม่ใช่มาแก้ไขเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จึงลงมติว่าไม่สามารถแก้มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่าง รธน.ฉบับใหม่ทั้งฉบับใหม่ได้ ให้ทำได้แค่แก้รายมาตราเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา จะไม่นัดประชุมคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือวุฒิสภา ตัวแทน ส.ส.ฝ่ายค้านและตัวแทน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อตกลงถึงกรอบการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17 มี.ค.นี้ เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ....แล้ว เนื่องจากนายชวนเคยให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะเดินหน้าพิจารณาไปตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้ ดังนั้นในวันที่ 17 มี.ค. ตามวาระคือการลงมติวาระสามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดไว้ส่วนกรณีที่จะมีผู้ที่ยกประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหารือนั้นเป็นสิทธิที่ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในความเห็นของคณะทำงานพิจารณาด้านกฎหมายของประธานรัฐสภานั้น ได้ทำความเห็นและสรุปว่าการลงมติของรัฐสภาในวาระสามนั้นสามารถทำได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้คือการแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่เป็นกรณีที่ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องนำไปทำประชามติถามประชาชนก่อน ดังนั้นตามขั้นตอนปฏิบัติของรัฐสภาต้องยึดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากรัฐสภาไม่ลงมติตามขั้นตอนจะมีผู้ยื่นฟ้องร้องได้ ส่วนการลงมติของรัฐสภาจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของแต่ละบุคคล&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาเสนอให้ชะลอการลงมติวาระสามเพื่อรอคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น นพ.สุกิจ กล่าวว่า ในหลักการสามารถเสนอได้ แต่การปฏิบัตินั้นต้องยึดรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าหลังจากผ่านวาระสองแล้วต้องทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นจึงลงมติวาระสาม และแม้จะครบ 15 วันในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่การนัดประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นั้น เพราะเป็นความเห็นจากที่ประชุมร่วม 3 ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส? พรหม?เผ่า? รมช.?เกษตร?และ?สหกรณ์? ในฐานะรองหัวหน้า?พรรค?พลัง?ประชา?รัฐ ?(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลประกาศจุดยืน?ลงมติในวาระ 3 ในร่างแก้ไข รธน.ว่า? ส่วนตัวไม่มีความคิด?เห็นในเรื่องนี้? เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลเป็นคนดูแล? เราจะไม่ก้าวก่ายการ?ทำงานซึ่งกันและกัน? ในส่วนของพรรค พปชร.? จะมีการประชุมในวันอังคารที่ 16 มี.ค.2564 ณ ที่ทำการพรรค? ที่ประชุมเห็นว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น? และอย่ามองไปไกลว่าเป็นประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่ของพรรคร่วมรัฐบาล
ยันรัฐบาลหนุนแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเองเพื่อการสืบทอดอำนาจว่า นายวิษณุไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณใดๆไปยังใครให้คว่ำญัตติแก้ไข รธน.วาระ 3 แต่เป็นการตอบคำถามสื่อในเรื่องที่เป็นไปได้เท่านั้น การแก้ไข รธน.เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาอยู่แล้ว หมอชลน่านก็เป็น ส.ส. จึงไม่ต้องกังวล ขอย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลบอกแล้วว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพร้อมจะสนับสนุนในเรื่องต่างๆ และงบประมาณการทำประชามติ นายกฯ ไม่เคยสั่งการใดๆ พรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้วในเรื่องของการแก้ไข รธน. เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลจะพิจารณากันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการยื้อเวลาอะไร หรือต้องการสืบทอดอำนาจอะไร เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแก้ไข รธน.ควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุหากสมาชิกรัฐสภาใดโหวตรับแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะร้อง ป.ป.ช.เอาผิดทันที ว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าเอือมระอาอย่างยิ่ง เพราะนายศรีสุวรรณทำตัวเป็นนักร้อง ร้องไปทั่วอยากเตือนว่าก่อนจะขู่ใคร ให้ระมัดระวังตัวเองดีกว่า เพราะขาข้างหนึ่งอาจไปอยู่ในคุกแล้ว เนื่องจากกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ สิ่งที่นายศรีสุวรรณกำลังทำอยู่ถือเป็นการข่มขู่คุกคามฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าลืมว่า ส.ส.และ ส.ว.ทุกคนมีสิทธิ์ในการโหวตรับร่างกฎหมายหรือไม่ อย่างเป็นอิสระ การระบุว่าจะดำเนินคดีเช่นนี้เสมือนเป็นการข่มขู่ ส.ส.และส.ว. ทำให้ขาดความอิสระในการตัดสินใจลงมติหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภราดร ปริศนานันทกุล&amp;nbsp; ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเคารพและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ในการที่จะแก้ไข รธน.โดยการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่าง&amp;nbsp; ดังนั้นกระบวนการใดที่จะฉุดรั้งการแก้ รธน.ให้ยุติลง ทางพรรคภูมิใจไทยขอปฏิเสธทุกแนวทาง และพร้อมเดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp; ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าต้องทำประชามติ หลังการพิจารณาวาระ 3 ก่อนที่จะมี ส.ส.ร. วันนี้นายชวนได้บรรจุระเบียบวาระและนัดประชุมแล้ว จึงต้องเดินหน้าต่อไป เป็นอื่นไม่ได้
&amp;quot;เทพไท&amp;quot;ยุ ปชป.ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีเอกภาพในการลงมติในวาระ 3 ก็ถือว่าเป็นการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เป็นการหลอกลวงและหักหลังประชาชน รวมถึงหักหลังพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองด้วย ทั้งที่ญัตติการแก้ไข รธน. เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ถ้าญัตตินี้ถูกตีตกไป พรรคร่วมรัฐบาลก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองร่วมกัน โดยเฉพาะ ปชป. ในฐานะที่ชูประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขหลักของการเข้าร่วมรัฐบาล ก็จะต้องทบทวนเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักโฆษกพรรค ปชป.ไม่ได้เปิดห้องแถลงข่าวให้ทำการแถลงเหมือนทุกครั้ง นายเทพไทจึงแถลงถึงจุดยืนพรรคที่ลานพระแม่ธรณีฯ กับสื่อมวลชนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป. กล่าวตอบโต้นายเทพไทว่า พรรค ปชป.ยังไม่มีมติใดที่ชัดเจนตามที่นายเทพไทระบุ เพราะต้องรอหารือ ส.ส.ของพรรคในวันที่ 16 มีนาคม เวลา 14.00 น.อีกครั้ง ส่วนที่นายเทพไทระบุว่าหากพรรคพปชร.ลงมติไม่เห็นชอบ ปชป.ต้องพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น ถือเป็นคนละเรื่อง เนื่องจากการลงมติใดๆ ต่อการแก้ไขรธน.วาระ 3 นั้น ต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลร่วมด้วย นายจุรินทร์ระบุว่าสนับสนุนการแก้ไข รธน. แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลมีคำวินิจฉัย เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลแล้วจำเป็นที่ต้องนำเนื้อหาพิจารณาก่อนตัดสินในทิศทางการลงมติวาระ 3 ในส่วนของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค ได้นัดประชุม ส.ส. ในวันที่ 16 มี.ค. เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ ในเรื่องการลงมติวาระ 3 ในญัตติแก้ไข รธน. ส่วนของพรรคมีความชัดเจนในเรื่องการแก้ไข รธน.มาตั้งแต่ต้น ไม่มีความกังวลในส่วนของการลงมติในวาระที่ 3 พรรคได้มีมติไปแล้วว่าเห็นด้วยกับร่างแก้ไข รธน. ส่วนในการประชุมร่วมรัฐสภา หากมีการลงมติพร้อมเดินหน้าตามหลักการที่ได้เคยประกาศไว้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า พบคำวินิจฉัยส่วนตนของนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายละเอียดว่าด้วยการโอนอำนาจให้กับ ส.