<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก &#039;ท้องถิ่น&#039; สู่ &#039;ระดับชาติ&#039; &#039;มันทำให้เราเข้าใจรากหญ้าดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่การเมือง &amp;ldquo;ระดับท้องถิ่น&amp;rdquo; มากว่า 20 ปี แต่ครั้งนี้ &amp;ldquo;กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า&amp;rdquo; ที่มี &amp;ldquo;ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม&amp;rdquo; ประธานหอการค้าสมุทรปราการ เป็นแกนนำ ตัดสินใจเข้าสู่การเมือง &amp;ldquo;ระดับชาติ&amp;rdquo; เพราะคิดว่าการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วถ้าอยู่ในจุดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อศักดิ์ อัศวเหม&amp;rdquo; ทายาทตระกูลดังแห่งเมืองปากน้ำ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ ที่ยังสดใหม่ในการเมืองระดับชาติ ขยายเหตุผลที่ตัดสินใจครั้งนี้ว่า ตนเคยมาช่วย &amp;ldquo;พี่เอ๋&amp;rdquo; ชนม์สวัสดิ์ ทำงานการเมืองท้องถิ่นเมื่อปี 2557 หลังญาติผู้พี่เห็นว่า จบทางด้านสถาปัตยกรรม มีความรู้เรื่องการออกแบบผังเมือง ตรงกับงานที่ต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หลังได้ติดสอยห้อยตามพี่เอ๋ไปพบผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เอาโครงการต่างๆ ไปเสนอ เช่น กระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รถไฟฟ้าโมโนเรลที่จะเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิมาที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งโครงการเหล่านี้ใช้งบประมาณเยอะ ลำพังตัวจังหวัดทำได้ แต่ต้องใช้เวลานาน จึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นสิ่งที่จะผลักดันให้โครงการมันเกิดขึ้นได้คือ การเข้าสู่การเมืองระดับชาติ เพราะหากเราได้รับการสนับสนุนโครงการเหล่านี้จากรัฐบาล จะทำให้พัฒนาโครงการต่างๆ ได้เร็วขึ้น นี่คือสิ่งที่พี่เอ๋ตัดสินใจแรกว่าเราควรจะขยับมายืนอยู่จุดนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อศักดิ์&amp;rdquo; ยังระบุอีกว่า การที่ทำงานการเมืองท้องถิ่นมาก่อนถือว่าได้เปรียบ เพราะการเมืองท้องถิ่นเป็นการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน รับรู้และรับทราบปัญหาต่างๆ แบบรายวัน ทั้งเรื่องปากท้อง สุขภาพชุมชน สวัสดิการต่างๆ ของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ามองกันในภาพเล็กๆ เหมือนกับเราได้สัมผัสทุกแง่มุมและทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ถ้าถามว่ามันมีประโยชน์หรือไม่ว่าทำงานการเมืองท้องถิ่นแล้วขยับมาเล่นระดับชาตินั้น ผมคิดว่ามันมีมากกว่าที่เราคิด เพราะเราเข้าใจในปัญหาระดับเล็กๆ เรารู้ต้นเหตุปัญหาคืออะไร ถ้าอยู่ดีๆ ผมโดดไปเล่นการเมืองระดับชาติเลย ผมคงไม่เข้าใจปัญหาพวกนี้ เพราะปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาระดับรากหญ้า คิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นแรงบวกให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น และทำงานได้ตรงเป้า และตรงประเด็นมากขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทายาทตระกูลอัศวเหมรายนี้ยังเท้าความด้วยว่า แม้จะเข้าสู่การเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ไม่ได้อ่อนประสบการณ์หากต้องเจอ &amp;ldquo;ขาประจำ&amp;rdquo; ในระดับชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกเรามาจากการเมืองท้องถิ่นก็จริง แต่ถ้าดูกันให้ลึกซึ้งตระกูลอัศวเหมอยู่ในการเมืองมา 40 ปี นอกจากนี้ เรายังมีตระกูลกุลเจริญ มีลูกหลานของคุณอาสนิท (สนิท กุลเจริญ อดีต ส.ส.สมุทรปราการหลายสมัย) รวมไปถึงนายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก ถ้าจะบอกว่ากลุ่มเราไม่มีบุคลากรในระดับชาติคงไม่จริง พวกเราเข้าใจการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น และที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเราหายไปจากการเมืองเลย เรายังยืนอยู่ในการเมืองตลอด ส่วนในระดับชาติข้างหน้าถ้าเราเข้าไปยืนอยู่แล้ว จะมีคนเก่าคนแก่ที่มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ และโดยพื้นฐานของเราที่เกิดมาในตระกูลการเมือง เราพอที่จะมีความเข้าใจในการเมืองทุกๆ ด้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจซบ &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; นั้น &amp;ldquo;ต่อศักดิ์&amp;rdquo; ชี้แจงว่า เพราะเป็นพรรคใหม่ ตลอดจนแนวทางและวิธีการดำเนินงานของพรรคเป็นเหมือนการบริหารประเทศให้ต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนกระแสนั้น ยอมรับในพื้นที่มันมีทั้งบวกและลบ บวกคือ ผลงานต่างๆ ความสงบเรียบร้อยที่เกิดขึ้น รวมถึงนโยบายหลายนโยบายเข้าถึงคนระดับรากหญ้าจริงๆ การทำงานบนความสงบเรียบร้อย ทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ส่วนภาพลบที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ คนมักมองว่ามีเรื่องของ คสช.และทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ผมมองว่าวัตถุประสงค์ของ คสช.ที่เข้ามาดำเนินการงานในช่วงที่ผ่านมาก็เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมือง แล้วมันได้ผลจริงๆ เราปราศจากม็อบ ปราศจากความขัดแย้งมาเป็นเวลาพอสมควร ผู้คนได้กลับไปประกอบสัมมาอาชีพต่างๆ ได้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นในช่วงระยะเวลาต่อไปหลังการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าความสงบเรียบร้อยมันน่าจะคงอยู่ และการบริหารประเทศ การทำความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น มันเป็นเรื่องที่ต้องการมืออาชีพ ซึ่งมืออาชีพก็คือนักการเมืองที่ถูกเลือกตั้งเข้ามา ตรงนี้หลังการเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐน่าจะทำได้ทั้ง 2 เรื่อง เป็นพรรคที่มีความหวัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อศักดิ์&amp;rdquo; ยังให้ทรรศนะเรื่องปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ถือเป็นความหวังของประชาชน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาประเทศติดอยู่ในหล่มความขัดแย้ง และวัฒนธรรมเดิมๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามันเป็นการหาเสียงมาด้วยความขัดแย้ง มันเป็นวัฒนธรรมเก่าๆ ที่มันถูกสะสมมา คำตอบวันนี้ประชาชนมองข้ามอายุของนักการเมือง แต่หันไปมองที่คุณวุฒิของนักการเมืองมากกว่า จึงจะเห็นว่านักการเมืองเด็กๆ ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามากันมากมาย ตรงนี้มันคือกระแสสังคมที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการอะไรใหม่ๆ นักการเมืองใหม่ๆ ผมเองเดินอยู่ในพื้นที่ คนเห็นผมยังทักว่า ดีใจที่ได้เห็นคนใหม่ๆ เข้ามาหา ได้เห็นวิสัยทัศน์ และได้พูดคุย ฉะนั้น กระแสรุ่นใหม่จึงเป็นความหวังของประเทศ รอให้คนพวกนี้เข้ามาทำงาน ซึ่งเรามีความพร้อม เพราะกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้ามีคนรุ่นใหม่อยู่จำนวนครึ่งต่อครึ่งจากทั้งหมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ยังฝากให้คนสมุทรปราการไปเลือกตั้งกันมากๆ โดยคำนึง 2 ข้อ คือ ข้อแรก ไปใช้สิทธิ์ของตัวเอง และข้อสอง เมื่อใช้สิทธิ์แล้ว อยากให้ได้คิดถึง จ.สมุทรปราการ อยากให้ดูผลงานผู้สมัครก่อนเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้ดูผลงานที่ผ่านมาของพวกเรา เราจะชูเรื่องที่จะพัฒนา จ.สมุทรปราการ เราจะทำให้จังหวัดเราเป็นเมืองน่าอยู่ พี่น้องสมุทรปราการกินดีอยู่ดี นั่นคือเป้าหมายหลัก ส่วนเป้าหมายการบริหารประเทศ เรามีความเชื่อว่าถ้าเราทำบ้านเราให้ดี ให้น่าอยู่แล้ว ประเทศก็จะถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เขายังบอกว่า การเข้ามาในการเมืองระดับชาติของกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าครั้งนี้ที่อยู่กับการเมืองท้องถิ่นมาตลอด ยังจะเป็นตัวเปรียบเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาคนที่เขาเคยยืนอยู่ในจุดนี้ไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับการเมืองท้องถิ่นเท่าที่ควร แต่ถ้าพวกเราได้เข้าไปเหมือนมันเป็นสายตรงกันทั้งหมด ฉะนั้น การทำงานไปในทิศทางเดียวกันผมเชื่อว่า จ.สมุทรปราการจะพัฒนาได้เร็วขึ้น มันจะเปลี่ยนโฉมจังหวัดเราให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ และมีสาธารณูปโภคที่ดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องรอดูกันว่า &amp;ldquo;กลุ่มปากน้ำ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า&amp;rdquo; ที่รีเทิร์นสู่การเมืองระดับชาติอีกครั้ง จะสามารถกลับมาประกาศศักดาได้หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษา : มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต, ปริญญาโท วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการออกแบบเมือง Brooklyn, New York USA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการทำงาน : กรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้นบริษัท แอด ออน อิงค์ จำกัด, รองนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ, รองประธานกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครสมุทรปราการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม, ต่อศักดิ์ อัศวเหม, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c3357643035f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
