<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BTS ลุ้น รมว.คลังคนใหม่เคาะขยายสัมปทานสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 2563 นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายอายุสัปมทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว อีก 30 ปีว่า ตามที่ BTS จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2572 โดยแลกกับการรับภาระหนี้ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กว่า 70,000 ล้านบาท และจะต้องคิดเพดานค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 บาทนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบโครงการนี้แล้ว ตามที่กระทรวงมหาดไทยนำเสนอนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายที่รอความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ให้ความเห็นก่อน ถ้าหากได้รับอนุมัติจาก ครม.และลงนามสัญญากัน จะเร่งดำเนินการเดินรถภายในใต้สัญญาสัมปทานใหม่ อาจจะดำเนินการเริ่มเก็บค่าโดยสารใหม่สูงสุดไม่เกิน 65 บาทต่อเที่ยวได้เร็วกว่าช่วง ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ที่คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ได้มีมติปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอการประมูล โดยให้นำคะแนนเทคนิคมาร่วมพิจารณาด้วย โดยให้น้ำหนักคะแนนด้านเทคนิค 70% และด้านราคา 30% นั้น BTS ได้ส่งหนังสือชี้แจงจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หลังจากที่บริษัทได้ยื่นร้องเรียนไปแล้ว และเห็นว่าการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ภายหลังจากการขายซองและปิดการขายซองไปแล้ว ซึ่งทำให้ทราบว่า มีรายใดจะเข้าร่วมการประมูล ไม่เป็นธรรม และจะร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เนื่องจากเป็นผู้ดูแลเรื่องนโยบาย รวมถึงคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. โดยต้องการให้ยึดตามประกาศเดิม ส่วนการร้องต่อศาลปกครอง ยังอยู่ระหว่างพิจารณา แต่ยืนยันว่า ทุกอย่างจะดำเนินการไปตามขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้คาดว่าจะยื่นซองประมูล แต่ต้องดูรายละเอียดก่อน เพราะอาจจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ คนซื้อซองหมดแล้วมันมีแค่ 10 คน เพราะฉะนั้นจะรู้ว่าใครมีความสามารถอะไร ข้อได้เปรียบเสียเปรียบอะไร ก็กังวลแหละครับถึงได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมให้เปลี่ยนกลับมาใช้หลักเกณฑ์เดิม เพราะหลักเกณฑ์เดิมใช้ทุกครั้งการประมูลโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น PPP ซึ่งตามปกติเปิดซองคุณสมบัติก่อน เมื่อผ่านเปิดซองเทคนิค ผ่านแล้วเปิดซองราคา เมื่อเปิดซองราคา ผู้ที่เสนอราคาที่ดีที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ อันนี้ตัดสินง่ายตรงไปตรงมา แต่ถ้าหากใช้คะแนนด้านเทคนิคมาคิดก็อาจเป็นเรื่องดุลยพินิจได้&amp;rdquo; นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรงอีกว่า คาดว่าจะเปิดให้บริการปลายปี 2564 ซึ่งอาจจะไม่ได้เดินรถทั้งเส้นทาง ทั้งนี้ ขบวนรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลืองนั้น ขบวนแรกจะมาถึงไทยในช่วงปลายเดือน ก.ย. 2563 และทยอยเข้ามาจนครบในกลางปี 2564 โดยสายสีชมพูจะมี 42 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ และสายสีเหลืองจะมี 30 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ รวมทั้งหมด 288 ตู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้น ขณะนี้ยังติดปัญหาส่งมอบพื้นที่ได้ไม่ครบ งานก่อสร้างล่าช้าอยู่ที่ 60% ขณะที่ส่วนต่อขยายสายสีชมพู เข้าโครงการเมืองทองธานีอีก 2 สถานี ขณะนี้รอที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ และจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปีครึ่ง คาดแล้วเสร็จในปี 2565 ด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะได้รับการอนุมัติให้ทำส่วนต่อขยายรัชดาฯ-ลาดพร้าว-รัชโยธิน ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร ล่าสุดได้ทำหนังสือยืนยันกับ รฟม.ว่า BTS จะลงทุนทั้งหมดค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน และหากมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตกลง ก็จะแบ่งค่าโดยสารให้ รฟม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจาก รฟม.