<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;จ่อแถลงเปิดตัว&#039;ไทยสร้างไทย&#039; หลังประกาศราชกิจจาฯสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ​ นายต่อพงษ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไชยสาสน์&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นจดจองชื่อพรรคไทยสร้างไทยกับ คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.) ​ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าแล้ว เหลือเพียง กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp; จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุรา​พันธุ์​ ก็จะแถลงข่าวเปิดตัวการตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; &amp;nbsp; และภายในเดือน เม.ย. จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อแต่งตั้งคณะผู้บริหารต่อไป แต่ขณะนี้เคลื่อนไหวทางการเมืองในกลุ่มสร้างไทยไปก่อน หากขั้นตอนเสร็จสิ้นก็จะประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้ชื่อพรรคว่าอะไร แม้ในขั้นตอนการจดจองชื่อพรรคจะใช้ชื่อว่าไทยสร้างไทย แต่ก็จะมีการหาข้อสรุปชื่ออีกครั้งหลังหารือกับคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นสร้างไทยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองมายื่นจดจองชื่อพรรคสร้างไทยไว้กับกกต.แล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต่อพงษ์&amp;nbsp; มองว่า ตามกฎหมาย&amp;nbsp; กกต.จะอนุญาตให้จดจองชื่อไว้ก่อน และหากภายใน 3 เดือนผู้จดจอง ยังไม่สามารถดำเนินการในเรื่องการหาสมาชิกพรรค การระดมทุน ตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด ชื่อที่ขอจดจองไว้ก็จะสิ้นผล และเราก็จะสามารถเปลี่ยนชื่อพรรคการเมืองมาใช้ชื่อนั้นได้&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่เฉพาะสร้างไทยอย่างเดียวที่เผชิญอย่างนั้น คิดว่าหลายๆกลุ่มการเมืองก็จะเผชิญกับปัญหาในการจะดำเนินภารกิจการเมืองตามชื่อที่ประสงค์ไว้ แต่ในส่วนของเรามีความพยายามดำเนินการทางการเมืองและจะใช้ชื่อนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตัวบุคคลที่เหมาะสมจะนั่งคณะกรรมการบริหารพรรคนั้นก็มีผู้เหมาะสมหลายคน&amp;nbsp; แต่ในแนวคิดสร้างไทย อยากให้มีการประสานกับคนการเมืองรุ่นเก่าและรุ่นใหม่&amp;nbsp; นักวิชาการ นักธุรกิจ และคนที่สนใจการเมืองอีกมากมาย ไม่อยากกำหนดว่าผู้ที่เป็นแถวหน้าต้องมาเป็นผู้บริหารพรรคทั้งหมด อยากให้ผู้สนใจทางการเมืองมีส่วนรวมกำหนดนโยบาย และทิศทางการเมืองร่วมกับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะส่งผู้สมัครลงชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นสนามการเมืองแรกหรือไม่นั้น นายต่อพงศ์ กล่าวว่า หากรัฐธรรมนูญได้รับการพิจารณาไปตามไทม์ไลน์ คือมี ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่และผ่านประชามติ คิดว่าสิ้นปีน่าจะเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp; แล้วเวลานั้นถ้ารัฐบาลยังกำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรรคไทยสร้างไทยก็จะพิจารณาส่งผู้สมัคร&amp;nbsp; แต่หากการเลือกตั้งทั่วไปมาถึงก่อน ก็คงกำหนดทิศทางการเลือกตั้งทั่วไปก่อน&amp;nbsp; ซึ่งคิดว่าพร้อม และมีผู้สนับสนุนผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า โอกาสที่พรรคจะส่งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่&amp;nbsp; นายต่อพงษ์ กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์เป็นแกนหลักสำคัญที่จะดึงมวลชน ผลักดันนโยบายไม่ว่าจะเป็น กทม.หรือระดับชาติ ซึ่งคิดว่าคุณหญิงสุดารัตน์จะเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คิดว่ามาถึงตรงนี้แล้ว พรรคการเมืองเราต้องการผู้นำ ต้องการผู้ที่จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการนำการเมืองต่อไปในอนาคต ส่วนตัวมองว่าคุณหญิงสุดารัตน์ ก้าวข้ามตรงนั้นมาแล้ว&amp;nbsp; ดังนั้นคนที่เหมาะสมจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ต่อไปในนามพรรคไทยสร้างไทย หรือ สร้างไทย ก็คงหาผู้เหมาะสมที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ แนวทางการปฏิบัติและนโยบายต่อไป&amp;rdquo; นายต่อพงษ์​ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95350</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คุณหญิงหน่อย, ต่อพงษ์ ไชยสาส์น, พรรคไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045bf09db76c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน่อยตั้ง&#039;ไทยสร้างไทย&#039; พท.ก๊วนอีสาน-ใต้แห่ซบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดารัตน์&amp;quot; เดินหน้าตั้งพรรคไทยสร้างไทย ปูดข่าวก๊วนอีสาน-ใต้-สาย อบจ. จ่อสละเรือทิ้งเพื่อไทยขออยู่กับเจ๊ ฝ่ายค้านขู่ซักฟอกรัฐบาล จองกฐินถล่มบิ๊กตู่ปมโควิดรอบสอง-บ่อนเกลื่อน พ่วงโครงการรถไฟฟ้าสายมีเขียว-นโยบาย ส.ป.ก. โวงานนี้มีสะเทือน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง และลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้ว โดยคุณหญิงสุดารัตน์ได้ดำเนินการตั้งพรรคการเมืองขึ้นเอง เป็นการจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองใหม่ เบื้องต้นได้ไปยื่นต่อ กกต.ขอจดทะเบียนในชื่อพรรคไทยสร้างไทย มีชื่อว่าที่ ร.ต.