<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ลุยตรวจท่าเรือกรุงเทพถกภาครัฐ-เอกชนแก้ปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เปิดเผยภายหลังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือคลองเตย กรุงเทพฯ และหารือร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้สินค้าและอัตราค่าระวางเรือที่สูงขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกที่กำลังได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องจากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์(กรอ.)พาณิชย์ในปัญหานี้จึงมาตรวจดูร่วมทุกฝ่ายโดยมีรายละเอียดในการดูจากท่าเรือกรุงเทพวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งและต้องหาข้อสรุปและหาทางบริหารจัดการและดูเรื่องกฎระเบียบที่สามารถจัดการได้โดยเร็ว ทั้งนี้ สถานการณ์การขาดแคลนตู้สินค้า มาจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ค่าระวางการขนส่งทางทะเลต่ำ ทำให้สายเรือหลายบริษัทได้ปิดตัวลง และมีการควบรวมกิจการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนการขาดแคลนตู้สินค้า เกิดจากสายเรือลดการให้บริการจากสถานการณ์โควิด-19 เพราะหลายประเทศชะลอหรือเลิกการนำเข้าส่งออกชั่วคราว และมีตู้สินค้าชะงักอยู่ที่จีนจำนวนมาก จากการเข้มงวดตรวจสอบสินค้า ติดค้างอยู่ที่สหรัฐฯ เพราะโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ ระยะเวลาหมุนเวียนของตู้สินค้าไปสหรัฐฯ เพิ่มจาก 7 วันเป็น 14 วัน และเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ ตรุษจีน ทำให้มีความต้องการตู้สินค้ามากขึ้นในการขนส่งสินค้าไปสหรัฐฯ และยุโรป
ดังนั้น จึงส่งผลต่อการปรับเพิ่มขึ้นของค่าระวาง โดยอัตราค่าระวาง (Freight) ค่าบริการภายในประเทศ (Local Charge) และค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Surcharge) มีการปรับตัวในอัตราที่สูงขึ้น และการจองพื้นที่จัดสรรระวาง (ตู้สินค้า) มีความไม่แน่นอน อาจดำเนินการจองแล้วถูกยกเลิก เนื่องจากพื้นที่เรือไม่เพียงพอต่อความต้องการ (Space Allocation)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการหารือในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยในส่วนของค่าบริการภายในประเทศ (Local Charges) จะใช้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เข้าไปกำกับดูแล และขอให้คงอัตราค่าบริการภายในประเทศตามอัตราปี 2561 อัตราค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Surcharge) ขอให้เป็นไปตามค่าธรรมเนียมตลาดโลก แต่ต้องเป็นธรรม และห้ามมีการยกเลิกการจองตู้สินค้า ส่วนเรื่องการผูกขาดการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการจำกัดปริมาณตู้สินค้าที่มาจากสายการเดินเรือ ได้มอบให้ สขค. เข้าไปดูแล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86804</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ตู้สินค้า, ท่าเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd6ef816cd35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.มั่นใจปี62มีตู้สินค้าผ่านท่ากว่า9 ล้านTEUเพิ่มขึ้น 3%  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.ชี้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ชัด การเมืองมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศคาดปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;จะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมที่ 9.790 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 3% &amp;nbsp;ประกาศเตรียมพร้อมเข้าบริหารท่าเรืออค์คลองใหญ่ หวังช่วยพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เชื่อมโยง ทลฉ. - กัมพูชา - เวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
23 ก.ค.62 - เรือโทกมลศักดิ์ &amp;nbsp;พรหมประยูร &amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานให้บริการเรือ สินค้า และตู้สินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน (ทชส.) ท่าเรือเชียงของ (ทชข.) และท่าเรือระนอง (ทรน.) ในช่วงระยะเวลา 7 เดือนประจำปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 &amp;ndash; เมษายน 2562) โดยเปรียบเทียบกับปีก่อน มีแนวโน้มขยายตัวไม่มาก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่ม &amp;nbsp;ชะลอตัวมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 เนื่องจากการชะลอตัวของภาคการส่งออกของประเทศ ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อาจส่งผลดีต่อการเกิดเสถียรภาพ ทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ คาดในปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;จะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมที่ 9.790 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 3% &amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมา&amp;quot; เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) ได้กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่เกี่ยวกับด้านคมนาคมขนส่งไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 