<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าห่วง!คลัสเตอร์ใหม่ตจว.ยังกระจายเป็นดอกเห็ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,539 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,418 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,113 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,305 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 103 ราย มาจากต่างประเทศ 18 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 336,371 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 4,053 ราย หายป่วยสะสม 247,971 ราย อยู่ระหว่างรักษา 85,689 ราย อาการหนัก 2,783 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 728 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 86 ราย เป็นชาย 48 ราย หญิง 38 ราย อยู่ใน กทม. 39 ราย สมุทรปราการ 16 ราย ปัตตานี 4 ราย นครปฐม พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 3 ราย สมุทรสาคร สงขลา นครราชสีมา สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย นนทบุรี ยะลา กำแพงเพชร ตรัง นครสวรรค์ ปราจีนบุรี ระนอง สมุทรสงคราม สระบุรี สุราษฎร์ธานี อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,711 ราย ส่วนข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 10 ก.ค. มีจำนวน 93,284 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม&amp;nbsp; 12,469,188 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 187,265,506 ราย เสียชีวิตสะสม 4,042,675 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า 10 จังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 11 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,741 ราย&amp;nbsp; ปทุมธานี 1,108 ราย สมุทรปราการ 642 ราย สมุทรสาคร 563 ราย ชลบุรี 381 ราย นนทบุรี 338 ราย สงขลา 252 ราย ปัตตานี 215 ราย สระบุรี 178 ราย ฉะเชิงเทรา 170 ราย มีคลัสเตอร์ใหม่ในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย จ.สมุทรสาคร 2 แห่ง ที่โรงอาหารกระป๋อง อ.เมือง โดยแห่งแรกพบผู้ติดเชื้อ 11 ราย แห่งที่สองพบผู้ติดเชื้อ 17 ราย จ.ชลบุรี 2 แห่ง ที่โรงงานโลหะขึ้นรูป อ.พานทอง 13 ราย และโรงงานผลไม้กระป๋อง อ.บ่อทอง 21 ราย จ.นนทบุรี ที่แคมป์ก่อสร้าง อ.ไทรน้อย 17 ราย จ.นครปฐม ที่โรงหมู ต.มาบแค อ.เมือง 8 ราย จ.ราชบุรี ที่ตลาดศรีเมือง อ.เมือง 21 ราย ขณะที่ กทม. มีคลัสเตอร์ต้องเฝ้าระวัง 127 แห่ง มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นที่ชุมชนแห่งหนึ่ง เขตราชเทวี พบผู้ติดเชื้อ 70 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในปัจจุบันการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลทางการแพทย์ที่ลงลึก กระทรวงสาธารณสุขจะแถลงทุกวันผ่านเฟซบุ๊กของกระทรวงสาธารณสุขในเวลา 13.30 น. ขณะที่การแถลงของ ศบค.จะปรับการแถลงให้เหลือวันจันทร์ พุธ และศุกร์ โดยจะนำเสนอสาระสำคัญที่สรุปจากที่ประชุม ศปก.ศบค. โดยจะเป็นภาพกว้างในเชิงของการประสานงานระหว่างงานต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109350</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหม่, ต่างจังหวัด, ศบค., สถานการณ์โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eaa355e9d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เสนา ดีเวลลอปเม้นท์โชว์Q1/62โกยรายได้1.2พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เดินหน้าตามแผนธุรกิจ ตอกย้ำจุดยืนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ผ่านมุมมอง &amp;ldquo;small is BIG&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;MADE FROM HER 2019&amp;rdquo;กางแผนไตรมาส 2 จ่อเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 2,279 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานไตรมาส 1 โกยรายรวม 1,212 ล้านบาท โต 11.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 มิ.ย. 62 - นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 นี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่า 2,279 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการเสนา แกรนด์ โฮม ติวานนท์-รังสิต จำนวน 88 ยูนิต มูลค่าโครงการ 695 ล้านบาท โครงการนิช ไพร์ด สมเด็จเจ้าพระยา จำนวน 213 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,094 ล้านบาท และโครงการเสนา วณิช อุดรธานี จำนวน 137 ยูนิต มูลค่าโครงการ 490 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเปิดโครงการใหม่ ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑลและต่างจังหวัด จำนวน 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,779 ล้านบาท ซึ่งบริษัทพร้อมในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าเพื่อย้ำจุดยืนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ผ่านมุมมอง &amp;ldquo;small is BIG&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;MADE FROM HER 2019&amp;rdquo; ใส่ใจทุกดีเทลชีวิตจากแนวคิดแบบผู้หญิง เป็นการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในปัจจุบันอย่างสูง&amp;rdquo;นางสาวเกษรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,212.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.5 ล้านบาท คิดเป็น 11.4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ รายได้จากการขายและบริการ ขณะที่กำไรสุทธิ 159.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.2% ของรายได้รวม ลดลง 4.8 ล้านบาท คิดเป็น 2.9% ขณะเดียวกันบริษัทยังมีรายได้จากค่าเช่าและบริการ 182.