สอิสร์ โบราณ เกษตรจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าพรรค และนายวัลลภ ไชยไธสง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองบัวแดงวิทยา ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เป็นผู้ยื่นคำขอจัดตั้งพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.63 และอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อสมาชิกตั้งต้น 500 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.สอิสร์และนายวัลลภ เป็นคนใกล้ชิดของนายพงศกร อรรณนพพร อดีต ส.ส.ขอนแก่นหลายสมัย ที่ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยมาพร้อมกับคุณหญิงสุดารัตน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับชื่อพรรคไทยสร้างไทย ยังเป็นชื่อพรรคในเบื้องต้น อาจจะมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมและข้อกำหนดทางกฎหมายอีกครั้ง เนื่องจากชื่อไปพ้องสถาบันสร้างไทย ที่อยู่ภายใต้มูลนิธิไทยพึ่งไทยที่คุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธาน และจดทะเบียนจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 อาจกระทบกับการดำเนินการของมูลนิธิได้ โดยหลังจากได้รับรับรองจาก กกต. และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการแล้ว จะมีการจัดประชุมใหญ่สามัญของพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะเป็นตัวจริงในการทำงานขับเคลื่อนพรรคต่อไป ตลอดจนการพิจารณาเปลี่ยนชื่อพรรค ที่ยังเปิดกว้างและรอระดมความเห็นผู้ที่จะมาร่วมงานด้วยอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ลาออกจากพรรคเพื่อไทย มีบุคคลหลากหลายกลุ่มในแวดวงการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และกลุ่มการเมืองที่กำลังตั้งพรรคเช่นกัน ได้พยายามติดต่อทาบทามให้คุณหญิงสุดารัตน์เข้าร่วมทำงานการเมืองด้วย แต่คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้ตอบรับกลุ่มใด ขณะที่ในส่วนของผู้ที่จะมาร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทยนั้น ยืนยันว่าไม่มีการดูดคนจากพรรคเพื่อไทย แต่เปิดกว้างสำหรับคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งนอกจากนายวัฒนา เมืองสุข นายโภคิน พลกุล และนายพงศกร ที่ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยพร้อมคุณหญิงสุดารัตน์แล้ว ช่วงที่ผ่านมายังมีนักการเมืองในพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ได้ลาออกจากพรรค รวมทั้งแสดงความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานการเมืองร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ ทั้งในภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ อาทิ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต รมช.สาธารณสุข, นายวิจักร อากัปกริยา อดีตอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และอดีตผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมไปถึงกลุ่มสาขาพรรคภาคใต้ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนไม่น้อยมีแนวโน้มสูงว่าจะลาออกไปอยู่กับคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ว่าจะเป็นภาค กทม. ภาคเหนือ และอีสาน หรือกลุ่มสายตรงคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เคยมีบทบาทโดดเด่นในสภาช่วงที่คุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งรับรู้กันในวงกว้างภายในแล้ว แต่คนที่เป็น ส.ส.ยังไม่สามารถลาออกจากพรรคได้ เพราะจะขาดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. ต้องรอจนหมดวาระ ยุบสภา หรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เช่นเดียวกับ ส.ส.และแกนนำพรรคในภาคเหนือและภาคอีสานที่ขัดแย้งกับทางพรรคอย่างหนักช่วงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) รวมทั้งในหลายจังหวัดทางภาคอีสานที่คุณหญิงสุดารัตน์ไปช่วยหาเสียง อบจ.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ตอนนี้ทุกพรรคการเมืองฝ่ายค้านต่างเดินหน้าหาข้อมูลเท่าที่ทราบแต่ละพรรคต่างมีข้อมูลเพียงพอในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยหลัง 4 ม.ค.64 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปข้อมูลที่แต่ละพรรคมีในมือ ว่าพรรคใด ส.ส.คนไหนจะอภิปรายเรื่องใด เพื่อให้เนื้อหาแหลมคมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยย้ำว่า เบื้องต้นเราจะพุ่งเป้าการอภิปรายไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ต้องรับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด รวมถึงยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่ส่อแววไม่ชอบมาพากลในการบริหาร โดยการอภิปรายครั้งนี้เราจะเน้นที่เนื้อหาการอภิปราย ไม่เน้นจำนวนผู้อภิปราย เราจะให้ผู้อภิปรายครั้งนี้ได้เวลาในการอภิปรายอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าจะสามารถสั่นคลอนรัฐบาลได้ เพราะแต่ละเรื่องที่จะมีการอภิปรายต่างเป็นโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่ส่อไปในทางทุจริต เช่น การต่อสัญญารถไฟฟ้าสายมีเขียว รวมถึงการออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุน เช่นเรื่อง ส.ป.