ส.ร. จัดทำ รธน.ทั้งฉบับที่ระบุว่าไม่สามารถทำได้ เชื่อว่าในคำวินิจฉัยกลางของตุลาการจะมีประเด็นที่เป็นรายละเอียด ดังนั้นการลงมติวาระ 3 ควรรอไปก่อนจะมีคำวินิจฉัยกลางเผยแพร่ เพราะการลงมติในวาระ 3 จะเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนด ทั้งนี้ ส.ว.ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจลงมติตามเหตุและผล รวมถึงพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลที่ชัดเจนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.คำนึงถึงการเดินหน้าประเทศ ซึ่งมีรธน.เป็นเหมือนกุญแจดอกสำคัญ แต่การที่มี ส.ว.และ ส.ส.บางคนออกมาข่มขู่ว่าถ้ามีการโหวตรับร่าง จะประท้วงและยื่นเรื่องตีความว่าขัดคำสั่งศาล สะท้อนว่าทั้ง ส.ว.และ ส.ส.รัฐบาลมีการสมคบคิดและพยายามไม่ให้เกิดการแก้ไข รธน.ปี 60 ทั้งที่เป็นต้นเหตุของปัญหาบ้านเมืองมากมาย แต่กลับเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง เมินเฉยความต้องการของประชาชนที่ต้องการหลุดพ้นออกจากกับดักประเทศนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการลงประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ก็สามารถทำได้ หลังผ่านวาระ 3 ถ้า ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังเดินเกมนิ่งเฉยต่ออำนาจประชาชน พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงของประชาชนเป็นอย่างไร ด้วยการร่วมสร้างกระบวนการรับรู้และตื่นรู้ในภาคประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น
เตือนขัดแย้งรอบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดาหน้าออกมาตั้งป้อมเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไม่ยอมให้แก้ถือเป็นตราบาปและมหาวิกฤติศรัทธา ประชาชนจึงหันไปถามพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะร่วมกันพายเรือให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งไปอีกนานแค่ไหน หาก พล.อ.ประยุทธ์ประเมินว่าการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน โดยเยาวชนคนรุ่นใหม่อ่อนกำลังลง จะยื้อการแก้ไข รธน.ออกไปนานแค่ไหนก็ได้ อาจคิดผิด สถานการณ์มีสิทธิ์พลิกผันจากปัจจัยที่รัฐบาลเบี้ยวแก้ไข รธน. กลายเป็นการเผชิญหน้าและความขัดแย้งรอบใหม่ที่ถูกยกระดับขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;ldquo;คนเดือนพฤษภา 2535 สภาที่ 3&amp;rdquo; ได้จัดเสวนาเรื่อง &amp;quot;จาก รสช. คปค.คมช.ถึง 3 ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย&amp;rdquo; นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองเราที่ผ่านการรัฐประหารจาก คสช. และมาสู่ความเลวร้ายและล้มเหลวในทุกด้าน รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป เกิดจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ถือปืนเข้ามายึดอำนาจ ประเทศยังไม่เกิดความสามัคคีปรองดอง และทำตรงข้ามโกหกหลอกลวงและสร้างความแตกแยก ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้ต่อไป แม้แต่องค์กรอิสระอยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าสลายความเป็นสีเสื้อแล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามประชาชนคนไทย ลุกขึ้นมาร่วมกันแสดงพลังให้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เชื่อว่า รัฐธรรมนูญ 60 ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะเป็นกลไกเดียวที่สามารถต่ออายุของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้ ในการลงมติวาระ 3 เชื่อว่า ส.ว.จะลงมติเห็นชอบไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่ รธน.กำหนดไว้ ดังนั้นคนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าอ้างว่า ส.ว.มีอิสระ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมา ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงท่าทีให้ชัดเจนต่อการเดินหน้าแก้ไข รธน. มีทางเดียวที่จะทำสำเร็จได้คือ สามัคคีประชาชน เอา พล.