<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯกำชับหน่วยฉีดวัคซีนเข้มงวดมาตรการเว้นระยะห่างประชาชนผู้รับบริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 &amp;nbsp;ก.ค. 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากกรณีที่มีรายงานภาพข่าวที่มีประชาชนจำนวนมากไปรอฉีดวัคซีน ณ จุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลบางแห่งและไม่มีการเว้นระยะห่าง และมีการชี้แจงของผู้ดูแลพื้นที่ในเวลาต่อมาว่าเกิดจากประชาชนมา ณ จุดบริการก่อนเวลานัดหมายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มีข้อห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงกำชับให้หน่วยให้บริการแต่ละหน่วยเพิ่มความระมัดระวังเรื่องของการจัดคิวและให้ข้อมูลเวลารับวัคซีนแก่ประชาชนที่ชัดเจน รวมถึงมีมาตรการจัดการในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนไทยทั่วประเทศ ณ วันที่ 17 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;รวมอยู่ที่ 14.13 ล้านโดส ซึ่งจากข้อมูลที่รวบรวมโดยกระทรวงการอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) พบว่าเป็นปริมาณการฉีดวัคซีนที่สูงเป็นอันดับ2 ของประเทศในภูมิภาคอาเซียน รองจากอินโดนีเซียที่มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 57.48 ล้านโดส ขณะที่ฟิลิปปินส์ฉีดวัคซีนแล้ว 14.07 ล้านโดส มาเลเซีย 13.62 ล้านโดส กัมพูชา 9.67 ล้านโดส เป็นลำดับที่ 3-5 ในอาเซียน ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเร่งจัดหาวัคซีนโควิด-19 ที่เพียงพอ ทั้งในส่วนที่รัฐบาลจัดหากเพื่อฉีดให้ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายและวัคซีนทางเลือก โดยให้จัดหาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 100 ล้านโดสในปี 2564 &amp;nbsp;รวมถึงเป้าหมายปี 2565 ตามมติของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติที่ได้เห็นชอบให้ปรับกรอบการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เป็น 120 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการจัดหาจากผู้ผลิตต่างประเทศแล้ว วัคซีนโควิด-19ที่พัฒนาในประเทศจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงวัคซีนอย่างครอบคลุม โดยสถานบันวัคซีนแห่งชาติได้รายงานข้อมูลล่าสุดว่า การการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในไทยมีความคืบหน้าไปมาก บางชนิดเข้าสู่เฟสการทดลองในคนแล้ว โดยคาดว่าวัคซีนที่พัฒนาในประเทศจะสามารถนำมาใช้ในประเทศได้ในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยขณะนี้มี 3 ชนิด คือ 1.วัคซีนชนิดชนิด mRNA &amp;nbsp;CU-Cov19 &amp;nbsp;พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;กับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบในคน 2.วัคซีนชนิดเชื้อตาย HXP-GPOVac ที่พัฒนาโดย องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบัน PATH สหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างการทดสอบในคน และ 3.วัคซีน Baiya SARS-CoV-2 Vax1 เป็นวัคซีนที่พัฒนาจากใบพืชตระกูลยาสูบ พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพไทยกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านขั้นตอนการทดลองในสัตว์ทดลองแล้วเตรียมการเข้าสู่การทดลองในคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110169</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบ, ฉีดวัคซีน, ต่อคิว, เว้นระยะห่าง, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1e041f0d9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;หดหู่ใจเห็นภาพปชช.ต่อคิวยาวเหยียดเปิดบัญชีรับเงินเยียวยา อัดรัฐบาลล้มเหลวประชาสัมพันธ์ป้องกันไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - นายเทพไท เสนพงศ์ &amp;nbsp;ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์รูปภาพและข้อความ ระว่าวันนี้ได้เห็นภาพที่พี่น้องประชาชนเข้าคิวเปิดบัญชี กับธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย เพื่อรองรับเงินชดเชยเดือนละ 5000 บาท จำนวน 3 เดือนจากรัฐบาลแล้ว รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง ที่พี่น้องประชาชนต้องมายืนเข้าแถว ตากแดด หายใจรดต้นคอกัน เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างมาก ซึ่งการเข้าคิดเพื่อเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินช่วยเหลือเยี่ยวยาจากรัฐบาลเดือนละ 5,000บาท ไม่คุ้มกับการเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่รัฐบาลได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้ประชาชนพักอยู่บ้าน และใช้มาตรการโซเชียลดิสแทนชิ่ง การเว้นระยะห่างของพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการติดต่อของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เมื่อเห็นภาพการรอคิวแบบแออัดยัดเยียดที่หน้าธนาคารออมสินแล้ว ถือว่าเป็นความล้มเหลวในการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ที่จะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งน่าจะใช้กลไกการประชาสัมพันธ์ของธนาคารออมสิน ยกเลิกการเปิดบัญชีธนาคารไปก่อน เพื่อกลับไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนใหม่ &amp;nbsp;ว่าโครงการนี้ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารกับธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยเท่านั้น แต่สามารถใช้กับบัญชีเงินฝากได้ทุกธนาคาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้แสดงให้เห็นว่าโครงการเยี่ยวยาผลกระทบจากโควิด19 ชดเชยรายได้พี่น้องประชาชนของกระทรวงการคลังครั้งนี้ มีระบบคิดไม่ครบวงจร และล้มเหลวในการประชาสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นอยากจะขอเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงวิธีการสื่อสารในการทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนให้ชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียเวลา และมาเสี่ยงกับการติดเชื้อไวรัสโควิช 19 โดยไม่จำเป็นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อคิว, เทพไท เสนพงศ์, เปิดบัญชีธนาธร, เยียวยา, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7e9b68daacd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