ก. ที่ให้นายทุนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวต้องให้กับเกษตรกรเป็นผู้ใช้ประโยชน์ รวมถึงการบริหารงานที่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาโควิด ที่ปล่อยให้มีบ่อนการพนันในหลายพื้นที่ จนเป็นจุดแพร่กระจายเชื้อ เราจะนำเรื่องเหล่านี้มาตีแผ่ให้ประชาชนรับทราบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงในปี 2564 พล.อ.ประยุทธ์คงต้องรับศึกหนักแน่ เพราะจะได้รู้ว่าการทุจริตของรัฐบาลมีทุกกระทรวง ทุกโครงการมีการทุจริต พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าถ้าพบทุจริตให้แจ้งมาพร้อมดำเนินการ ถึงเวลานั้นจะกล้าดำเนินการหรือไม่ หากคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประยุทธ์มีผลประโยชน์ในการโครงการของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสารกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลบริหารประเทศไม่มีประสิทธิภาพ ตั้งงบประมาณบริหารไว้สูง แต่ไม่ดูว่าสามารถเก็บภาษีได้หรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องกู้เพื่อมาโปะงบประมาณ ยิ่งรัฐบาลบริหารแบบนี้ ก็ยิ่งต้องกู้เพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ยังปล่อยให้มีการทุจริตเพิ่มสูงขึ้น หลายโครงการรัฐมีข่าวการทุจริตทุกประเภท ผลที่ออกมาคือประเทศไทยกลายเป็นรัฐล้มเหลว และรัฐบาลบริหารงานล้มเหลว ในส่วนของการกู้เงินที่ผ่านมา ที่รัฐบาลอ้างว่า ต้องมาใช้ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการกู้เงินฟื้นฟูประเทศจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ นอกจากนี้เงินกู้ที่รัฐบาลอ้างว่านำไปช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด มีผู้ประกอบการกี่รายที่เข้าถึงเงินกู้ของรัฐ เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบ อ้างติดขัดข้อกฎหมายไม่สามารถอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือนั้นก็เลือกช่วย หากผู้ประกอบการรายใดใกล้ชิดกับรัฐบาลจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเก็บภาษีพลาดเป้า แต่วิธีการในการใช้เงินของรัฐบาลกลับไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชน เพราะรัฐบาลใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย งบประมาณของรัฐที่จ่ายออกไปจึงไหลไปอยู่ในมือของนายทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาล ไม่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจเสียหาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;รางวัลแห่งปีของคนอีสาน ประจำปี 2563&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับบุคคล &amp;nbsp;องค์กร และผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งปี ในสาขาต่างๆ 13 รางวัล ทั้งนี้ ได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย. และ 25-28 ธ.ค.2563 จำนวน 2,224 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด พบว่า คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกในส่วนของนักการเมือง/ผู้บริหารภาครัฐแห่งปี อันดับที่ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 25.0% ถัดมาอันดับ 2 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 23.4% ส่วนอันดับ 3 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 14.8% และอื่นๆ 29.4% ส่วน 7.4 เห็นว่ายังไม่มีผู้เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อพงษ์ ไชยสาส์น, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, วิจักร อากัปกริยา, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe002866225d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกอีดี้จวบ&#039;โผล่หนุน&#039;หน่อย&#039;นั่งหัวหน้าเพื่อไทย  ยันก๊วนอดีตส.ส.อีสานไม่มีใครขวาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61 - นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บุตรชายนายประจวบ ไชยสาส์น อดีตนักการเมืองชื่อดังเจ้าของฉายา &amp;quot;อีดี้อีสาน&amp;quot; กล่าวว่า ถ้าหากผู้นำพรรคเพื่อไทยคนใหม่ คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตามที่มีกระแสข่าวจริง ก็เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาภายในพรรค เพราะเท่าที่ได้พูดคุยกับ อดีตส.ส. ภาคอีสาน รวมทั้งทีมงานและชาวบ้านในพื้นที่ ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะทำงานภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เคยเดินทางมาพบปะชาวบ้านในภาคอีสาน คนส่วนใหญ่ก็ชื่นชม ที่ให้ความเป็นกันเองและใส่ใจรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายต่อพงษ์ กล่าวว่านอกจากนี้ นักการเมืองในภาคอีสาน ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะยอมรับในฝีมือการทำงานของ คุณหญิงสุดารัตน์ เคยมีประสบการณ์ในการบริหารประเทศมาอย่างยาวนาน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาพรรคเพื่อไทยก้าวไปข้างหน้าได้ ส่วนกระข่าวที่มีคนไม่เห็นด้วยที่คุณหญิง สุดารัตน์ จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคนั้น ไม่เคยได้ยิน และเชื่อว่าคุณหญิงสุดารัตน์จะนำทัพในครั้งนี้ได้อย่างสำเร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20216</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ต่อพงษ์ ไชยสาส์น, ประจวบ ไชยสาส์น, เพื่อไทย, เลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc84a3007edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
