<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ขยายฉุกเฉินอีก 2 เดือน เคอร์ฟิวส์ 3 ทุ่มถึงตี 4 ใน 10 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)

09 ก.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานผอ.ศบค. เป็นประธานที่ประขุมฯ เห็นชอบให้ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 2 เดือน ถึง 30 กันยายน 2564 นอกจากนี้ ยังเห็นชอบคุมเข้มใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00 -04.00 น. เป็น ระยะเวลา 14 วัน ให้ทุกกิจการปิดดำเนินการ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ในเวลา 20.00 น. งดระบบรถขนส่งสาธารณะ ตั้งแต่ 21.30-04.00 น. จำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ยกเว้นการขนส่งสินค้าหรือมีเหตุจำเป็น กรณีต้องเดินทางไปทำงาน ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม การไปโรงพยาบาล ขอความร่วมมือ WFH 100%&amp;nbsp; รวมถึงห้ามรวมตัวเกิน 5 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, ประกาศเคอร์ฟิว, ประชุม ศบค.ชุดใหญ่, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a761c7b6b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายประชาชน5ภูมิภาคยื่นหนังสือถึงนายกฯจี้เลิกต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน เพราะโควิดไม่ฉุกเฉินแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.)กลุ่มเครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค จำนวน 10 คน นำโดย น.ส. ส.รัตนมณี &amp;nbsp;พลกล้า และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ตัวแทนเครือข่ายฯ &amp;nbsp;ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ &amp;nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิกการเตรียมประกาศต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน เนื่องจากสถิติของผู้ติดเชื้อได้ลดลงตามลำดับ &amp;nbsp;จนแทบไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ของประเทศไทยนั้นไม่ได้อยู่ในสภาวะฉุกเฉินในระดับที่จะไม่สามารถควบคุมโรคได้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบังคับใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งหากมีการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉินออกไปอีก จะเกิดผลกระทบกับการดำรงชีวิตของประชาชน และเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนมากเกินความจำเป็น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงอาจมีการใช้อำนาจอย่างคลุมเครือไปในทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันควบคุมโรคระบาดอันเป็นการใช้อำนาจที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือเป็นภาระแก่ประชาชน &amp;nbsp;โดยไม่จำเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ &amp;nbsp;จึงเรียนมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อให้พิจารณา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค, ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc9e039aa11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ชุดใหญ่เคาะต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก1เดือนเป็นเครื่องมือควบคุมโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ค.63- เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนเริ่มการประชุม ว่า ขณะนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจถึงการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ หรือ new normal และรู้จักเสียสละ และที่ช่วยสนับสนุนข้าวของช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานที่ได้รับผลกระทบ นอกเหนือจากระเบียบราชการที่ให้การช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาเพิ่มเติมอยู่ ทั้งนี้ขอชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของทุกคนจนได้รับความชื่นชมจากหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการประชุมวันเดียวกันนี้ เป็นการรับทราบรายงานสถานการณ์โควิด 19 หลังผ่อนคลายในระยะ 2 และพล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ในฐานะหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศบค. เสนอให้ขยายประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1เดือนให้ครอบคลุมเดือนมิ.ย. เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนการคลายล็อกระยะ 3 และระยะ 4 โดยนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. จะเป็นผู้แถลงผลการประชุมให้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ขยายประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1เดือน ใช่หรือไม่ โดยนายสมคิด พยักหน้าพร้อมระบุว่า ใช่ และให้รอฟังการแถลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.).</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7572c62a17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียงหน้าค้าน!&#039;เอี่ยม&#039;ฟันธงต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินรัฐได้ประโยชน์-ปชช.เสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

