<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ต่อพรก.ฉุกเฉิน45วัน เร่งหาต้นตอติดเชื้อที่ตาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อีก 45 วัน ยาวไปถึง 15 ม.ค.64&amp;nbsp; &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แจงงบ 6 พันล้านบาทผลิตวัคซีนในไทยสูงกว่า ตปท. เหตุรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย &amp;quot;ตาก&amp;quot; คุมเข้มชายแดนเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 - 15 ม.ค.64 ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (ศบค.) เสนอให้มีการต่ออายุประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นครั้งที่ 8 เป็นเวลา 45 วัน เพื่อควบคุมโรคและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณีการคำนวณค่าผลิตวัคซีนของไทยที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศว่า มีค่าดำเนินการของกรมควบคุมโรค ค่าหลอด ค่าไซรินจ์ ค่าเข็มฉีดยา&amp;nbsp; ค่านำวัคซีนไปฉีด เพราะเวลาวัคซีนมาถึงเมืองไทยมาเป็นขวด จึงต้องมีค่าดำเนินการมากมาย สรุปว่าเงินงบประมาณจำนวนกว่า 6 พันล้านบาทนั้นครอบคลุมไปหมดแล้ว ไม่ใช่แค่ค่าของอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้เข้าใจว่ามีหลายสถาบันก็ทำวัคซีนประเภท&amp;nbsp; mRNA อยู่ รวมไปถึงวัคซีนที่สถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาได้วิจัยอยู่ แต่ที่เราได้จัดหาไปแล้วก็คือวัคซีนของบริษัท แอสตราเซเนกา&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทีมงานบริษัทไฟเซอร์จะมาพบนายกรัฐมนตรี จะเข้าหารือด้วยหรือไม่ในประเด็นเรื่องการจัดหาวัคซีน&amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ ได้เรียกเข้าไปพบเหมือนกัน&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ต้องขอชี้แจงก่อนว่า ณ เวลานี้เราได้มีข้อตกลงร่วมกันกับบริษัท แอสตราเซเนกา และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในการร่วมลงทุนและพัฒนา ซึ่งสิ่งที่เราได้จากการร่วมลงทุนจัดหาและพัฒนาก็คือ ราคาอยู่บนหลักการ&amp;nbsp; No Profit No Loss Principle หรือเป็นหลักการการไม่แสวงหาผลกำไร โดยเขาจะขายในราคาต้นทุน ในราคาต่ำ&amp;nbsp; โดยอยู่ที่ราคาประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ (151 บาท) ต่อหลอด ถ้าเทียบกับวัคซีนจากบริษัทอื่นๆ อาทิ จากไฟเซอร์ หรือจากบริษัท ซิโนแวก (SinoVac) ก็ปรากฏว่ายังมีราคาที่สูงอยู่ ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าที่ราคาสูงเพราะเราไม่ได้ไปร่วมอะไรกับเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าหากเราสามารถครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงได้แล้ว เราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปจองจากที่อื่น และก็ในเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; mRNA เราก็ยังสนับสนุนอยู่ ทั้งการทำงานของคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ เขาก็ยังดำเนินการอยู่ ซึ่งเราก็ยังคงจะมีช่องทางในการจัดหาวัคซีนตรงนี้ด้วย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศประจำวันว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน โดยมาจากเยอรมนี 1 ราย เลบานอน 1 ราย เดนมาร์ก 1 ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย สาธารณรัฐคอซอวอ 1 ราย และกาตาร์ 1 ราย สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 3,920 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,466 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 5&amp;nbsp; ราย รวมเป็น 3,766 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 94 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กล่าวถึงการเข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่แนวชายแดนทั้งในเขต 10 จังหวัดที่ติดกับประเทศเมียนมา และพื้นที่ชายแดนประเทศมาเลเซียว่า สธ.