<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้ม3จว.ใต้ จ่อคาร์บอมบ์! พื้นที่เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คุมเข้มจังหวัดชายแดนใต้ในวันแรกของต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่ ครั้งที่ 63 พบกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามสร้างสถานการณ์สับขาหลอกเปิดช่อง วางคาร์บอมบ์ในย่านเศรษฐกิจพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป้าหมายร้านสะดวกซื้อและตู้เอทีเอ็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยกำลังภาคประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่เหตุการณ์เผายางรถยนต์และลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ จนมาถึงเหตุการณ์ปล้นรถยนต์ในพื้นที่ จ.ยะลา และเหตุการณ์คนร้ายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ตรงกับวันสุดท้ายของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ 62 และวันที่ 20 มี.ค. จะเป็นวันแรกของการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่ ครั้งที่ 63 ซึ่งมีการบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 19 มิ.ย.64 ทำให้กลุ่มคนร้ายถูกจำกัดเสรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนเจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดช่องให้กลุ่มวางระเบิดนำระเบิดที่จัดเตรียมมาเพื่อทำคาร์บอมบ์ในย่านเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยทำการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก (ไปป์บอมบ์) ภายในร้านสะดวกซื้อและตู้เอทีเอ็มเพื่อสร้างสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองเพื่อป้องกันเหตุรุนแรง โดยเฉพาะในวันแรกของการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่ครั้งที่ 63 พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง เผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจต่างๆ เฝ้าระวังรถจักรยานยนต์และรถยนต์ต้องสงสัยอย่างเข้มงวด รวมถึงขอกำลังทหารและอาสาสมัครรักษาดินแดนเพิ่มเติมเข้ามาดูแล นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ราชการและแหล่งชุมชนเพื่อป้องกันความรุนแรงอย่างเข้มงวด และขอความร่วมมือจากประชาชนคอยเป็นหูเป็นตาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา รับแจ้งว่ามีเหตุปล้นทรัพย์บริเวณบ้านเลขที่ 108 ม.9 บ.บุดี ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา มีกลุ่มคนร้าย 7-8 คนปิดบังใบหน้าบุกเข้าไปภายในบ้านและปล้นเอารถยนต์กระบะ โตโยต้าแค็บ สีบรอนซ์&amp;nbsp; ทะเบียน บจ 3793 ยะลา โดยคนร้ายใช้รถยนต์ฮอนด้า CRV เป็นพาหนะในการก่อเหตุ แล้วหลบหนีไปทางแยกปารามีแต อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้รับแจ้งจาก ร.อ.วิถีชัย อ่อนสนิท ผบ.ร้อย ทพ.4113&amp;nbsp; ว่าได้ตรวจพบรถยนต์กระบะวีโก้ หมายเลขทะเบียน 3793 ยะลา ซึ่งถูกปล้นไป โดยคนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้ในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง/คุณชานนท์ บ้านปะกาสาแม ม.1&amp;nbsp; ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์เฝ้าระวังอีกจำนวน 5 คันที่กลุ่มคนร้ายได้ปล้นไป และมีรถจักรยานยนต์เฝ้าระวังพิเศษอีกจำนวน 41 คัน ซึ่งรถจักยานยนต์บางส่วนเจ้าหน้าที่สามารถตามตรวจยึดคืนได้บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่าจักรยานยนต์และรถยนต์ กลุ่มคนร้ายจะนำไปเพื่อเตรียมก่อเหตุระเบิดที่ได้ล็อตเป้าหมายเอาไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ส่วนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4409 ลาดตระเวนบนเส้นทางชนบทหมายเลข 6410 บ.ปากู ม.5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้มีคนร้ายจำนวน 3 คน ขับรถยนต์กระบะวีโก้ สีดำ ตอนครึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เมื่อมาถึงใกล้จุดตรวจได้หยุดรถและได้กลับรถบนถนน เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเข้าตรวจสอบ พบว่าคนร้ายจำนวน 2 คนได้วิ่งลงจากรถ และเจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่และเกิดการปะทะกันขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พบคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย อีก 1 รายวิ่งหลบหนีไปได้ ส่วนคนร้ายที่อยู่ในรถกระบะได้ขับรถหลบหนีไปทาง บ.ปาเซปูเต๊ะ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จากการเข้าตรวจสอบ คนร้ายที่เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสมันดี สนิ ผู้ก่อเหตุรุนแรงเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี มีหมาย ป.