อ.ประยุทธ์ออกไป ถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และอดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2535 กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องให้ประชาชนทำประชามติ ตอนนี้ยังไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพียงแค่เป็นการแก้ไขมาตรา 256 คือการออกแบบกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการร่างฉบับใหม่ยังไม่เกิด และจะเกิดขึ้นได้เมื่อวาระสามผ่านและหลังจากประชามติ ดังนั้นรัฐสภาอย่าตัดสินใจแทนประชาชน อย่าอ้างเหตุผลเพราะมีธงคว่ำรัฐธรรมนูญ การลงมติในวาระ 3 เป็นโอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรงในประเทศไทย ที่ลุกลามถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวเตือน พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือกลุ่ม 3 ป. อย่าละเลยกระแสการแก้ไข รธน.และมีศาลรัฐธรรมนูญมากำกับ รวมถึงประมาทพลังประชาชน เพราะอาจเกิดเหตุการณ์เหมือนประเทศเมียนมาได้ เพราะทหารประมาทประชาชน หากประชาชนที่มีข้อเรียกร้องแก้ รธน. และให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ถอนประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ออก จะเหลือความเห็นที่ตรงกัน สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ประชาชนต้องกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และ 2 เรื่องคือปฏิรูปตำรวจและปฏิรูปการศึกษา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18778ca87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ชูวิทย์&#039;สะกิด&#039;เรืองไกร&#039;ไม่จบร้องศาลรธน.ตัดสินบ้านพักบิ๊กตู่ระวังเข้าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.63-นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวเรื่อง &amp;lsquo;เรืองไกร&amp;rsquo; ไม่จบ! เตรียมร้อง ป.ป.ช. 7 ธ.ค.นี้ สอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ร้องไม่ยอมจบจริงๆ ร้องไปร้องมา ร้องถึงศาลตุลาการ ผู้ตัดสิน ขนาด 9 เสียงต่อ 0 ยังกล้าร้องอีก ระวังจะเข้าตัวนะครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ไม่รู้หรือว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันไปถึงทุกองค์กร บิ๊กตู่ท่านเป็นคนดี &amp;nbsp;ของท่านขลังจริงๆ ต่อให้ร้องไปถึงเทวดายังไม่ระคายผิว ยิ่งไปร้อง ป.ป.ช. แค่คิดก็ผิดเสียแล้ว เพราะคำตอบมันแน่ยิ่งกว่าเอาผีมาโม่แป้ง แต่ที่ศาลรัฐธรรมนูญไปร้อง ปอท. เอาเรื่องม็อบฐานดูหมิ่นนี่สิครับ อันนี้ชัวร์กว่า ว่าโดนอีกแน่ๆ ของขลังประเทศไทย ใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86107</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fcca71f81606.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องทรัพย์สิน-หนี้สิน&#039;บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์&#039;ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่สถานะโสด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในรายของนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ กรณีเข้ารับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายบรรจงศักดิ์แจ้งสถานะว่าโสด มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 16,041,464 บาท ได้แก่ เงินฝาก 7,435,295 บาท เงินลงทุน 1,589,168 บาท ที่ดิน 1 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 ล้านบาท ยานพาหนะ 2 คัน 2,990,000 บาท (Benz 1 คัน ได้มาเมื่อ 3 พ.