ว่าจะต้องเจรจาหรือไม่ แต่บริษัทยืนยันไม่รับเงื่อนไขที่ยอมรับในสัญญาเปิดให้เจรจากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้เดินรถไฟฟ้า MRT หากต้องมีการชดเชยรายได้ระหว่างกัน เนื่องจากบริษัทเป็นบริษัทมหาชนคงทำไม่ได้หากการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ส่วนประเด็นที่หากเจรจาไม่ได้ข้อสรุป และอาจจะไม่ได้สร้างส่วนต่อขยายนั้น นายสุรพงษ์ ระบุว่า ได้ส่งหนังสือให้ รฟม.แล้ว ยืนยันว่าจะทำตามโครงการเดิมซึ่งเป็นเส้นทางหลักเส้นทางเดียว แต่ถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย ซึ่ง รฟม.อาจจะต้องชั่งน้ำหนักว่าได้อะไรเสียอะไรและคุ้มค่าไหม แต่แน่ๆ ที่ได้ คือ ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีกรุงธนบุรี-เจริญนคร-คลองสาน 3 สถานี อาจจะไม่สามารถเปิดได้ตามกำหนดได้ หรือช่วง ต.ค. 2563 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบอยู่ แต่เนื่องจากความล่าช้าจากที่ขบวนรถเข้ามาล่าช้ากว่าแผน บุคคลากรที่ติดตั้งทดสอบระบบ เริ่มเข้ามาได้ 3 สัปดาห์ และเพิ่งเริ่มทำงาน โดยอาจจะต้องหารือกับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดก่อน เพราะกังวลว่าอาจจะไม่พร้อมในการให้บริการ ซึ่งตามปกติการทดสอบระบบเช่นระบบอาณัติสัญญาณ ระบบราง และระบบอื่นๆ ต้องใช้เวลาทดสอบอย่างน้อย 1-2 เดือน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะพยายามให้เปิดบริการได้ทันภายในสิ้นปีนี้ แต่สถานีสุดท้าย คือ สถานีคลองสานยังมีปัญหาทางลงที่บริเวณโรงพยาบาลตากสิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการก่อสร้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77695</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, ต่อสัมปทานบีทีเอส, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), รมว.คลัง, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e75fb49e0924.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;เผยต่อสัมปทานBTSยังไม่ชงครม. ยันปชช.ต้องได้ประโยชน์สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) มีมติขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไป 30 ปี แล้วนั้นว่า&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าวยังไม่เข้า ครม. ในวันนี้ เพราะครม. เศรษฐกิจรับทราบแต่อาจจะต้องไปดูเรื่องราวรายละเอียดอีกจำนวนมาก คงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง และยังไม่สามารถจะกำหนดได้ว่าจะเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อไหร่ เพราะหน่วยงานต่างๆ ต้องไปดูรายละเอียดอีกเยอะ สรุปแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กรรมการสรุปขึ้นมาให้ ครม. เศรษฐกิจรับทราบ แต่มีข้อคิดเห็นของหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก จึงต้องนำมาพิจารณา และต้องรับฟังความคิดเห็นของกระทรวงต่างๆ ก่อนนำเข้าครม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะไม่กระทบกับการก่อสร้าง การเดินรถ ที่มีสัญญาเดินรถอยู่ เพียงแต่ปัญหาสำคัญคือ เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) รับงานระบบโครงสร้างจะทำอย่างไรกับหนี้ที่จะตามมา และการจะทำให้รถเดินได้ต้องมีการวางระบบที่ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย&amp;nbsp; กทม. จะบริหารหนี้อย่างอย่างไร มีหนทางไหนทำได้บ้าง จะให้ใครมาดำเนินการรัฐบาลจะไปรับหนี้ตรงนี้ได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องไปพิจารณาตามที่หน่วยงานเสนอความคิดเห็นและสอบถามมา และภายใต้หนทางนั้นประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่อย่างไร ทั้งความสะดวกสบายของประชาชนและราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ประชาชนเสียค่าแลกเข้า 2 ทาง ซึ่งกรรมการต้องการให้ประชาชนเสียค่าแลกเข้าเพียงครั้งเดียว และเสียรายสถานีให้ถูกที่สุด รวมถึงรัฐได้ประโยชน์อย่างไร เมื่อสรุปทั้งหมดแล้วหนี้เป็นเท่าไหร่ จะบริหารอย่างไร จะร่วมทุนกันอย่างไรก็ต้องไปดูรายละเอียด และต้องชี้แจงสังคมได้ ซึ่งเราอยากให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งความสะดวก ราคาที่ถูก ทั้งนี้ภาคประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมก็ต้องอยู่ได้เหมือนภาคธุรกิจทั่วไปที่เขาได้กัน ว่าได้กันกี่เปอร์เซ็นต์จะมาได้เกินกว่านั้นไม่ได้ สรุปก็คือเอกชนได้ในสิ่งที่ควรได้และประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; รมว.มหาดไทย ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49633</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, กทม., ครม., ต่อสัมปทานบีทีเอส, บิ๊กป๊อก, มท.1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c081bc494b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
