<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ภูมิใจไทยค้านขยายสัมปทาน บีทีเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.2564 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ &amp;nbsp;ส.ส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงมหาดไทย จะเสนอเรื่องการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสัมปทานส่วนต่อขยาย ไปถึง &amp;nbsp;30 ปี เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2564 ว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ประชาชนกำลังประสบปัญหาเดือดร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบไปอีกหลายปี ทำไมจึงเร่งรีบปิดจ็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า เมื่อเป็นหนี้ ก็ต้องจ่าย แต่อยากจะถามว่า กทม. ใช้อำนาจอะไร โอนหนี้ให้เอกชนมารับไป ใช้เกณฑ์อะไรตั้งแต่แรก อันนี้เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบใดๆจาก กทม.เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ทุกคน รอคำชี้แจงจาก กทม. &amp;nbsp;แต่ กทม. ไม่เคยชี้แจง ทั้งกระทรวงคมนาคม, คณะกรรมาธิการการคมนาคม, และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ฯ ถามไป ไม่เคยได้รับคำตอบ กทม. มีอะไรปกปิด ทำไมเก็บเป็นความลับตลอด &amp;nbsp;หรือข่าวลือที่ว่ามี บิ๊กรถไฟฟ้า เข้ามาเป็นนายทุนให้ บิ๊กมหาดไทย จึงต้องเร่งรีบขยายสัมปทาน ไปอีก 30 ปี ในช่วงที่มีข่าวการยุบสภา หนาหูในช่วงนี้&amp;quot;นายสิริพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104684</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านต่อสัมปทาน, ต่ออายุสัมปทาน BTS, ภูมิใจไทย, ส.ส., สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b3691e01032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา กทม.เล็งต่อสัมปทานสัญญารถไฟฟ้า BTS เหมาเข่ง 40 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นล่าสุดกทม.เลือกใช้แนวทางต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้อีก 40 ปี แบบเหมาเข่งทั้งสองสัญญาสัมปทานเดินรถ ได้แก่ สัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอสสายหลักช่วงหมอชิต-อ่อนนุชและสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสินนั้นจะหมดสัญญาลงในปี 2572 ขณะที่สัญญาสัมปทานเดินรถส่วนต่อขยาย ช่วงอ่อนนุช-แบริ่งและสะพานตากสิน-บางหว้าจะหมดในปี 2585 เพื่อให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อระบบไม่ต้องลงจากขบวนเพื่อเปลี่ยนคัน หากจ้างเอกชนสองรายเดินรถจะต้องมีการเปลี่ยนขบวนเพราะเป็นรถไฟฟ้าคนละระบบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้เดินรถรายเดิมคือ BTS ถึงห้วงเวลาการขยายสัญญาของทั้งสองสัมปทานออกไปอีก 40 ปี โดยแลกเปลี่ยนกับเงื่อนไข 3 ข้อ อาทิ เอกชนต้องลงทุนส่วนต่อขยายเองทั้งหมดและจ่ายส่วนแบ่งรายปีให้กทม. ตามที่ตกลงกัน และรับภาระค่าโอนหนี้สินและทรัพย์สินของโครงการมูลค่า 1 แสนล้านบาท เป็นต้น แต่เงื่อนไขที่ทำให้การเจรจานั้นล่าช้ามานานนับเดือนแม้ว่าฝ่ายนโยบายได้สั่งการให้เร่งรัด คือ ข้อเสนอเรื่องราคาค่าโดยสารตลอดสายที่ไม่เกิน 65 บาท ตั้งแต่ช่วง คูคต-สมุทรปราการ หรือช่วงคูคต-บางหว้า เป็นสิ่งที่ผู้เดินรถนั้นรับไม่ได้เพราะมองว่าไม่คุ้มค่าต่อการทำธุรกิจเดินรถ ส่วนการเจรจาเรื่องค่าแรกเข้า บีทีเอสมีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะยอมยกเลิกค่าแรกเข้าเมื่อเชื่อมต่อตั๋วร่วมระบบบัตร EMV แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่ามีเสียงต่อต้านเรื่องค่ารถไฟฟ้าจากหลายภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะการเสนอให้รัฐบาลทบทวนต้นทุนค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่ ให้สอดคล้องกับบริบทการขยายตัวของเมืองหลวงเหมือนในต่างประเทศที่เจริญแล้ว มีค่ารถไฟฟ้าถูกกว่าไทยหลายเท่าตัว เนื่องจากต้นทุนการเดินรถไฟฟ้าของไทยคิดแค่เฉพาะต้นทุนประกอบการธุรกิจเดินรถพร้อมกำหนดราคาที่ตายตัวไว้ในสัญญาสัมปทาน แตกต่างกับในต่างประเทศมีการนำตัวเลขมูลค่าผลประโยชน์ด้านอื่นมาคิดคำนวณด้วย อาทิ รายได้จากค่าธุรกิจสื่อภายในสถานี รายได้เชิงพาณิชย์จากตัวสถานี และรายได้จากการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเกิดไปพร้อมกับเส้นทางรถไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องนำมาคำนวณในการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าด้วย หากใช้แนวทางดังกล่าวมีโอกาสที่ค่ารถไฟฟ้าจะถูกลงกว่าเดิม ซึ่งบริษัทผู้เดินรถจะอ้างว่าเป็นเพียงรับจ้างเดินรถไม่ได้ เพราะว่าผู้เดินรถเองก็มีบริษัทลูกในการลงทุนในกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง โดยพบว่าเมื่อรถไฟฟ้าเกิดขึ้นส่งผลให้ราคาพื้นที่ตามแนวเส้นทางเพิ่มสูงขึ้น 8-10 เท่าตัวจากราคาเดิม ผู้เดินรถจะมองแค่ว่าเป็นเพียงบริษัทเดินรถไม่ได้ เส้นทางครอบคลุมกรุงเทพมากกว่า 30% &amp;ldquo;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าประเทศอื่นๆทั่วโลกมีการใช้แนวทางดังกล่าวเพื่อหาแนวทางช่วลดภาระค่ารถไฟฟ้าให้กับประชาชน ประเทศไทยมีค่ารถไฟฟ้าแพงติดอันดับโลก ขณะที่ค่าครองชีพของประชาชนนั้นสวนทางอย่างที่มีการเปรียบเทียบกันไปแล้วในข้อมูลศึกษาของTDRI ซึ่งพบว่าค่ารถไฟฟ้าในเมืองไทยแพงกว่าอังกฤษและสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า กทม.ได้ตัดสินใจชะลอแผนลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ-บางปู วงเงิน 1.37 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต-ลำลูกกา วงเงิน 1.19 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากมองว่าอาจไม่มีบริษัทเอกชนสนใจลงทุนเนื่องจากเป็นเส้นทางชานเมืองที่มีผู้โดยสารไม่มากนัก เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงชานเมือง ดังนั้นจึงต้องการรอให้รถไฟฟ้าสายใหม่ อาทิ สายสีชมพู สายสีเหลืองและสายสีส้ม เปิดบริการก่อนเพื่อประเมินทิศทางดีมานต์ของผู้โดยสารอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้ชะลอโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ด้วยเหตุผลในทำนองเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้า โครงการหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ช่วง 1 สถานี จากหมอชิตไปถึงสถานี 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งในวันที่ 8 ก.ค.นี้ รฟม พร้อมด้วยผู้แทน กทม บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(บีทีเอส) และผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จะร่วมคณะนำสื่อมวลชนทดสอบระบบ และการใช้บริการ ซึ่งความคืบหน้าในส่วนของงานโยธา ที่รฟม.รับผิดชอบถือว่าเสร็จสมบูรณ์ 99.99 % แล้ว ก่อนที่โครงการจะเปิดให้ประชาชน ได้ทดลองใช้บริการ ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ และทราบว่า ทางกรุงเทพมหานคร จะเรียนเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการเดินรถในวันดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40406</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ต่ออายุสัมปทาน BTS, เหมาเข่ง 40 ปี, แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f51efe0e21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