วิ อาญา จำนวน 4 หมาย ข้างศพพบปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนในแมกกาซีน 11 นัด ปลอกกระสุนที่คนร้ายยิงแล้ว 3 ปลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต แม้เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่ก่อน จึงจำเป็นต้องตอบโต้จนนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว และต้องขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 โทร 06-1173 -2999 และเบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96728</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ก่อเหตุ, จังหวัดชายแดนใต้, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, สร้างสถานการณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปรับปรุงกม.โรคติดต่อ เพิ่มอำนาจ รับมือสถานการณ์โควิด เพราะจะใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินตลอดไปไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.ย.63- &amp;nbsp;ที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีรมควบคุมโรค เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ เนื่องจากพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ได้บังคับใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว บทบัญญัติบางประการจึงไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถ้าหากมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ย่อมส่งผลให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งตามพระราชกำหนดดังกล่าวถูกยกเลิกตามไปด้วย ซึ่งมาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ยังไม่เพียงพอที่จะนำมาจัดการปัญหาการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พัฒนาและปรับปรุงมาตรการกฎหมายที่เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดต่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนของหน่วยงานซึ่งเป็นคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ผู้แทนในสังกัดกรมควบคุมโรค ทั้งหน่วยงานในสังกัดราชการบริหารส่วนกลาง สำนักงานป้องกันควบคุมโรค สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความเห็นต่อการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ให้สามารถใช้ดำเนินการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด 19 ได้อย่างทันสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีความครอบคลุม และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนสามารถรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77538</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6094f0948df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ลุ้น!ศบค.ชุดเล็กถก&#039;ยกเลิก-ต่อพรก.ฉุกเฉิน&#039;สัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงการผ่อนคลายในระยะที่ 6 ว่าคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายกิจการ/กิจกรรม เช่น การผ่อนคลายแรงงานต่างด้าวที่มีความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอาหาร การแสดงสินค้า กองถ่ายภาพยนตร์ นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยจะมีการประชุมหารือกันอย่างรอบด้านและจะนำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ภายในสัปดาห์หน้า โดยรอให้ ผอ.ศบค.เป็นผู้กำหนดวันประชุม ส่วนที่มีความเป็นห่วงกิจการกลางคืน ประเภทผับ บาร์ ที่มีความเสี่ยงนั้น หลังจากเราเข้าไปตรวจพบว่ากิจการเหล่านี้ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และขอขอบคุณนักเที่ยวที่ให้ความร่วมมือเช่นกัน กิจการเหล่านี้จะได้เปิดยาวๆ สามารถไปสังสรรค์กันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพิจารณาจากปัจจัยอะไรและเมื่อไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สัปดาห์นี้ ศบค.ชุดเล็กจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะนำข้อมูลรอบด้าน ทั้งมิติสาธารณสุข เศรษฐกิจ และมั่นคงมาพิจารณา ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ศบค.