<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายทีละนิด? &quot;พาราควอต&quot;ได้ไปต่อ คกก.วัตถุอันตรายเห็นชอบ18 ต่อ6 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาราควอต ได้ไปต่อ &amp;nbsp;อ้างข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพไม่เพียงพอ &amp;nbsp;โดยให้มีการจำกัดการใช้ คกก.วัตถุอันตราย มอบกรมวิชาการเกษตร ไปทำมาตรการควบคุมภายใน 2 เดือน ชี้พิจารณาข้อมูลทั้งหมดแล้ว มีคณะกรรมการร่วมลงความเห็นทั้งหมด 24คน อัตราส่วน 18 ต่อ 6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 23 พ.ค.ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ครั้งที่ 30 &amp;ndash;1/2561 &amp;nbsp;กล่าวถึงข้อสรุปการพิจารณาการจำกัดหรือยกเลิกการใช้วัตถุอันตราย 3 รายการ คือ พาราควอต &amp;nbsp;คลอไพริฟอส และไกลโฟเซต ตามมติของ 5 กระทรวงหลัก นำโดยกระทรวงสาธารณสุข ว่า ผลสรุปของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันนี้มีมติให้จำกัดการใช้สารทั้ง 3 ชนิด เนื่องจากข้อมูลต่างๆรวมทั้งข้อมูลผลกระทบทางด้านสุขภาพยังไม่เพียงพอ โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเป็นแม่งาน &amp;nbsp; ในการไปออกมาตรการการควบคุมเพื่อนำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายอีกครั้งภายใน 2 เดือน ซึ่งจะดูว่ามาตรการที่เสนอมาจะได้ผลหรือไม่และจะมีผลกระทบอย่างไรหากผ่านความเห็นชอบ &amp;nbsp;ก็สามารถดำเนินการได้เลย โดยในวันนี้มีคณะกรรมการวัตถุอันตรายเข้าร่วมพิจารณา 24 ท่านโดยมี 17-18 คน ลงมติเห็นด้วยให้มีการใช้ต่อโดยการจำกัดการใช้และ 6 คนมีมติให้มีการยกเลิกการใช้ &amp;nbsp; ทั้งนี้ได้มีการพิจารณาโดยใช้ข้อมูลทั้งจากผู้คัดค้าน ผู้สนับสนุน ข้อมูลมติของ 3 กระทรวงที่นายกฯ แต่งตั้ง และข้อมูลวิชาการของคณะอนุกรรมการทั้งหมดประกอบกันจนได้เป็นมติออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้สารทั้ง 3 ชนิด ยังถูกกำหนดให้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตรายเช่นเดิม ซึ่งยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไข &amp;nbsp;ซึ่งในการออกมาตรการจำกัดการใช้เพื่อให้ครอบคลุม ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรไปดูทั้งเรื่องการซื้อขาย กลุ่มผู้ซื้อ ผู้ขาย และผลกระทบต่อสุขภาพทั้งหมด &amp;nbsp;ส่วนในเรื่องสารทดแทนพาราควอตนั้น เรื่องนี้พบว่าสารทดแทนยังมีราคาแพงอยู่และกำจัดศัตรูพืชได้บางชนิด ไม่ครอบคลุมกำจัดศัตรูพืชได้ทั้งหมดในวงกว้างเหมือนพาราควอตโดยขอยืนยันว่ามติที่ออกมานั้นได้พิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่ายประกอบกันหมดแล้ว&amp;rdquo;นายสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อถามว่าทางเครือข่ายภาคประชาชนได้มีการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยการลงมติและเหตุผลของกรรมการแต่ละท่าน จะสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ นายสมบูรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในเรื่องนี้นั้นเป็นความคิดเห็นส่วนตัว หากต้องการทราบก็ต้องไปถามที่กรรมการแต่ละท่านเอาเอง เพราะคนอื่นคงไม่สามารถไปเปิดเผยเองได้ ซึ่งหลังจากนี้หากจะมีการชุมนุมก็คงต้องยอมรับ เนื่องจากมีการพิจารณาตามข้อมูลวิชาการทั้งหมดจากทุกฝ่าย ซึ่งหลังจากนี้หากมีข้อมูลวิชาการเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพเพียงพอก็สามารถพิจารณาให้มีการแบนอีกครั้งได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรางานว่า ในการประชุมพบว่า มีคณะกรรมการ 24 คนจาก 29 คน เข้าร่วมพิจารณา ซึ่งมีข้อสังเกตว่าอาจจะเนื่องมาจากการที่ภาคประชาชนมีการยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการที่รู้ตัวว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน พิจารณาตัวเองไม่เข้าร่วมในการพิจารณาหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, กระทรวงอุตสาหกรรม, คกก.วัตถุอันตราย, ต่อทะเบียนพาราควอต, พาราควอต, สมบูรณ์ ยินดียั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0522706d4fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;เอ็นจีโอ&quot;จับตาสรุปผลทะเบียน&quot;พาราควอต&quot;ถ้่าไปต่อจ่อฟ้องศาลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;NGO&amp;nbsp; จับตาสรุปผลพาราควอต เผยหากมีการต่อทะเบียน ต้องมีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน แต่ถ้ายังตะแบง อาจมีการฟ้องร้องศาลปกครอง&amp;nbsp; วอนผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ออกมาให้ข้อมูลส่งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ&amp;nbsp; ชี้ต้องมีการตรวจสอบจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญสารเคมีอันตรายได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านหมอธีระวัฒน์เผ คณะกรรมการพิจารณาฯ ต่อทะเบียนอย่าอ้างว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช Thai-PAN กล่าวถึงการพิจารณาว่าจะมีการแบนหรือต่อทะเบียนพาราควอต โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ที่จะมีขึ้นภายในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายมีข้อกังวลว่าจะมีการต่อทะเบียนใช้ต่อนั้น&amp;nbsp; เนื่องจาก มีงานวิจัยว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน แต่กรมวิชาการเกษตรกลับบอกว่าไม่มีข้อมูลผลกระทบทางด้านสุขภาพ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะการพิจารณาพาราควอตยังไม่สิ้นสุด แต่หากสิ้นสุด และผลออกมาว่าอนุญาตให้ต่อทะเบียนตามที่หลายฝ่ายได้แสงดงความกังวล ทางเครือข่าย 398 เครือข่าย จาก 51 จังหวัด ก็จะมีการเดินหน้าเพื่อขอเหตุผลที่ชัดเจนจากคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าผลกระทบต่อสุขภาพเป็นไปตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ และหากต้องมีการจำกัดการใช้จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพ หากเหตุผลไม่เป็นไปตามหลักการแน่นอนว่าอาจะจะต้องมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้มีการเพิกถอนการต่อทะเบียนตามที่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ หรือหากเหตุผลเพียงพอก็อาจไม่ต้องฟ้องร้อง ซึ่งก็ต้องติดตามอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามในเวทีของฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการใช้พาราควอตต่อหลายๆเวที ได้มีการใช้ข้อมูลของคุณหมอจาก รพ.รามาฯที่ระบุว่าไม่มีผลกระทบต่อสมอง&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่คุณหมอเฉพาะทางโรคทางด้านสมอง จึงอยากเรียกร้องให้คุณหมอเฉพาะทางทางด้านสมองได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าว และส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนด้วย.&amp;rdquo; น.ส.ปรกชล กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า&amp;nbsp; โดยทั่วไปพาราควอตมีการออกฤทธิ์เฉียบพลันสูง ผูได้รับสารมีอัตราการเสียชีวิตสูง ทำให้มีการรวบรวมข้อมูลพบว่า ในบางประเทศ บริษัทผู้ผลิตจะมีการให้งบสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาให้แก่ศุนย์รักษาผู้ได้รับสารพิษในโรงพยาบาลซึ่งมองด้านหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะจะได้มีอุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์ในการรักษาโรคจากสารพิษนั้น แต่มองอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นการสะท้อนว่าบริษัทต้องการสร้างสัมพันธ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญบางคน ตนจะใช้คำว่าบางคนหันมาสนับสนุนสารพิษดังกล่าวทั้งที่รู้และไม่รู้ตัว&amp;nbsp; ซึ่งในกรณีพาราควอตการใช้ยาถอนพิษได้ผลน้อยเพราะปัจจุบันยังไม่มียาถอนพิษทำให้บางประเทศมีนักวิชาการบางคนให้ข้อมูลทางด้านสุขภาพตรงกันข้าม ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอาจมีความเป็นไปได้ว่าขณะนี้หรือในอนาคตจะมีการกระทำดังกล่าวในประเทศไทย ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง และหากมีการต่อทะเบียนพาราควอต นอกจากการเปิดเผยรายชื่อผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีการเตรียมการไว้แล้ว อาจต้องการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการปลุกคนในสังคมให้ลุกขึ้นมาทำความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงสังคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุข&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนคงไม่มีการรวบรวมข้อมูลทางด้านสุขภาพส่งไปยังคณะกรรมการเฉพาะกิจ แต่การที่ตนได้มีการเรียบเรียงข้อมูลนั้น ก็เพื่อเป็นการสรุปข้อมูลต่อสุขภาพจากการใช้พาราควอตที่มีมหาศาลให้กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีหน้าที่สำคัญแต่กลับบอกว่าไม่มีข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพ และการที่มีแพทย์จาก รพ.รามาฯ ได้ออกมาระบุว่าพาราควอตไม่มีผลต่อสุขภาพ ตนก็ได้มีการแจ้งไปยังรองคณบดี รพ.รามาฯ ให้ไปแจ้งยังแพทย์คนดังกล่าวว่าขณะนี้มีข้อมูลมากมาย ซึ่งหากแพทย์คนดังกล่าวซึ่งก็เป็นคณะกรรมการทางด้านวิชาการยังออกมาบอกว่าไม่มีหลักฐานก็ถือว่าไม่มีความรอบคอบในการหาข้อมูล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณกรรมการเฉพาะกิจ, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, ต่อทะเบียนพาราควอต, ปรกชล อู๋ทรัพย์, พาราควอต, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd67cd37e18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