ได้สุ่มตรวจหาเชื้อเชิงรุกตามพื้นที่แนวชายแดนอยู่เป็นระยะ ทำให้สามารถตรวจพบและดักจับผู้ติดเชื้อที่เดินทางข้ามแดนเข้ามาได้อย่างทันท่วงที และส่งผู้ติดเชื้อกลับประเทศต้นทางหรือเข้าสู่ระบบการรักษาป้องกันการนำเชื้อมาแพร่สู่คนในชุมชน&amp;nbsp; นับเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนยังคงสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ&amp;quot; ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการสอบสวนโรคในผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; เป็นแรงงานชายและนักเรียนหญิงชาวเมียนมาที่จังหวัดตากว่า ผลสอบสวนโรคกรณีแรงงานชาวเมียนมาทราบว่าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานแล้ว จึงคาดว่าน่าจะเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ แต่อาจเป็นการติดแนวชายแดนหรือติดจากเพื่อนชาวเมียนมาก็ได้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในศูนย์อพยพที่อยู่ค่อนข้างรัดกุมพอสมควร ขณะนี้ได้มีการประสานกระทรวงมหาดไทย องค์กรนานาชาติ ให้ร่วมดูแลพื้นที่ดังกล่าวอย่างเข้มงวดแล้ว&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับการสอบสวนโรคนักเรียนหญิงชาวเมียนมา มีความชัดเจนว่าน่าจะเป็นการติดเชื้อมาจากฝั่งเมียนมา เพราะว่าเป็นลูกครึ่งไทย-เมียนมา และมีประวัติเดินทางไปเมียนมามาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบพื้นที่พักพิงบ้านอุ้มเปี้ยม ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวนกว่า 7,000 คน ต่างเก็บตัวอยู่ในบ้านพักกระท่อมและไม่ออกจากบ้านไปไหน หลังจากที่ฝ่ายปกครองและสาธารณสุขอำเภอพบพระ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยมพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้ลี้ภัยวัย 48 ปี 1 ราย และได้นำส่งโรงพยาบาลแม่สอด พร้อมกักบริเวณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้ลี้ภัยไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp; กล่าวว่า เหตุการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อลักลอบเข้าประเทศมาแล้วก็มาอยู่ในศูนย์พักพิง 1 ราย และส่งต่อรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอดนั้น เราได้ปฏิบัติงานบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายความมั่นคงกับฝ่ายปกครอง เพื่อให้เกิดความรัดกุมมากที่สุดในทุกมาตรการ โดยจังหวัดได้ให้มีการเพิ่มลวดหนามหีบเพลงเพื่อเป็นการป้องกัน จัดชุดลาดตระเวนป้องกันคนที่จะลักลอบเข้ามาในพื้นที่ ในส่วนของการล็อกดาวน์หมู่บ้านเราปิดเป็นโซนๆ ห้ามเดินทางไปมาข้ามหมู่บ้านในศูนย์อพยพ ไม่ออกมาภายนอก สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก บุคคลที่อยู่ในศูนย์ฯ กว่า 100 คนผลการตรวจเป็นลบทั้งหมด และเรายังได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ในภาพรวมของในศูนย์อพยพบ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.ตาก อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ รวมถึงศูนย์พักพิงอีก 2 แห่งของจังหวัดตาก ที่อำเภอท่าสองยาง และอำเภออุ้มผาง ได้สั่งเพิ่มมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ให้เข้มข้นขึ้นเพราะมีผู้อพยพในศูนย์อพยพเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ได้มีการสั่งการลงไปในทุกอำเภอ ฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด ทหาร&amp;nbsp; ตำรวจ ชุด ชรบ.ให้เพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ยังอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดที่เดินทางเข้าออกมาจังหวัดตาก&amp;quot; นายพงศ์รัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จ.ตากกล่าวด้วยว่า สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาทำธุระหรือจะมาเที่ยวจังหวัดตาก ยังคงมาได้ตามปกติ แต่ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ จังหวัดตากเรายังเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่รอท่านมาเที่ยวชม เช่น น้ำตกทีลอซู ธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp; และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายแห่งยังรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวที่จังหวัดตาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84823</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ป้องกันการแพร่ระบาด, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbc4be65c71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง ศบค.