<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อยอดนวัตกรรมพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เรียกว่าเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในการดำรงชีวิตของคนเราตลอดเวลา และท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ได้ส่งผลให้เกิด Disruptive Technology หรือเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าให้กับตัวผลิตภัณฑ์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และอาจทำให้ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีแบบเดิมๆ&amp;nbsp; ล้มหายตายจากไปนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยกระแสของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดังกล่าวรัฐบาลปัจจุบันจึงมุ่งเน้นแผนงานในการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ว่าด้วยไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือการผลักดันภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม&amp;nbsp; ภาคเกษตรก็ต้องเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยีหรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farming) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) แบบเดิมก็จะเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรอัฉริยะ และสตาร์ทอัพ เพื่อการตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้นั่นคือ &amp;ldquo;พลังงาน&amp;rdquo; ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และต้องยอมรับว่า การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานเป็นไปอย่างก้าวกระโดด และเข้าถึงชุมชนมากขึ้น ทั้งด้านพลังงานแสงอาทิตย์ แบตเตอรี่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และกระทั่งการพัฒนาบุคลากรก็ได้มีการส่งเสริมเยาวชนให้มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม อย่าง โครงการ &amp;ldquo;GPSC Young Social Innovator 2019&amp;ldquo; จาก บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC&amp;nbsp; บริษัทผลิตไฟฟ้าในกลุ่ม บมจ.ปตท. ได้ส่งเสริมเยาวชนให้มีการพัฒนาความคิดในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาในสังคมของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม โครงการ GPSC Young Social Innovator 2019 เป็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบโครงงานและใช้องค์ความรู้ในด้านต่างๆ มาพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการ กระบวนการที่มุ่งแก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน ที่จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบ และมีโอกาสนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีปัญหาได้จริง รวมถึงสามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการออกสู่ท้องตลาดในเชิงพาณิชย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดพบว่า 5 โครงงานสิ่งประดิษฐ์เยาวชนที่ผ่านเข้ารอบในเวทีประกวดครั้งนี้ น่าสนใจเป็นอย่างมาก เริ่มจาก โครงงานแรก &amp;ldquo;แคปซูลเก็บน้ำใต้ดิน&amp;rdquo; ของทีมต้นกล้าเปลี่ยนโลก จากโรงเรียนปราจีนกัลยาณี จ.ปราจีนบุรี ที่นำตัวแคปซูลที่เป็นวัสดุเหลือใช้จากในท้องถิ่นมาใช้ปลูกพืช เพียงขุดหลุมแล้วนำต้นกล้าวางเหนือแคปซูล รดน้ำเพียงครั้งเดียวไม่ต้องกลับไปรดอีก เพราะแคปซูลจะดูแลความชุ่มชื้นจนต้นกล้าเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงงานที่สอง Better life battery โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง ผลงานการเปลี่ยนข้าวเหนียวเป็นพลังงานไฟฟ้า ด้วยการนำเมล็ดข้าวเหนียวดิบมาบด อบในอุณหภูมิผ่านรังสีด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอายุใช้งานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป 3-4 เท่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงงานที่ 3 &amp;ldquo;เซลล์ไฟฟ้าแบคทีเรียเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำเสีย&amp;rdquo; จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง ที่มุ่งให้ชุมชนผลิตกระแสไฟฟ้าได้เองจากน้ำเสีย โดยสร้างขั้วไฟฟ้าแบบใหม่ที่เรียกว่า L-cysteine บนอนุภาคนาโนเหล็กยึดติดกับกราฟีนออกไซด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจับแบคทีเรียในน้ำเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงงานที่ 4 &amp;ldquo;ปลอกเทียมห่อผลไม้&amp;rdquo; โรงเรียนพนมสารคาม &amp;quot;พนมอดุลวิทยา&amp;quot; จ.ฉะเชิงเทรา ที่คิดค้นวิธีป้องกันแมลงกัดกินผลไม้ และลดการใช้กระดาษที่ย่อยสลายไม่ได้ในการหุ้มผลไม้ด้วยการนำเส้นใยจากหญ้ามาปั่นแล้วตากแห้ง จากนั้นตัดให้เป็นรูปทรงตามวัตถุที่ใช้งานพร้อมกับชุบน้ำมันหอมระเหย เพื่อป้องกันแมลงแล้วเคลือบน้ำยางนำเส้นกล้วยมาติดกับปลอกเพื่อเป็นหูหิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงงานที่ 5 &amp;ldquo;การพัฒนาไฮโดรเจลจากไคโตซานและพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ สำหรับอนุบาลเมล็ดข้าวพันธุ์ จาก โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เพื่อช่วยให้ชาวนาที่ไม่สามารถนำข้าวเก่ามาเพาะปลูกได้ ด้วยวิธีการหาอัตราส่วนที่เหมาะสมด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ จากนั้นนำสารผสมมาขึ้นรูปเป็นไฮโดรเจล ต่อจากนั้นนำมาอนุบาลข้าวเก่าตั้งระยะเมล็ดจนถึงดึงเยาวชนคิดค้นหนุนเศรษฐกิจการเป็นต้นกล้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การคิดค้น วิจัยและพัฒนาเหนือสิ่งอื่นใดคือผลงานต้องไม่ถูกทิ้งไว้บนหิ้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์และการบริการที่เกิดขึ้นจริงเพื่อให้ไทยนั้นสามารถนำนวัตกรรมมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจระดับฐานรากเพื่อตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 สร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนให้กับคนไทยอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ต่อยอดนวัตกรรมพลังงาน, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