22พ.ค.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติต่ออายุการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ว่า สถานการณ์ของรัฐบาลในขณะนี้ กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธารอบด้านจากการบริหารไร้ประสิทธิภาพในแทบทุกมิติ พยายามเอาจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละคน 2 คน บางวันเป็น 0 มาขังประชาชน 67 ล้านคน ปิดโรงเรียน แต่เปิดห้าง เยียวยาล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ล่าช้าไม่ทันสถานการณ์ ห้ามคนทำมาหากิน ออกมาตรการใดมาประชาชนก็เกิดคำถามและไม่เชื่อมั่น หวาดระแวงกลัวรัฐบาลล้วงข้อมูลส่วนตัว กระทบต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลหรืออาจนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ การต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน รัฐบาลมีแต่ได้กับได้ แต่ความเสียหายเกิดกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ผล คือ ความร่วมมือร่วมใจของประชาชน ไม่ใช่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผลสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนใน 6 ประเทศกลุ่มอาเซียนพบว่า คนไทยมีพฤติกรรมการใส่หน้ากากอนามัยและการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์สูงสุดในอาเซียน เทียบกับเพื่อนบ้านเกรงว่าประชาชนจะไม่กลัว เลยไปเทียบกับประเทศที่มีการติดเชื้อและเสียชีวิตมากๆ เพื่อจะข่มขู่ประชาชนว่าการ์ดอย่าตก และใช้เป็นข้ออ้างขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปเรื่อยๆให้นานที่สุด สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ ยุติสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด เพื่อให้บรรยากาศกลับคืนสู่สภาวะปกติ ฟื้นฟูความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;22 พฤษภาคม 2563 ครบ 6 ปีรัฐประหาร ผ่านการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจมา 1 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไม่แก้ไข มีแต่ความพยายามแช่แข็งประเทศ หลบหลังโควิด กระชับและรักษาอำนาจที่ยึดมาไว้ให้นานที่สุด &amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66603</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ครบ6ปีรัฐประหาร, ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5c8f21e2164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกพท.จวกต่อพรก.ฉุกเฉินรักษาอำนาจรัฐบาลไม่ได้ทำเพื่อควบคุมโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ค.63-นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีการประชุมกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อ 21 พ.ค.และมีมติให้เสนอรัฐบาลต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนั้น เห็นว่า รัฐบาลทำเพื่อต่ออายุการบริหารประเทศ จัดระเบียบอำนาจของพรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งโอกาสการได้บริหารเงินกู้พรก. 3 ฉบับ 1.9 ล้านล้านบาท ที่หลายฝ่ายยังมีข้อห่วงใยในการใช้เงิน และการป้องกันการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลจากการบริหารงานผิดพลาดในมิติต่างๆ ของนักศึกษาและประชาชน
&amp;quot;เชื่อว่ารัฐบาลไม่ได้กระทำเพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ เพราะขณะนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดมีน้อยมาก การคงบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่กว้างขวางไม่สมเหตุสมผล และไม่ได้สัดส่วนกันกับสถานการณ์ของโรค และอาจใช้อำนาจเกินขอบเขต จึงต้องถือว่าการบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน กับประชาชนในเวลาที่ไม่มีภัยพิบัติฉุกเฉิน ไม่ยุติธรรมกับประชาชน&amp;nbsp; แต่อาจทำเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจ ซึ่งสังเกตุว่า ทั้ง สมช.และ ศบค. มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม&amp;quot;
นายชุมสาย กล่าวว่า ทีมแพทย์ของเรามีคุณภาพ ประชาชนมีภูมิคุ้มกันทางสังคม (Social Vaccination)แล้ว ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ในทุกมิติยังประเมินไม่ได้และมีแนวโน้มทรุดลงอีก รัฐบาลจะกอดเชื้อโรคบริหารประเทศ และกล่อมประชาชนให้กลัวเพื่อประโยชน์บางอย่าง แต่ปล่อยให้ศรษฐกิจพินาศย่อยยับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66595</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ชุมสาย ศรียาภัย, ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, พรก.เงินกู้ 3 ฉบับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba534307685.jpg      </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทุเลาลงแล้ว&#039;ศรีสุวรรณ&#039;โต้ข้ออ้างต่อพรก.ฉุกเฉินไม่มีน้ำหนักไร้เหตุผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ค.63-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีเนื้อหาดังนี้