ย. 2561 มูลค่า 2,490,000 บาท) มีหนี้สินทั้งสิ้น 756,258 บาท (กับบริษัท Benz-Lessing)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 3,287,436 บาท เป็นเงินเดือน 983,040 บาท เงินประจำตำแหน่ง 6 แสนบาท เงินค่ารับรองเหมาจ่าย 6 แสนบาท เงินบำนาญ 904,396 บาท เงินบำเหน็จดำรงชีพ 2 แสนบาท มีรายจ่ายรวม 1,249,044 บาท เป็นค่าอุปโภคบริโภค 4.8 แสนบาท ค่าเช่าซื้อรถยนต์ 349,044 บาท ค่าภาษีเงินได้ประจำปี 3.6 แสนบาท เงินบริจาค 2.4 หมื่นบาท ค่าใช้จ่ายงานสังคมและเบ็ดเตล็ด 3.6 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายบรรจงศักดิ์ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2558 ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ต่อมาปี 2561 เป็นตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด กระทั่งได้รับการสรรหาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84222</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, ป.ป.ช., รายการทรัพย์สินและหนี้สิน, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4a9b154948.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &#039;บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์&#039; ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าตามที่ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรีเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามประกาศลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เนื่องด้วยนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากลาออกจากตำแหน่งเป็นเหตุให้ต าแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่างลง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๐๐ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา ๘ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ เป็นตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูจะจะ &#039;ปปช.&#039; กางบัญชีทรัพย์สิน 3 ตุลาการศาลรธน. พ้น-เข้ารับตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัช ชลวร , นายบุญส่ง กุลบุปผา ,นภดล เทพพิทักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29​ มิ.ย.​63 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน​ และเอกสารประกอบ​ กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่ง​ เมื่อวันที่​ 20​ เม.ย.63​ จำนวน​ 2​ รายคือ 1.นายชัช &amp;nbsp;ชลวร 2.นายบุญส่ง กุลบุปผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่า​ นายชัช​ และนางธัญญธร​ ชลวร คู่สมรส​ แจ้งว่า​ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น​ 76,205,244 บาท​ ไม่มีหนี้สิ้น​ โดยเป็นทรัพย์สินของนายชัช​ 43,153,861 บาท​ และของคู่สมรส​ 33,051,382 บาท​ ทรัพย์สินส่วนใหญ่้เป็นเงินลงทุนจากการซื้อหุ้นในกองทุนต่างๆ​ ที่ดิน​ในกรุงเทพฯและปริมณฑล และเงินฝาก​ โดยระบุว่า​ ไม่มีเงินสด​ ไม่มีเงินให้กู้ยืม​ ไม่มีสิทธิสัมปทาน​ และไม่มีทรัพย์สินอื่น​ (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายบุญส่ง​ และนางสุนี กุลบุปผา​ คู่สมรส แจ้งว่า​ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น​ 107,850,080 บาท​ ไม่มีหนี้สิน​ โดยทรัพย์สินเป็นของนายบุญส่ง​ 19,471,721 บาท​ ของคู่สมรส​ 88,378,358 บาท​ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน​ในกองทุนต่างๆ จำนวน​ 49,902,271 บาท​ ที่ดิน​ใน​กรุงเทพฯ​ เพชรบุรี​ ราชบุรี มูลค่ารวม​ 28,630,000 บาท​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ยังเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน​ นายนภดล เทพพิทักษ์ กรณีเข้ารับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ เมื่อวันที่​ 1​ เม.ย.63​ โดยนายนภดล​ และนางนิศารัตน์​ เทพพิทักษ์​ คู่สมรส​ แจ้งว่า​ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้​สิน​ 95,711,764 &amp;nbsp;บาท​ เป็นทรัพย์สิน​ 95,971,594 บาท​ มีหนี้สิน​ 259,830 บาท​ ซึ่งเป็นค่าผ่อนรถยนต์​ ขณะที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินใน​กรุงเทพฯ​ อ.สวนผึ้ง​ จ.ราชบุรี​ อ.ดอยสะเก็ด​ จ.เชียงใหม่​ และจ.ปทุมธานี​ มูลค่ารวม​ 52,442,890 บาท​ รองมาลงมาเป็นทรัพย์สินอื่น​ (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป)​ มูลค่ารวม​ 22,663,284 บาท​ ในจำนวนนี้เป็นพระเครื่อง 25​ องค์​ มูลค่า​ 20,985,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9be1c8c227.