ปล่อยให้คนติดเชื้อโควิด-19 เข้ามาในประทศเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ขอชี้แจงว่า ตนทำงานตรงนี้ หน้าที่คือ ควบคุมโรคให้ดีที่สุดเพื่อให้คนไทยปลอดโรคและปลอดภัย การที่เรานำคนไทยและคนต่างชาติที่ต้องเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้มีเจตนาให้นำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา แต่เราต้องการคนไทยได้กลับบ้าน และได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเมื่อคนเป็นพาหะและเข้ามา เราได้ใส่ระบบกักตัว ทุกอย่างที่เข้ามาจะอยู่ในระบบที่เราควบคุมได้ ข้อต่อหรือสิ่งต่างๆ ที่หละหลวมไม่มีอีกแล้ว ทุกคนต้องอยู่ในสถานกักตัวของรัฐก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่เพจแหม่มโพธิ์ดำ มีการระบุว่า &amp;ldquo;จากคอมเมนต์นึง เริ่มแล้วนำเข้าผู้ติดเชื้อ ทำให้ระบาดเบาๆ รอบสอง เพื่อต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สกัดม็อบนักศึกษา&amp;rdquo;นั้น เนื้อหาที่เพจดังกล่าวโพสต์ ใกล้เคียงกับความจริงของกรณีเดินทางเข้าประเทศไทยในวันนั้น 600 คน แต่ที่บอกมีไข้สูง 40 คนนั้น ข้อมูลก็ใกล้เคียง แต่ไม่ใช่ไข้สูง แต่อยากใช้คำว่าเข้าเกณฑ์ PUI ขณะนี้สื่อมวลชนมีความสำคัญ จึงขอความร่วมมือในการพาดหัวข่าวอย่าหวือหวาเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซักว่า ศบค.ให้น้ำหนักความปลอดภัยของคนไทย กับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ อันไหนมาก่อนกัน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เราชัดเจนมาตลอดว่าเรายึดถือความปลอดภัยคนไทยมาเป็นอับดับหนึ่ง ดังนั้น มาตรการในกิจการ/กิจกรรมทุกส่วนเป็นตัวประกอบ การจะผ่อนคลายแต่ละระยะที่ผ่านมาเกิดจากการพิจารณาความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับแรก ส่วนเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ แต่เป็นประเด็นถัดมา เพราะเราเห็นจากหลายประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจ แต่เมื่อควบคุมโรคไม่ได้ มีการระบาด สุดท้ายก็ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจอยู่ดี ดังนั้น เราเอาสุขภาพและการปลอดโรคก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71892</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค.ชุดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f13ef0bc9893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ศบค.ชุดเล็กถก&#039;ยกเลิก-ต่อพรก.ฉุกเฉิน&#039;สัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงการผ่อนคลายในระยะที่ 6 ว่าคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายกิจการ/กิจกรรม เช่น การผ่อนคลายแรงงานต่างด้าวที่มีความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอาหาร การแสดงสินค้า กองถ่ายภาพยนตร์ นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยจะมีการประชุมหารือกันอย่างรอบด้านและจะนำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ภายในสัปดาห์หน้า โดยรอให้ ผอ.ศบค.เป็นผู้กำหนดวันประชุม ส่วนที่มีความเป็นห่วงกิจการกลางคืน ประเภทผับ บาร์ ที่มีความเสี่ยงนั้น หลังจากเราเข้าไปตรวจพบว่ากิจการเหล่านี้ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และขอขอบคุณนักเที่ยวที่ให้ความร่วมมือเช่นกัน กิจการเหล่านี้จะได้เปิดยาวๆ สามารถไปสังสรรค์กันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพิจารณาจากปัจจัยอะไรและเมื่อไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สัปดาห์นี้ ศบค.ชุดเล็กจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะนำข้อมูลรอบด้าน ทั้งมิติสาธารณสุข เศรษฐกิจ และมั่นคงมาพิจารณา ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ศบค.ปล่อยให้คนติดเชื้อโควิด-19 เข้ามาในประทศเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ขอชี้แจงว่า ตนทำงานตรงนี้ หน้าที่คือ ควบคุมโรคให้ดีที่สุดเพื่อให้คนไทยปลอดโรคและปลอดภัย การที่เรานำคนไทยและคนต่างชาติที่ต้องเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้มีเจตนาให้นำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา แต่เราต้องการคนไทยได้กลับบ้าน และได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเมื่อคนเป็นพาหะและเข้ามา เราได้ใส่ระบบกักตัว ทุกอย่างที่เข้ามาจะอยู่ในระบบที่เราควบคุมได้ ข้อต่อหรือสิ่งต่างๆ ที่หละหลวมไม่มีอีกแล้ว ทุกคนต้องอยู่ในสถานกักตัวของรัฐก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่เพจแหม่มโพธิ์ดำ มีการระบุว่า &amp;ldquo;จากคอมเมนต์นึง เริ่มแล้วนำเข้าผู้ติดเชื้อ ทำให้ระบาดเบาๆ รอบสอง เพื่อต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สกัดม็อบนักศึกษา&amp;rdquo;นั้น เนื้อหาที่เพจดังกล่าวโพสต์ ใกล้เคียงกับความจริงของกรณีเดินทางเข้าประเทศไทยในวันนั้น 600 คน แต่ที่บอกมีไข้สูง 40 คนนั้น ข้อมูลก็ใกล้เคียง แต่ไม่ใช่ไข้สูง แต่อยากใช้คำว่าเข้าเกณฑ์ PUI ขณะนี้สื่อมวลชนมีความสำคัญ จึงขอความร่วมมือในการพาดหัวข่าวอย่าหวือหวาเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซักว่า ศบค.