7 คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์โดยมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถ สนับสนุนให้เกิดความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและในอาเซียนอย่างเป็นระบบ มีโครงข่ายเชื่อมโยงภายในประเทศที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ จึงได้จัดทำแนวทางเพื่อใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นท่าเรือที่กระทรวงคมนาคมวางยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำชายฝั่งทะเลในภาคตะวันออก เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับสินค้าระหว่าง ไทย กัมพูชาและเวียดนามตอนใต้ ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2559เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐที่ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และ มติคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ(กบส.) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ กทท. เป็นผู้บริหารท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กทท. ในฐานะหน่วยงานรัฐที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการท่าเรือ และต้องดำเนินการภายใต้นโยบายรัฐบาล จึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและการเตรียมความพร้อมในการเข้าบริหาร พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมธนารักษ์ กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเดินเรือและขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทกท. ยังได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นถนนในพื้นที่ ทกท. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการให้เกิดความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า ลดความแออัดของการจราจรที่ติดขัดในเส้นทางขาออก สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และลดการเกิดฝุ่นละอองภายในท่าเรือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41710</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), ตู้สินค้า, ท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน, ท่าเรือระนอง, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือ้ชียงของ, เรือโทกมลศักดิ์  พรหมประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ae56a102f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศุลกากร&#039; ตีกลับตู้ขยะออกนอกประเทศ 400 ตู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; ตีกลับตู้ขยะเศษพลาสติก อิเล็กทรอนิกส์ออกนอกประเทศ 400 ตู้ หลังพบไม่มีเอกชนติดต่อนำตู้สินค้าออก ด้านท่าเรือกรุงเทพสั่งเบรกขนถ่ายตู้สินค้าขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมและท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบตู้สินค้าขยะเศษพลาสติกที่นำเข้ามาทางท่าเรือกรุงเทพมีจำนวน 428 ตู้ อยู่ระหว่างทำพิธีการศุลกากรเพื่อนำสินค้าออก 399 ตู้ และที่เหลือประมาณ 100 กว่าตู้ เป็นตู้สินค้าตกค้าง เนื่องจากมีการนำเข้ามา 30 วันแล้วไม่มีการติดต่อเพื่อนำตู้สินค้าดังกล่าวออก และกรมศุลกากรได้แจ้งผู้นำเข้าให้มาดำเนินการภายใน 15 วัน ก็ยังไม่มาดำเนินการ ทำให้เป็นตู้สินค้าที่ต้องผลักดันกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการนำตู้สินค้าที่ตกค้างดังกล่าวออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของท่าเรือแหลมฉบังมีการนำเข้าตู้เศษพลาสติก เศษอิเล็กทรอนิกส์ อีกกว่า 1 พันกว่าตู้ รอการตรวจปล่อย 325 ตู้ ยังมีตู้สินค้าที่ยังไม่ปฏิบัติตามพิธีศุลกากร &amp;nbsp;433 ตู้ และอีกส่วนหนึ่งนำเข้ามาแล้วเกิน 30 วัน เป็นตู้สินค้าตกค้าง 300 ตู้ ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อผลักดันตู้สินค้าดังกล่าวออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้หารือแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา โดยให้มีการตรวจเอ็กซเรย์สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตจากกรมโรงงาน และเศษโลหะที่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ทุกตู้เพื่อให้แน่ใจว่าการนำเข้าถูกต้อง&amp;rdquo; นายชัยยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เศษพลาสติก เศษอิเล็กทรอนิกส์ มีการนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน อย่างไรก็ตามกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีประกาศคำสั่งชะลอพิจาณาการนำเข้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. 2561 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการบูรณการขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ข้อสรุปก่อน แล้วถึงจะพิจารณาต่ออีกครั้งว่ายังมีความจำเป็นนำเข้าได้ต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของท่าเรือกรุงเทพก็มีคำสั่งระงับการขนถ่ายตู้สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นท่าเรือตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนตู้สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ท่าเรือด่านศุลกากรเป็นการนำเข้ามาก่อนวันที่ 22 มิ.ย. 2561