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; บี้ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน &#039;ชัช ชลวร&#039; หลังไม่พบข้อมูลในเว็บไซต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ ป.ป.ช. กรณีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พบว่า ไม่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายชัช ชลวร ไว้แต่อย่างใด และในเว็บไซต์ดังกล่าว ระบุว่า &amp;quot;ไม่พบข้อมูล&amp;quot; ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ 19 มิ.ย.&amp;nbsp; เวลา10.30 น. จะไปยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า นายชัช ชลวร ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ในตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากยื่นแล้ว ขอให้เปิดเผยให้สาธารณชนทราบด้วย รวมทั้งจะขอตรวจดูบัญชีทรัพย์สินของตุลาการที่ยื่ณบัญชีไว้แล้วทั้ง 6 คนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัช ชลวร, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, บัญชีทรัพย์สิน, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc14140edd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูจะจะ &#039;ปปช.&#039; กางบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน &#039;อุดมศักดิ์ นิติมนตรี&#039; หลังพ้นตำแหน่งตุลาการศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ดำเนินการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งของ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบัญชีทรัพย์สินของนายอุดมศักดิ์และนางวาสนา นิติมนตรี คู่สมรส &amp;nbsp;มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 41,207,231 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเป็นทรัพย์สินของนายอุดมศักดิ์ 32,097,610 บาท เป็นทรัพย์สินของคู่สมรส 9,109,620 บาท และระบุว่าส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน เงินฝาก โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ที่ดิน และทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) สำหรับทรัพย์สินอื่น ในส่วนของยื่นมูลค่า2,000,000 บาท ในส่วนของคู่สมรส 550,000 บาท ทั้งนี้​ ผู้ยื่นระบุว่าทรัพย์สินอื่นที่ได้ถ่ายภาพเป็นเอกสารประกอบยื่นไว้จำนวน 140 รายการ มูลค่า 2,000,000 บาทนั้น เป็นทรัพย์สินเดิมยื่นไว้ ของอดีตคู่สมรส คือนางพรพิมล นิติมนตรี ภรรยาผู้ถึงแก่ความตาย ซึ่งยังไม่ได้จัดแบ่งให้ผู้มีสิทธิตามกฏหมาย การยื่นบัญชี​จึงปรับปรุงเป็นบัญชีของผู้ยื่นเพื่อมิให้สับสนกับคู่สมรสปัจจุบัน ซึ่งคู่สมรสคนปัจจุบันคือนางวาสนา ยื่นบัญชีทรัพย์สินในส่วนรายการทรัพย์สินอื่นไว้ ได้แก่ต่างหูเพชร 1.35 กะรัต กำไลทองฝังเพชร ต่างหูมุกและแหวนมุกล้อมเพชร สร้อยพร้อมจี้ นาฬิกาข้อมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ต่อปีผู้ยื่นระบุว่ามีรายได้ประจำจากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทนพิเศษ เงินบำนาญ เงินปันผลและดอกผลจากสหกรณ์ จำหน่ายที่ดินอำเภอบางใหญ่2แปลง ประโยชน์ตอบแทนอื่น(ตกเบิก) ตามกฏหมายใหม่ เงินบำเหน็จทดแทน ขายคืนกองทุน รวมทั้งสิ้น 17,574,873 บาท ในส่วนของคู่สมรสเป็นเงินเดือนและเงินปันผลสหกรณ์ รวม 990,120 บาท และยังระบุรายจ่ายประจำ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว &amp;nbsp;ของผู้ยื่น 720,000 บาท &amp;nbsp;ของ คู่สมรส 120,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนายอุดมศักดิ์ระบุตำแหน่งปัจจุบันของผู้ยื่นในหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชนอื่นว่า เป็น ที่ปรึกษากฎหมายธนาคารธนชาติ จำกัด(มหาชน)ส่วนคู่สมรส เป็นพนักงานรัฐวิสากิจในบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช., อุดมศักดิ์ นิติมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0db1fb2246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