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4 ล้านบาท คิดเป็น 10.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายได้จากธุรกิจโซลาร์ 4.5 ล้านบาท ลดลง 0.8 ล้านบาท คิดเป็น 15.1% อย่างไรก็ตามบริษัทมีการตกลงซื้อขายอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง สำหรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป)กับ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2562 พร้อมกันนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสในการขายไฟฟ้าตรงให้กับเอกชนหรือ Private PPA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเกษรา กล่าวเพิ่มเติมว่า อนาคตโซลาร์ยังมีการเติบโตจากเทคโนโลยีที่พัฒนาให้ต้นทุนต่ำลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดให้มีการยื่นเสนอขายไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เหลือจากการใช้ เสนาในฐานะผู้นำในการพัฒนาหมู่บ้านโซลาร์ฯ เจ้าแรก ได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมนโยบายรัฐที่คาดว่าบ้านที่ติดโซลาร์ในอนาคตจะได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37323</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ, ต่างจังหวัด, นวัตกรรมใหม่, ปริมณฑล, เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์, เสนา ดีเวลลอปเม้นท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf11a2d11bd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย็นตาโฟมัลลิการ์โอดกำลังซื้อต่างจังหวัดฉุดยอดขาย มุ่งหน้าไปต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัลลิการ์ อินเตอร์ ฟู๊ด โอดกำลังซื้อต่างจังหวัด กระทบยอดขายติดลบต่อเนื่อง เผยครึ่งปีแรกยังพลาดเป้า เล็งปรับแผนส่งแบรนด์เย็นตาโฟทรงเครื่อง ลุยต่างแดน หวังลดเสี่ยง พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่จับนักเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล &amp;nbsp;หลีระพันธ์ กรรมการบริหารและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กร &amp;nbsp;บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของบริษัทค่อนข้างได้รับผลกระทบจากำลังซื้อผู้บริโภคต่างจังหวัด เนื่องจากพืชผลทางการเกษตรราคาไม่ดีมากนัก ทำให้บางทำเลต้องปิดตัวลงไป อาทิ สาขาบุรีรัมย์ อยุธยา และบางใหญ่ ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรก 2561 นี้ ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาขาที่เปิดให้บริการตามต่างจังหวัดมีอยู่ประมาณ 30-40% จากทั้งหมด ซึ่งภาพรวมยอดขาย 2 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าติดลบ จากเดิมบางสาขาเคยมียอดขายได้วันละหลักหมื่น เหลือเพียงแค่หลักพันเท่านั้น แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในปี 2562 และบริษัทเองก็เตรียมตัวกลับมาลุยเปิดสาขาเต็มที่&amp;rdquo; นายชยพล &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในอีก 3-5 ปีนับจากนี้ ต้องการหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อขยายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยับเป็น 20-30% ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงวิธีหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาธุรกิจในเมืองไทยเพียงอย่างเดียว เบื้องต้นมองว่าคงนำแบรนด์เย็นตาโฟทรงเครื่อง โดย อ. มัลลิการ์ ในการทำตลาดต่างประเทศ เนื่องจากรูปแบบของอาหารมีความเหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่งการเจรจากับพันธมิตรในเวียดนาม กัมพูชา และสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตลาดในประเทศไทยก็มีการปรับหลายแบรนด์ให้มีความสอดคล้องกับยุคสมัยให้มากขึ้น อย่างแบรนด์เรือนมัลลิการ์ ก็นำบริการและเมนูอาหารใหม่ๆ เพราะอยากพัฒนาเพื่อได้มิชลินสตาร์ ส่วนแบรนด์ปังยิ้ม คาเฟ่แอนด์เบเกอรี่ โดย อ. มัลลิการ์ ได้รีแบรนด์ให้สามารถจำหน่ายในช่องทางออนไลน์และแคทเธอริ่งได้ง่ายขึ้น รวมถึงเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในชื่อ &amp;ldquo;ร้านของชอบ โดย อ. มัลลิการ์&amp;rdquo; เป็นการจำหน่ายขนมหวานและของว่างไทยสูตร อ.มัลลิการ์ อาทิ ขนมถ้วนโบราณ สาคูไส้หมู และปาท่องโก๋สังขยา น่าจะมีสาขาแรกบริเวณมอเตอร์เวย์ ฝั่งขาออก และจากนั้นจะพิจารณารูปแบบของคีออสตามห้างสรรพสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของธุรกิจร้านอาหารระดับบีลงไปยังมีผลกระทบอยู่ เนื่องจากคนประหยัดค่าใช้จ่ายกัน โดยเฉพาะรูปแบบบุฟเฟ่ต์ที่หายไปจากตลาดกันเยอะมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13990</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำลังซื้อตก, ชยพล  หลีระพันธ์, ต่างจังหวัด, มัลลิการ์ อินเตอร์ ฟู๊ด, ร้านของชอบ โดย อ. มัลลิการ์, เย็นตาโฟทรงเครื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b568e0a4b933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวลำโพงแน่นประชาชนทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวลำโพงแน่นประชาชนทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครของประชาชน ที่ สถานีหัวลำโพงในช่วงเช้า หลังจากหยุดยาวในเทศกาลวันสงกรานต์ &amp;nbsp;ทั้งนี้หลายรายแบกสัมภาระกลับมาทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อเป็นเสบียงลดค่าครองชีพในกรุงเทพฯ ขณะที่คิวรถแท็กซี่มิเตอร์ ต้องต่อแถวยาวเหยียด และไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7194</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, กลับบ้านปลอดภัย, ต่างจังหวัด, ประชาชน, วันหยุดยาว, สัมภาระ, หัวลำโพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad441e8ef654.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