ตามที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาแถลงผลการประชุมเพื่อพิจารณาการต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 พ.ค.63 ว่า ที่ประชุมมติเห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน โดยอ้างว่าสถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วงอยู่ ประเทศไทยแม้จะประสบความสำเร็จแต่การผ่อนคลายแต่ละระยะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการระบาดรอบที่ 2 และจะมีการผ่อนคลายระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ในเดือนมิถุนายน จึงต้องมีเครื่องมือในการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อโคโรน่า 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.ในวันนี้และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคาร ที่ 26 พ.ค.63 นั้น
ข้ออ้างในการต่ออายุ พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อโคโรน่า 2019 ได้ทุเลาลงไปมากแล้ว จนกลายเป็นการติดเชื้อโดยปกติเหมือนโรคติดเชื้ออื่นๆทั่วไปแล้ว เพราะหากจะให้ตัวเลขการติดเชื้อเท่ากับ &amp;ldquo;ศูนย์&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง สังคมไทยก็คงต้องรอไปจนถึงชาติหน้าเท่านั้น เพราะโรคดังกล่าวไม่มีทางหมดไปจากประเทศไทยและโลกนี้ตามที่แพทย์ผู้รู้ได้ให้ความเห็นไว้
ทั้งนี้การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปจะกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการผ่อนคลายให้กิจการบางประเภทสามารถดำเนินการได้แล้วภายใต้กฎ New Normal ก็ตาม แต่ทว่าธุรกิจต่างๆส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นธุรกิจของกลุ่มนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลใช่หรือไม่ อีกทั้งคนที่เสนอและออกคำสั่ง มิได้มีผลกระทบใด ๆ เลย ยังคงได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน และเบี้ยประชุมกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ยิ่งมีการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยิ่งมีการจัดประชุมรับเบี้ยประชุม มีการตั้งด่านตรวจเคอร์ฟิวส์รับเบี้ยเลี้ยงกันทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศอย่างไม่ละอาย แต่กลับอ้างว่าเสียสละ&amp;nbsp; กลายเป็นแหล่งบ่อเงินบ่อทองให้กับหน่วยงานบางหน่วยไปโดยปริยาย ซึ่งรัฐบาลไม่เคยประกาศให้ประชาชนรับรู้ได้ว่านับแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นต้นมา มีการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนคนทั้งประเทศเพื่อการดังกล่าวไปแล้วเท่าไร
นอกจากนั้น การบังคับตามข้อกำหนดของ พ.ร.ก.มีการเลือกปฏิบัติหรือบังคับกันแต่เฉพาะกับประชาชน คนธรรมดาทั่วไป หากแต่คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ มีตำแหน่งใหญ่โตกลับเพิกเฉยเสีย ดังกรณีที่ พล.อ.ประวิทย์ เดินทางไปปลูกป่าที่เชียงใหม่ มีข้าราชการ นักการเมืองแห่แหนกันไปร่วมเสนอหน้าเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่จังหวัดเชียงใหม่มีข้อกำหนดว่าถ้าคนต่างจังหวัดโดยเฉพาะจาก กทม.เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่จะต้องถูกกักตัว 14 วัน แต่ทว่าคณะของ พล.อ.ประวิทย์ ถูกกักตัวหรือไม่ สมช.ตอบได้หรือไม่
ดังนั้น การเสนอต่ออายุ พ.ร.ก.จึงไร้เหตุผลใดๆ ที่จะต่ออายุต่อไป ควรกลับไปใช้กฎหมายเดิม คือ พรบ.โรคติดต่อ 2558 ตามปกติต่อไป หากยังคิดว่ามีความสามารถหรือศักยภาพที่จะจัดการได้จริงตามที่คุยโวไว้ โดยไม่ต้องพึงเครื่องมือคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป เว้นแต่จะใช้โรคระบาดเป็นข้ออ้างในการใช้และรักษาฐานอำนาจของพวกตนไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.โรคติดต่อ, ศรีสุววรณ จรรยา, สมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec73c60e8d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมช.เห็นชอบต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือนจนถึงสิ้น มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมส่วนราชการเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019​ (โควิด-19) ว่า ในการประชุมได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคง ข่าวกรอง สาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาหารือ โดยพยายามชั่งน้ำหนักทุกมิติ แน่นอนว่าความมั่นคงเป็นแกนหลัก แต่เห็นความสำคัญของด้านสาธารณสุขเป็นหลักเช่นเดียวกัน นั่นคือแนวคิดที่ทำมาตั้งแต่ต้น ให้ความสำคัญเรื่องนี้สำคัญที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันแม้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่สถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วง มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน ไทยเองแม้จะประสบความสำเร็จแต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง การผ่อนคลายต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไ่มต้องการให้การติดเชื้อระลอกสอง ด้วยเหตุผลความจำเป็น ทุกหน่วยจึงเห็นพ้องต้องกันให้ขยายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือนเพื่อให้ครอบคลุมห้วงระยะเวลาเดือน มิ.ย.ทั้งเดือน โดยจะเสนอให้ ศบค.พิจารณาในวันที่ 22 พ.ค. ถ้าเห็นด้วย จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถือเป็นเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกที่เราต้องการเอาเครื่องมือทั้งหลายหรือกฎหมายหลายฉบับมารวมไว้ที่เดียวกัน จะเห็นว่าเมื่อประกาศใช้ เราได้ตั้ง ศบค. และใช้กฎหมาย 40 ฉบับอยู่ภายใต้กำกับนายกรัฐมนตรี ทำให้การสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ ส่วนสาเหตุต้องต่ออีก 1 เดือน เพราะในเดือน มิ.ย. เป็นช่วงการผ่อนคลายระยะที่ 3 และ 4 ต้องยอมรับว่าการผ่อนคลายทุกระยะมีความเสี่ยงทุกขณะ ถ้าผ่อนคลายอย่างไม่ระมัดระวังการแพร่ระบาดอาจจะกลับมาอีกและหนักกว่าเดิม เราจึงเห็นว่าการมีเครื่องมือในการกำกับดูแลอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือตัวเป็นกำหนดตัวที่ดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าบางฝ่ายมองว่าการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเคลื่อนไหวทางการเมือง พล.อ.สมศักดิ์​ กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด เราไม่เคยคำนึงถึงเรื่องการเมืองเลย จนถึงวินาทีนี้ในฐานะที่ตนร่วมแก้ปัญหานี้มาตั้งแต่ต้นกล้ารับประกันว่า เราไม่ได้เอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังคงใช้เพื่อป้องกันการแพร่ะระบาดของโควิด ไม่มีนัยยะทางการเมือง อาจจะมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม แต่ทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิดผลทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการมาตรการเคอร์ฟิว พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้คุยกันเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพียงอย่างเดียว แต่เรื่องการผ่อนคลายระยะที่ 3 จะพูดถึงเรื่องเคอร์ฟิวด้วย ซึ่งจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 27 พ.ค. ตนเข้าใจว่าเรื่องนี้กระทบชีวิตประชาชน ซึ่งอาจจะมีผ่อนคลายในห้วงระยะเวาที่เหมาะสม แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะปรับเหลือระยะเวลาเท่าไร ทั้งนี้มาตรการเคอร์ฟิว ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดดีขึ้น จำกัดความเคลื่อนไหวของคนบางประเภทที่ไม่ยอมใช้ชีวิตแบบสมถะ และทำให้การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ทำได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามต้องดูอีกครั้งว่าในการผ่อนคลายระยะที่ 3 อาจจะพิจารณาให้ห้วงเวลาลดน้อยลงหรือเท่าเดิม ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ประชุมพูดถึงมาตรการผ่อนคลายเกี่ยวกับโรงเรียนหรือไม่ พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค. ดังนั้นในห้วงเดือน มิ.ย.จะมีการพูดคุยกันมากยิ่งขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ เพราะสถานการณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ และฝรั่งเศส &amp;nbsp;หลังจากเปิดโรงเรียนแล้ว ทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น ดังนั้นก่อนเปิดเรียน ต้องมีการพูดคุยกันอย่างเข้มมข้น ว่าจะเปิดในลักษณะไหน รูปแบบไหน &amp;nbsp;เท่าที่ฟัง รมว.ศึกษาธิการ การเปิดเทอมยังอยู่ที่วันที่ 1 ก.ค.และจะยึดถือกำหนดนั้นต่อไป แต่ถ้าจะเปิดเทอมก่อนหน้านั้น ก็ต้องมาคุยกันว่ามาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และ สมช.แจะดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพิจารณากรอบระยะเวลาในการเปิดสนามบินนั้น พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เป็นเรื่องพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กทพ.) และเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับมาตรการในภาพรวมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66515</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, พรก.ฉุกเฉิน, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec611e8286e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