ชุดใหญ่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน คุมเข้มแนวชายแดนต้านโควิดทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดเล็ก เพื่อสรุปสถานการณ์และการประเมินมาตรการต่างๆ ที่ออกมาในแต่ละช่วง ซึ่งขณะนี้มีการผ่อนคลายไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนกรณีเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ นายกฯได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากมีการเปิดจะทำให้เกิดปัญหาหรือมีอุปสรรคอะไรหรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงตอบว่าไม่มีปัญหาอะไร โดยจะมีการพูดคุยเรื่องรายละเอียดถึงมาตรการป้องกันในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะมีการเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย. ให้พิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะครบกำหนดในวันที่&amp;nbsp;30 ก.ย. ออกไปอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญที่จะบูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ อีกทั้งขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ในประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างจะหนัก จึงต้องจำเป็นต้องคุมเข้มตามแนวชายแดน ซึ่งหาก ศบค.เห็นชอบ จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.ย.ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศบค.ชุดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b5a52b2eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.ชงต่ออายุพรก.1เดือน มท.สั่งจับตาพวกพ้นกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.ชง ครม.ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. ผ่อนคลายเพิ่ม 3 กิจกรรม รับต้องบริหารอารมณ์ประชาชนให้ดี &amp;ldquo;หมอยง&amp;rdquo; ยันเคส 2 สาวติดเชื้อจากต่างประเทศไม่ใช่ระบาดรอบ 2 มท.สั่งทุกจังหวัดจับตากลุ่มที่พ้นกักตัว 14 วัน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เตรียมทำหนังสือขอร่วมวิจัยโควิดกับออกซ์ฟอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019? (โควิด-19) โดยก่อนเข้าวาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสุขภาพของประชาชนว่า นอกจาก? ศบค.แล้ว ยังมีศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ. เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย เพื่อช่วยติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและวางมาตรการ เป็นการทำงานคู่ขนาน เพื่อประชาชนและประเทศ โดยจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง พิจารณามาตรการอย่างเหมาะสม เพื่อให้การผ่อนคลายต่างๆ สอดรับกับเศรษฐกิจระดับฐานราก ระดับกลาง และระดับบนในห่วงโซ่ของการพัฒนา เพื่อจัดหารายได้ให้ประชาชนและประเทศต่อไป ส่วนปัญหาและอุปสรรค คือเรื่องของความเข้าใจ ความไม่ไว้วางใจ และความเชื่อมั่น ขอให้ทุกคนระมัดระวัง และรับทราบทั่วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,390 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,219 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 113 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากสิงคโปร์ เป็นชายไทย อายุ 56 ปี อาชีพพนักงานบริษัท/โรงงาน เดินทางถึงไทยวันที่ 7 ส.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 3 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อในครั้งที่ 2 วันที่ 18 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของการกักตัว ผลพบว่าติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ได้มีการหารือกันว่าหากมีการติดเชื้อจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าใจและยอมรับว่าไม่ได้เป็นความผิดอะไรของใคร ทุกอย่างเป็นโรคระบาด สามารถเกิดขึ้นได้ และเราต้องร่วมกันรับผิดชอบ การหาเหตุหรืออะไรที่จะกล่าวโทษกันไม่เป็นการสร้างสรรค์ ให้เราเผชิญกับโรค ต้องร่วมมือกัน ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราจึงต้องเรียนรู้จากต่างประเทศเพื่อมาดูแลคนไทย รวมถึงยังพูดคุยถึงศักยภาพสาธารณสุข โดยมีการรายงานในที่ประชุม ศบค.ว่า 71 จังหวัดมีความก้าวหน้าของหนึ่งแล็บหนึ่งจังหวัด โดยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ขณะที่การพัฒนาการทดลองวัคซีน 4 ระยะของไทยโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อยู่ก่อนระยะทดสอบในมนุษย์