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ขยะพิษ, ชัยยุทธ คำคุณ, ตู้สินค้า, ศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3263fcebe44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทกท.เข้มขนส่งสินค้าปลอดภัยใส่ใจล็อกสลักตู้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การท่าเรือฯเดินหน้ารณรงค์ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าปลอดภัย ใส่ใจล็อกสลักตู้ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;หวังกระตุ้นเตือนและสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ดีเดย์ 1.เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นายโกมล ศรีบางพลีน้อย ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) เปิดเผยว่า ทกท.ร่วมรณรงค์ความปลอดภัย &amp;ldquo;ขนส่งสินค้าปลอดภัย ใส่ใจล็อกสลักตู้&amp;rdquo; ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะประชาสัมพันธ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถบรรทุกสินค้าขับขี่ด้วยความระมัดระวังปลอดภัยในการขนส่งสินค้าออกจาก ทกท. จนถึงปลายทาง ตามมาตรการของกระทรวงคมนาคม &amp;ldquo;ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด และใส่ใจตรวจสอบอุปกรณ์สลักล็อกตู้สินค้าให้มีสภาพใช้งานได้ดี ผูกรัดสินค้าให้แน่นหนาก่อนนำสินค้าเข้า - ออก จากเขต รั้วศุลกากร ทกท. โดยจะเริ่มรณรงค์ในวันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน และเพิ่มมาตรการตั้งด่านตรวจสอบรถบรรทุกสินค้าที่จะผ่านเข้า - ออก จากเขต ทกท. เพื่อตรวจสอบการล็อกสลักตู้สินค้า การผูกรัดตู้สินค้าของรถบรรทุกสินค้าให้เกิดความปลอดภัย ของทั้งชีวิตทรัพย์สิน อีกทั้งยังสามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี
​
นอกจากนี้ ในส่วนของ ทกท. ยังจัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ในการป้องกันอุบัติภัย อุปกรณ์ดับเพลิง และรถดับเพลิง ตลอดจนพนักงานดับเพลิง เพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ ออกตรวจบริเวณหน้าท่าเทียบเรือและพื้นที่อื่นๆ ภายในเขตรั้วศุลกากร ทกท. ด้วย และหากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4566</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, คมนาคม, ด่านชั่ง, ตู้สินค้า, ท่าเรือกรุงเทพ, สงกรานต์, สินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa1030f4ddec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทก.เร่งติดตั้งปั้นจั่นยกตู้สินค้ายกระดับบริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การท่าเรือฯทุ่มงบ580 ล้านบาทติดตั้งปั้นจั่นยกตู้สินค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ สนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการให้บริกาคเรือสินค้าได้ถคง1.5ล้านที.อี.ยูต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.พ.51-นายโกมล ศรีบางพลีน้อย ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ (อ.ทกท.) เปิดเผยว่า ท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะดำเนินการติดตั้งปั้นจั่นยกตู้สินค้าชนิดเดินบนรางขนาดยกน้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 เมตริกตัน จำนวน 2 คัน เพื่อทดแทนปั้นจั่นยกตู้สินค้าฯ ที่เสื่อมสภาพ เพื่ออำนวยความสะดวก&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ลดค่าใช้จ่าย รวมถึงสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ ของประเทศสู่มาตรฐานสากล คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณในการดำเนินการอยู่ที่&amp;nbsp;580 ล้านบาท เป็นการยกระดับการบริหารจัดการในการให้บริการขนถ่ายตู้สินค้า เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการให้บริการที่ทันสมัย ถือเป็นการใช้ประโยชน์ท่าเทียบเรือได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม &amp;nbsp;รับผิดชอบปฏิบัติงานท่าเทียบเรือตู้สินค้า จำนวน 4 ท่า ได้แก่ ท่า 20A &amp;nbsp; ท่า 20ABท่า 20B และท่า 20C โดยแต่ละท่าจะมีปั้นจั่นสำหรับยกตู้สินค้าประจำท่าๆ ละ 2 คัน รวมทั้งหมด 8 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการติดตั้งปั้นจั่นยกตู้สินค้าฯ ดังกล่าว จะทำให้ ทกท. สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเรือสินค้าได้ถึง 1.5 ล้าน ที.อี.ยู./ปี โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ/ผู้ใช้บริการ &amp;nbsp; ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศสู่การให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3690</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ขนสินค้า, ตู้สินค้า, ท่าเรือ, ปั้นจั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e94e287426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