ให้น้ำหนักความปลอดภัยของคนไทย กับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ อันไหนมาก่อนกัน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เราชัดเจนมาตลอดว่าเรายึดถือความปลอดภัยคนไทยมาเป็นอับดับหนึ่ง ดังนั้น มาตรการในกิจการ/กิจกรรมทุกส่วนเป็นตัวประกอบ การจะผ่อนคลายแต่ละระยะที่ผ่านมาเกิดจากการพิจารณาความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับแรก ส่วนเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ แต่เป็นประเด็นถัดมา เพราะเราเห็นจากหลายประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจ แต่เมื่อควบคุมโรคไม่ได้ มีการระบาด สุดท้ายก็ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจอยู่ดี ดังนั้น เราเอาสุขภาพและการปลอดโรคก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71891</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค.ชุดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f13ef0bc9893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;เผยครม.ยังไม่หารือใช้พรก.ฉุกเฉินหรือไม่ ถ้าไม่ต่อก็หมดอายุไปโดยปริยาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23 มิ.ย.63- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิพิจารณาขยายการประกาศใช้​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 มิ.ย. ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้​(23​ มิ.ย.)​ เพราะถ้าไม่ต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้าครม.​ ดังนั้น​ เมื่อถึงกำหนดเวลาถ้าไม่ต่อก็หมดอายุไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะต่อการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อหรือไม่ รวมถึงพิจารณาใช้กฎหมายอื่นมาแทนในเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มิ.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69459</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec6689ebf137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แรมโบ้&#039;ยันต่อพรก.ฉุกเฉินไม่เกี่ยวการเมืองขอทุกฝ่ายร่วมมือรับผิดชอบประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22​ พ.ค.63​ -นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)​ จะเสนอต่อที่ประชุม ศบค. เพื่อคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้อีก 1 เดือนไปถึงสิ้นเดือนมิ.ย. เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19ว่า​ ส่วนตัวมองว่าแม้จะมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ลดลง แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสยังมีอยู่ ยังประมาทไม่ได้เด็ดขาด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจโดยแท้จริง จึงจำเป็นต้องคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินเอาไว้ก่อน เราต้องเลือกชีวิตความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้ประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ​ และยังเตรียมที่จะผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป โดยเชื่อว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับนายกฯจะพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในที่สุด ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือและเข้าใจว่า ทุกอย่างรัฐบาลได้มีการพิจารณาโดยรอบด้าน​ นายกฯและรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; การคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินเอาไว้ นายกฯไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น นอกจากควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด​ รวมทั้งยังได้ดำเนินการไปพร้อมๆกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นขอให้นักการเมืองหรือคนที่จะออกมาคัดค้าน การต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินให้เข้าใจตรงนี้ด้วย อย่าเอามาตีเป็นประเด็นเกี่ยวข้องทางการเมือง วันนี้การเมืองเก็บใส่ลิ้นชักไว้ก่อน เอาประเทศชาติและชีวิตประชาชนเป็นตัวตั้ง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต่อสู้กับไวรัสโควิดจนทำให้ประชาชนปลอดภัยสูงสุดระดับต้นๆของโลก ผมเชื่อมั่นว่าหลังวิกฤตโควิดของโลกคลี่คลายลง ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความเชื่อมั่นจากต่างชาติในด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้านสาธารณสุขการแพทย์ จะทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนทั่วโลกสนใจเดินทางมาประเทศไทยเพราะปลอดภัยสูงสุดอย่างแน่นอน นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะพุ่งเป้าเดินทางมาประเทศไทย จะทำให้เรามีเศรษฐกิจมีรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล เราจึงต้องช่วยกันร่วมมือกันทำให้เห็นว่าประเทศเราสามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยขั้นสูงสุดให้ได้ ดังนั้นนักการเมืองทุกฝ่ายทุกคนก็ต้องช่วยกันร่วมมือให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จร่วมกันเพื่อความมั่นคงเติบโตทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้าอันใกล้นี้ให้ได้เพราะประเทศนี้เป็นของพวกเราทุกคนที่ต้องดูแลรับผิดชอบร่วมกันมิใช่หรือ&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66591</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3174237d86b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่จบง่ายๆ&#039;หมอเจตน์&#039;ยกเหตุการณ์ต่างประเทศจำเป็นต้องขยายพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

22 พ.ค.63 - นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธาคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาดังนี้
รัฐบาลขยายพรก.ฉุกเฉินต่อไปอีก1เดือนถึง30มิย.63
เพราะสถานการณ์ดูไปแล้วการระบาดของCovid-19คงไม่จบง่ายๆ
ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกและจำนวนผู้เสียชีวิตไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น
ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกจากม.John Hopkinsสูงถึง5,034,458คน
เสียชีวิตไปแล้วทั่วโลก329,186คน ศูนย์กลางการระบาดไปอยู่ที่สหรัฐ
อเมริกาใต้ อัฟริกาและอาหรับ ประเทศไทยสามารถคุมการระบาดของ
เชื่อโรคได้ มีผู้ป่วยใหม่เป็นตัวเลขเดียวตั้งแต่27เมษ.จนถึงปัจจุบัน
หลายวันไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เลย ผู้ติดเชื้อใหม่ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ
แต่ยังมีผู้ติดเชื้อใหม่ประปรายในบางวันเช่นวันนี้21พค.มีผู้ติดเชื้อใหม่
ในกรุงเทพถึง2ราย การทยอยเปิดกิจการต่างๆเป็นไปตามทฤษฎีของ
ระบาดวิทยา เพราะไทยและทุกประเทศล้วนแต่อยู่ในphase2ของการ
ระบาด ในphase3จะเปิดทั้งหมดหรือComplete lock downได้จะต้องมี
วัคซีนมาใช้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในphase2นี้จึงเห็นมาตรการของประเทศต่างๆแตกต่างกันเช่นบาง
ประเทศเปิดโรงเรียน บางประเทศไม่เปิด บางประเทศเปิดให้สายการบิน
ระหว่างประเทศบางสายบินได้
&amp;nbsp;แต่ทุกประเทศยังต้องคงหลักการSocial distancing ล้างมือ ใส่หน้ากาก
ทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัส และจำกัดคนที่มาทำกิจกรรม
ประเทศไทยได้ชื่อเสียงมากในการจัดการกับการระบาดของCovid-19
ได้รับคำชมเชยจากผู้นำหลายประเทศในการใช้มาตรการควบคุมการ
ระบาดและให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างดี จากการเป็นประเทศแรกที่พบ
การระบาดของโรคนอกประเทศจีน ประเทศปลายทางที่มีนักเดินทางจากWuhan
ไปมากที่สุด วันนี้เรามียอดผู้ติดเชื้อเพียง3,037คนเป็นลำดับที่73ของโลก
มียอดผู้เสียชีวิต56คนเป็นลำดับที่78 เหลือจำนวนผู้รักษาในรพ.อยู่เพียง84
คนเป็นลำดับที่138เท่ากับประเทศจีน ในขณะที่เรามีพลเมือง69.78ล้านคน
ใหญ่เป็นลำดับที่20 และเรามีการตรวจเชื้อไป328,073test สูงเป็นลำดับ
ที่35ของโลก(Worldameter)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานภายใต้การนำของท่านนายกฯพล อ.ประยุทธ์ หัวหน้าศูนย์โควิด
จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข จะส่งผลต่อการลงทุน
การพัฒนา และการท่องเที่ยวของประเทศในอนาคต
การ์ดที่ไม่ตก การค่อยๆคลายล็อคอย่างระมัดระวังในมาตรการต่างๆโดยดู
ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันร่วมกับการกักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศ14วัน
การตรวจเชื่อเพิ่ม การทำContact tracingและมาตรการNew normalของรัฐ
โดยขยายเวลาพรก.ต่อไปอีก30วัน จะมีความสำคัญต่องานที่ทำไปแล้วไม่ให้
ล้มเหลว ป้องกันการระบาดจากคลื่นลูกที่สองยังคงมีความจำเป็นเพราะยกเลิก
ไปแล้ว ยากที่จะกลับมาประกาศอีกครั้ง เหมือนหลายประเทศที่ใช้กม.ฉุกเฉิน
ดังกล่าว เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สเปน ฮังการี โรมาเนีย เบลเยี่ยม อียิปต์ ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66579</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, นพ.เจตน์ ศิรธนานนท์, มาตรการ Social Distancing, ระบาดรอบ2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7115663ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