ชงครม.ต่อพรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ยังพิจารณาควรเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาขยายเวลาการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-30 ก.ย.นี้ ซึ่งก่อนจะมีมติออกมาเช่นนี้ มีการประชุมหารือกันหลายครั้ง โดยมีกระบวนการการทำงานที่ไม่ใช่รูปแบบเดิม ทุกกระทรวงต้องมามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและนำเสนอเป็นขั้นตอนขึ้นไป จนกระทั่งถึงที่ประชุมใหญ่ ศบค. และมีปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลก็คือคน เพราะการติดเชื้อนั้น ติดโดยผ่านพฤติกรรมของคน และคนที่สามารถควบคุมได้คือภายในประเทศ และที่พยายามจะควบคุมคือคนต่างด้าว ที่พยายามจะเข้ามาในประเทศ และการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำให้ชีวิตประจำวันของประชาชนเปลี่ยนไป การใช้ชีวิตประจำวันยังคงเดิมทุกอย่าง ไม่มีเคอร์ฟิว กิจการและกิจกรรมยังดำเนินไปได้ทุกอย่าง แต่ต้องอยู่ภายใต้ภาวะชีวิตวิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาผ่อนคลายกิจกรรมและกิจการเพิ่มเติม 3 กิจกรรม ตามที่ได้ทดลองใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งการเปิดเรียนเต็มรูปแบบ การให้ขนส่งสาธารณะมีจำนวนผู้โดยสารเต็มความจุมาตรฐาน การอนุญาตแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม โดยกำหนดประเภทกีฬาให้เป็นสนามกีฬากลางแจ้งชนิดที่มีการตะโกนเชียร์และไม่มีการตะโกนเชียร์ สนามกีฬาในร่ม ชนิดมีการตะโกนเชียร์และไม่มีการตะโกนเชียร์ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระดับสีเขียว จึงร่างแนวทางจัดการแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม โดยสนามกีฬากลางแจ้งที่มีการตะโกนเชียร์ให้มีผู้ชมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม อาทิ ฟุตบอล รักบี้ ส่วนสนามกีฬากลางแจ้งที่ไม่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม เช่น เทนนิส ยิงธนู และยิงปืน ขณะที่สนามกีฬาในร่มที่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 15 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม อาทิ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และมวย ส่วนสนามกีฬาในร่มแบบไม่มีการตะโกนเชียร์ ให้มีผู้ชมได้ 25 เปอร์เซ็นต์ของความจุสนาม เช่น สนุกเกอร์และหมากรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำอย่างไรจะทำให้คนไทยลดความกังวลลง โดยเฉพาะการกลัวคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่กำลังเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขาย&amp;nbsp; นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า&amp;nbsp; โจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ยากมาก นอกจากบริหารสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ยังต้องบริหารอารมณ์คนไทย ศบค.วิเคราะห์แล้วว่าคนไทยในประเทศ หลังจากที่ปลอดเชื้อมีคน 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพมาก เขาจะกังวลถึงมาตรการที่จะออกมาว่ามีความเสี่ยงสูงอย่างไร และกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำมาหากินไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องบริหารอารมณ์คนไทยทั้งสองฝั่งประคับประคองให้ไปด้วยกัน ซึ่งนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ก็พูดเรื่องนี้ในที่ประชุม ศบค. ว่าจะทำอย่างไรที่เราจะต้องรักษาสถานการณ์และอารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเกลาถ้อยคำในหนังสือที่ไทยจะขอร่วมทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับทางมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ให้มีความกระชับและชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งรอหนังสือจากกรมสนธิสัญญาฯ กระทรวงการต่างประเทศ ส่งกลับมาถึงตนเพื่อลงนามในหนังสือดังกล่าว ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 2 หญิงไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และผ่านการกักกันตัวของรัฐ แต่พบซากเชื้อโควิด-19 ว่าเคสที่เกิดขึ้นล่าสุด พบเชื้อที่น้อยมาก แต่ดำเนินการตรวจเพาะเชื้ออีกครั้ง ซึ่งจะทราบผลใน 7 วัน และตรวจภูมิคุ้มกัน มั่นใจเคสนี้ไม่ได้เพิ่งเป็น แต่เป็นมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ได้ติดตามญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ นำมาตรวจเชื้อ โดยขณะนี้่พบว่าทุกคนยังเป็นปกติ จึงอยากให้ทุกคนมั่นใจ
ย้ำยังไม่ระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวเรื่อง &amp;quot;การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 การกลายพันธุ์&amp;quot; ว่ากรณีการพบเชื้อในไทยเมื่อ 2 ที่ผ่านมาว่า คนไข้รายที่ 1 ที่เข้ามาในไทยจนมาตรวจวินิจฉัยว่ามีไวรัสหลังจากกลับบ้านไปแล้ว รวมทั้งสิ้นห่างจากวันที่เข้ามาไทยวันแรก ระยะเวลายาวนานถึง 75 วัน และคนไข้รายที่ 2 เข้ามาในไทยจนถึงการตรวจพบเชื้อเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น กินเวลาถึง 50 วัน ทุกคนจึงตกใจว่ามีการติดเชื้อในประเทศหรือไม่ ซึ่งระยะฟักตัวของโรคนี้ส่วนใหญ่เมื่อรับเชื้อแล้วมักจะเกิดอาการขึ้นภายใน 2-7 วัน และส่วนน้อยจะเกิดขึ้นภายใน&amp;nbsp; 14 วัน อีกทั้งส่วนน้อยมากๆ จะเกิดขึ้นภายใน 21 วัน แต่ในทางปฏิบัติเราคิดว่า 14 วันก็น่าจะเพียงพอ และเมื่อพ้นจาก State Quarantine ซึ่งทั้ง 2 รายติดเชื้อมาจากต่างประเทศอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปริมาณชิ้นส่วนไวรัสของทั้ง 2 คนนั้นน้อยมาก แต่แน่นอนเพื่อความปลอดภัยเราต้องมีการสอบสวนว่ามีการไปสัมผัสกับใครบ้าง ซึ่ง ณ วันนี้ที่ตรวจมาก็ยังไม่พบผู้สัมผัสคนใดที่มีผลตรวจเป็นบวก แต่ก็ต้องตามผู้สัมผัสต่อไปเพื่อให้ทุกคนสบายใจ ดังนั้นจึงขอบอกว่าคนไข้ทั้ง 2 คนไม่ถือว่าเป็นการระบาดในระลอกที่ 2 เพราะคำว่าระลอก 2 คือต้องมีการติดต่อกันของเชื้อภายในประเทศให้เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ยงยังระบุด้วยว่า ในต่างประเทศมีการระบาดอย่างหนักมาก โดยคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 50 ล้านคน และเสียชีวิตที่ 1.5 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า กรณีตรวจพบเชื้อโควิด-19 จากคนไทย 2 คน ที่เดินทางกลับจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผ่านการกักตัว 14 วันแล้วนั้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด แจ้งอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามและเฝ้าระวังเพื่อสังเกตอาการผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศภายหลังที่พ้นจากการกักตัวแล้ว และเดินทางเข้าพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ทั้งนี้ หากสงสัยหรือพบอาการป่วย ให้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อเข้ารับการรักษาและประเมินอาการว่าเข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไม่ หากเข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อ ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่จังหวัดกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์?รัฐบาล? กลุ่ม Love Is Not Tourism Thailand? จำนวน 8 คน นำโดย? น.ส.เทพสวรินทรี ตะเพียรทอง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี? ขอเรียกร้องให้พิจารณาอนุญาตให้ครอบครัว คู่รักสามารถเดินทางเข้าประเทศไทย โดยขอให้พิจารณาออกวีซ่าหรืออนุญาตให้ครอบครัวและคู่รักได้เจอกันด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม โดยพิจารณาจากหลักฐาน? เช่น? พาสปอร์ตที่เดินทางเข้าในประเทศไทย? รูปถ่ายข้อความ? หรือวิดีโอต่างๆ เพื่อยืนยันความเป็นคู่รักและครอบครัว? รวมทั้งพิจารณาให้มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคนที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศ หรือพิจารณาให้มีสายการบินพาณิชย์ตามปกติโดยเร็วที่สุด? ทั้งนี้? กลุ่มพร้อมยอมทำตามมาตรการด้านความปลอดภัยทุกอย่าง? เช่น? การกักตัวหรือการตรวจเชื้อโควิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75179</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ซากเชื้อ, ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ระบาดรอบ 2, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fd450a6234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
